« »

คู่มือกรรมพยากรณ์

by nuch

คู่มือกรรมพยากรณ์

เห็นหนังสือเล่มนี้วางขายใน 7-11 ด้วยราคาพิเศษที่ 39 บาท
และเห็นในบรรทัดล่างสุดบอกว่า กำลังทำเป็นละครออกฉายปลายปี 2552 นี้

โอ  อย่างดีใจเลย..   ในที่สุดเราจะได้ดูละครไทยน้ำดีเสียที  โดยเฉพาะเรื่องกรรมพยากรณ์นี้แหละ

ตอนที่กล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้ และที่จะถูกสร้างเป็นละครคือตอนที่ชื่อว่าชนะกรรม (สามารถอ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.bangkokmag.com/story_dans/show_kam2.php?title=18&part=1&page=1&count=count )

ในส่วนละครนี้ เท่าที่ทราบ ณ เวลานี้ มีก้องนูโว, กิ๊ก มยุริญ, นาถ (เข้าใจว่านาถ season change นะ) เล่นด้วย เป็นรายชื่อนักแสดงที่น่าติดตามมากๆ  ตอนแรกมีกำหนดออกอากาศเดือนนี้ แต่เห็นบอกว่ามีเหตุให้ต้องเลื่อนเป็นเดือนหน้า ฉายช่อง ThaiPBS น่าจะเป็นละครหลังข่าว วันเสาร์-อาทิตย์

สำหรับหนังสือ “คู่มือกรรมพยากรณ์” นี้ เป็นหนังสือที่จะเรียกว่าต่อยอดจากหนังสือ กรรมพยากรณ์ ตอนชนะกรรม ก็ได้ แต่ก็ไม่จำเป็นว่า คนที่จะอ่านหนังสือเล่นนี้จะต้องอ่านกรรมพยากรณ์ ตอนชนะกรรม มาก่อน
หนังสือเล่มนี้เรียกว่าเป็นฉบับเรียนลัด รวมความนิยายเล่มหนาๆ คั้นเรื่องให้อยู่เล่มบางๆ แต่อัดแน่นไปด้วยสาระ และตอบข้อสงสัยเรื่องเชิงธรรมะในหนังสือด้วย

เป็นหนังสือดีที่อ่านแล้วอยากบอกต่อ  เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ทั้งที่สนใจธรรมะ และไม่สนใจธรรมะ แต่อยากเรียนรู้เหตุผลของการมีชีวิต..  อ่านไม่ยาก อ่านได้เพลินๆ สนุก เล่มไม่หนา ราคาไม่แพง ขนาดเล่มไม่ใหญ่ พกพาง่ายด้วย

ดีใจที่เห็นหนังสือฉบับนี้บนแผงหนังสือที่หาได้ทั่วประเทศไทย และดีใจที่ร้าน 7-11 ให้ราคาพิเศษที่ถูกกว่าหนังสือการ์ตูนอีก.. :love:

8 Responses to “คู่มือกรรมพยากรณ์”

  1. Ki Says:

    Nice! ชอบดังตฤนนะ แต่เราคิดว่าชุดกรรมพยากรณ์เค้า ค่อนข้างยืดไปหน่อย

  2. Noopook Says:

    เดินเข้าร้านเซเว่น คว้าหมับมาเล่มนึง

    อ่านแล้ว อืมม์ พยายามคิดตามอยู่หลายตลบ เป็นเนื้อหาที่ขัดเกลามาอย่างดีทีเดียว

    บทส่งท้ายที่ยกตัวอย่างบางส่วนของนิยายมา ก็ทำให้รู้สึกอยากไปอ่านตัวจริงฉบับเต็มๆมากๆเหมือนกัน

    นี่ๆ

    ยกตัวอย่างจุดนึงที่สงสัยน่ะ ไม่ใช่อยากจะขัดแย้งเรื่องในหนังสือหรอกนะ แต่ในกรณีที่ปริมาณประชากรมนุษย์เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนี่ย จะบอกว่าจิตวิญญาณทั้งหลายในภพนี้ทำดีกันมากขึ้นจนได้มาเกิดกันเป็นมนุษย์กันหมดแบบนั้นป่ะ แทนที่จะไปเกิดเป็นเดรัจฉานอื่นๆ แต่ในความเป็นจริงเรารู้สึกว่ามันสวนทางกันยังไงชอบกลนะ เหมือนตามความเป็นจริงมันเข้าทางเสื่อมลงมากกว่ายังไงไม่รู้

    หัวข้อพวกนี้ยกขึ้นมาอันนึงท่าจะคุยกันได้ไม่รู้จบนะเนี่ย

  3. nuch Says:

    เราเองก็ไม่แม่นเรื่องแบบนี้นะ ถ้ามีหนังสืออยู่กับตัว ลองอ่านที่หน้า 63-68 ดูนะ คือ เราตีความจากส่วนนี้น่ะ

    อันนี้ขอพูดตามความเข้าใจเราเองนะ (อย่าเชื่อถือมาก)
    คือ เราเข้าใจว่า การเกิดเป็นมนุษย์ได้เนี่ย ต้องสะสมบุญบารมี ทำกรรมดีมาระดับหนึ่ง แต่ทว่ากรรมเก่า สิ่งไม่ดีที่เคยกระทำไว้น่ะ สามารถมามีอิทธิพลต่อชีวิตในภพมนุษย์ได้ ซึ่งถ้ามนุษย์มีสำนึกดีที่แน่วแน่ (เข้าใจว่าขึ้นอยู่กับการบำเพ็ญเพียรด้วย) ไม่เดินตามทางที่กรรมเก่าชี้นำ มนุษย์ผู้นั้นก็ย่อมได้ไปอยู่ภพที่ดี แต่ถ้ากระทำไม่ดี และพอบุญบารมีที่สะสมไว้หมด กรรรมเก่าก็จะตามมาทวงคืน และหากยังใช้กรรมไม่หมด ผลกรรมที่ขาดบุญบารมี ก็จะนำไปเกิดในภพเดรัจฉาน ซึ่งการเป็นสัตว์เดรัจฉานนั้น ก็คือการใช้ชีวิตด้วยการชี้นำของกรรม (คล้ายๆ สัญชาตญาณ) ทำให้ขาดสติ ที่จะประกอบกรรมดี แต่ถ้าบุญบารมียังพอมีอยู่กระจึ๋งหนึ่งบ้าง อาจจะดลให้จิตในภพเดรัจฉาน พอจะมีสติอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนการพูดให้คนหูหนวกฟัง การรับรู้นี่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์เลย
    ฉะนั้น เราเข้าใจว่า แม้โลกใบนี้จะมีมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จิตทั้งหลายทำความดีกันมาก.. อาจจะเพราะก่อนจะลาจากภพที่แล้ว มีจิตเป็นกุศลก่อนตายเลยดลให้มาเกิดในภพมนุษย์ แต่ทว่า ผลกรรมก็ยังมาชี้นำให้เลือกเดินทางที่ผิด ถ้าหากจิตขาดการฝึกฝนที่เข้มแข็งพอ ก็ย่อมเดินไปตามทางที่กรรมชี้นำโดยไม่มีสติพิจารณาว่าทางนั้นเป็นทางที่ควรเดินหรือไม่
    เราคิดว่า เพราะเทคโนโลยีเอย วิวัฒนาการต่างๆ ที่เข้ามาเอย ทำให้มนุษย์มุ่งเน้นที่จะฝึกแต่สติปัญญาในเชิงวัตถุ และละเลยการฝึกสติปัญญาในเชิงธรรม หรือการฝึกจิต ก็เลยทำให้เดินตามรอยกรรม ทำให้ประพฤติตัวไม่ต่างอะไรกับสมัยที่อยู่ภพเดรัจฉานน่ะ

    อันนี้ว่ากันตามความเข้าใจเรานะ เราเองก็ไม่ได้แม่นเรื่องนี้น่ะ บอกเล่าตามความเข้าใจของตัวเองน่ะ

  4. nuch Says:

    อันนี้เป็นคำตอบ จากพี่คนหนึ่งที่เป็นคนแนะนำหนังสือของดังตฤณให้เราน่ะ

    ถ้าจากคำถามนี้ ในมุมมองของพี่ พี่ไม่ได้มองว่าการเกิดเป็นคน “คือได้ทำความดีมากมายอะไรนัก” แค่อยู่ในศีล 5 ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนตาย ก็เกิดเป็นคนแล้ว งั้น วัว ล่ะ ก่อนตาย ตายอย่างสงบ ไม่ผิดศีล 5 เลย ก็ได้เกิดเป็นคนแล้ว

    ปัญหาคือ “คน” เนี่ยเป็นภพที่ประหลาด ทำความดีได้น้อย ทำชั่วได้มาก กิเลสล่อลวงได้ง่าย

    วัว ควาย กวาง กระต่าย กินหญ้าก็มีชีวิตรอด ไม่เบียดเบียนใคร
    คน กินข้าว ยังไม่พอ ต้องอร่อย พออร่อยแล้วไปกินของรสชาติธรรมดาก็โดนกิเลสเล่นงานเข้า อยากได้ อยากมี

    ภพของการเกิดเป็นคนคือ ภพที่สุ่มเสี่ยงต่อการสร้างกรรมไม่ดีได้มาก ถ้าภูมิคุ้มกัน (ความดีที่สั่งสม) ไม่มากพอ ก็เสร็จกิเลสได้ง่ายๆ

    เกิดเป็นคนก็ใช่ว่าดีทั้งหมด เกิดในไทยก็อย่างหนึ่ง เกิดในอินเดีย เกิดในอเมริกา คิวบา อิรัค เอธิโอเปีย ไม่เหมือนกันเลย

    เกิดเอธิโอเปียก็ไปเกิดใช้กรรม อดอยาก

    เกิดในเมกาดินแดนเสรี ก็ไปเกิดสร้างกรรม รังแกคนอื่น ผิดศีลสารพัดทั้งน้ำเมา, ความโลภ, ตัณหา

    ภพภูมิการเกิดเป็นคนจึงมีบทบาทสำคัญกว่าภพภูมิใดๆ เป็นภพภูมิที่ทำความดีได้มากที่สุด แน่นอนก็เป็นภพภูมิที่ทำความชั่วได้มากอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน

  5. Ki Says:

    นอกเรื่องหน่อยครับ
    1. กฏแห่งกรรมไม่ได้ใช้กับจักรวาลนีี้ เท่านั้นครับยังมีอีกหลายจักรวาล ดังนั้นการที่ทำนวน มนุษย์เพ่ิมขึ้นนึ้นแทบไม่ได้มีความหมายอะไรเลย (ภาพรวมมันใหญ่เกินกว่าคนธรรมดาจะเข้าใจ)
    2. การเกิดเป็นมนุษย์นั้นก็อยากประมาณหนึ่ง แต่ เกิดเป็นมนุษย์ พบพุทธศาสนา ศึกษานสติปัฏฐานสี่ แล้วพบผู้ชี้นำทางที่ถูกต้อง เพื่อให้เข้าถึง อริยสัจสี่อันเป็น ธรรมสูงสุดของพุทธศาสนานั้น นับว่ายากมาก
    3. ธรรมชาติของจิตไหลลงต่ำครับ ศีลห้าเป็นกรอบ ขั้นต่ำสุดที่คอยชักนำให้จิตมีความสงบและเห็นความจริง (กายไม่ใช่เรา จิตก็ไม่ใช่เรา)

    ตามความคิดผมนะ
    หลักธรรมสูงสุดของพุทธศาสนาคือ อริยสัสสี่ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) หากแยกออกมาก็คือการศึกษาทุกข์ ซึ่งแตกออกมาแล้วทุกข์ก็คือ ธาตุขันต์ หรือ กายกับจิต หาก “ชาวพุทธ” เข้าใจคำสอนหลังของพระพุทธเจ้าแล้ว ความเชื่อที่มีต่อศาสนาพุทธก็จะไม่เสื่อมถอย หรือเจอปนกับศาสตร์อื่นๆ ได้ง่าย เช่นไม่สนใจเรื่องดูหมอ โหงเฮ้ง ฮวงจุ้ย หรือการแก้กรรม ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้พ้นทุกข์อย่างแท้จริงเลย ผมไม่คิดว่ากรรมแก้ได้ครับ ทำแล้วก็ต้องรับผล แต่อาจจะผ่อนหนักเป็นเบา หรือผลัดผันไปก่อน หากจะแก้กรรมเห็นจะมีทางเดียวคือ เจริญวิปัสนาซึ๋งก็เหมือนกับการฝึกว่ิงให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้ากรรมนายเวรวิ่งเตามเราไม่ทัน (ประมาณนั้น)

    ผมมองว่าคุณดังตฤนเขียนหนังสือออกมาสองแบบครับ แบบแรกเป็นนิยายอิงพุทธศาสนา ให้ความบรรเทิงบวกสอดแทรก คำสอนชักชวนให้คนหันมาสนใจในธรรม แบบที่สองเป็นการสรุปใจความสำคัญของพุทธศาสนามาวิคราะห์แล้วเล่าให้กันฟังซึ่งดีมาก เช่น เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน (หนึ่งและสอง) วิปัสนานุบาล เป็นต้น

  6. Noopook Says:

    มีคำตอบน่าสนใจเต็มเลย

    ตกลงเกิดเป็นคนง่ายหรือยาก โชคดีหรือโชคร้ายกันเนี่ย

    ส่วนเรื่องจักรวาล นับแค่โลกที่เราอยู่ก็ระดับนึงแล้ว จักรวาลที่เราอยู่ก็อีกระดับนึง อันนี้ไปถึงระดับหลายจักรวาล อืมม์

    เข้าใจว่ากฏแห่งกรรมมีความเป็นสากลอยู่จริง แต่ว่า

    ในความคิดเรา ไม่แน่ใจว่าการสะสมบุญบารมีเพื่อมาเกิดเป็นมนุษย์หนึ่งชาติ จะนับรวมไปถึงการเกิดที่จักรวาลอื่นใดนอกเหนือไปจากโลกใบนี้ที่เราอยู่ นับจากจำนวนชาติที่ประสูติของพระพุทธเจ้าเอง ก็ไม่ได้บันทึกในลักษณะที่เกิดในชาติภพที่ต่างไปจากสภาพแวดล้อมของโลกใบนี้ หรือว่า หรือเรากำลังพูดถึงแนวความคิดจักรวาลที่ซ้อนทับกันในลักษณะเวลาเส้นขนานหรือเปล่าเนี่ย หรือนับรวมภพอื่นที่ไม่ใช่ในเชิงกายภาพ(เช่นสวรรค์นรก)เป็นจักรวาลอื่นๆด้วยกันล่ะเนี่ย

    สำหรับตอนนี้ หลังจากอ่านหลายๆความคิดเห็น สำหรับเรื่องกรรมและการเกิดเป็นคน ตามศาสนาพุทธ คำตอบในใจเอาเป็น จิตวิญญาณบนสวรรค์ที่มีที่เก็บวิญญาณไม่จำกัด เสวยบุญกันหมดพอดี ไม่ก็ไม่ได้ทำอะไรดีเพิ่มเพื่อช่วยมนุษย์ โดนไล่ตกกันลงมาเป็นมนุษย์ ไม่ก็ในนรกที่เก็บวิญญาณไม่จำกัดเช่นกันใช้กรรมหมด ได้ขยับๆกันขึ้นมาเป็นคนกันบ้าง (เอ แต่จริงๆ มันต้องไปเป็นอย่างอื่นก่อนหรือเปล่าน่ะ) ไม่ก็คนด้วยกันช่วยกันฆ่าเดรัจฉานมากๆๆๆๆๆ มากจนเดรัจฉานสูญพันธุ์ไปมาก ไม่สามารถใช้เลือกเกิดเพื่อใช้กรรม (งั้นเราฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สัตว์อื่นให้หมดเลยดีมะ) หรือไม่ก็ทำให้เดรัจฉานนั้นใช้กรรมหมดเร็วก่อนเวลา ได้กลับมาเป็นคนกันเร็วขึ้น ซึ่งก็ช่วยเร่งอัตราการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เดรัจฉานเป็นทวีคูณเข้าไปอีก

    ประชากรเลยล้นโลกอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับจิตใจที่เสื่อมถอยลงเลย

    หวังว่าคงจะไม่เพี้ยนเกินไปนะเนี่ย

  7. Noopook Says:

    ยังกลับไปนั่งคิดต่อ

    “แค่อยู่ในศีล 5 ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนตาย ก็เกิดเป็นคนแล้ว งั้น วัว ล่ะ ก่อนตาย ตายอย่างสงบ ไม่ผิดศีล 5 เลย ก็ได้เกิดเป็นคนแล้ว”

    ถ้าข้อความนี้เป็นจริง (ในความรู้สึก เชื่อว่าน่าจะยากเหมือนคุณ Ki ว่า)

    การทำฟาร์มปศุสัตว์ปริมาณมากๆอย่างในปัจจุบัน ที่เลี้ยงสัตว์ในภาวะที่ไม่ให้สัตว์กระดิกตัวไปทำบาปเองได้เลย ไม่ได้ฆ่าสัตว์อื่นในวงจรอาหารของตัวเองด้วยซ้ำ มีแต่โดนป้อนอาหาร แล้วก็ตายอย่างสงบ (ต้องตายแบบไม่รู้ตัวว่าจะโดนฆ่า เนื้อจะนุ่ม เหอะๆๆๆ) จะยิ่งเป็นคำตอบต่อคำถาม”ประชากรคนล้นโลก”ของเราหรือเปล่านะ

    ส่วนพระโคที่กินเหล้าเสี่ยงทายในพิธีแรกนาขวัญ ก็อดไปเกิดเป็นคนแล้วสิ ผิดศีลซะแล้ว เอ หรือว่าจะถือว่าได้บุญมาก เพราะทำความดีให้กับชาวนากันแน่น้อ

  8. Ki Says:

    บุญหรือบาป ไม่ได้ตัดสินที่การกระทำแต่ตัดสินที่เจตนาเป็นหลักครับ เช่นเดินๆ บนสนามหญ้า เหยียบมดตาย เพราะมองไม่เห็นก็ไม่ถือว่าบาป แต่การกระทำเดียวกัน ถ้าเห็นอยู่ทอมท่อว่ามีมดแล้วยังจะเหยียบลงไปอีก อันนี้บาปแน่นอน เหมือนโคกินเหล้าฯ มันไม่ได้รู้ว่ากินเหล้านะ ไม่ได้บาปอะไรครับ

    ส่วนความแรกของการทำบาปก็มีหลายระดับ ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณ โดนคนๆหนึ่งด่าทุกวันๆ จนกระทั่งวันนึงทนไม่ไหว ต่อยกลับไป อันนี้บาปแน่ๆ แต่ไม่หนักมาก เพราะคุณมีความอดทนประมาณหนึ่ง แต่ในทางกลับกันถ้าคุณโดนว่าครั้งเดียวแล้วไปต่อยหน้าเค้าเลย อันนี้ก็จะบาปหนักกว่าครับ (การกระทำเดียวกัน แต่บาปไม่เท่ากัน)

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: