« »

เครื่องดื่มชูกำลังสำหรับนักศึกษา

by nuch

วันนี้สอบ..

แต่ด้วยภาวะเครียดสะสม ทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน เรื่องการฝึกอบรม..  ทำให้วันนี้ตั้งแต่เช้าหัวมันตื้อมากๆ  รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย และพอบ่ายๆ ก็รู้ตัวเลยว่า เครียดเกิน เพราะสมองมันชาๆ ตื้อๆ ตึบๆ และมีความรู้สึกอยากอาเจียน

ส่วนหนึ่งของความเครียดก็คงเป็นเรื่องที่ว่า วันนี้สอบ ..​และ..  ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย!!!
แถมเมื่อวานก็ใช้สมองหนักไปกับการเรียนบัญชี  ก่อนหน้านัั้นอีกก็สมองหนักไปกับงานออกแบบ …  นอนก็น้อย  ปริมาณเลือดในร่างกายก็ตก..

ก็ตั้งใจว่าจะไปถึงก่อนเวลาสอบสักสองชั่วโมง  อ่านหนังสือก่อนเข้าห้องสอบนี่แหละวะ.. แต่พอไปถึงแล้วอาการหัวตื้อๆ ไม่หายสักที  พอดีเพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่า เขากินเปปทีนแล้วช่วยเรื่องนี้ได้ ก็ลองดูวะ

ปกติไม่ชอบพวกเครื่องดื่ม, อาหารเสริม, หรือวิตามินบำรุงสักเท่าไร  เพราะร่างกายเรามันเพี้ยน เวลารับของพวกนี้เข้าไป  ที่หนักสุดที่เคยเจอคือ ร่างกายหยุดสร้างสารที่เรารับจากพวกอาหารเสริมแบบสกัดให้ดูดซึมง่าย  ก็เลยไม่ค่อยอยากพึ่งพวกนี้เท่าไร เพราะมันทำให้เคยตัวจนเราต้องพึ่งพามันไปเรื่อยๆ

แต่วันนี้ไม่ไหวแล้ว เสี่ยงเป็นเสี่ยง เพราะจะต้องสอบ แต่ด้วยสภาพหัวตื้อๆ แบบนี้ คงทำข้อสอบไม่ได้แน่ๆ

ว่าแล้วก็ลองซื้อมาทานดู Peptein 4000  ราคา 38 บาท!  งงเลย  แพงมากๆ  เอาวุ้ย ครั้งหนึ่งในชีวิต ลองดู

เปิดฝาก็แล้วก็กระดกรวดเดียวเลย..   รสชาติมันเปรี้ยวๆ คล้ายนมเปรี้ยว แต่มีความแหลมมากกว่าหน่อย แล้วก็มีรสขมปลายลิ้นด้วย (ส่วนตัวแล้ว จะยึดติดกับความคิดที่ว่า อะไรที่มีรสขมปลายลิ้น จะเป็นพิษต่อร่างกาย) ดีนะที่กินแบบแช่เย็น  ถ้ากินแบบไม่แช่เย็นนี่ เราว่ารสชาติมันใกล้ๆ กลิ่นอ๊วกเลยนะ

หลังจากกินไปได้สักพัก..  เฮ้อ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!  อาการมึนๆ ตุ๊บๆ มันหายไป  แต่ก็ไม่ใช่หัวโปร่งโล่ง สมองแล่นหรอกนะ..  เฮ้ย ถ้ากินแล้วได้ผลเร็วขนาดนี้ มันคือเครื่องดื่มชูกำลังหรือเปล่าเนี่ย?  แหม ไม่ทันได้สังเกตว่ามีข้อความ “ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด” ว่ามีหรือเปล่า แต่ขอบอกว่าเด็กและสตรีมีครรภ์อย่าเสี่ยงดีกว่า เนื่องจากอ่านส่วนประกอบข้างขวดแล้ว รู้สึกมันเคมีจ๋า จนไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ผู้ฝักใฝ่ธรรมชาติพึงจะบริโภคมัน

ถ้าถามว่าดื่มเปปทีนมันช่วยให้หัวโล่งขึ้น มันช่วยนะ อาการสมองชา มึนตึีบๆ มันหายไป
แต่..​ ถ้าถามว่า ดื่มเปปทีนแล้ว ช่วยให้อ่านหนังสือดีขึ้นไหม …  คำตอบของเราคือไม่ เพราะเราก็ยังอ่านหนังสือ และจดจำได้ไม่ต่างจากเดิม  มันแค่ลดความน่ารำคาญของอาการสมองชา ที่ทำให้รู้สึกล้าๆ แค่นั้น…

มีใครบางคนบอกว่า ดื่มเปปทีน ก็เหมือนกับ ดื่มลิโพผสมนมถั่วเหลืองน่ะแหละ

ก็อาจจะใช่ ..
แต่เราเคยดื่มลิโพแล้วหลับปุ๋ย  และแต่ก่อน เรามักจะดื่มนมถั่วเหลืองก่อนนอนเป็นประจำ เพราะมันช่วยให้เราหลับง่าย..  ฉะนั้น ความเป็นไปได้ว่า ลิโพผสมน้ำเต้าหู้ จะช่วยแก้อาการสมองชาของเรา ก็คงเป็นไปได้ในแง่ที่ว่า ทำเราหลับลืมตื่นเลย…

ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า วันนี้เปปทีนช่วยเรา ให้หายจากอาการสมองชา และทำข้อสอบได้ด้วยความรู้สึกที่ไม่เครียดเกินไป ซึ่งตรงนี้ก็แปลกอีก เพราะเราควรจะต้องเครียดมากกว่านี้ แต่เรากลับทำข้อสอบด้วยความรู้สึกไม่เครียด  อารมณ์มันจะคล้ายคนเสพยาแล้วมีอาการ high แบบหลงลืมสภาวะความเป็นจริงหรือเปล่าเนี่ย??

แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง เราจะโดนข้อหาใช้ยากระตุ้นในการการสอบไหม??

สรุปแล้ว..  วันนี้เราดื่มเปปทีน ก็ไม่ต่างจากการใช้ยาโด๊ปสักเท่าไร

และคิดว่า เราคงจะไม่ดื่มมันอีก  มันไม่น่าจะใช่ผลิตภัณฑ์ที่ดื่มได้ทุกวัน  เจ้านี่มันไม่ใช่นม แล้วก็ไม่ใช่อาหารเสริมในสายตาเรา  อย่างที่บอกว่า มันเหมือนยาโด๊ป  ซึ่งคำว่ายาโด๊ป มันก็เข้าข่ายยาเสพติด  ควรใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ และจำกัดปริมาณ (เช่น มอร์ฟีนที่เขาใช้ลดอาการเจ็บป่วยของคนไข้)

ชักสงสัยแล้วสิว่า คนที่บอกว่าดื่มเปปทีนทุกวันเนี่ย ถ้าวันหนึ่งเขาไม่ได้ดื่ม การทำงานของสมองเขาจะเปลี่ยนไปไหม?  แล้วร่างกายเขา จะดูดซับสารเปปไทด์ที่มาจากถั่วเหลือง หรืออาหารที่มาจากธรรมชาติได้ไหม?  แล้วเขาจะมีอาการเหมือนคนติดกาแฟไหม ที่ว่า วันไหนไม่ดื่มกาแฟ จะเฉื่อยชา ไม่ก็หงุดหงิด?

สำหรับคนที่สนใจบทวิเคราะห์เจ้าเปปทีน แนะนำให้ไปอ่านต่อได้ที่ http://palermos.exteen.com/20080905/soy-peptide แล้วจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงเรียกมันว่า “เครื่องดื่มชูกำลังสำหรับนักศึกษา”

ก็เพราะว่า คุณค่าแทบไม่มี ราคาก็แพง โหมโฆษณาหลอกได้ดื่มได้บ่อยๆ ไม่ต่างอะไรกับพวกเครื่องดื่มชูกำลังสำหรับผู้ใช้แรงงานเลย

2 Responses to “เครื่องดื่มชูกำลังสำหรับนักศึกษา”

  1. Tone Says:

    I usually stick with hot green tea and maybe fruits or yogurt if I have any. Energy drinks look and taste too fake for me :/

    Did you do well in the exam?

  2. nuch Says:

    It’s pretty hard to find a cup of hot tea here if not cooking by yourself or purchasing at coffee shop which is cost the same price as in U.S. Just tried it once and would never have it again. :( About the exam, I still have no idea about the result. Luckily, it’s an open-booked exam. I’m pretty quick with book, therefore, I don’t think I’ll be failed. However, there’s a story behind it which gave a question of the new generation’s friendship and attitude.

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: