Archive for September, 2011

28 September

เหตุจากตีสิบเมื่อคืนนี้

 

กลายเป็น talk of pantip ไปเสียแล้ว กับรายการตีสิบเมื่อคืนนี้ ที่สัมภาษณ์ผู้หญิงที่ไปทำศัลยกรรมแล้วประสบความสำเร็จ (ดูย้อนหลังได้ที่กระทู้ A11125411)

หลายเสียงวิจารณ์ว่ารายการตีสิบทำไม่ถูกที่นำเสนอเรื่องนี้.. เท่ากับเป็นการสนับสนุนให้คนไปทำศัลยกรรมน่ะสิ
แต่…
รายการตีสิบเองก็เคยนำเสนอเรื่องของคนที่เสพย์ติดศัลยกรรมจนชีวิตพังมาแล้ว  และในตอนเมื่อคืนนี้ ทางรายการก็บอกเองว่าไม่ได้ต้องการให้เห็นดีเห็นงามกับศัลยกรรม  เหรียญมีสองด้านและเขาแค่อยากนำเสนอทั้งสองด้าน  อีกทั้งตอนท้ายรายการเอง ก็ได้ชี้แนะว่า ผู้หญิงสวยได้ด้วยการแต่งหน้าแต่งตัว  ไม่จำเป็นต้องพึ่งมีดหมอเสมอไป…

..
ส่วนตัวแล้ว เราชอบความคิดของคุณนกกี้ในแง่ที่ว่า เมื่อเธอสวยขึ้น แฟนเธอกลับมาขอคืนดี แต่เธอกลับปฎิเสธ ..  ไม่เหมือนใน mv คนไม่สวยผิดเสมอ..   จริงอยู่ที่ว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากสวยขึ้นมันเหมือนกัน แต่ตอนจบไม่เหมือนกัน…

เราเองก็พอเข้าใจนะว่าเพราะอะไร ผู้หญิงหลายคนถึงอยากทำศัลยกรรม  เพราะเราเองก็เคยอยู่ในภาวะคนไม่สวยผิดเสมอ..  แต่ไม่ใช่เรื่องความรักหรอกนะ … มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ  ในการทำกิจกรรมกลุ่มน่ะ…  เช่นว่า ให้เลือกชื่อดอกไม้ประจำกลุ่ม..  เราเลือกและให้เหตุผลในความหมายของชื่อ และสัญลักษณ์ที่ดอกไม้นั้นเป็น…  แต่อีกคนหนึ่ง (ซึ่งเป็นสาวสวยหุ่นดี มีดีกรีเป็นนางแบบสมัครเล่น) ก็เลือกด้วยเหตุผลว่าเขาชอบดอกไม้ชนิดนี้ เพราะมันสวยดี…  ปรากฎว่า ผลโหวตดอกไม้สวยชนะ ด้วยคะแนนเสียงของผู้ชายทุกคนในกลุ่ม  (และบังเอิญว่ากลุ่มนี้มีผู้หญิงแค่สองคน เขาก็เลยให้ผู้หญิงสองคนเป็นคนคิดว่าจะใช้ดอกไม้อะไรประจำกลุ่ม)  …
เราเจอเรื่องอะไรทำนองนี้บ่อยมากๆ …  และเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกลียดผู้ชาย…
แต่..  เราก็ไม่คิดจะทำศัลยกรรมนะ  แม้กระทั่งแต่งหน้าแต่งตัวก็เคยรังเกียจที่จะทำไปช่วงหนึ่ง (แต่หลังๆ ต้องแต่งหน้าบ้างเพราะจำเป็นต่อหน้าที่การงาน) ..  ทำไมเราต้องทำตัวสวยเพื่อล่อผู้ชายที่น่ารังเกียจเหล่านั้นด้วย…

เหตุล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อน มันทำให้อาการเกลียดผู้ชายกำเริบอีกแล้ว…
ไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงอีก 4 คน  ซึ่งแต่ละคนสวยปิ๊งคนละสไตล์กัน แต่เราเป็นสไตล์ nerd + geek
ไปกิจกรรมของกลุ่มธุรกิจ  ก็มีคนที่ไม่รู้จัก และไปทำความรู้จักกันบ้าง..
แต่.. มันเป็นอะไรที่น่ารังเกียจมากๆ   ซึ่งเราตั้งชื่อให้ผู้ชายคนนี้เลยว่า นายหน้าหม้อ  มารยาททราม…

ผู้หญิงนั่งกันอยู่ 5 คน เขาเดินเข้ามาทักทาย ชวนคุย ถามชื่อทุกคนยกเว้นเรา…  แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นญาติเราและเขาก็พยายามแนะนำตัวเรา พยายามดึงเราเข้าประเด็นที่เขาชวนคุย แต่เขาก็ไม่ได้สนใจรับรู้อะไร  ทำเหมือนกับเราเป็นอากาศธาตุ…  โชคดีอย่างที่ผู้ชายคนนี้หน้าตาไม่จัดว่าดี แม้ว่าจะใส่แว่นตาดำแล้วก็ตาม เราก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร ณ ตอนนั้นมากนัก.. แต่มันมีเหตุหลังจากนั้น..

งานกลางคืน มีกิจกรรมให้ขึ้นไปร้องเพลง เขาก็มาหม้อกับสาวๆ กลุ่มเราให้ช่วยขึ้นไปเป็น dancer  พวกเราก็เฮฮาตามเรื่อง แต่พออยู่บนเวที มีจังหวะที่เข้ามาเต้นใกล้ๆ  แต่คงเพราะไฟมันมืด  + (นายหน้าหม้อ) ใส่แว่นตาดำ ก็คงไม่รู้ว่าใครอยู่ใกล้เขา แต่ขอมือไวก่อน มีเอามือมาโอบเอว …  ซึ่งเราเกลียดมากๆ  พวกฉวยโอกาส  ..
พอลงจากเวที เราไม่พูดอะไรเลย..  พอเขามาขอเบอร์กับ facebook ของพวกเพื่อนเรา  เราก็รู้ว่าเขาไม่ขอเราแน่ๆ  เราก็ลุกเดินหนีไปเข้าห้องน้ำโดยไม่บอกเพื่อนๆ เลย …

รู้สึกแย่มากๆ  โอเค เราไม่ได้หน้าตาดี  เกิดมาไม่สวย ใส่แว่นอีกต่างหาก แต่.. โดยมารยาทแล้วไม่ควรทำอย่างนี้กับเรา  อย่างรังเกียจมากๆ
สำหรับผู้ชายแบบนี้ เราไม่คิดที่จะไปทำตัวสวยเรียกร้องความสนใจหรอก  แต่เราจะทำตัวเราให้เก่งกว่าเขา (ซึ่งก็ง่ายมากๆ  เพราะผู้ชายแบบนี้มักจะบ่มิไก๊  คิดว่าตัวเองเจ๋งเก่ง แต่สุดท้ายก็โง่งีเง่า) ..

สำหรับเราแล้ว ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่เราจะต้องไปทำศัลยกรรม แต่งหน้าแต่งตา แต่งตัวให้ดูดีเพื่อไปสนองตัณหาผู้ชาย hears here อย่างนั้น…
พอเราเจอผู้ชายเลวๆ แบบนี้ เราจะรู้สึกโกรธ และต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่าเขา โดยเฉพาะในเรื่องการงานที่เขาถนัด …

โชคดีที่เราเป็นประเภท เจอผู้ชายที่ตัดสินเราที่หน้าตา แล้วเราก็โยนความผิดให้ผู้ชายว่า มันเลว มันงี่เง่า ..  เราก็เลยไม่เลือกทางศัลยกรรม  …  แต่ก็โชคร้ายที่มันทำให้เรากลายเป็นพวกเกลียดผู้ชาย และกลายเป็นว่าเรามองผู้ชายที่เป็นคนดีน่าคบหา มีแค่ไม่กี่คน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเกย์….

ฉะนั้นแล้วอย่าแปลกใจ ถ้าเวลาใครพูดถึงศัลยกรรม หรือขอคำแนะนำไปทำศัลยกรรม เราจะไม่เห็นด้วย … ใครอยากทำก็ทำไปเถอะ  เราเข้าใจว่าเขาทำไปเพราะอะไร  แต่ถ้าถามเรา เราไม่แนะนำ…  เว้นเสียแต่ว่า พวกที่เสียโฉมด้วยอุบัติเหตุ หรือ จำเป็นต้องทำเพื่อการเข้าสังคม หรือหน้าที่การงาน ที่การแต่งหน้าแต่งตัวไม่อาจช่วยอะไรได้…
แต่ก่อนจะทำก็ขอให้ศึกษาข้อมูลความเสี่ยง และขอให้คิดสักนิดว่า ถ้าเกิด worst case แล้ว จะรับได้ไหม จะอยู่กับมันได้ไหม  และให้คิดเสมอว่าทำแล้วมันย้อนกลับไม่ได้นะ   ไม่มีทางที่จะได้หน้าเดิมกลับมานะ
หน้าคนก็เหมือนรูปหล่อปูนที่แห้งสนิทแล้ว  ไปขัดไปเกลา แต่งเติมได้ แต่ถ้าพลาด โป๊วปูนกลับไปใหม่ยังไงก็ไม่ได้เหมือนเดิม  แม้จะทาสีทับแล้วก็ตาม…

คิดดีๆ ก่อนตัดสินใจ