« »

เฮละวา เด็ก’ถาปัด

by nuch

แวบไปที่บอร์ดห้อง แล้วไปจ๊ะเอ๋เพลงนี้

โอ ไม่คิดเลยว่าจะมีการทำบันทึกเสียงเพลงคณะด้วย  แต่เวอร์ชั่นนี้เป็นลักษณะเหมือนเพลงมาร์ชแฮะ น่าจะร้องโดยรุ่นก่อนเราหลายๆ รุ่น  ไม่แน่อาจจะร้องโดยรุ่นในสมัยที่ยังเป็นวิทยาลัยการก่อสร้างด้วย

เพลงนี้ชื่อเพลง ส.ถ. ทรนง

เป็นหนึ่งในเพลงคณะที่ต้องร้องทุกวันที่เข้าห้องเชียร์  รุ่นเราจะร้องแบบเสียงประสาน โดยจะเริ่มร้องแบบเสียงหนักแน่นเข้มแข็ง พอเข้าท่อน “แม้ตัวจะตาย ไม่เสียดายชีวา” จะแบ่งร้องเป็นเสียงผู้ชายกับเสียงผู้หญิง โดยผู้ชายร้องนำ แล้วผู้หญิงร้องท่อนทวน แล้วก็กลับมาร้องพร้อมกันใน “เราจงพร้อมใจกันมาชูเชิดเกียรติกล้าให้ลาลือไกล” ด้วยเสียงเข้มแข็ง

แต่พอเข้าท่อน “พวกเราน้ำใจหนึ่งเดียว ดังเกลียวของแผ่นน้ำ” ก็จะร้องด้วยเสียงสนุกสนาน และจะมี “ทีมจุ๊กกรู้” มาส่งเสียงเฮฮา เคาะแก้ว เคาะขวดตามประสาวงเหล้า  แต่มาถึงท่อน “เราอดเราทนเราทำ มิเคยคำนึงถึงวันคืนค่ำ ทำ ถึงยากตรากตรำ ทำ” เสียง “จุ๊กกรู้” ก็จะเงียบลงที่ช่วงหยุดก่อนคำว่า “ทำ” และทุกคนจะเน้นคำว่า “ทำ” เป็นเสียงที่หนักแน่นมากๆ  ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดยากตอนที่ร้องให้ห้องเชียร์  เพราะเหมือนๆ วัดใจกันว่า จะตะเบ็งคำว่า “ทำ” เมื่อไร   ถ้าเปล่งเสียงไม่พร้อมกัน ความหนักแน่นของคำจะหายไป และกลายเป็นเสียงที่ไม่เข้มแข็งเอาซะเลย

และเวลาร้องในห้องเชียร์ ถ้าร้องไม่ดี พี่มือกลองจะหยุดตีกลองคณะให้จังหวะ   มีบางครั้งที่พวกเราดื้อ ฝืนร้องต่อโดยไม่สนสัญญาณกลอง  แต่เสียงก็เบาลงเรื่อยๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่คิดว่าจะร้องต่อ  สุดท้ายกลุ่มเด็กดื้อก็ต้องเงียบเสียงไปโดยปริยาย

และถ้าร้องเพลงได้แย่มากๆ จังหวะกลองจะเปลี่ยนไปเป็นจังหวะ “โจ๊เฮ้ย”  จะเป็นเสียงกลองแบบ (พิมพ์อธิบายจะรู้ไหมเนี่ย)  โจ๊ะ ตึ่งตึ่ง  โจ๊ะ ตึ่งตึ่ง โจ๊ะ ตึ่งตึ่ง ตึ่ง เฮ้ยเฮ้ย (เฮ้ยเฮ้ยเป็นเสียงที่รุ่นพี่ตะโกนมา)  ซึ่งเป็นการต่อว่าน้องๆ ทางอ้อมว่า ร้องได้ห่วยมาก  (หรือเห่ยหว่า ถึงได้ใช้คำว่า เฮ้ย เฮ้ย??)  แต่บางทีพวกเราก็บางคนกลับรู้สึกสนุกกับเสียงกลองแบบนี้ เลยดีใจที่ทำพี่ “โจ๊ะเฮ้ย” ออกมาได้ :evil:

ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้จะยังมีกิจกรรมเชียร์อยู่หรือเปล่า  กิจกรรมรับน้องก็ด้วย  เห็นหลายสถาบันยกเลิกการจัดไปตามมาตรการควบคุมที่เพิ่งออกมาใหม่  ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า บางที บางคณะ เขาก็รับน้องโหดไปจริงๆ   ยิ่งสมัยนี้ยิ่งบ้าเรื่อง “สิทธิมนุษยชน” กันอยู่ เลยทำให้เกิดน้องโวยวายขึ้นเยอะ

ที่จริงอยากให้ควบคุมแค่คณะไหน ม.ไหนที่ชื่อเสียงรับน้องไม่ดี ก็คุมคณะนั้นไปนะ  แต่คงเป็นไปได้ยากในทางปฎิบัติ เพราะเดี๋ยวจะโดนข้อหา “สองมาตรฐาน” ต่ออีก

ไม่รู้ว่า ถ้าต่อไปไม่มีกิจกรรมรับน้อง กิจกรรมเชียร์  ความรู้สึกของการเป็นหนึ่งเดียวกับคณะจะเกิดขึ้นมาไหม?   จะรักคณะ รักเพื่อนฝูงไหม?  ความสนิทสนมกลมเกลียวระหว่างรุ่นจะเกิดขึ้นไหม?

“ผองเราสำราญสมานสามัคคี ผองเราเปรมปรีสุขีดั่งมีน้องนาง เฮ.. เห่เฮเฮ๊เฮ”

Tags:

7 Responses to “เฮละวา เด็ก’ถาปัด”

  1. กี้ Says:

    เยี่ยมค่ะ พี่ แหม ช่วงนี้ฟังเพลงไรก้อโดน ฟังอย่างนี้ บ้างก็ดีค่ะ

  2. nooknik Says:

    ตอนสมัยผมเชียร์ ปี32 ถ้าจำไม่ผิดใช้ตึก สอ.ชั้นสอง ปิดหน้าต่างหมด เขียนฉากสวยงามรอบห้อง เฟรชชี่ นั่งหันหน้าหาฉากห้ามหันกลับมายังกลองเชียร์ ไม่งั้นโดนเชิญออกมาเครีย นอกห้อง ถ้าวันไหนมีผู้ใดไม่เข้าเชียร์ ไม่ว่าเหตุผลใด แม้แต่คนเดียว ที่เหลือ พร้อมพี่ว๊ากเกอร์ ได้วิ่งรอบคณะสามรอบ น่วมเลย แต่หนุกดี :lol:

  3. nuch Says:

    ไม่ทราบว่าคุณ nooknik นี่จบจากสถาบันไหนหรือคะ?

  4. nooknik Says:

    KMITL ครับ ภาควิชานิเทศศิลป์ สาขา ภาพยนตร์ จบมา 17 ปีแว้วจ้า.. ^_^

  5. nuch Says:

    โอ อย่างนี้เราต้องเรียกว่า พี่ nooknik สิ… สถาบันเดียวกัน แต่คนละสาขาวิชาค่ะ

  6. nooknik Says:

    ..ผมรู้อยู่น่ะว่าคุณนุช ก็ kmitl เพราะชอบอ่านจากที่คุณนุชฝากข้อความไว้ตามเวปต่างๆน่ะครับ มีประโยชน์ดี..ดูจากชั่วโมงการโพสข้อความของคุณนุชแล้ว ผมน่าจะเรียกคุณว่าพี่มากกว่านะครับ.. ^_^

  7. nuch Says:

    -__-; โดนรุ่นพี่เรียกพี่… รู้สึกแก่ขึ้นมากๆ เลย

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: