« »

วันที่หัวใจอ่อนแอ

by nuch

ไหนๆ ก็กลายเป็น blog น้ำเน่าไปแล้ว.. ก็ตั้งชื่อหัวข้อให้เน่าสุดๆ ไปเลยแล้วกัน…    แต่.. ขอโทษเถอะนะ  ไม่ได้มาคุยเรื่องปัญหารักหรอกนะ  …  หัวใจในที่นี้ คือ หัวใจจริงๆ ที่เป็นอวัยวะภายใน อยู่หน้าอกข้างซ้าย ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตน่ะ…

ถ้าเพื่อนคนหนึ่งของคุณ มาพูดกับคุณให้คุณช่วยทำอะไรให้เขาหลังจากที่เขาตายไป คุณจะทำอย่างไร?
ก. ตอบไปว่า “เฮ้ย อย่าพูด ลางไม่ดี”
ข. “มึงไม่ต้องพูดเลย กูไม่อยากฟัง”
ค. นิ่งเงียบ แล้วเดินจากไป (ถ้าเป็นการคุย online ก็คง offline หนีทันที)
ง. ฟังเขาพูดจนจบ แล้วก็บอกไปว่า “ถ้านายตาย เราก็จะพยายามทำให้นะ แต่ตอนนี้ เราอยากให้นายมีชีวิตอยู่มากกว่า และอยู่ให้ได้นานที่สุดเท่าที่นายจะสู้ได้ด้วย”

อาจจะมีคำตอบอื่นๆ อีกมากมาย..  แต่ใน 4 ข้อนี้ คุณคิดว่าข้อไหนคือคำตอบที่ดีที่สุดล่ะ?

แต่ก่อน เราไม่เชื่อว่า ร่างกายอ่อนแอจะพาจิตใจให้อ่อนแอลงไปด้วย  เราก็รู้ว่าเรามีเวลาเหลืออีกเท่าไร  แต่เมื่อไรที่หัวใจมันเจ็บจี๊ด มันเหมือนจะคอยตอบย้ำว่า เวลาที่เหลืออยู่ของเราจะน้อยลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้
เราไม่กลัวความตายจากการเจ็บป่วย…   และเราก็ไม่เข้าใจว่าคนที่เลี่ยงที่จะรับฟังปัญหาของเขา เขาแคร์เราจริงหรือเปล่า  แล้วถ้าเราตายไปจริงๆ เขาจะเสียใจไหม?   ถ้าเขาไม่เสียใจ มันก็ดีไป..  เราไม่รู้สึกผิดเท่าไรกับการที่มีอายุสั้น 
แต่…
ถ้าเขาเสียใจล่ะ…  ทำไมเขาต้องเสียใจ ในเมื่อเขาไม่อยากรับฟังเรา.. และอาการปฎิเสธที่จะฟังเนี่ย มันทำให้เราไม่รู้สึกว่า เราควรจะสู้หรือดิ้นรนต่อไปนะ

หลายครั้งที่เกิดคำถามว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร  และทุกครั้งที่เกิดอาการอ่อนแอทางกาย คำถามนี้ก็จะเกิดขึ้นมาตอกย้ำเสมอ …ตามด้วยคำถามที่ว่า ถึงเวลาพอหรือยังนะ?

ที่เขาว่า กำลังใจ มีผลต่อสุขภาพ มันจริงนะ…   
พอไม่มีความรู้สึกว่าอยากอยู่เพื่อใคร เพื่ออะไร ทำอะไร…  ก็กลายเป็นว่า ไม่อยากกินยา ไม่อยากรับการรักษา ไม่อยากดูแลสุขภาพที่มันขัดแย้งกับกิจวัตรประจำวันของเรา… และอยากจะรีบไปเร็วๆ  ไม่ต้องเป็นภาระใคร  ไม่ต้องรู้สึกหรือสร้างความผูกพันธ์ไว้กับใคร…

เราไม่รู้ว่าเพราะอะไรเราตัดสินใจมีชีวิตต่อไป… 
มีคนคนหนึ่งที่เขาบอกกับเรา ในวันที่ชีวิตเราเป็นเหมือนเส้นด้ายที่กำลังกดลงบนใบมีด..  เขาบอกกับเราว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร ใครจะว่าเราเป็นอย่างไร เขายินดีที่จะคบกับเรา และเขาชอบเราในแบบที่เราเลือกจะเป็น  เขาอยากให้เราอยู่ต่อ…
และกำลังใจ ก็มีผลต่อสุขภาพจริงๆ….   
จากเดิมที่การกินยาแต่ละเม็ดมันคือความทรมาน ที่เราไม่อยากรับเข้าไป… แต่เดี๋ยวนี้ มันกลายเป็นเหมือนแค่ข้าวมื้อหนึ่งที่ต้องกิน… 
ความฝันที่เราอยากทำให้สำเร็จ และเราคิดว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีวันทำได้…  เรากลับตั้งหน้าตั้งตาทำ แม้จะรู้ว่า เราอาจจะไม่ได้เห็นผลงานของเรานะ  แต่เราก็ทำด้วยความรู้สึกว่า อย่างน้อย เราก็ได้ทำ และถ้าโชคดี เราก็อาจจะเป็นฐานหนึ่งที่ช่วยให้โครงสร้างของสิ่งที่หวังมันสมบูรณ์ขึ้นมาได้….

แต่.. เมื่ออาการทางกายมันตอกย้ำเวลาที่เหลือ…  ความสนุกของการมีชีวิตมันก็ค่อยๆ หาย …  และเมื่อเห็นคนอื่นที่เขามีปัญหาทางกายที่หนักกว่าเรา… เรายิ่งรู้สึกว่า เราไม่อยากจะรับความช่วยเหลือจากใครทั้งสิ้น  (ใครที่บอกว่าให้ดูคนที่ทุกข์กว่า เพื่อจะมีแรงใจให้มีชีวิตต่อน่ะ  ก่อนพูด ช่วยคิดดูก่อนเถอะว่า คุณเข้าใจปัญหาของคนคนนั้นดีหรือเปล่า)
แม้ว่าเดี๋ยวนี้ จะมีหนทางรักษา…  เราก็ยังยืนยันว่าเราไม่ต้องการอวัยวะของผู้อื่น  และเราไม่ต้องการอวัยวะเทียมด้วย…  เราไม่ใช่คนที่อยากมีชีวิตอยู่ขนาดที่สมควรต่ออายุขัยหรอกนะ และมีคนอีกมากที่เขาต้องการและสมควรได้รับโอกาสนี้

เราพยายามจะบอกคนที่เราคิดว่าเขารักเรามากที่สุด  อยากบอกเขาหลายทีแล้ว แต่เขาไม่เคยรับฟัง และทุกครั้งที่เราเปิดประเด็น เขาก็จะว่าเราว่า เราไม่เห็นใจเขาเลยหรือว่า เขาต้องทุกข์แค่ไหนที่จะต้องมารับรู้การจากไปของเรา…
เราแค่อยากจะบอกว่า.. เรารักเขานะ  แต่.. ถ้าเราต้องอยู่ในภาวะที่ต้องพึ่งเครื่องช่วยชีวิตแล้ว  อย่ายื้อเราเลย  และอย่าพยายามหาอวัยวะใครมาเปลี่ยนให้เราด้วย  เราอยากไปในลักษณะผู้ให้  เหมือนเพื่อนที่แสนดีคนหนึ่งของเรา…    ทุกส่วนในร่างกาย ถ้ามันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นต่อไป.. ก็ให้เขาไปเถอะ  อย่ารั้งเรา.. 
เราเชื่อว่า เราจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจแบบนี้…

blog วันนี้อาจจะซีเรียสหน่อยนะ  เราอยากจะบันทึกความตั้งใจนี้ไว้มานานแล้ว..  เราหวังว่า มันจะเป็นหน้าหนึ่งที่จะช่วยเตือนสติเรา..  และ เมื่อถึงเวลา…  เราก็หวังว่า  blog นี้คงจะช่วยบอกความตั้งใจของเราให้กับคนที่เรารักนะ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: