« »

จูบ อาย หวาน ฝัน

by nuch

ฝัน หวาน อาย จูบ

ในที่สุดก็ได้ดูสักทีกับภาพยนตร์เรื่อง “ฝัน หวาน อาย จูบ” ที่เข้าฉายเมื่อช่วงต้นปีได้มั้ง แต่พลาด ไม่มีโอกาสได้ดูในโรงภาพยนตร์  แต่ก็ไม่ได้เสียดายอะไรมาก เพราะกระแสตอบรับตอนนั้นมันไปในทางที่ว่า เรารอแผ่นเถอะ..

หน้าหนังก็โปรโมทด้วยคำว่า “จากผู้สร้างและนักแสดงรักแห่งสยาม” ทำให้มีความคาดหวังในเรื่องนี้สูงมากๆ  ผลก็คือ พอเรื่องนี้ทำได้ไม่ดีแม้ครึ่งเดียวของรักแห่งสยาม มันก็กลายเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ทันที และทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า รักแห่งสยามคือความฟลุคหรือเปล่า?

ฝัน หวาน อาย จูบ เป็นภาพยนตร์ที่รวมเรื่องสั้น 4 เรื่อง โดยมีจุดร่วมอยู่ที่ Product replacement ที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของเรื่องนี้ พอดีว่า ไม่ได้ชอบผลิตภัณฑ์นี้เท่าไร อีกทั้งมีความเชื่อว่า ทานมากๆ แล้วจะพิการทางสมอง..  พอได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบยิ่งตอกย้ำความเชื่อหนักกว่าเดิม..

ลำดับของเรื่อง ไม่ได้เรียงตามชื่อหนัง  แต่จะเรียงย้อนหลังแทนคือ จูบ อาย หวาน ฝัน ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เรียงตามชื่อหนังนะ..

คำเตือน : บรรทัดถัดจากนี้ จะมีการสปอยล์เนื้อเรื่องหนัง  หากใครไม่ต้องการถูกสปอยล์ก่อนได้ชม ก็ขอความกรุณาหยุดอ่าน และไปหาแผ่นเรื่องนี้มาชมก่อนที่จะอ่านต่อไป

จูบ
เรื่องของคู่รักคู่หนึ่ง ที่เผชิญปัญหามือที่สามที่ชอบแย่งจูบของแฟนคนอื่น..
แรกเริ่มที่อ่านพล็อตเรื่อง ก็รู้เลยว่า เรื่องจูบจะเป็นเรื่องที่เราไม่ชอบมากที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้  เพราะไม่ชอบเนื้อเรื่องแบบนี้  และไม่ชอบมาริโอ้อยู่แล้วด้วย (ไม่ชอบตั้งแต่แรกเห็นในรักแห่งสยามแล้วล่ะ รู้สึกว่าเขาเล่นไม่ดีเท่าไร พอเป็นเรื่องเฟรนด์ชิพ ก็ฝีมือการแสดงแย่หนักกว่าเดิมอีก) พอได้ดู ก็ยิ่งตอบได้อย่างมั่นใจเลยว่า ไม่ชอบเรื่องนี้ สไตล์การเล่าเรื่อง มันเป็นสไตล์ที่เราไม่ค่อยชอบด้วยแหละ  คนอื่นอาจจะดูแล้วขำนะ แต่เรากลับดูแล้ว หงุดหงิด  คงเพราะไม่ชอบบุคคลิกของตัวละครในเรื่องทุกคนเลย..  แปร่งๆ แปลกๆ แม้ว่าเรื่องจะสื่อว่า เมื่อมีมือที่สามเข้ามาแย่งผู้หญิง ผู้ชายจะแสดงออกทางความรักมากขึ้น..  แต่ว่า เรากลับมองว่า มันคือความรัก หรือ หมาหวงก้างกันแน่..
แล้วจุดวิกฤติของเรื่อง คือมุข “เห็นหมีไหม” เป็นอะไรที่ชวนให้หงุดหงิดเล็กๆ กับการเล่นมุขแบบนี้ในหนัง แถมยังเป็นจุดวิกฤติที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย..  จะว่าต๊องมันก็ต๊อง แต่มันก็มีความเป็นไปได้อยู่นะ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะขอเลิกกับผู้ชายเพราะโดนเล่นมุขนี้น่ะ.. เป็นจุดวิกฤติของเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่า เกรดของหนังเรื่องนี้ตกลงไปอย่างแรง.. :sick:

อาย
เรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไปเผอิญเจอแฟนเก่าขี้อายที่ทิ้งเจ้าหล่อนมาโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไร และต้องใช้เวลาร่วมกันทำให้เกิดการเรียนรู้สิ่งผิดพลาดของทั้งคู่
พล็อตเรื่องนี้ สำหรับเราค่อนข้างเฉยๆ ในตอนแรกนะ  คิดว่าจะเป็นการเดินเรื่องเนิบๆ นิ่งๆ แต่ความน่าดูของเรื่องนี้คือ นักแสดงหญิงของเรื่อง – น้องตาล ที่รับบทเป็นหญิงในรักแห่งสยาม ตัวละครที่เราชอบมากสุด (รองจากมิวที่รับบทโดยน้องพิช หุ หุ)
หลังดูเรื่องนี้จบ ความชอบกลับมากขึ้น บทที่มีการสื่อเปรียบเทียบอะไรหลายๆ อย่าง และรูปแบบการนำเสนอที่ทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อเลย แถมยังกัดจี๊ดโดนใจหลายๆ แต่ทว่าตอนจบของเรื่องนี้ เราว่ามันเหมือนฝันมากกว่านะ ชีวิตจริงจะมีผู้ชายงี่เง่าที่กล้ายอมรับผิดและยอมเปลี่ยนแปลงได้สักกี่คนเชียว
.. และจะว่าไป บทก็มีจุดบอดนิดๆ ที่ทำให้เราไม่รู้ชัดว่า แค่ฐานะที่ต่างกันทำให้ผู้ชายต้องหนีหน้าผู้หญิงไปโดยไม่มีบอกกล่าวอะไรสักคำเลยหรือ?  และเมื่อเจอกัน ทำไมต้องพูดจากระทบกระเทียบ ทำนองว่าคุณเธอเป็นพวกใช้เงินฟาดหัวซะงั้น..  เป็นเรื่องหนึ่งที่อยากดูฉบับที่ยาวกว่านี้ ให้เห็นสักเสี้ยวช่วงเวลาหนึ่งที่ตอนคบกันครั้งแรกนั้น เขารู้สึกอย่างไร และเขาเผชิญอะไรที่ทำให้เขาต้องหนีหน้ากันขนาดนี้..
อ้อ.. ข้อดีของเรื่องนี้อีกอย่างคือ วิวสวย..  อยากไปเที่ยวเกาะ เที่ยวทะเลบ้างจัง… เฮ้อ.. 8)

หวาน
เรื่องของผู้ชายบ้างานที่ทำงานเพื่อครอบครัวจนลืมเรื่องของการถนอมน้ำใจกัน และเมื่อฝ่ายหญิงมีอาการป่วยทางจิต ทำให้เวลาในความทรงจำของฝ่ายหญิงถอยกลับไปเรื่อยๆ ฝ่ายชายจะสามารถกลับมารักษาใจให้เธอได้ทันไหม..
เป็นพล็อตเรื่องที่เราชอบมากที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ และหลังจากดูจบ เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่เราชอบมากที่สุด โดยเฉพาะตอนจบ จบได้ใจเรามากๆ  ข้อเสีียของเรื่องนี้คือ.. เดินเรื่องเร็วไปหน่อย ทำให้การลำดับเวลาในหัวสับสนว่าช่วงเวลาที่ดูมันผ่านไปนานแค่ไหนกันนะ  โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนช่วงอายุ จากชาคริตผมดำไปผมขาว มันไปอย่างรวดเร็วมาก ชนิดทำเอางงว่า เกิดอะไรขึ้นหว่า?  เครียดมากจนผมหงอก หรือว่า เวลาในเรื่องมันผ่านไปหลายปีแล้ว?
เรื่องหวานเป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่น่าจะนำมาเล่าให้ยาวกว่านี้ และมีรายละเอียดคีย์เวิร์ดที่มากกว่านี้..  :love:

ฝัน
เรื่องราวการผจญภัยของเด็กหญิงที่คลั่งไคล้วงออกัสมากๆ ชนิดเก็บเอาไปฝัน เป็นเรื่องราวแฟนตาซี ทั้งๆ ที่ในชีวิตของเธอ มีเด็กชายใกล้ตัวคนหนึ่ง ที่อยากจะให้เธอหันมามองเขาบ้าง
แรกอ่านพล็อตเรื่อง รู้สึกได้เลยว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรนอกจากขายออกัส ซึ่งก็ไม่จริงซะทีเดียว เพราะนอกจากขายออกัสแล้ว เรื่องนี้ยังชายผลิตภัณฑ์ของสปอนเซอร์หลักอีกด้วย..
ที่จริง.. เรื่องนี้น่าจะใช้ชื่อว่า “อาย” มากกว่า..  เพราะเราดูไป ก็รู้สึกอายไป..  อายแทนนักแสดง อายแทนคนเขียนบท และอายแทนผู้กำกับ  ช่างกล้านะ..
แต่ถ้าถามเราว่า เรื่องนี้ให้ความบันเทิงกับเราไหม  ให้อย่างแรง เพราะมันดูไป ก็ขำไปในบางฉาก ไม่ก็มีหลุดคำพูดออกมาเพราะขำกับความกล้าของคนเขียนบท และคนทำ cg
อ้อ เรื่องนี้เล่าถึงความฝันด้วยภาพ cg animation ที่ดูแล้วก็ข้องใจกับการออกแบบตัวละครว่า ทำไมแต่ละคนต้องเป็นสัตว์ที่แตกต่างกันขนาดนี้ด้วยนะ และการให้โทนแสงสีของเรื่อง มันแรงและแข็งเหลือเกิน และไม่ได้สื่ออารมณ์ของเหตุการณ์ในแต่ละช่วงเท่าไร  เลยทำให้ cg เป็นจุดด้อยอย่างแรงของเรื่องนี้มากๆ  อีกทั้งเนื้อเรื่องช่วง cg นี่เป๋ขนาดหนักเลย  เรียกว่า อยากได้อารมณ์แฟนตาซี แต่แฟนตาซีแบบไม่มีทิศทาง จับเรื่องโน้น ฉากนั้นมาผสมกันมั่วไปหมดเลย ไม่เข้าใจที่มาที่ไปเท่าไร..  แต่เอาเหอะ มันเป็นแค่ฝัน.. ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลใดๆ รองรับก็ได้
ข้อดีของเรื่องนี้คือ น้องพิชน่ารัก หุ หุ  ที่สำคัญ ได้เห็นน้องพิชชูน้ิวกลางด้วย :p

สรุปแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง ฝัน หวาน อาย จูบ นี้มันค่อนข้างผิดหวังอย่างแรงในสายตาเรา เหมือนกับว่าทำหนังทุนต่ำมาเรียกราคาสูง ด้วยการแกะกระแสชื่อเสียงเก่าในอดีต..  ถ้าถามว่าชอบเรื่องอะไรมากที่สุด ตอนแรกก็คงโลเลที่จะตอบระหว่าง อาย กับ หวาน แต่.. พอคิดถึงฉากจบของ 2 เรื่องนี้แล้ว เราชอบเรื่องหวานมากกว่า จบได้ใจมากและเป็นบทเรียนให้คนหลายๆ คนได้เลย..

อ้อ แผ่นหนังเรื่องนี้ มีแยกขายเป็นแต่ละเรื่องด้วยนะ ซึ่งน้องชายมาบ่นอุบหลังรู้ว่ามีแยกขายด้วย จะได้เลือกซื้อแต่เรื่องที่ชอบ ซึ่งสำหรับน้องเรา มีแค่เรื่องเดียวเท่านั้น

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: