« »

ภาษาทาย.. เอ๊ย ภาษาไทย

by nuch

(Backup มาจากสมัย bloggang เนื่องจากว่ามีกรณีคล้ายกันนี้เกิดขึ้นอีก  หัวข้อนี้เขียนใน bloggang เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2549 )

ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเขียนเรื่องนี้ลง bloggang ที่จริงเราอยากจะจำกัด bloggang ให้เป็นอะไรที่เป็นสาระเกี่ยวกับหนังและสื่อบันเทิง ไม่ค่อยอยากให้เข้าถึงความเห็นส่วนตัวเชิงลบมากกว่าเท่าไรนัก

แต่ครั้งนี้จะเรียกว่า ฟิวส์ขาดก็เลยมาเขียนก็ไม่ถูก เพราะยังไม่ได้ฉุนมากชนิดจะพิมพ์ไปตัวสั่นไป

เรื่องของเรื่อง เกิดจากกระทู้ที่บอร์ด thai3d

ที่ จริงกระทู้มันเริ่มจากน้องคนหนึ่งมาถามเรื่องที่เรียนต่อในไทย จากนั้นก็มีพี่คนหนึ่งแนะนำให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ แล้วเราก็เข้าไปแซวการใช้ภาษาไทยของน้องทำนองว่า ไม่น่าเรียนต่อนอก หากยังใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง ผลก็คือ.. เราโดนว่ากลับมาว่าน้องเขาจะเรียน animation ไม่ใช่ภาษาศาสตร์ -__-‘

ถ้าน้องคนนั้นเขาสะกดภาษาไทยแบบ ไม่จงใจผิด อาจจะแค่พิมพ์ผิดหรือเล่นมุขก็ยังพออภัยได้หรอกนะ แต่เรากดดูการตอบของน้องในหลายๆ กระทู้แล้ว เห็นเลยว่าน้องเขาพิมพ์ผิดแบบตั้งใจ “เปนไง” “ไปเรย” “ไม่รุ” “พิสูด”….. ก็เลยแซวกึ่งตำหนิหน่อย แต่กลายเป็นว่า เราโดนมองว่าเป็นนักภาษาศาสตร์ไปซะแล้ว

คิดแล้วก็เศร้าใจ ที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครเห็นความสำคัญของการใช้ภาษา ต้องสร้างคำแปลกๆ ให้เข้าใจยาก ไม่ก็ต้องใช้ไทยคำอังกฤษคำ ให้สงสัยว่า ภาษาไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิมเนี่ย มันไม่ดีตรงไหนหรือ? และไอ้ศัพท์แปลกๆ ที่ใช้กันอยู่เนี่ย มันมีดีตรงไหนหรือ? นอกจากทำให้สื่อสารกันยากขึ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายวัฒนธรรมที่มีมาแต่ดั้งเดิมด้วย ถ้าเขาจะใช้ภาษา”ทาย”เพี้ยนๆ อย่างนี้ในห้อง chat หรือบน msn เราก็ไม่ว่าหรอกนะ เราก็แค่ไม่คุยด้วย เพราะรำคาญ บั่นทอนปัญญายิ่งกว่าอ่านคุโรมาตี้อีก แต่การใช้บนบอร์ด กระดานคำถามทั่วไปเนี่ย เรามองว่าคนที่ใช้เป็นคนที่ไม่สนใจผู้อื่นเท่าไรนัก ไม่คิดกันเลยว่า เขาจะอ่านสะดวกไหม อ่านเข้าใจไหม

เรื่องการใช้ภาษาไทยก็เคยเถียงกันใน บอร์ด thai3d มาครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว พี่ในบอร์ดคนหนึ่ง มองว่า ภาษาที่ไม่พัฒนาคือภาษาที่ตายแล้ว และก็ยกตัวอย่างศัพท์เพี้ยนๆ ที่ใช้ในเกมออนไลน์ของเมกันว่าเป็นที่นิยมและยอมรับขนาดไหน โดยอ้างอิงจากเวป urbandictionary ซึ่งเราไม่เห็นด้วย คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ได้ยอมรับภาษาเพี้ยนๆ ในเชิงการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน และเวป urbandictionay นั้นก็เป็นเวปรวมแสลง ซึ่งไม่ใช่ภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการเท่าไรนัก เรียกว่าภาษาพูดเฉพาะกลุ่มมากกว่า หลายคำที่คนอเมริกันไม่รู้ และไม่นิยมใช้ หรือ.. อาจจะเคยใช้แต่ไม่ได้ใช้อีกเพราะมันตกรุ่น มันเชยไปแล้ว

เราก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงต้องเอาอย่างอเมริกันซะทุกด้าน รับมาแต่ด้านที่ดีๆ ไม่ได้หรือ?

บางคนอาจจะมองว่า เรียนด้านศิลปะ ด้าน animation ไม่จำเป็นต้องสะกดคำให้ถูกหรอก ทำภาพเป็น เป็นใช้ได้ อยากตะโกนกลับไปว่า “ใครบอกมึงฟะ?” เราเคยได้ยินอาจารย์อเมริกันเนี่ยแหละ บ่นเรื่องนักเรียนอเมริกันคนหนึ่งที่เขียน paper มาแล้วเขาอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะสะกดคำผิดๆ ถูกๆ เขาบอกเราว่า ในวงการนี้ ถ้าคุณอยากทำงานระดับหัวหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะฝีมือเลิศเลอระดับพระเจ้า หรือเชลียร์เก่ง ก็อย่าหวังเลยว่าคุณจะก้าวหน้าได้ หากคุณยังใช้ภาษาผิดๆ ถูกๆ เพราะมันคือเรื่องของการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม อย่าคิดว่าคนทำ animation จะไม่ต้องใช้ภาษานะ เมื่อเข้าไปอยู่ในระบบงานเขาแล้ว ทุกอย่าง ทุกขั้นตอน ต้องมีเอกสารในการมอบหมายหรือส่งต่องาน แล้วจะมองว่าภาษาไม่สำคัญอีกหรือ

ไอ้การสะกดคำให้ถูกเนี่ย เราว่ามันง่ายยิ่งกว่าการมานั่งวาดรูป นั่งเรียนคอม ทำงานตามโจทย์ลูกค้าซะอีก แค่รักษาเรื่องการสะกดคำให้ถูกต้องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรจะไปทำงานคุณภาพที่ต้องอาศัยความละเอียดและความเอาใจใส่ได้

Blog นี้ขอบ่น ในใจก็แอบคิดนะ ว่าถ้าต่อไปพวกเด็กที่ใช้ภาษาเพี้ยนโตขึ้นมา เขาจะทำการทำงานยังไง หากภาษาเพี้ยนเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ สมมตินะ ว่าถ้าเด็กภาษาเพี้ยนไปเป็นหมอ เขียนใบสั่งยาด้วยภาษาเพี้ยนๆ จะเกิดอะไรขึ้น (อากานยางนิ กินยา assพิเรน ดีก่า) หรือถ้าเขามาเขียนหนังสือ เขียนนิยาย เขียนบทละคร บทภาพยนตร์ (กิด กิด พีพากขา ช้วยดาวพาสุกด่วยคา) แต่งเพลง (ร๊ากเทอ ม่ายมียุด)….

โอ.. คิดแล้วดีใจจริงๆ ที่อายุขัยเราสั้น… -__-‘

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: