« »

ใช้หูอ่านหนังสือ … (ว่าด้วย Audio book)

by nuch

เห็น blog ของคุณ MacroArt ที่เขียนเรื่อง “Blind Man Can Do! เมื่อผมต้องสอนนักศึกษาตาบอดให้เขียนเว็บเป็น ก็นึกถึงเรื่องของ Audio book ขึ้นมาได้.. 

Audio book คืออะไร?
ถ้าตามชื่อมันเลย ก็คือหนังสือเสียง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มีคนอ่านหนังสือให้ฟัง… แต่ก่อนจะมาในรูปแบบของ CD และเทป cassette  แล้วแต่จะเลือกใช้ตามสะดวก  แต่ในยุคที่เครื่องเล่น mp3 แทบจะเป็นของใช้จำเป็นที่แทบทุกคนจะมี.. Audio book ก็เลยมีแบบ digital format ที่พร้อมจะใส่เครื่องเล่น mp3 หรือ digital music playerได้ด้วย

Audio book เรื่องหนึ่งจะมีหลายเวอร์ชั่น ถ้าแบ่งแบบใหญ่สุดก็จะเป็นแบบ Abridged (อ่านแบบย่อความหรือสรุปความ) กับ Unabridged (อ่านแบบทุกตัวอักษรตามต้นฉบับที่เขียน) และยังมีแยกย่อยว่าอ่านแบบสำเนียงอังกฤษแบบ British English, American English,…  และก็มีแบ่งเวอร์ชั่นตามเสียงผู้อ่าน  ชอบลีลาการอ่านคนไหนก็เลือกคนนั้น (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีทำแบบนี้กับทุกเรื่องทุกคนนะ ส่วนใหญ่จะทำกับเรื่องดังๆ)

ครั้งแรกที่เรามาที่อเมริกา และเดินเข้าร้านหนังสือ  เราออกจะตื่นเต้นและดีใจที่เห็น audio book section ซึ่งมีหนังสือเยอะมาก หลายเรื่อง หลายแนว…  รู้สึกดีใจว่า เอ.. ที่นี่การอ่านหนังสือไม่ได้จำกัดทีกลุ่มคนที่ประสาทตายังทำงานปกติ หรือกลุ่มคนที่อ่านหนังสือออก … คนที่ไม่รู้หนังสือ หรือตามองไม่เห็น ก็สามารถอ่านหนังสือได้ด้วย  หรือกระทั่งคนแก่ที่สายตาไม่ดี ก็สามารถใช้ audio book ชดเชยการที่จะต้องมานั่งเพ่งสายตากับตัวหนังสือได้ (แต่ที่นี่เขามีหนังสือแบบ large size printing ที่พิมพ์ตัวหนังสือใหญ่กว่าปกติ เหมาะสำหรับคนที่สายตาไม่ดี อ่านตัวหนังสือเล็กๆ ไม่ได้ด้วยนะ)
รูปแบบ audio book ที่หาซื้อได้ในร้านหนังสือ ก็มีแบบ cd และ เทป cassette ที่ทำหน้าตากล่องใส่แทบไม่ต่างอะไรกับหนังสือกระดาษเลย

Audio Book แบบ CD

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเราจะกลายเป็นหนึ่งในลูกค้าของ audio book สักเท่าไร เพราะเรายังชอบหนังสือแบบที่เราสัมผัสหน้ากระดาษ และพลิกดูไปมาได้ และก็ไม่คิดว่า จะไม่มีเวลาไหนที่อยากอ่านหนังสือในเวลาที่ไม่สามารถอ่านได้ .. จนกระทั่ง Audio book ของ Playaway ออกมา..

Playaway Audio book -> Ready to go!

http://store.playawaydigital.com/

Playaway ทำ audio book ในรูปแบบของ Ready-to-go  มีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ ภายใน package จะประกอบด้วย เครื่องเล่น Playaway พร้อมสายคล้องคอและหูฟัง (ตามรูปข้างบน) และ battery ขนาด AAA 1 ก้อน และที่กล่องจะมีเขียนว่า

Requirements :
– Two ears

ซึ่งเมื่อซื้อไปแล้ว ก็เพียงแค่ใส่ถ่าน แล้วก็ใช้งานได้ทันที  อย่างสะดวกดีแท้…
ราคาของหนังสือบางเรื่องอาจจะแพงกว่าหนังสือแบบ paperback เกือบเท่าตัว แต่เมื่อเทียบกับของและความสะดวก เราก็ว่าคุ้มนะ..   
ข้อเสียของ Audio book แบบ CD / Cassette จะอยู่ที่ว่า ความเร็วในการอ่านของเราจะเท่ากับระยะเวลาของ cd/ cassette ชุดนั้น  และยังไม่สามารถคั่นหน้าได้ด้วย  แต่สำหรับ playaway เหมือนจะรู้ใจนักอ่านดี  เขาทำระบบมาให้ปรับ speed ความเร็วในการอ่านได้ 3 ระดับ  และมีปุ่มสำหรับทำ bookmark แถมยังจำด้วยว่า เราปิดเครื่องไปที่หน้าไหน เมื่อเปิดเครื่องมาก็จะอ่านต่อจากนั้นให้  (หมายเหตุ : audio book แบบ CD อาจจะปรับความเร็วได้ด้วยการ Play 2x, 4x,… ในเครื่องเล่น หรือบนคอมพิวเตอร์)

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าตัวเราเองจะถูกอกถูกใจเจ้า audio book เท่าไร พอดีตอนนั้นได้คูปองลด 30% มา ก็เลยลองซื้อมาทดลองเล่น  เป็นการฝึกฟังภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย..  จนกระทั่งวันหนึ่ง เราไปเที่ยว Oregon โดยจะต้องนั่งอยู่บนรถบัสไปราวๆ 6 ชั่วโมง …  ปกติเวลาเดินทางไปไหนไกลๆ เรามักจะพกหนังสือไปอ่านเสมอ เราไม่เคยมีปัญหากับการอ่านหนังสือบนรถสักเท่าไร  แต่.. ทริปนั้น ไม่รู้ว่าเป็นพราะสภาพถนน หรือคนขับรถเขาขับไม่ดี  เราไม่สามารถอ่านหนังสือบนรถได้เลย  เหมือนรถจะสั่นตลอดเวลาจนเราไม่สามารถโฟกัสตัวอักษรได้..  และปกติเราก็ไม่ใช่คนที่ฟังเพลงอย่างเดียวโดยไม่ทำอะไรพร้อมกันไปด้วย.. โชคดีที่เราพก Playaway ไป เลยทำให้การนั่งอยู่บนรถ 6 ชั่วโมงไม่ใช่การรอคอยที่น่าเบื่อสักเท่าไรนัก…

หลังจากนั้นก็เริ่มสำนึกความสะดวกของ audio book   และเริ่มพกมันไป fitness ด้วย  …
เวลาไป fitness เรามักจะเล่นแต่จักรยานเพราะเป็น activity เดียวที่เราอ่านหนังสือได้  และถ้าเราไม่อ่านหนังสือ เราก็ไม่สามารถที่ออกกำลังกายได้นานได้ .. แต่พอมี audio book เราสามารถไปเล่นเครื่องเล่นอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น treadmill หรือ stepping…  น่าเสียดายที่เจ้า Playaway มันกันน้ำไม่ได้ และยังไม่เจอเครื่องเล่น mp3 ที่กันน้ำได้ และราคาย่อมเยาว์  ไม่อย่างนั้น เราก็คงนั่งห้องซาวน่าได้นานขึ้น…

แต่ยังไงก็ยังยืนยันนะว่าเราชอบหนังสือแบบพิมพ์กระดาษมากกว่า.. อาจจะเป็นเพราะนิสัยชอบจด ชอบเขียนด้วยมั้ง เลยทำให้เรายังยึดติดกับหนังสือกระดาษอยู่ (ทุกครั้งที่อ่านหนังสือที่ไม่ใช่นิยาย เราจะมีสมุดบันทึกเล็กๆ ไว้ค่อยจดโน้ต คำพูด หรือข้อคิดที่ได้ หรือโดนใจ เสมอ)

อยากให้มี Audio book ที่ไทยนะ..  เท่าที่จำได้หรือรู้มา  audio book ที่ไทยจะมีเป็นพวกเทปนิทานเด็ก ไม่ก็ cd/เทป รวมสรุปบทเรียนเตรียม entrance  แต่.. ยังไม่มีกับหนังสือทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหนังสือปรัชญา วิชาการ วรรณกรรม หรือนิยาย …  

เคยคิดกับกลมส้มเล่นๆ ว่า..  Audio book จะเกิดที่ไทยได้ไหมนะ?  อาจจะมีฐานข้อมูลอยู่บ้างจากโครงการอ่านหนังสือให้คนตาบอด แต่ถ้าจะทำมันให้เป็นจริง ในแง่ธุรกิจการตลาดล่ะ? 
อืม..
เคยคิดว่า ถ้าจะให้ต้นทุนต่ำสุด ก็น่าจะเป็นขายเป็นไฟล์ online หรือเป็น cd/cassette แต่ปัญหาก็คือ ถ้าขาย Online ก็จะมีเรื่องของความปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนเงิน และก็เรื่องของการ copy file  เช่นเดียวกับถ้าขายเป็น cd/cassette ก็คงเจอเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์  แผ่นผี เทปเถื่อน…   หรือ.. ต่อให้ทำเป็นแบบ playaway ก็เชื่อว่ามันก็ยังก็อปปี้กันได้  ดีไม่ดี มีการแปลงข้อมูลใน playaway ไปทำเป็น mp3 แล้วรวมรวมขายหลายๆ เรื่องในแผ่นเดียวกัน เหมือนพวกประเทือง vampire….
เคยคิดว่า.. ถ้าเราจะสู้กับแผ่นผี เราก็ควรจะตั้งราคาที่ไม่แพง ไม่ต้องหวังกำไรมากมาย เอาแค่ให้ไม่ขาดทุนพอ… แต่.. เอาเข้าจริงๆ แล้วยังไง เราก็คงสู้ในแง่ราคาไม่ได้ เพราะยังไงต้นทุนเราก็คงแพงกว่าแผ่นผี และตราบใดที่คนยังไม่สำนึกเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์  ของแท้ที่อาจจะแพงกว่าแค่ 10 บาท ก็คงจะถูกมองข้ามไป  (ถ้าคนที่ซื้อแผ่นผี เป็นคนที่มีปัญหาว่า 10 บาทที่ต่างกันนี้ มีค่าเท่ากับความเป็นอยู่ของเขาทั้งเดือน เราจะไม่ว่าอะไรหรอก เราคงยอมให้แผ่นผีช่วยเผยแพร่ได้  แต่.. หลายครั้งที่รู้มา คือคนที่เขาไม่ปัญหาเรื่องเงิน กลับเลือกซื้อแผ่นผี เพราะความสะดวก และเห็นว่าถูกกว่า มีค่าเท่ากัน ได้ของเหมือนกัน.. ไม่ได้นึกถึงว่า คนผลิตที่แท้จริง จะตายไหม หรือเขาจะมีเรี่ยวแรง มีทุนพอที่จะทำงานชิ้นต่อไปได้ไหม)

แต่ก็ยังคิดว่า รูปแบบของ Playaway น่าจะเป็นตัวเปิดตลาด audio book ที่ดีในไทยนะ..   หากจุดขายเป็นที่ ready-to-go และทำเป็นลักษณะ collector’s edition ที่มีรูปแบบพิเศษ ดูมีค่าแก่การเก็บสะสม  แม้ว่าเสียงอ่านหนังสืออาจจะถูกก็อปไปได้  แต่ถ้าสิ่งที่หุ้มหนังสือเสียงก็เป็นจุดที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อ  ก็น่าจะช่วยให้ audio book อยู่รอดได้ในระดับหนึ่ง  ..(แต่ก็คาดว่า เดี๋ยวก็คงก็อปกระทั่งรูปแบบ Product  แต่ก็เอาเถอะ มันก็ก็อปยากขึ้นไปอีก)

อยากให้มี audio book ที่ไทยนะ..   หลายคนรอบตัวเรา อยากอ่านหนังสือ แต่ไม่สามารถที่จะอดทนต่อการเพ่งตัวอักษรได้   แต่เขาสามารถที่ฟังเรื่องเล่าต่างๆ ได้   ถ้าหนังสือเสียงเป็นของหาง่ายในไทย  การอ่านหนังสือก็คงไม่ใช่เรื่องลำบากเท่าไร  อีกทั้งคนตาบอดเองก็มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ และสามารถหาอ่านหนังสือได้ง่ายขึ้นและมากขึ้นกว่าเดิมด้วย…

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: