« »

Monodrama บำบัดแค้น #2

by Ren

monodrama (n.) a drama acted or designed to be acted by a single person.

Monodrama หมายถึงละครหรือการแสดงที่แสดงโดยนักแสดงเพียงคนเดียว  ซึ่งการแสดงลักษณะนี้ จะต้องอาศัยฝีมือของนักแสดงในการดึงดูดผู้ชม และการเขียนบทที่กระชับ ที่ทำให้คนคนเดียวสามารถเล่าเรื่องทั้งหมดได้โดยที่ไม่น่่าเบื่อ..

สำหรับ Monodrama บำบัดแค้น เป็นการทดลองเขียนเรื่องเขียนบทเล่าเรื่องราวต่างๆ โดยมี Theme ที่คำว่า “แค้น”  ซึ่งไอเดียชีื่อก็เคยบอกไปแล้วว่าได้มาจากชื่อละครที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ “บริษัทบำบัดแค้น” แต่ในส่วนของเนื้อเรื่องหรือเรื่องราวต่างๆ นั้น เป็นเพียงเรื่องแต่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับละครบริษัทบำบัดแค้นสักเท่าไร และไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือสถานที่ใดๆ ในชีวิตจริง..

แม้ว่าเราจะเคยเล่าให้ฟังว่า ในชั้นเรียนเขียนบท อาจารย์เคยพูดไว้ว่า ภาพยนตร์ ละคร นิยายต่างๆ บนโลกใบนี้ ล้วนสร้างขึ้นจากชีวิตจริงทั้งนั้น แต่ถูกปรุงเสริมแต่งให้มีความบันเทิงมากขึ้น.. แต่คำว่า “ชีวิตจริง” ที่อาจารย์พูดไว้นั้น ไม่ได้หมายถึงแต่เพียงชีวิตของผู้แต่งเท่านั้น  หากแต่ยังหมายถึงชีวิตของทุกๆ คนบนโลก ที่ผู้แต่งได้ประสบพบเจอในรูปแบบต่างๆ และเก็บเกียวเรื่องราวเหล่านั้นมาเล่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวละครตัวหนึ่งอาจจะไม่ได้เกิดชึ้นกับคนเพียงคนเดียวก็ได้ อาจจะเป็นประสบการณ์ของคนหลายคน ที่มาเล่าผ่านตัวละครเพียงคนเดียวก็เป็นได้  ฉะนั้น ตัวละครตัวนั้นจึงดูเสมือนมีชีวิตจริง มีตัวตนจริง หากแต่เท้จริงแล้ว ไม่มีบุคคลที่เป็นตัวละครนั้นอยู่บนโลกใบนี้  ฉะนั้น จะบอกว่าเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องจริง ก็ไม่ถูกต้อง 100% นัก

เรื่องราวใน monodrama บำบัดแค้นก็เช่นกัน..  เป็นเพียงเรื่องแต่งที่ต่อยอดมาจากประสบการณ์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าว หนังสือพิมพ์ เรื่องเล่า ละคร นิยาย การ์ตูน รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต..  ได้ถูกมาผสมปรุงแต่ง เพื่อเป็นงานทดลองเขียนบทละครเดี่ยวเท่านั้น  ฉะนั้น monodrama บำบัดแค้น จึงเป็นเพียงเรื่องแต่งเท่านั้น..  หากเผอิญไปพ้องหรือใกล้เคียงกับเรื่องราวของใคร หรือสถานที่ใดๆ ก็เป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนามิชอบใดๆ ทั้งสิ้น..

สำหรับ monodrama บำบัดแค้น #2 นี้ ขอใช้ชื่อตอนว่า “หนี้แค้น”

สำหรับตอนหนี้แค้นนี้ขอให้มองภาพเป็นเสมือนละครเวที..  ก็ไม่แน่ใจว่ารูปแบบการเขียนบทแบบละครเวทีเขาวางรูปแบบกันยังไง  ตอนนี้ขอเขียนไปในลักษณะกึ่งๆ บรรยายไปเรื่อยๆ ก่อนแล้วกัน.. :p

Monodrama บำบัดแค้น ตอน “หนี้แค้น”

(เสียงสัญญาณม่านเปิดดัง ไฟในโรงละครดับมืดหมด รวมถึงไฟบนเวทีด้วย ตามมาด้วยเสียงพูดบนเวทีที่มืดสนิท)

“หมอเสียใจด้วยครับ หากแม่คุณได้รับการผ่าตัดเร็วกว่านี้สักเดือน ก็คงมีโอกาสรอด”

(ไฟบนเวทีส่องจากข้างบนมาแค่ดวงเดียว ให้เห็นชายคนหนึ่ง ค่อยๆ ทรุดนั่งลงกับพื้น หันหลังให้คนดู มีเพียงแต่เสืยงสะอื้น จากนั้นไฟบนเวทีค่อยๆ สว่างขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นฉากเป็นหน้าห้องผ่าตัด ที่สัญญาณไฟผ่าตัดดับวูบไปสักพักใหญ่แล้ว บนผนังมีนาฬิกา บอกเวลา 1 : 13 AM)

ชายคนเดียวที่อยู่กลางเวทีลุกขึ้น พยายามระงับเสียงสะอื้นของเขา  เขาเดินไปที่เครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่อยู่บริเวณนั้น ยกหูโทรศัพท์ หยอดเหรียญ แล้วกดหมายเลข..  รอสักพักจนอีกฝ่ายรับสาย

“นี่กูเอง”

“เออ กูรู้ว่าดึกแล้ว  กูแค่จะโทรมาบอกว่า แม่กูเสียแล้วนะ”

“มึงบอกกูได้ไหมว่ามึงหายไปไหนมา 1 เดือน”

“ไม่เกี่ยวกับกูยังไง  มึงเอาเงินกูไปแล้วคืนให้กูช้ากว่าที่ตกลงไว้เป็นเดือนๆ  มึงก็รู้ว่าเงินก้อนนั้นสำคัญกับกูขนาดไหน”

“เออ มึงคืนน่ะใช่ แต่มึงคืนกูช้าไปเป็นเดือน  มึงเข้าใจไหม  กูบอกมึงแต่ต้นแล้วว่า เงินก้อนนี้กูจะต้องไว้จ่ายค่าผ่าตัดแม่กู แต่มึงก็ดึงดันจะยืมไปแต่ง statement เหี้ยๆ ของมึง  มึงรับปากอย่างดีว่ามึงจะเอาไปแค่ 2 อาทิตย์ แล้วจะคืนให้ก่อนกำหนดวางเงินค่าผ่าตัดแม่กู แต่มึงแม่งเสือกหายตัวไป..”

“เออ แม่กูได้ผ่าน่ะใช่ แต่ช้าไปเป็นเดือน มันสายเกินไป”

“อะไรนะ  นี่มึงพูดหมาๆ อย่างนี้ได้ยังไง มึงจะบอกว่าแม่กูอ่อนแองั้นหรือ  ผ่าเร็วผ่าช้าก็ไม่ต่างกันหรือ  มึงรู้ไหมมึงพูดอะไรอยู่”

“ไม่ได้  มึงต้องบอกกูมาเดี๋ยวนี้ว่ามึงหายไปไหนมา 1 เดือน  มึงต้องบอกมา!  … ฮัลโหล ฮัลโหล..  โธ่เว้ย!!”

เขากระแทกหูโทรศัพท์อย่างแรงด้วยความโกรธ  มือเขากำหมัดแน่น

“มึงจะเล่นอย่างนี้กับกูใช่ไหม”

เขาพูดทิ้งท้ายกับเครื่องโทรศัพท์ แล้วก็เดินจากไป..

(ไฟบนเวทีค่อยๆ ดำมืดลง  มีเสียงคล้ายๆ กับเสียงของในลิ้นชักที่ถูกรื้อ ตามด้วยเสียงกระทบของโลหะ แล้วก็เงียบไปอีกครั้ง สักพัก ไฟบนเวทีค่อยๆ สว่างขึ้น ฉากเป็นหน้าประตูห้องพักอพาร์ตเมนต์ ที่มีหน้าต่างอยู่ข้างหน้า)

ชายคนหนึ่งสวมเสื้อแจ็คเกตแบบมีหมวก เดินมาที่หน้าประตู  มือขวาเขาเหมือนกำอะไรอยู่ และซุกอยู่ภายใต้เสื้อแจ็คเกต  เขาทุกประตูห้องพักห้องหนึ่ง ทุบไปเรื่อยจนเจ้าของห้องมาเปิดประตู  ทันทีที่ได้ยินเสียงกลอนประตูถูกปลดล็อค ชายคนนั้นก็ถีบประตูเข้าไปเต็มแรง!  เสียงหมัด เสียงเท้้า ที่ทั้งเตะ ทั้งกระทืบดังไม่หยุด ตามด้วยเสียงล้มลุกคลุกคลานของคนที่เข้าต่อสู้ตะลุมบอนกัน   ที่หน้าต่าง เห็นเป็นภาพเงาของชายคนหนึ่ง จับคอเสื้อผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ทรุดอยู่เบื้องหน้าเขา

“มึงจะบอกกูไหมว่ามึงหายไปไหนมาเป็นเดือน!”

ภาพเงาแสดงให้เห็นว่า ชายคนที่จับคอเสื้อ ฟาดหน้าคนที่อยู่ต่ำกว่าเขาอย่างแรง

“ไอ้สัตว์ มึงจะไม่พูดใช่ไหม  ได้ งั้นมึงเตรียมจ่ายดอกเบื้ย 1 เดือนที่มึงเอาไปได้เลย !”

เขาล้วงเข้าไปหยิบวัตถุรูปร่างคล้ายตัว L ใหญ่มาจ่อหัวคนที่อยู่เบื้องล่าง

“มึงจ่ายมา ดอกเบี้ยที่มีค่าเท่ากับชีวิตแม่กู!”

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากข้างหลัง

“อย่าทำอะไรลูกฉันนะ! “

เขาชะงัก  คนที่อยู่เบื้องล่างได้โอกาส คว้ามือที่ถือปืนนั้นไว้ เขาไม่ยอม เกิดการแย่งปืนกันชุลมุน  แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น

เปรี้ยง!

(ไฟบนเวทีค่อยๆ ดับมืดลง พร้อมกับเสียงสัญญาณของรถพยาบาลที่ดังขึ้นมาเรื่อยๆ  แล้วก็ค่อยแผ่วจากไป )

(เสียงประตูเปิดนำ แสงบนเวทีสว่างขึ้น  ฉากเป็นห้องไอซียู ที่เตียงคนไข้มีผ้าม่านล้อมรอบ  มีเงาให้เห็นลางๆ ว่ามีคนคนหนึ่งนั่งเฝ้าคนไข้อยู่ในห้องผ้าม่านนั้น )

เขาเดินมาที่ห้องผ้าม่าน เอื้อมมือจะไปเปิดผ้าม่าน แต่ก็ชะงักไว้..

“กูมาขอบใจ ที่มึงบอกตำรวจไปว่าทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ”

เขาเงียบสักพัก ไม่มีเสียงตอบใดๆ จากคนในห้องผ้าม่าน

“แล้ว..  กูอยากบอกว่า กูขอโทษเรื่องแม่มึงด้วย  กูไม่ได้ตั้งใจ”

เขายืนก้มหน้า สำนึกผิด..  แล้วก็มีเสียงตอบจากห้องผ่าม่านนั้นว่า

“กูก็เหมือนกัน”

ทุกอย่างเข้าสู่ความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ดังตามจังหวะการหายใจและการเต้นของหัวใจ… แล้วทุกอย่างบนเวทีก็ค่อยๆ มืดลง

One Response to “Monodrama บำบัดแค้น #2”

  1. rushey Says:

    น่าสนใจ…less is more ใช้ได้ดีกับการเขียนของนุช
    แต่…อยากรู้รายละเอียดบางอย่างเหมือนกัน เช่น สรุปแล้วทำไมเพื่อนถึงคืนเงินช้า(เอาไปรักษาแม่หรือยังไง)
    โดยรวมทำได้น่าติดตาม
    format การเขียนไม่ผิด ไม่ขัดอะไรนะ
    อ่านเรื่องแค้นๆแล้วนึกถึงไตรภาค oldboy จัง
    พยายามต่อไปนะ :whistle:

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: