« »

เรื่องช่างๆ

by nuch

เรื่องมันมีอยู่ว่า..

โต๊ะทำงานของป๊ะป๋า มันเสื่อมสภาพตามอายุขัย และพอดีว่าโต๊ะทำงานชุดนี้มันมีรับประกันซ่อมสินค้าตลอดชีพ..  อีกทั้งพ่อเองก็ชอบโต๊ะตัวนี้มากจนไม่อยากเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานแบบอื่นๆ แต่ว่า.. หน้าโต๊ะมันเจอรอยขูดขีดจนยับเยิน  แล้วมันดูไม่ดีเวลามีลูกค้ามาพบ.. ก็เลยมีการติดต่อกับบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อขอใช้สิทธิซ่อมบำรุงสินค้า

ตอนที่โทรติดต่อ คุณพนักงานบริษัทเฟอร์นิเจอร์ก็ขอให้เราระบุเลขรุ่นโต๊ะมา เขาจะได้เช็ดดูได้ว่าเขามีอะไหล่ไหม  แต่ทว่า โต๊ะมันเก่ามากๆ ไม่มีใครจำเลขรุ่นได้  พนักงานก็บอกให้ไปดูที่ขอบโต๊ะ หรือใต้แผ่นท็อปโต๊ะสิ  ก็ไปดูกันแล้ว ก็ไม่เห็น
พนักงานก็ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีระบุเลขรุ่น  ไม่งั้นแสดงว่าโต๊ะตัวนี้ต้องเก่ามากๆ
ทางฝ่ายเราก็ตอบไปว่า ใช่ค่ะ เก่ามากๆ  ที่แน่ๆ คืออายุมากกว่า 15 ปีแน่ๆ
พนักงานบริษัทเฟอร์นิเจอร์ก็อุทานทันทีว่า
“โห ถ้าลูกค้าบริษัทเราเป็นแบบคุณทั้งหมดนี่ บริษัทเราเจ๊งแน่ๆ ค่ะ”

-__-‘
แหม..  ก็โต๊ะรุ่นใหม่ๆ ของบริษัทคุณพี่มันไม่มีอะไรที่โดนใจเลยนี่คะ ก็เลยไม่ได้เปลี่ยนใหม่สักที  (อยากตอบแบบนี้มาก แต่ความเป็นจริงได้แค่หัวเราะแหะแหะ)

ก็เพราะว่าโต๊ะมันเก่าเกิน 10 ปี ทางนั้นก็ไม่มีอะไหล่ของสินค้ารุ่นนี้  เขาก็พยายามหาอะไหล่ของสินค้ารุ่นอื่นๆ ที่พอจะนำมาใช้แทนกันได้ให้ แล้วก็นัดวันเวลาส่งช่างมาจัดการ..

การนัดช่างก็อีก..  มันเป็นธรรมเนียมปฎิบัติของช่างซ่อมทุกแขนงหรือเปล่า?  ที่ไม่ว่าจะนัดวันไหนไปก็ตาม ช่างจะมาสาย 1 วันเสมอ..
กระทั่งที่อเมริกาก็เป็นนะ..  เคยนัดช่างซ่อมคอม, ช่างประปา, ช่างไฟ,..  แล้วช่างทั้งหลายก็มาสาย 1 วันเป็นประจำ..
เฮ้อ. . มันคงเป็นธรรมเนียมสากลล่ะมั้งเนี่ย :(

ทีนี้วันที่ช่างเฟอร์นิเจอร์มา เขามาในเวลาที่พ่อกับพี่ชายไม่อยู่ เหลือเราอยู่คนเดียว และเราก็ไปอยู่ห้องแม่พิมพ์

ตอนที่เข้าไปที่ออฟฟิศ แล้วเจอช่างเฟอร์นิเจอร์นั้น ช่างเขาก็ทำงานเสร็จแล้ว  โดยมีพี่เสมียนช่วยดูแลให้..  พอช่างไป พี่เสมียนก็มาบ่นว่าช่างทำงานไม่ดี  ติดแผ่นหน้าโต๊ะเบี้ยวด้วย  พี่เขาก็บอกช่างแล้ว แต่ช่างว่าพี่สายตาเอียง..

เออ ลองเข้าไปเช็คงานให้พ่อหน่อยแล้วกัน..  พอเข้าไปเห็นงานติดตั้งแผ่นหน้าโต๊ะของช่างเฟอร์นิเจอร์แล้ว อึ้งเจ้าค่ะ..  แน่ใจหรือว่าเป็นช่าง..

ติดแผ่นเบี้ยวด้วย หันทิศผิดด้วย  วางระยะห่างจากขอบถึงฐานก็ผิด  ทำงานแบบนี้พ่อต้องว่าแน่ๆ

ก็ถามพี่เสมียนไปว่าทำไมไม่ให้ช่างเขาแก้งาน  พี่เค้าก็บอกว่า ก็บอกให้แก้แล้ว แต่ช่างบอกว่าเขาติดตั้งถูกต้องทุกอย่าง เขาวัดแล้ว  เขาหาว่าพี่ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้งาน.. พวกช่างก็อย่างนี้แหละ ..

.. ไม่ได้..  งานออกมาอย่างนี้พ่อไม่ยอมแน่ๆ  บอกพี่เสมียนให้โทรตามช่างกลับมาแก้งานด่วน..  ช่างเพิ่งออกไปได้ไม่นาน น่าจะกลับมาเดี๋ยวนี้ได้เลย  พี่เสมียนก็บอกว่าช่างไม่ได้ทิ้งเบอร์ไว้..  เราก็เลยให้โทรไปที่บริษัทเฟอร์นิเจอร์ แล้วบอกให้เขาติดต่อช่างกลับมา  ทำงานแบบนี้ใช้ไม่ได้

ตอนแรกก็คิดว่าจะบอกช่างยังไงให้แก้ไขงานดี เพราะขนาดพี่เสมียนพูดช่างก็ยังไม่สนเลย  ก็กะว่าจะอธิบายไปว่า แผ่นหน้าโต๊ะที่เขาติดใหม่เนี่ยมันยื่นล้ำไปทางเก้าอี้เจ้าของโต๊ะมากเกินไป ทำให้เวลาเปิดลิ้นชัก จะมองไม่เห็นของ เพราะแผ่นหน้าโต๊ะมันยื่นไปบังครึ่งหนึ่งของความยาวลิ้นชักแล้ว  และเพราะแผ่นมันล้ำไปทางเก้าอี้เจ้าของโต๊ะมาก ทำให้อีกด้านที่เป็นฝั่งของผู้มาติดต่อ เหลือขอบโต๊ะออกมาจากผนังนิดเดียว ทำให้เวลานั่งแล้วเข่าจะชนผนังโต๊ะ  ซึ่งลักษณะนี้มันผิดหลักการออกแบบเฟอร์นิเจอร์แน่นอน.. (วิชา Furniture Design ตอนเรียน ID นี่ได้ใช้คุ้มค่าหน่วยกิจเลย) และอื่นๆ อีกจิปาถะที่สามารถอธิบายได้ด้วย common sense ของคนที่สนใจงานออกแบบหรืองานช่าง
ตอนนั้นกะว่า ถ้าพูดขนาดนี้ช่างยังไม่เชื่ออีก ก็คงต้องบอกช่างแล้วล่ะว่า งานเฟอร์นิเจอร์บริษัทนี้น่ะ อาจารย์เราก็เคยออกแบบ เพื่อนเราก็เคยทำงานที่นั่น  ตอนเราเรียนเราก็เคยไปดูงานที่นั่น..  จะให้บอกว่าเราไม่รู้อะไรเลยแล้วมาเถียงไม่ได้.. :evil:

ทีนี้พอช่างมา พี่เสมียนก็มาบอกเราว่า ช่างมีบ่นว่า ทำไมไม่ให้แก้งานตั้งแต่ตอนแรก..  เราก็บอกไปว่า ให้ไปบอกช่างเลยว่า “ก็ไม่คิดว่าช่างบริษัทนี้จะทำงานแบบนี้ออกมาได้”
พี่เสมียนหัวเราะ แต่ก็ไม่รู้ได้ไปบอกหรือเปล่า สักพักพี่เขาก็มาตามเราไปคุยกับช่าง

พอไปถึง พี่เสมียนก็บอกช่างเลยว่า “นี่ไงล่ะ เจ้าของโต๊ะเขามาแล้ว” สีหน้าช่างและเสียงของช่างก็เปลี่ยนไปเลย..

เราก็บอกไปว่า ที่เขาติดน่ะมันไม่ถูกต้องนะ  แต่ยังไม่ทันได้อธิบายอะไร ช่างก็บอกว่า “ที่จริงผมก็ตะหงิดใจอยู่ว่ามันผิดนะครับ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าแบบเดิมเป็นยังไง และเขาก็ไม่บอกให้แก้ด้วย”
(คิดในใจ..  ไหงมันพูดกันคนละเรื่องเลยฟะ?)

เราก็ถามเลยว่าแล้วแก้ได้ไหม  ช่างก็บอกว่าได้ เดี๋ยวเขาไปเอาเครื่องมือลงจากรถมาก่อน …

จากนั้นเราก็ปล่อยให้ช่างทำงานไป จนกระทั่งเสร็จก็มาเช็คงาน..

โอเค รอบนี้ติดระยะห่างขอบขอบโต๊ะกับผนังถูกต้อง  แต่ว่าเรามองว่าเขาติดแผ่นเบี้ยวนะ ช่างก็บอกว่าไม่เบี้ยว (จุดที่เราสังเกตคือ ยืนอยู่มุมปลายโต๊ะ แล้วเห็นว่าเส้นขอบแผ่นหน้าโต๊ะ กับเส้นขอบล่างของผนังฐานโต๊ะมันไม่ขนานกัน)  เราก็เลยของตลับเมตรมาวัดระยะจากผนังโต๊ะถึงขอบแผ่นหน้าโต๊ะที่ด้านที่เราว่ามันเบี้ยว  ทีนี้ขอบแผ่นหน้าโต๊ะน่ะ มันเป็นโค้งมน ไม่มีสันเหลี่ยม..  ดีที่ตลับเมตรขอบสูง ก็เลยจับชนทั้งขอบโต๊ะเป็นแนวฉากแบบประมาณได้..  ซึ่งตอนแรกช่างก็จะมาแก้ให้วัดที่่ขอบโค้งช่วงที่จะเข้าเหลี่ยม  แต่ลักษณะแบบนี้มันจะเห็นขอบนี้ยากมาก ดีไม่ดีขอบโค้งลบมุมอาจจะใช้รัศมีโค้งที่มากกว่าความหนาขอบ เพื่อให้ขอบมันนูนขึ้นเล็กน้อยไว้กั้้นของกลิ้งหล่น..   เราก็เลยบอกช่างไปว่าวัดแบบที่เราทำก็ได้ผลเหมือนกัน เพราะมันเป็นลักษณะฉากชน..

แล้วผลจากการวัด  ขอบมันติดเบี้ยวไป 2 mm ..   ถ้ามันแค่ไม่ถึง 1 mm เนี่ยมันอาจจะเกิดจาการวัดพลาดก็ได้ แต่ 2 mm นี่ไม่พลาดแน่ๆ เบี้ยวเจ้าค่ะ..  ช่างก็เลยต้องแก้ไขงานให้อีกรอบ..

ตอนที่ให้ช่างแก้ไขงาน ช่างก็มีถามเราว่า เรานั่งโต๊ะนี้บ่อยหรือเปล่า  เราก็ตอบไปว่า ก็มีนั่งบ้าง..  ไม่รู้ว่าเขาถามไปเพื่ออะไร แต่พี่เสมียนมาบอกทีหลังว่า สงสัยเขาไม่เชื่อว่าเราเป็นเจ้าของโต๊ะ..  เออ ก็เป็นไปได้นะ.. พอดีช่วงนี้เริ่มลุยงานแม่พิมพ์ภาคใช้เครื่องจักร ก็เลยแต่งตัวไม่ต่างอะไรกับนายช่างในโรงงาน เขาก็เลยไม่ค่อยอยากจะเชื่อมั้งว่าคนแบบนี้จะมานั่งโต๊ะผู้บริหารได้ :whistle:

โชคดีของช่างนะที่เจอแค่เรา..  ถ้าเจอพ่อเรานี่ ช่างเฟอร์นิเจอร์กลุ่มนี้คงได้บ่นอุบแน่ๆ..  พ่อเราได้รับฉายาสายตาเลเซอร์ จากบรรดาช่างที่มาทำบ้านให้..  ช่างที่มาทำบ้านในตอนนั้นรู้กันเลยว่า จะทำอะไรต้องเนี้ยบ ต้องวัด เพราะพลาดแค่มิลเดียว หรือองศาเดียว พ่อเราก็ดูออก  ดูแบบใช้ตาเปล่า แค่เดินเข้ามา มองแล้วก็ทักให้แก้ใหม่เลย.. :D

หึ หึ อย่าประมาทสายตาคนทำ vfx กับช่างแม่พิมพ์.. :lol:

5 Responses to “เรื่องช่างๆ”

  1. กิ Says:

    ส่วนตัวเราไม่เชื่อเรื่องรับประกันตลอดชีพอยู่แล้ว ที่บ้านเคยมีปัญหาเรื่องเปิดตู้เซฟไม่ออก บริษัทก็รับประกันตลอดชีพ แต่ไม่มีอ่ะไหล่ เลยต้องเสียค่าช้างมาลองเปิดอยู่ดี ^_^

  2. simpleblob Says:

    I think you are a good writer. Keep writing, it’s an important skill that is needed in every profession.

  3. Noopook Says:

    ช่างเจอหน้านุชปุ๊บ เปลี่ยนท่าทีกับน้ำเสียงปั๊บเลย
    นุชทำหน้ายังไงเหรอตอนนั้นน่ะ

  4. nuch Says:

    เราว่า ที่เขาเปลี่ยนท่าทีน่ะ ไม่ใช่เพราะหน้าเราหรอก แต่คำพูดของพี่เสมียนที่บ้าน ที่บอกช่างว่า เราคือเจ้าของโต๊ะน่ะ..

  5. wirayuth Says:

    ถ้ายังมีใครใช้ ประกันตลอดชีำพอยู่

    ตอนนี้ผิดกฎหมายผู้บริโภคแล้วนะ ข้อหาโฆษณาเกินจริง

    หรือถ้าใช้แล้วหาอะไหล่เปลี่ยนไม่ได้ ฟ้องเอาเงินได้เลยนะเนี่ย

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: