« »

Spiderman 3

by nuch

กว่าจะหาโอกาสหลบไปดู Spiderman 3 ได้ และกว่าจะได้ฤกษ์เขียน blog เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้.. เฮ้อ….

Spiderman 3

ยังประทับใจกับการศึกษา vfx หนังด้วย Imax จากเรื่อง 300..   เราก็เลยยังยืนยันที่จะดู Spiderman 3 บน Imax เท่านั้น (แบบว่าได้ตั๋วฟรีมาด้วย) และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ  ใครที่ยังไม่ได้ดู หรืออยากจะดูอีกรอบ แนะนำเลยว่า ต้องดู Imax แล้วนั่งแถวหลังๆ ชนิดที่สายตาเราเก็บพื้นที่จอได้เกือบหมด..  แล้วจะตื่นตาตื่นใจกับภาพต่างๆ โดยเฉพาะฉาก fx ของ sandman… เห็นรายละเอียดได้อย่างชัดเจน เม็ดทรายเป็นเม็ดๆ และแต่ละเม็ดก็มี texture ของมันด้วยนะ!  
คิดว่าฉาก vfx ของเรื่องนี้น่าจะ render ที่ imax resolution มาทั้งหมดนะ  (แต่ 300 เราว่าไม่ใช่นะ เพราะมีบางฉากที่เห็นว่า grain ภาพมันแตก เหมือนใช้ resolution ต่ำไป)

มาว่ากันในส่วนที่ไม่ spoil เรื่องกันก่อน..
เราชอบเนื้อเรื่องภาคนี้สุดนะ…  มันมีความเป็น drama มากๆ แต่ก็มีบางจุดที่ตะหงิดๆ ใจหน่อยๆ (ไว้ว่ากันในส่วน spoil)  .. ถ้ามองในแง่ความเป็นหนัง drama .. เนื้อเรื่องของ spiderman 3 สอบผ่านเลยล่ะ…  แต่ถ้ามองในแง่หนัง superhero หรือ ความเป็น spiderman .. เราว่าภาคนี้อ่อนลงไปเยอะ.. อ่อนจนชนิดที่เรียกได้ว่า.. เกือบจะเสียเอกลักษณ์ของความเป็นไอ้แมงมุมไปแล้ว..   แต่เราก็ชอบพัฒนาการของตัวละครของภาคนี้นะ.. โดยเฉพาะ Mary Jane…  ที่ผ่านมา ,โดยเฉพาะภาคแรก  เราไม่ค่อยบอกบุคลิกของ Mary Jane เท่าไร .. เธอเหมือนผู้หญิงใจง่าย โลเล และเห็นแก่ตัว…  แต่พอมาภาค 3 .. เธอกลับเป็นเหมือนตัวแทนของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่จะสื่อว่า ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งมีความรู้สึกอย่างไร และต้องการอะไร
บุคลิกของ Peter Parker กับ Harry Osborn ก็เช่นกัน..  บุคลิกที่เปลี่ยนไปของพวกเขา ทำให้เรารู้สึกได้ว่า เออ พวกเขาโตขึ้นนะ  พวกเขาไม่ได้ยึดติดกับกาลเวลาช่วงใดช่วงหนึ่ง… 
แต่.. ในส่วนของ Aunt May เนี่ยสิ…  น่าเสียดายจังที่บทน้อยไปหน่อย…   Aunt May เป็น character ที่เราชอบที่สุดใน spiderman ที่ผ่านมา..  คุณป้าผู้มองโลกในแง่ดี และคอยเตือนสติ Peter Parker..  แต่ในภาค 3 นี้.. คุณป้า May ก็ยังมีคำพูดเด็ดๆ ที่โดนใจเราอีกหลายเช่นเคย…

ในส่วนของ vfx
อึ้ง ทึ้ง… sony imagework พัฒนาไปได้ไกลมากๆ…  โดยเฉพาะเทคนิคของ sandman …  ชอบฉากที่ทรายมารวมตัวเป็นร่าง…   ตอนที่ดูคลิปเบื้องหลัง ก็อึ้งกับ research และไอเดียเขา..   แต่พอไปดูใน Imax … ความตื่นเต้นกลับหายไป  เพราะเราเห็น detail ที่มากขึ้น จนเราพอจะแยกออกว่ามี layer ตรงไหนบ้าง (บอกแล้วว่า Imax คือจอสำหรับศึกษา vfx อย่างดี) แต่ก็ยังจัดว่าเยี่ยมยอดนะ.. ถ้าไม่ใช่เพราะเราดูเบื้องหลังมาก่อน ฉากนี้เราอาจจะไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดมากขนาดนี้ก็ได้ 
แต่ที่ไม่ค่อยชอบในภาคนี้เท่าไรคือ.. การ animate ตัว spiderman ที่เป็น cg double… ชักสงสัยว่าคนละทีมกับที่ทำภาค 2 หรือเปล่านะ..  บางคนอาจจะไม่ชอบ cg double ของ spiderman 2 เพราะว่ามันดูเป็น cg เป็นคอมเกินไป…  แต่เรากลับชอบนะ.. เพราะมันได้อารมณ์การเคลื่อนที่ของแมงมุมอย่างมาก  (ถึงจะกลัวแมงมุมยังไง ก็เคยศึกษาและ animate แมงมุมมาแล้วล่ะน่า)  แต่ในภาค 3… ท่าทาง animate ที่ให้ความรู้สึกของความเป็นแมงมุมกลับหายไป  เหลือแต่ความรู้สึกของนักกายกรรมโชว์ผาดโผนเท่านั้น…
ส่วนเจ้าต้นกำเนิด venom เนี่ย.. เราชอบ animate เขานะ  ดูติ๋งหนืด หนุบหนับ ดี  ได้อารมณ์ของสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะเป็นกาฝาก และเข้าควมคุมสิ่งที่มันเกาะอยู่เลย…
อ้อ
เห็นในหนังสือเบื้องหลังมีใช้ lightscape ด้วยแฮะ..   เฮ้อ..  เทคโนมันไปไวจริงๆ ศึกษาไม่ทันเลย.. HDRi กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปซะแล้ว.. และ Lightscape ก็จะเจริญรอยตามมัน.. (วันหลังค่อยว่าเรื่องนี้กัน)
เอาล่ะ มาเข้าส่วน spoil กันบ้าง…
คำเตือน :
หลังจากบรรทัดนี้ไป จะเป็นการ spoil หนัง มีการเล่าเรื่องหนังแบบละเอียดและอาจจะเล่าจุด climax ที่อาจจะทำให้เสียอรรถรสในการดูหนังได้  ดังนั้น ใครที่ยังไม่ได้ดู กรุณาพักช่วงการอ่าน blog นี้ไว้ที่นี่ก่อน..   ส่วนคนที่ดูแล้ว และยังอยากอ่าน blog ต่อ  กรุณากด ctrl+a เพื่อจะได้อ่านได้ง่ายขึ้น
อย่างที่บอกแต่ต้นว่า..  เรามีตะหงิดใจเรื่องเนื้อเรื่อง…  คือการยัดเยียดบท sandman ให้มาเป็นคนร้ายที่แท้จริงที่ฆ่า Uncle Ben  แรกๆ เหมือนกับยัดเยียด จนหาที่มาที่ไปไม่ได้  เพราะในภาคแรก เราจำได้ว่า เราเห็นคนร้ายแค่คนเดียว  อยู่ๆ มีการแทรกคนร้ายคนที่สอง ก็เลยรู้สึกแปลกๆ
แต่..
ก็ยอมรับได้กับเหตุผลในการฆ่าที่มาเฉลยในตอนหลังนะ…  มีความรู้สึกว่า เออ เขาคลี่ปมตรงนี้ได้ดีแฮะ
แต่ก็ชอบการดำเนินเรื่องนะ.. โดยเฉพาะการพยายามที่จะเล่าถึงความเปลี่ยนไปของ Peter Parker หลังจากกลายเป็นคนดังประจำเมือง  และยิ่งเมื่อโดน เจ้าต้นกำเนิด venom ครอบงำเนี่ย..  มันยิ่งแสดงให้เห็นชัดมากขึ้นของภาพคนที่หลงใหลในอำนาจ และไม่เคยรู้ตัว…
ฉากที่ Mary Jane พยายามจะบอก Peter Parker ว่าเธอเสียใจคำวิจารณ์การแสดงของเธอขนาดไหน และเธอต้องการอะไร แต่ Peter Parker กลับพยายามปลอบด้วยการยกตัวอย่างกรณีของ spiderman…    แหม.. มันชัดมากเลย ภาพของผู้ชายงี่เง่าคนหนึ่งที่ไม่เคยทำความเข้าใจผู้หญิง…   ยิ่งมาชัดมาก็ตอนที่ Aunt May บอกว่า “A man needs to put his wife before himself.” ในตอนที่ Peter Parker บอกว่าจะขอ MJ แต่งงาน…  แล้ว Peter Parker ก็บอกว่า “เขาสามารถทำได้” … เราชอบ Acting ฉากนี้ของ Toby Mcguire นะ.. .มันชัดมากว่า เขาคิดว่าเขาทำได้ และก็เหมือนรับปากไปงั้นๆ ด้วยความมั่นใจในตัวเอง…  แต่เอาเข้าจริงๆ .. เขาก็มารู้ในภายหลังว่า มันไม่ใช่ง่ายๆ อย่างที่เขาคิด…   และฉากที่เป็นจุด climax ของ ประโยคเด็ดของ Aunt May ในเรื่องการแต่งงาน.. ก็คือ ฉากที่ Spiderman จูบกับ Gwen บนเวที…   มันชัดมากว่า Peter Parker ไม่ได้เข้าใจจิตใจของผู้หญิงโดยเฉพาะ MJ เลย…  ประโยคที่ MJ พูดว่า “That is our kiss!”  เป็นประโยคที่ชี้ชัดว่านั่นคือด้ายเส้นสุดท้าย ที่ MJ เชื่อว่า Peter Parker คิดว่าเธอเป็นคนพิเศษเสมอ .. และก็ไม่แปลกที่เธอจะเข้าใจว่า Spiderman จะไปมีคนใหม่..  ถ้าถามเราว่า MJ ขี้หึงเกินไปไหม…  เราว่าไม่นะ…  เธอออกจะอดทน และพยายามทำความเข้าใจกับสถานะของ Spiderman และ Peter Parker ในร่างเดียวกัน..  แต่อีกฝ่ายสิ.. กลับไม่เข้าใจ  กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสายเกินไป…
A man  needs to put his wife before himself… (หวังว่าคงไม่มีใครแปลว่า ผู้ชายต้องเป็นช้างเท้าหลังนะ…) เป็นอีกหนึ่งประโยคที่ชอบจาก spiderman 3 ..  ป้า May เธอพูดสั้นๆ ได้โดนใจเราจริงๆ…
อีกจุดหนึ่งของเนื้อเรื่องที่เราชอบคือ.. การเล่าถึงอำนาจและการแก้แค้น…
มันโดนเลยล่ะ..  การที่คนเรามีอำนาจมากๆ ใช้มันอย่างระเริง หลงใหลไปกับมัน จนลืมไปว่า สิ่งที่ตัวเองทำนั้นมันควรหรือไม่ควร และมีความถูกต้องหรือไม่…
Peter Parker เคยสงสัยไหมนะว่า ถ้าเขาไม่ได้รู้จักหรือสัมผัสต้นกำเนิด venom เขาจะตัดสินใจฆ่า Flint Marko โดยไม่ลังเลเลยไหม? 
แล้วเราก็ชอบคำพูดของ Aunt May อีกแล้ว ที่บอกว่า “… Spider-Man doesn’t kill people. What happened? “…. “Uncle Ben meant the world to us, but he wouldn’t want us living one second with revenge in our hearts. It’s like a poison. It can take you over, before you know it, turn you into something ugly…”
เป็นคำพูดที่เรียกสติยั้งคิดของ Black spidy ที่หลงระเริงกับอำนาจ..  และคงเป็น turning point ของ Black spidy … (ฉากที่ Black spidy ทำลายกล้องของ Eddie Brock (ก่อนหน้าที่จะไปปะทะ sandman ในอุโมงค์รถไฟใต้ดิน) เป็นอีกฉากที่เราชอบนะ มันแสดงให้เห็นว่า Spiderman, you friendly neighbor ได้หายไปแล้ว)
แต่..
ที่เราสงสัย และคิดว่าอาจจะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ความเป็น spiderman หายไป ก็คือฉากต่อสู้ฉากสุดท้าย..  ที่ทั้ง Venom และ Sandman มารุมสกัม Spidy ก่อนที่ New Goblin จะเข้ามาช่วย..
จำได้ว่าทั้งสองภาคที่ผ่านมาของ Spiderman   เวลา Spidy โดยรุม ชาวเมือง NY จะต้องมีการขว้างของใส่คนร้ายเพื่อช่วย Spiderman เพื่อนบ้านที่แสนดีของพวกเขา…  แม้ว่าจะเป็นการทำอะไรที่ไม่ได้ผลและเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายกับตัวเอง… แต่มันแสดงให้เห็นถึงความรัก ความต้องการ spiderman ของชาวเมือง NY …  แต่ในภาค 3 ชาวเมือง NY กลับไปรุมดูที่เกิดเหตุอย่างเดียว พอข่าวออกมาว่า This might be the end of spiderman…. กลับมีแค่ภาพใบหน้าเศร้าๆ …และการยืนดูนิ่ง  และส่งเสียงเชียร์เมื่อ Spidy ได้เปรียบ (ทำอย่างกับเชียร์มวยงั้นแหละ)…  ตรงนี้แหละที่เราว่ามันแปลกไป..  ในโลกแห่งความเป็นจริง มันอาจจะเป็นอย่างนี้จริงๆ ก็ได้…  แต่ความที่เราเห็นจากภาคแรกและภาคสอง..  เรากลับคิดว่า..  ชาว NY เริ่มหมดรักไอ้แมงมุมแล้วหรือเปล่านะ? 

มีแอบขำหน่อย.. ตอนที่หนังพยายามจะบอกว่าสิ่งที่ทำให้ต้นกำเนิด venom มันอ่อนแรงลง คือเสียงระฆังในโบสถ์… เอ.. เขาจะบอกว่า ศาสนาช่วยท่านได้หรือเปล่านะ?

น้ำตาซึม….
ฉากที่ sandman ขอโทษ spiderman  และทุกฉากที่ Sandman พบกับลูก…  ไม่รู้ว่าบท ฝีมือนักแสดง แสงสี หรือผงทรายมันเข้าตาเรากันแน่..  … กลับรู้สึกตื้นตัน น้ำตาอยากจะเล็ดให้ได้เลย..

ก็ไม่ได้จงใจจับผิดนะ..  แต่สงสัยว่าทีม sound editing น่ะ..  แอบดื่มแอลกอฮอล์เวลาทำงานหรือเปล่า.. มีหลายฉากที่เรารู้สึกว่าเสียงไม่สัมพันธ์กับภาพ…   ฉากที่ชัดสุดคือ.. ตอนที่ Peter Parker จะโทรหา MJ (หลังทะเลาะกันที่ร้านอาหารก่อนขอแต่งงาน)  แล้ว Peter หยอดเหรียญในเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ..  เราจะได้ยินเสียงเหรียญหล่นลงมาในช่องคืนเหรียญ… แต่ Peter กลับไม่มีท่าทีเอะใจอะไร และยังจะกดเบอร์ต่อ.. แต่พอเขาเปลี่ยนใจวางหู.. ไม่มีเสียงหล่นคืนเหรียญ  แต่เขาก็หยิบเหรียญออกจากช่องคืนเหรียญได้…   เออ… แปลกดี..  ไม่รู้ว่าจงใจให้เป็นอย่างนี้หรือเปล่าเนี่ย???

Spiderman ภาคนี้ เนื้อเรื่องเนื้อหาเข้มข้นมากๆ  subplots เพียบ แต่ก็เรียกว่า เล่าเรื่องได้จบค่อนข้างสมบูรณ์ในตัวเลยล่ะ…  ก็หวังว่าภาค 4 จะเขียนเรื่องได้สนุกไม่แพ้ภาค 3 นะ

The power; it feels good. But you’ll lose yourself to it. It’ll destroy you

One Response to “Spiderman 3”

  1. ม้าลายกระป๋อง Says:

    ผมว่าไอ้ sand man มันตัวใหญ่เกินไปเลยไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยอ่ะ
    ถึงเอาของป่นี่ใช่ว่าจะรู้สึกอะไร เลยไม่รู้จะทำไง
    กรีน ก๊อบลินกับหมอหมึกอย่างน้อยมันก็สเกลคนนะ :D

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: