Archive for October, 2010

17 October

1 สัปดาห์แห่งการสอดเรื่องชาวบ้าน

ครบ 1 อาทิตย์พอดี สำหรับเหตุการณ์คลิปเสียง

อาทิตย์ที่แล้ว เกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ห้องเฉลิมไทย ณ pantip.com
เรา log in เข้าไปตอนสายๆ ก็งงมากที่เจอกระทู้ขอคลิปเสียงเกลื่อนหน้ากระดาน แรกๆ ก็เริ่มมีการพิมพ์ชื่อจริงกัน  คนที่ได้ฟังคลิปเสียงนั้นก็มาแสดงความเห็นเชิงด่าทอกันมากมาย กระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านมากๆ และคาดว่าอาจจะมีคนลง link สำหรับ download คลิปนั้น  แต่โดนลบ ไม่ก็เจ้าตัวเข้ามาลบเอง เพราะกลัวโดนฟ้องร้อง  ซึ่งส่งผลให้มีการร้องขอให้ส่งคลิปมาทางอีเมล์บ้าง หลังไมค์บ้าง

พอขอกันเยอะมากๆ  ก็มีคนลง keyword สำหรับค้นหาใน search engine เพื่อที่จะเข้าถึงเวปฝากไฟล์ที่มีไฟล์เสียงนี้ให้ download แต่ก็ไม่ถึง 10 นาทีหลังจากมีคนลง keyword นั้น เวปฝากไฟล์นั้นก็ลบไฟล์นั้นออกไป  ยิ่งปลุกเร้าให้ต่อมสอดรู้สอดเห็นอยากทำงานหนักขึ้นไปอีก  เร่ิมมีคนแห่ขอหลังไมค์มากขึ้น  คนที่ฟังแล้วก็มาตั้งกระทู้ประนามสารพัด

ยอมรับน่ะว่า ตอนที่เห็นกระทู้จำนวนมากพูดถึงเรื่องคลิปเสียง และมีการแห่ขอมากมาย ต่อมเสือกเราก็ทำงาน อยากร่วมขอหลังไมค์ด้วย  อาศัยการยับยั้งชั่งใจอย่างหนัก เพราะเท่าที่จับประเด็นของกระทู้คนที่ได้ฟังคลิปนั้นแล้ว เราว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องของครอบครัวเขานะ  ต่อให้เขาเป็นดารา แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นจุดขายของเขาสักหน่อย ก็หักห้ามใจ ไม่ร่วมวงขอคลิปกับเขา  แต่เฝ้าสังเกตุการณ์ดูว่า เรื่องนี้จะบูมหรือจะซา  ซึ่งจากปริมาณกระทู้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสายถึงเที่ยงวันนั้น มันส่อไปทางบูม..

แต่ถึงจะไม่ได้ร่วมวงขอคลิปกับเขาก็ไม่วาย ลองเช็คสื่ออื่นๆ เพราะรู้มาว่าคลิปนี้มันเริ่มมาจาก BB chat และไหลออกมาให้โหลดทาง internet  ฉะนั้นมีหรือที่ Twitter จะพลาดได้..  ก็เลยสังเกตการณ์ใน Twitter กับเขาด้วย

แล้วก็เห็นนกกระจิบนกกระจาบจำนวนมากมาย รุม tweet ถามต้อย แอกเนอร์  ซึ่งถ้าเราจำไม่ผิด เขาคือ บก. หนังสือพิมพ์ดาราเดลี่หรือไงเนี่ย ซึ่งจะลงข่าวซุบซิบดาราเป็นหลัก
คำถามส่วนใหญ่จะเป็นว่า ได้ฟังคลิปยัง, รู้เบื้องหลังไหม,  ขอคลิปด้วย,…

และก็ตามคาด… หลังจากที่เห็น Twitter ในเรื่องนี้ได้ไม่นานนัก  ราวๆ บ่าย 2 โมงได้มั้ง  ก็มี url ที่ลงท้ายด้วย mp3 ปรากฎในทวิตเตอร์  เรียกได้ว่า ไม่ใช่แค่ download นะ  ฟังออนไลน์หน้าเวปนั้นได้เลย…  และเจ้า url นั้นก็กลับไประบาดในห้องเฉลิมไทยต่อ  หลังจากนั้นไม่นานมันก็กลายสภาพเป็น youtube  และเกิดกลุ่ม facebook เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

เรื่องราวยังไม่จบนะ  เพราะยังมีคลิปเวอร์ชั่น 2, 3,.. ตามมาอีก และมีข่าวลืออีกว่าทั้งหมดมี 10 กว่าคลิป
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ก็เกาะกระแสกับเขาพาดหัวข่าวเรื่องนี้กัน รวมถึงมีความพยายามที่จะไปสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง

และก็เริ่มมีการลากตัวละครที่มากกว่าในคลิปเสียงเข้ามาเกี่ยวข้อง  เรียกว่าใครเป็นเพื่อนของเจ้าของเสียงในคลิปนี่ซวยเลย…

เราก็ตามสังเกตการณ์ต่อไป เพื่อจะดูว่า ความไวของไฟลามทุ่งออนไลน์นั้นไปได้ขนาดนั้น…  แต่ก็ไม่ได้ตามติดแบบกระชั้นชิดนะ  ไม่ได้ตอบกระทู้แสดงความเห็น กดโหวต ให้กิ๊ฟแต่อย่างไร  เพราะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องเลย  ไม่อยากให้เกิดวาระแห่งชาติของการเสือกเรื่องชาวบ้านนั้นเกิดขึ้นอีกระลอก

