Archive for March 17th, 2008

17 March

คุณค่า

เธอ : ตัวเอง.. เค้าขอโทษนะตัวเอง สร้อยที่ตัวเองซื้อให้เค้าเป็นครั้งแรกอ่ะ เค้าเผลอทำขาดไปแล้ว  เค้าไม่ได้ตั้งใจนะตัวเอง

เขา : ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ก็ได้

เธอ :  ไม่เอาอ่ะ เค้าไม่อยากได้เส้นใหม่  ตัวเองเอาไปซ่อมให้เค้าได้ปะ  นะ นะ ตัวเองน้า…

เขา : เส้นเก่ามันเล็กนิดเดียว เดี๋ยวซื้อเส้นใหม่ที่ใหญ่กว่าให้ดีกว่า

เธอ : แต่เค้าอยากให้ซ่อมเส้นนี้ให้นี่  สร้อยเส้นนี้มันคือของขวัญชิ้นแรกที่ตัวเองให้เค้านะ  นะ นะ.. ตัวเองน้า..  ซ่อมสร้อยให้เค้าหน่อยนะ  นะ นะ ตัวเอง…

เขา : อืม อืม… ก็ได้

หนึ่งเดือนผ่านไป….

เธอ : ตัวเอง..  สร้อยที่เค้าให้ไปซ่อม เสร็จหรือยังอ่ะ

เขา : (นึกได้ว่า ยังไม่ได้ไปทำ)  เอ่อ… ยังไม่ได้ซ่อมเลย  เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ดีกว่า เส้นใหญ่กว่าเดิมสวยกว่าเดิมด้วย

เธอ : ไม่เอาอ่ะ ก็เค้าบอกแล้วไงว่า เค้าไม่อยากได้เส้นใหม่นี่  ตัวเองทำไมไม่ซ่อมให้เขาอ่ะ  ตัวเองไม่เห็นเค้าสำคัญแล้วหรือ

เขา : ไม่ใช่อย่างนั้น ก็เห็นว่าสร้อยมันเก่า เส้นก็เล็กนิดเดียว ค่าซ่อมอาจจะแพงกว่าค่าสร้อยอีก  ซื้อใหม่ยังดีซะกว่าเลย..  เดี๋ยวซื้อเส้นใหม่ให้แล้วกันนะ  ให้เลือกเองเลย อยากได้แพงแค่ไหนก็ได้

เธอ : เอ๊ะตัวเอง..  เค้าบอกแล้วไงว่า เค้าไม่อยากได้เส้นใหม่ เค้าชอบเส้นนี้ ตัวเองจำไม่ได้หรือว่ามันเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ตัวเองให้เค้านะ  ตัวเองไม่เห็นว่ามันสำคัญเลยเหรอ

เขา : ก็แค่สร้อยเส้นเดียวเอง เดี๋ยวซื้อให้ใหม่น่า  จะเอาแบบเดิมก็ได้ เดี๋ยวพาไปให้เลือกหลายๆ ร้านเลย

เธอ : เอ๊ะ ! ก็บอกแล้วไงว่า เขาแค่อยากให้ซ่อมสร้อยให้ เส้นนี้เท่านั้น ทำไมตัวเองไม่ทำให้ล่ะ..   ตัวเองไม่เห็นว่าเขาเป็นคนพิเศษเลยหรือไง

เขา : (อะไรวะ..  จุกจิกจังวุ้ย)  มันเกี่ยวอะไรด้วย นี่เธอมีเหตุผลหน่อยสิ ก็แค่สร้อยเส้นเดียว จะมาจู้จี้อะไรนักหนา…

เธอ : อ๋อ ตัวเองเห็นว่าเป็นแค่สร้อยเส้นเดียวเท่านั้นหรือ  ใช่สิ ตัวเองไม่เห็นเค้าเป็นคนสำคัญนี่ ตัวเองไม่รักเค้าแล้วใช่ไหม 

เขา : อะไรของเธอน่ะ คิดมากโวยวายไม่เข้าเรื่องน่า

เธอ : ใช่สิ ตัวเองเบื่อเค้าแล้วนี่ ตัวเองไม่รักเค้าแล้ว  (แล้วก็ร้องไห้โฮวิ่งออกไป…)

เขา : อะไรวะเนี่ย  นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย   ช่างเถอะ เดี๋ยวก็หายงอนเอง


เป็นตอนหนึ่งจากซีรี่ส์หนุ่ม X สาว Y (ที่ยังไม่ได้ฤกษ์ลง blog สักที)

มุมมองของผู้หญิงกับผู้ชายมันช่างแตกต่างกันมากเสียจริง  ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมธรรมชาติถึงต้องให้ชายคู่กับหญิง ทั้งๆ ที่สร้างความแตกต่างกันไว้สารพัด..  จะบอกว่า เพราะไม่เหมือนกันจึงต้องคู่กัน เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดกันก็กระไรอยู่นะ  ในเมื่อใครต่อใครก็มักจะพูดว่าคนนี้เข้าคู่กับคนนี้ได้ ก็เพราะมีอะไรที่คล้ายๆ กัน…

เรื่องความละเอียดอ่อน หรือความใส่ใจในรายละเอียดก็เช่นกัน…  จะว่าเพศชายเป็นเพศที่ไม่ใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ใช่สักทีเดียว  เพียงแต่เขาไม่ได้มองในมุมเดียวกับผู้หญิง..
อย่างกรณีเรื่องสร้อย..  ผู้ชายมองคุณค่าของสร้อยว่าเป็นเรื่องของราคากับการสร้างความประทับใจใหม่..  แต่ผู้หญิงมองคุณค่าสร้อยว่าเป็นความทรงจำ เป็นบันทึกหนึ่งของความประทับใจในอดีต…
เพื่อนหนุ่มใจสาวคนหนึ่ง เคยบอกไว้ว่า..  ผู้ชายที่ละเอียดอ่อน ใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อย แบบเดียวกับผู้หญิงน่ะ มีสองแบบ  คือ..  ไม่เป็นชายใจสาว ก็เป็นหนุ่มเจ้าชู้…
(มองในแง่ดี..  คุณผู้หญิงทั้งหลายที่มาบ่นว่าแฟนไม่ใส่ใจเนี่ย อย่างน้อยแฟนคุณๆ ก็อาจจะไม่ใช่คนเจ้าชู้ก็ได้นะคะ)

กรณีชายใจสาวเนี่ย.. อาจจะเป็นหลักฐานหนึ่งที่บ่งบอกว่า การใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เนี่ยมันมีอยู่ฮอร์โมนเพศหญิงล่ะมั้ง 
แต่.. กรณีหนุ่มเจ้าชู้น่ะ..  เขาใส่ใจเพราะว่าเป็นลูกเล่นลูกชนที่ใช้หลอกสาวๆ ให้ตายใจได้… 

ก็ไม่ได้จะบอกว่าการไม่ใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องที่ดีของผู้ชายหรอกนะ..  ตรงกันข้าม ถ้าไม่มีการใส่ใจเลย มันแย่มากๆ เลยด้วยซ้ำ…  มันเหมือนผู้ชายเห็นแก่ตัว ที่สักแต่ว่ารอรับอย่างเดียว เอาประโยชน์อย่างเดียว  ไม่คิดจะทำอะไรตอบแทนเขาบ้างเลย..  ถ้าเจออย่างนี้ มันแย่ยิ่งกว่าเจอคนเจ้าชู้เสียอีก..
ทางฝ่ายผู้หญิงเองก็เช่นกัน..  ก็อย่าไปคาดหวังอะไรจากผู้ชายมาก ยังไงเขาก็มองคนละมุมกับเราอยู่แล้ว ก็ยากนะที่เขาจะทำตามที่เราหวังได้ 100%..
ส่วนคนที่บอกว่า แต่ก่อนเขาไม่เป็นอย่างนี้เลย…  เฮ้อ..  ถ้าให้ตอบด้วยความสะใจและเข้าข้างผู้หญิง ก็คงต้องอ้างคำพูดจากหนังสือหักหลังผู้ชายว่า..  “ผู้ชายน่ะ ตอนที่จีบหญิงใหม่ๆ มันก็คือเหี้ยใส่ชฎาน่ะแหละ”  ทำตัวดูดี แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็น… อยู่  ชฎา.. ใส่แรกๆ ก็รู้สึกดูดีหรอก คิดว่าเท่ห์ แต่พอใส่นานๆ เริ่มหนัก เริ่มเบื่อ  พอถอดออกมา ก็ตรงข้ามกับเปลือกที่เห็น…  เขาถึงบอกไงล่ะว่า จะตัดสินใจคบกับใครให้ดูนานๆ  ให้เห็นเนื้อแท้ก่อน…

