Archive for July, 2007

30 July

น้ำครึ่งแก้ว

เคยได้ยินคำกล่าวนี้ไหม?
ที่เขาบอกว่า…
มีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว…
คนมองโลกในแง่ดี บอกว่า มีน้ำ “เหลือตั้ง” ครึ่งแก้ว
คนมองโลกในแง่ร้าย บอกว่า มีน้ำ “แค่” ครึ่งแก้ว…

 บางครั้ง การมองโลกแบ่งแค่ดี-ร้าย ขาว-ดำ  อาจจะเป็นอะไรที่สุดโต่ง

เคยเหนื่อยใจกับการที่พยายามทำอะไรสักอย่าง.. การที่พยายามไล่ตามความฝัน..  การที่พยายามรักษาความถูกต้อง รักษาอุดมคติ… แต่แล้ว.. มันกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิดว่ามันควรจะเป็น… 
…จนบางที.. ท้อ..แท้…  รู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรม  รู้สึกว่าทำดีได้ดีมีที่ไหน  กฎแห่งกรรมมีจริงหรือ…
และที่สุด.. ก็รู้สึกว่า.. โลกนี้มันไม่น่าอยู่  เราทำอะไรอยู่? เราดิ้นรนเพื่ออะไร? เรามีชีวิตเพื่ออะไร?

จนกระทั่งวันหนึ่งได้อ่านบทความหนึ่งของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ มุมมองต่างๆ ก็เปลี่ยนไป  และเมื่อมาตอกย้ำด้วยคำพูดของคุณหนูดี วนิษา เรซ…  เรากลับรู้สึกว่า โลกนี้มันไม่ได้หนักเกินไปสำหรับเรานะ..  และเข้าใจทันทีว่า ที่ครั้งหนึ่ง อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกว่าเรา พักซะบ้าง ไม่จำเป็นต้องแบกโลกไว้ตลอดเวลา…  เข้าใจแล้วว่าแท้จริงแล้ว อาจารย์หมายถึงอะไรกัน

ในภาวะของคนเครียด… หลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว มันดูตึงเปรี๊ยะไปซะหมด..  ทุกอย่างเหมือนกดดันคนคนนั้นให้รู้สึกว่า ที่อยู่ของเขามันแคบลงเรื่อยๆ  เขาไม่มีทางหนี ไม่มีทางออก…  แต่ว่า… ขณะเดียวกันนั้น  หากมีใครสักคนหนึ่งเข้าใจ … ประโยคพูดแค่เพียงประโยคเดียว ก็เป็นเหมือนเข็มที่แทงผนังลูกโป่งที่ดันบีบเขาให้แตกกระจาย เปิดทางออกให้ความเครียดนั้นสลายไป….

“เครียดเกินไปหรือเปล่า”

….  วันนั้นเป็นวันที่เราไม่รู้ว่าเพราะอะไร ยังไง..  เราต้องการคุยกับใครสักคน  เล่าให้ใครสักคนฟัง  แต่ ณ วันนั้น เราไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ … สิ่งที่เหลืออยู่คือ msn ที่เราสามารถใช้ติดต่อคุยกับเพื่อนๆ ได้..    วันนั้น… เหมือนจะเหลือเพื่อนเพียงคนเดียวใน contact list ที่เราคิดว่าเราคงคุยกับเขาได้ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะรับฟังเราไหม .. ที่ผ่านมา เมื่อไรก็ตามที่คุยเรื่องส่วนตัว… เมื่อนั้น เขาจะเงียบ และหนีหายไป….
…..  วันนั้น เราส่งข้อความไป กึ่งๆ บ่น กึ่งๆ ตัดพ้อเหมือนกับว่าช่วงนี้เราสื่อสารกับใครไม่รู้เรื่องเลย…  เราคิดว่า เขาก็คงเงียบ ไม่ตอบ  และก็คง Offline หนีตามฟอร์มของเขา…   แต่กลับมีสิ่งที่ไม่คาดคิด..  เขากลับตอบมาเหมือนสงสัยว่าเรากำลังพูดถึงอะไรอยู่…  และพอเราพิมพ์เล่าให้เขาฟัง… เขาก็ตอบกลับมาว่า “เครียดเรื่อง … เกินไปหรือเปล่า”
…  แล้วมันก็เหมือนเข็มแทงลูกโป่ง…  จะใช้คำว่าจี้ใจดำ ก็อาจจะใช่เช่นกัน.. 
… วันนั้น เราพิมพ์ข้อความพูดคุยกับเขาไปทั้งน้ำตา..  โดยที่เขาไม่รู้หรอกว่าเรากำลังร้องไห้…
เขาอาจจะพูดประโยคนั้นแค่ตามมารยาท…  อาจจะพูดเพียงเพื่อแค่รักษามิตรภาพ… แต่ผลที่เกิดกับเรามันกลับมากกว่านั้น…
อยากจะบอกขอบคุณเพื่อนคนนั้นนะ…  แต่ก็กลัวว่า ถ้าพูดไป เขาก็จะสร้างกำแพงทั้งหนาทั้งสูงกว่าเดิมกั้นเราไว้อีก
….
เมื่อรู้ว่าต้นเหตุของปัญหาคืออะไร…  มุมมองความคิดทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป…  มันไม่ได้มีแค่บวกกับลบ  ถูกกับผิด  ขาวกับดำ….  โลกนี้มีอะไรอีกมากมาย ที่ไม่สามารถแบ่งออก คัดแยกได้อย่างชัดเจน…

น้ำครึ่งแก้ว…
คนหนึ่งบอกว่า มีน้ำ “แค่” ครึ่งแก้ว
คนหนึ่งบอกว่า มีน้ำ “ตั้ง” ครึ่งแก้ว
แต่แล้ว.. ก็มีคนบอกว่า.. “บางที แก้วมันอาจจะใหญ่เกินไป

ป.ล.
หากเปรียบความสุขคือน้ำในแก้ว…  และน้ำเต็มแก้วก็คือมีความสุขเต็มปริ่ม…
ถ้าเรามีน้ำครึ่งแก้ว..  เราจะทำให้น้ำเต็มแก้วได้อย่างไร?
1. พยายามไขว่คว้า เติมน้ำมาให้เต็มแก้ว
2. ลดขนาดแก้วลง น้ำก็เต็มแก้วเอง…
ถ้าความต้องการของเราคือแก้วใบใหญ่… ชีวิตเรากว่าจะเติมน้ำเต็มแก้วได้ จะมีสักกี่ครั้งกันนะที่น้ำจะเต็มแก้ว…   แต่ถ้าเราลดขนาดความต้องการเราลงมา..  เราก็จะมีน้ำเต็มแก้วอยู่เรื่อยๆ  ….   (ดัดแปลงจากคำพูดของคุณหนูดี วนิษา เรซ  จากรายการ จับเข่าคุย ออกอากาศเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2550 )