ที่จริงออกจะรำคาญหน่อยๆ ที่เห็นกระทู้เรื่องแบบนี้เกลื่อนหน้ากระดานเฉลิมไทย คือ ถ้าอยากคุยเรื่องนี้น่ะ ก็ตามสบาย  แต่ช่วยไปรวมกลุ่มคุยกันสักกระจุกหนึ่งได้ไหม  อย่ามาโพสแบบโฆษณากินพื้นที่มากมายเลย   กระดานนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ และมีคนที่เขาอยากตามอ่านเรื่องอื่นๆ นั้นนะ

ความไวของไฟลามทุ่งออนไลน์มันไวมากๆ  ภายใน 1 วัน ข้อเท็จจริงสารพัดพรั่งพรูออกมา  และในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากไฟลามนั้นก็ยังไม่วอดวาย มีประเด็นมีเชื้อไฟคอยหนุนอยู่เรื่อยๆ แม้จะมีการตักเตือน การห้ามปราม แต่ก็กลายเป็นคนเตือนคนห้ามผิดอีก…  กล่าวหาว่าสองมาตรฐานอีก.. ซึ่งอันนี้ก็ไม่ก็ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าคนที่กล่าวหาว่าสองมาตรฐานเนี่ย เขาไม่รู้จักคำว่า “พัฒนา” หรือ?
เรื่องบางเรื่อง อาจจะมีเคยมีการตัดสินใจผิดพลาด อาจจะเคยมีการละเลยกัน พอมีการตั้งกฎระเบียบเพื่อป้องกันหลังเกิดเหตุการณ์นั้น ก็ว่า “วัวหายล้อมคอก”  หรือพอมีเหตุการณ์คล้ายๆ กันเกิดขึ้น ความที่ได้เรียนรู้จากการตัดสินใจที่ผิดพลาด ก็เลยมีการวางนโยบายป้องกัน เปลี่ยนรูปแบบการรับมือใหม่  ก็ถูกว่าอีกว่า “สองมาตรฐาน”  เอ๊ะ มันยังไงกันเนี่ย?
อยากรักษามาตรฐานเดิมๆ โดยที่ไม่ดูกันเลยหรือว่ามันดีพอหรือยัง?  ไม่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงการรับมือกับเหตุการณ์นั้น คือรูปแบบของการพัฒนามาตรฐานนั้นหรือ?

เอ..  ถ้าอย่างนี้เราจะเรียกคนที่อยากรักษามาตรฐานเดิมๆ โดยไม่พิจารณาว่ามันควรต้องพัฒนาต่อไปหรือไม่เนี่ย  เราจะเรียกเขาว่า “ดักดาน” ได้ไหม?

1 สัปดาห์ที่สังเกตุการณ์สอดเรื่องชาวบ้าน มันแสดงให้เห็นว่า เมื่อมีอะไรที่เข้าสู่ network ความไวในการเผยแพร่มันไปเร็วมากๆ  ที่จริงก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้กับ network ขนาดเล็กในองค์กรนะ  เป็นเรื่องของการแกล้งหยอกล้อกัน  แต่ความไวของการเผยแพร่ไฟล์นั้นขนาดแค่ในองค์กรยังไม่สามารถกำจัดได้หมด  ยิ่งถ้ามีการ copy หรือ duplicate ไฟล์นั้นด้วยแล้ว  โอย ยิ่งกว่าไล่จับปูใส่กระด้ง แล้วปูก็จับได้ก็หนีออกจากกระด้งวนเวียนให้ไล่จับไม่รู้จบ (อารมณ์เดียวกับคลิป Final Fantasy ที่หลุดออกมาก่อนวันเปิดตัว หรือ กรณี short animation เรื่อง Logorama ที่กระทำการเผยแพร่แบบละเมิดลิขสิทธิ์กัน)
ฉะนั้น ถ้ามีอะไรที่ต้องการปิดเป็นความลับชนิดเปิดเผยไม่ได้  อย่าได้ให้มันอยู่ในที่ที่สามารถ duplicate หรือเชื่อมต่อ network ได้เป็นอันขาด  มิฉะนั้นแล้วความลับจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป  (แม้ว่าอยู่ใน network ที่ใส่กุญแจแน่นหนา  แต่โลกนี้ยังมี hacker ที่สนุกกับการสะเดาะกุญแจ  ยิ่งข้อมูลนั้นสำคัญมากเท่าไร ยิ่งกุญแจแน่นหนาเท่าไร ยิ่งดึงดูด hacker มากเท่านั้น)

อีกประเด็นหนึ่งที่สังเกตุได้คือ อาการเสพติด Reality Show โดยเฉพาะเรื่อง Drama โอย .. แห่กันเข้ามาสนใจเหลือเกิน

จำไม่ได้ว่าทฤษฎีที่ว่า Drama makes Happiness เนี่ยเป็นของ Aristotle, Socrates หรือของใครกันแน่  หลังจากที่เห็นคนเสพติด Drama มากๆ ก็ชักเห็นด้วยกับทฤษฎีนี้แล้ว  เลยทำให้สงสัยต่อเนื่องว่า คนที่เสพติด Drama เนี่ย เขาไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตหรือไง?  ถึงได้ต้องมาอาศัยความสุขที่เกิดจาก Drama ของคนอื่นๆ

ดีเจคลื่นวิทยุคนหนึ่งที่เราฟังประจำบอกว่า “คุณผู้ฟังที่ติดตามข่าวสารก็ฟังและพิจารณาดูนะคะว่ามันมีประโยชน์ต่อชีวิตคุณหรือเปล่า” :D