เอาเถอะ เมื่อตัดสินใจไปแล้ว คบกันมาแล้วก็ต้องถามคุณผู้หญิงต่อว่า คุณรักชฎาหรือเหี้ย? 
ถ้าคำตอบคือชฎา..  ก็บอกได้เลยว่า สักวันหนึ่ง ชฎาหายไปแน่ๆ  แล้วคุณจะรับกับสภาวะที่ไม่มีชฎาได้หรือเปล่า?
ถ้าคำตอบคือเหี้ย..  ก็แสดงว่า คุณได้ยอมรับในข้อบกพร่องของเขาแล้วใช่ไหม คุณถึงได้ตัดสินใจคบเขา?  ถ้าไม่ใช่ และคุณคิดว่า คุณจะแก้นิสัยนี้ให้เขาได้..  ก็ต้องถามต่อว่า คุณเคยเห็นใครเขาฝึกเหี้ยได้บ้าง?  คนนะ ไม่ใช่หุ่นยนต์ ไม่ใช่ตุ๊กตา .. เขาย่อมมีความคิด มีจิตใจ มีตัวตนของในแบบฉบับของเขาเอง…  คุณจะไปเปลี่ยนเขา คุณมีสิทธิอะไร?  และถ้าคุณโดนเองบ้างจะชอบหรือ?

เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า การที่เขาคบกับแฟนเขาได้นานๆ ก็เพราะว่า เขายอมรับในข้อเสียของอีกฝ่ายได้ก่อนที่เขาจะเห็นความดีและประทับใจในตัวแฟนเขา

เออ… เป็นความคิดที่ดีนะ.. 

กรณีหนุ่ม X สาว Y เขากับเธอก็แค่พ่อแม่แง่งอนกัน มีชีวิตอยู่ด้วยตัวหนังสือ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ก็แล้วแต่คนแต่ง..  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์จริง เรื่องจริง เราก็ไม่รู้หรอกว่าเรื่องอย่างนี้จะจบยังไง  หรือต้องทำยังไงต่อ ต้องแก้ยังไง
เราทำได้แค่ว่า เป็นเพียงที่ระบาย อึดอัดก็เล่าออกมา  ถ้าจะขอคำแนะนำ..  เราก็คงทำได้แค่นี้  คงไม่สามารถชี้แนะแนวทางอะไรได้มากไปกว่านี้…   แม้ว่าเราจะเคยพยายามจะเป็นผู้ชายมาสักเท่าไร เราก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจมุมมองของผู้ชายได้หรอก …  ถ้าอยากรู้ว่าผู้ชายคิดยังไง ก็ต้องไปถามผู้ชายเองน่ะแหละ

ผู้ชายชอบบอกว่าผู้หญิงเข้าใจยาก  ผู้หญิงก็บอกว่าผู้ชายเข้าใจยาก
งั้นเราบอกว่า คนหรือมนุษย์นี่เข้าใจยากชะมัด…

ป.ล. วันนี้มาภาคศิราณี..  เฮ้อ..  แก้ปัญหาให้คนอื่นหมด แต่ตัวเองกลับแก้ไม่ได้…