« »

Monodrama บำบัดแค้น

by Ren

ตั้งชื่อแซวละครบริษัทบำบัดแค้น..  แบบว่าชอบชื่อละครเรื่องนี้มาก แต่พออ่านเรื่องย่อแล้วผิดคาด และผิดหวังอย่างแรง..  อารมณ์สะสมความแค้นมาแต่ปางสวรรค์เบี่ยง แล้วยังระบายไม่สะใจ ต้องไปผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้ามาระบายต่ออีก..  ไม่ค่อยชอบลักษณะความแค้นและการแก้แค้นแบบนี้เท่าไร..  จริงๆ คาดหวังเรื่องจะเป็นแนวๆ การ์ตูนเรื่อง Hell Girl 地獄少女 (Jigoku Shōjo) – สัญญามรณะ ธิดาอเวจี แต่ว่ามันไม่ใช่อ่ะกิ๊ป มันไม่ใช่..

เอาวุ้ย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองเขียนละครสั้นๆ บำบัดแค้นแบบที่เราคิดหน่อยดีกว่า..

ชื่อเรื่องว่า Monodrama บำบัดแค้น ตอน การแก้แค้นที่ดีที่สุด :p

..

เธอยืนอยู่บนสะพานที่สูงเหนือผิวน้ำ  ข้างหลังเธอมีรถยนต์ มอเตอร์ไซค์วิ่งสวนไปมา แต่ก็ไม่ได้มีใครใส่ใจกับเธอมากนัก  ไม่แปลกอะไรนี่ ที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่ง มายืนมองชมวิวที่สะพานข้ามแม่น้ำใหญ่ที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดเมื่อยามพระอาทิตย์จะลับฟ้า หากแต่ว่า สายตาของเธอ ไม่ได้จ้องมองขึ้นไปดูท้องฟ้าเลย  หากแต่มองลงเบื้องล่าง มองลงไปในแม่น้ำ ราวกับอยากรู้ว่า แม่น้ำแห่งนี้มีความลึกขนาดไหนกันนะ

แล้วเธอก็เห็นคนคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคย..

“หายไปนานเลยนะ ทำไมเพิ่งโผล่มาตอนนี้ล่ะ”  ประโยคแรกที่เธอทักทายคนที่เธอคุ้นเคย

“ฉันก็อยู่กับเธอมาตลอด เพียงแต่เธอไม่เคยเห็นฉันเลยในช่วงเวลาที่เธอตาบอด”

“ใช่สิ  ฉันมันทั้งตาบอด ทั้งโง่ ทั้งงี่เง่า รู้ทั้งรู้ก็ยังโดนเขาหลอกปั่นหัว  ฉันไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเลย” เธอตัดพ้อ

“แล้วไง  เธอจะกระโดดลงไปหรือ?  จะตายเพื่อคนแบบนั้นหรือ  ชีวิตเธอมีค่าแค่เพียงคนพรรค์นั้นหรือ”

“ไม่รู้สิ  ฉันรู้แต่ว่าฉันโกรธ  และฉันก็เกลียดเขาทั้งคู่มากๆ  แต่ฉันก็ไม่อยากตายโดยที่ไม่ได้ทำอะไร”

“แล้วเธอจะทำอะไร  จะแก้แค้นงั้นหรือ? ถามหน่อยเถอะว่า เขาทำอะไรที่เป็นการทำร้ายเธอหรือ?”

เธอเงียบไปสักพัก  เงยหน้าขึ้นมา เพียงไม่ให้น้ำตาที่เอ่ออยู่ที่เบ้าตาต้องหล่นลงมา  เธอกลั้นหายใจสักพักหนึ่ง แล้วค่อยพูดว่า
“ฉันไม่ได้คิดแก้แค้นผู้ชายคนนั้น  สิ่งที่เขาทำ มันไม่ใช่ความผิดเลวร้ายอะไร  ฉันแค่หวังดีกับเขามากเกินไป  ให้ความช่วยเหลือเขามากเกินไป แต่มันก็เหมือนไม่มีค่าอะไรในสายตาเขา  แต่สำหรับผู้หญิงคนนั้น ฉันโกรธเขา  ฉันโกรธที่เขามาทำเป็นหวังดี ทำเป็นเข้าอกเข้าใจ แต่แท้จริงเขาสร้างคำโกหกคำโต ที่ทำให้ฉันเข้าใจผิดกับผู้ชายคนนั้น ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาต้องทำอย่างนี้กับฉันด้วย”

“เธอก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่ว่า เจ้าหล่อนทำไปทำไม”

“ฉันเกลียดผู้หญิงคนนั้นมาก ทั้งๆ ที่เขารู้ว่า ฉันประสบเหตุอะไรมา เขาก็ยังทำซ้ำกับบาดแผลที่เจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก”

“แล้วยังไง?  เธอเกลียดเจ้าหล่อน แล้วเธอจะทำอะไรได้”

“ฉันมีหลักฐานการโกหกคำโตของเขา ฉันจะส่งให้ผู้ชายคนนั้นดู”

“แล้วเธอคิดว่าเขาจะเชื่อเธอหรือ?  แค่คำพูดโกหกของเจ้าหล่อนไม่กี่คำ ผู้ชายคนนั้นก็ยังเชื่อหล่อนซะขนาดนั้น เธอรู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง”

เธอเงียบ
“แต่อย่างน้อย ฉันก็อยากให้ผู้ชายคนนั้นรู้ว่า เจ้าหล่อนไม่ใช่คนดีอย่างที่เจ้าหล่อนวางภาพไว้นะ ฉันอยากให้เขาระวังตัว”

“เพื่ออะไรล่ะ และฉันขอถามหน่อยเถอะนะว่า แม้ว่าเธอจะหวังดีกับผู้ชายคนนั้นขนาดไหน  จะช่วยเหลือผู้ชายคนนั้นมามากขนาดไหน แต่ผู้ชายคนนั้นเขาไม่เคยมีความหวังดีใดๆ ให้เธอเลย  แม้แต่คำว่าเพื่อนก็ยังไม่มีให้เธอเลย แล้วเธอยังคิดจะส่งความหวังดีไปให้เขาต่ออีกหรือ  ทั้งที่จริงเธอควรจะโกรธเกลียดผู้ชายคนนี้ด้วยซ้ำ เธอนี่มันตาบอดเสียจริง ขนาดนี้แล้วยังจะหวังดีกับคนพรรค์นั้นอีก”

เธอยกมือขึ้นปิดหน้า แล้วเงียบไปอีกพักใหญ่
“แล้วฉันควรทำยังไงดี  ฉันโกรธ ฉันเกลียดเขาทั้งคู่ ฉันจะแก้แค้นพวกเขายังไงดี”

“แก้แค้นหรือ?”

“ใช่สิ  ไม่งั้นฉันก็ไม่สามารถลบความโกรธในใจฉันได้หรอก  ฉันต้องตอบแทนสิ่งที่เขาทำกับฉันให้สาสม” แววตาเธอดูดุขี้นมาทันที

“แล้วเธอจะทำยังไง  ใช้อำนาจที่เธอมีแต่ไม่เคยใช้มันน่ะหรือ  ทั้งๆ ที่เธอรังเกียจการอำนาจแบบนี้  เธอจะยอมทำสิ่งที่เธอรังเกียจเพียงเพื่อการแก้แค้นง้นหรือ?”

“ฉันไม่สนหรอก เดี๋ยวนี้ ใครๆ ก็ใช้อำนาจนี้กันทั้งนั้น ฉันจะใช้อีกสักคนก็ไม่เห็นเป็นไร  ไม่ใช่อะไรที่ผิดปกติของสังคมนีี่ อำนาจนี้จะทำให้ฉันสามารถทำลายทุกสิ่งที่เขาทั้งคู่พยายามจะสร้างขึ้นมา ฉันจะดับฝันของเขา นี่แหละคือวิธีการแก้แค้นที่ดีที่สุด”

“ใช่หรือ?  ถึงเธอจะทำลายสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา แต่เขาก็อาจจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ แล้วเธอก็จะเฝ้าทำลายไปเรื่อยๆ งั้นหรือ? และถามหน่อยเถอะนะว่า การทำลายของเธอน่ะ มีผลแค่เพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นหรือ  เธอจะดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยให้เขาต้องมารับทุกข์ทรมานด้วยงั้นหรือ?  เธอจะสร้างความแค้นทบกันไปทบกันมางั้นหรือ?  นี่ไม่ใช่การแก้แค้นที่ดีที่สุดหรอก”

“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง  ฉันอยากให้เขารับรู้ความเจ็บปวดที่เขาทำไว้กับฉันบ้าง”

“เธอรู้ไหมว่าการแก้แค้นที่ดีที่สุดคืออะไร?”

“คืออะไร?”

“เธอต้องปล่อยเขาไป”

“อะไรนะ! ปล่อยเขาไปหรือ?”

“ใช่ ปล่อยเขาไป ในเมื่อเธอรู้ข้อเลวร้ายของเจ้าหล่อน แต่ผู้ชายคนนั้นไม่รู้  และเธอรู้ข้อเสียที่ร้ายแรงที่สุดของผู้ชายคนนั้น แต่เจ้าหล่อนไม่รู้  ไม่คิดบ้างหรือว่า การที่เราปล่อยเขา  ปล่อยให้เขาทั้งคู่ได้เผชิญกับความเลวร้ายของกันและกัน โดยที่เธอไม่ต้องทำอะไร และไม่มีคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาเดือดร้อนด้วย นี่ไม่ใช่การแก้แค้นที่ดีที่สุดหรอกหรือ?”

“แต่ว่า..”

“แต่ว่าก็ใช่ว่าเธอจะอยู่เฉยๆ นะ  อย่าลืมสิว่าเธอเองก็มีความฝัน ที่มันเกือบพังเพราะคนพรรค์นั้น  ทำมันขึ้นมาใหม่สิ  ไม่ต้องสนใจคำกระทบกระทั่งที่เจ้าหล่อนพยายามกรอกหู  ยิ่งเธอหงุดหงิดไปกับมัน ก็ยิ่งเข้าทางเจ้าหล่อน ปล่อยเขาทั้งคู่ไปซะ  อย่าให้คนพรรค์นั้นมาทำลายชีวิตของเธอ เอาอำนาจที่เธอมี ไปใช้ในทางที่ถูกที่ควรดีกว่าที่จะไปใช้กับคนพรรค์นั้น  เธอลืมไปแล้วหรือว่าเธอมีความฝันว่าอะไร”

“แต่ฉันไม่มั่นใจว่า ฉันจะทำมันได้ไหม  แล้วฉันจะทำสำเร็จไหม  แล้วถ้าไม่สำเร็จขึ้นมาล่ะ ไม่เท่ากับว่าฉันแพ้หรือ?”

“เธอจะแพ้อะไร?  ฝันของเธอไม่ใช่การแข่งขัน  จำไม่ได้แล้วหรือว่า ตอนนั้นเธอตั้งใจไว้ว่าอะไร  แล้วความสนุกของการฝันมันอยู่ที่ไหน ลืมไปแล้วหรือ?  ที่ผ่านมา เธอก็ไม่เคยมั่นใจว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ แต่เธอก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำ  เพราะอะไร? ไม่ใช่เพราะเธอสนุกกับการวิ่งไล่จับกับความฝันหรอกหรือ”

“จริงสินะ  ครั้งนั้นฉันสนุกกับมันมาก  และฉันก็ทุ่มเทกับมันมาก จนกระทั่ง.. “

“ปล่อยพวกเขาไปซะ  แล้วใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ อยู่กับสิ่งที่เธอมีความสุขที่สุด  อย่าให้พวกเขาเข้ามามีอิทธิพลใดๆ ต่อการใช้ชีวิตของเธอนับจากนี้ ให้เขารู้ว่าเขาทำร้ายอะไรเธอไม่ได้”

“นั่นสินะ ” แล้วเธอก็เงียบ ไม่มีใครพูดอะไรอีก  จนอาทิตย์ลับขอบฟ้า เบื้องหน้าเธอคือเงาจันทร์ที่สะท้อนผืนน้ำ  คนที่เธอคุ้นเคยได้หายไปแล้ว

เธอหลับตาลง  แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะพูดว่า

“ฉันตัดสินใจล่ะ”

One Response to “Monodrama บำบัดแค้น”

  1. Garfield Says:

    ดีใจด้วยที่ตัดสินใจได้…

    เห็นชื่อคนโพสต์แล้ว เหมือนนึกอะไรได้ตงิดๆ
    ว่ามีอะไรให้ทวงอยู่สักอย่างแฮะ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: