« »

“เจ็บเพราะรัก”

by nuch

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเริ่มขึ้นแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และงานจะมีไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายนนี้

“เจ็บเพราะรัก” เป็นหนังสือเล่มเดียวเลยที่เราตั้งใจจะไปซื้อในงานให้จนได้  ยิ่งรู้ข่าวจาก Facebook ของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ คนเขียนหนังสือเล่มนี้ ว่าเขาจะมาแจกลายเซ็นในเย็นวันศุกร์ที่เป็นวันเปิดงาน และเช้าวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม..

เย็นวันศุกร์เราออกจากบ้านไม่ได้  แต่ตั้งใจว่าจะไปวันเสาร์ให้ได้  ก็มีบอกพี่ชายไปว่าวันเสาร์จะไปงานหนังสือนะ  พี่ชายก็มีท่าทีไม่อยากให้ไป เพราะ ณ เวลานั้นมีข่าวเสื้อแดงจะปิดถนน พี่ก็เลยบอกว่าไปวันอื่นไม่ได้หรือ..

พอเช้าวันเสาร์ ใจเราก็อยากไปงาน แต่ไม่รู้ว่าควรไปดีไหม พี่ปรามไว้อยู่..  แล้วยังไม่ได้บอกแม่ด้วย..

ตอนเช้าเจอพ่อแม่ ก็ถามพ่อว่า พ่อจะไปงานหนังสือไหม พ่อก็บอกว่าไป แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อไร..  เราก็บอกพ่อกับแม่ว่า เราอยากไปเช้านี้ แต่พี่ชายกลัวปัญหาเสื้อแดง แม่ก็บอกว่างั้นก็รอก่อนดีกว่า..  ในใจตอนนั้นก็คิดว่า เอาน่ะ ไม่เป็นไร เสาร์หน้าคุณผมอยุ่ข้างหลังคุณก็มา ไว้ตอนนั้นก็ได้  ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องทำแบบเดียวกับที่เพื่อนเคยทำให้ คือฝากหนังสือไว้ที่คนขายให้เอาไปให้คุณผมอยู่ข้างหลังคุณเซ็น แล้วนัดรับกับคนขายอีกที…

แต่ก่อนเราเป็นคนที่เฉยๆ กับลายเซ็นนักเขียนนะ อาจจะเพราะที่ผ่านมา เจอคนดัง เจอนักเขียนที่เขามาออกงานแจกลายเซ็น แล้วเขาก็เซ็นเหมือนตราประทับ คือมีเพียงลายเซ็นอย่างเดียว ไม่ได้ให้ความรู้สึกพิเศษเท่าไร  ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมสำนักพิมพ์ไม่พิมม์ลายเซ็นของนักเขียนบนปกในของหนังสือไปเลยล่ะ..  แต่หลังจากที่แมวส่งหนังสือ “เมื่อฉันลืมตาโลกก็เปลี่ยนไป” มาให้เมื่อตอนที่เรายังเรียนอยู่ที่อเมริกา  หนังสือนั้นมีข้อความว่า

สำหรับคุณนุช
ขอบคุณครับที่อุดหนุน
ขอให้สนุกกับหนังสือ
และมีความสุขมากๆ ครับ
แล้วถ้ามีโอกาสค่อยเจอกันงานหน้าครับ
(ลงลายเซ็นที่เราอ่านไม่ออก :whistle: )

เป็นครั้งแรกที่ได้ลายเซ็นนักเขียนแล้วรู้สึกดีใจมากๆ  ความที่ชื่นชอบงานเขียนของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณอยู่แล้ว เจอข้อความพร้อมลายเซ็นเช่นนี้ยิ่งทำให้อยากติดตามผลงานของเขาต่อไปเรื่อยๆ และครั้งนี้ก็เช่นกัน…

ไม่รู้ว่าพ่อรู้ว่าเราอยากไปตอนเช้าวันเสาร์มากหรือไร พ่อถึงบอกว่า จะไปงานหนังสือตอนนี้เลยหรือเปล่า ถ้าจะไปให้เตรียมตัวเลย

โอกาสอย่างนี้มีหรือจะปฎิเสธ…  ไปสิ  ยิ่งไปกับพ่อด้วย แม่กับพี่ชายว่าไม่ได้แน่ๆ  และคงไม่กังวลเท่ากับปล่อยเราไปคนเดียวแล้วไปจ๊ะเอ๋ม็อบเสื้อแดง..

ไปถึงที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ตอนใกล้ๆ 11 โมงเช้า ลงจากรถปุ๊ปเราก็ดิ่งไปที่บูธ M16 ทันที  ไปถึงก็หยิบหนังสือ “เจ็บเพราะรัก” ขึ้นมาเลยหนึ่งเล่ม จ่ายเงิน และรอคิวขอลายเซ็น  ตอนที่จ่ายเงิน พี่ที่ประจำบูธก็มีบอกว่าวันนี้คนเขียนมาแจกลายเซ็นด้วยนะคะ   เราก็บอกไปว่า นี่แหละ ยอมเสี่ยงม็อบมาเพื่อจะมาเอาหนังสือเล่มนี้พร้อมลายเซ็นล่ะค่ะ… และนั่นก็ส่งผลให้ลายเซ็นของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณในปกในของหนังสือมีข้อความเสริมว่า:

ปล. ขอบคุณครับที่ฝ่าม็อบมางานหนังสือ

xD

วันนั้นกว่าจะได้กลับบ้านก็ 4 โมงเย็น…
กลับมาถึงบ้านก็หยิบหนังสือ “เจ็บเพราะรัก” มาอ่านรวดเดียวจบ (เพราะรอบนี้ไม่มีข้อความแนะนำให้อ่านแต่ละบทและพักช่วง)

อ่านไปก็อึ้งไป…  อารมณ์มันเหมือนดูหนัง Up in the air แล้วมันโดนเข้าที่ใจแบบเจ็บแปล็บ  เหมือนมันไปสะกิดแผลใจที่เราคิดว่าเราหายแล้ว แต่จริงๆ มันหายแค่ผิวหนังชั้นนอก ข้างในนั้นยังเป็นแผลที่ยังไม่แห้งอยู่  ที่ผ่านมาเราเพียงแค่ทำเป็นไม่เห็นไม่แตะมัน ก็เลยไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่าไรนัก  แต่เมื่อถึงวันหนึ่งที่แผลที่ยังไม่แห้งเกิดอาการอักเสบ กลายเป็นแผลติดเชื้อ มันจะเจ็บเสียยิ่งกว่าเจ็บอีก..

ตอนที่เราโดนคัตเตอร์ชนิดคมพิเศษบาด แล้วเราก็เข้าใจว่าแผลไม่ลึก ก็ทายาปิดพลาสเตอร์จนเนื้อข้างนอกสมานกันดี แต่พอนานวันไป เริ่มเจ็บและคันตรงบริเวณที่เคยโดนมีดบาด ก็เลยต้องไปหาหมอ  หมอบอกว่าเราเป็นแผลติดเชื้อ เพราะมีดบาดครั้งนั้นมันบาดลึกมาก แล้วเราหยอดยาไม่ถึง ทำให้ข้างในยังมีเชื้อโรคอยู่ และมันก็คอยกินเนื้อเราไปเรื่อย..
หมอให้ยาฆ่าเชื้อแบบครีมมาลองทาดูก่อน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหมอบอกว่า หมอจะต้องผ่าเปิดแผลแล้วหยอดยาฆ่าเชื้อ ซึ่งจะเจ็บมากๆ แต่เป็นวิธีรักษาที่ดีที่สุด..

ความรู้สึกในขณะที่อ่าน “เจ็บเพราะรัก” มันก็เหมือนช่วงเวลาที่เราทายาฆ่าเชื้อแบบครีม..

“เจ็บเพราะรัก” จะมีรูปแบบการเล่าเรื่องคล้ายๆ กับหนังสือเล่มก่อนหน้านี้ “Life scan มากกว่าที่ตาเห็น” คือจะพูดถึงหนังผ่านตัวละครที่มีเรื่องราวคล้ายๆ กับในหนังแต่ละเรื่องที่อ้างถึง  คนอ่านจะได้เรียนรู้บทเรียนจากหนังไปพร้อมกับตัวละคร

ว่ากันว่าการสูญเสียที่มีผลต่อมนุษย์ทั้งทางร่างกายและจิตใจมากที่สุด คือการสูญเสียคนที่ตัวเองรัก  ยิ่งรักมาก ยิ่งเจ็บปวดมาก และเมื่อใจป่วย กายก็เจ็บตาม…

“เจ็บเพราะรัก” จะเล่าถึงการตอบสนองของมนุษย์ที่มีต่อการสูญเสียคนที่ตัวเองรักในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียแบบไม่มีวันได้เจอกันอีกเลย หรือสูญเสียแบบยังต้องเจอกัน แต่ไม่ใช่คนที่เราเคยรู้จักอีกต่อไป..

บางครั้งก็เคยคิดนะว่า ระหว่างการตายจากกัน กับการที่เขาเปลี่ยนไปเป็นอีกคนที่เราไม่เคยรู้จัก  อย่างไหนจะเจ็บปวดกว่ากันนะ…

สำหรับหนังที่คุณผมอยู่ข้างหลังคุณหยิบมาอ้างอิงในหนังสือ “เจ็บเพราะรัก” นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังที่ไม่ใช่หนังฟอร์มใหญ่ และไม่แน่ใจด้วยว่าได้เคยฉายในโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยบ้างหรือเปล่า หรือถ้าฉายอาจจะฉายแค่โรงหนังเล็กๆ ที่นิยมฉายหนังอินดี้..

หนังหลายเรื่องที่อ้างอิงในหนังสือ เป็นหนังที่เรายังไม่เคยดู  หรือบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่อยากดูมากแต่ไม่มีโอกาสสักที
แต่..
ถึงแม้ว่าจะไม่เคยดูหนังบางเรื่องที่อ้างอิงถึง ก็ยังสามารถที่จะอ่านและเข้าใจในแง่มุมต่างๆ ที่คนเขียนหนังสือ และคนเขียนบทหนังอยากจะสื่อ

ถ้าถามว่าสปอยล์ไหม  เราว่าสปอยล์  แต่สปอยล์ในแง่ของการนำเรื่องราวของหนังมาบอกเล่าให้คนอ่านมีความรู้สึกอยากดูหนังเรื่องนั้นๆ หรือแม้จะเป็นหนังที่เคยดูมาแล้ว ก็อยากจะดูอีกรอบ เพื่อจะพิจารณาแง่มุม เก็บอีกหนึ่งมุมมองที่ไม่ทันได้สังเกตเมื่อครั้งที่ดูหนังเรื่องนั้นครั้งแรก

ถ้าถามว่าเราชอบส่วนไหนใน “เจ็บเพราะรัก” มากที่สุด..
เราก็ขอตอบว่า ส่วนที่พูดถึง Partly Cloudy ที่เป็น short animation ของ Pixar ที่ฉายก่อนที่จะฉายเรื่อง Up

เหตุผลก็คือว่า คุณผมอยู่ข้างหลังคุณสามารถอธิบายได้ว่าทำไมเราถึงชอบ Short animation เรื่องนี้มากๆ

เมื่อตอนที่ Up ฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ เราก็มีคุยกับเพื่อนๆ ที่ได้ดู หลายคนบอกว่าไม่ค่อยชอบ Short animation : Partly Cloudy เท่าไร  เราก็ถามว่าทำไม เพราะเราคิดว่ามันเป็น Short animation ที่ดีเรื่องหนึ่งเลยนะ
มีเพื่อนคนหนึ่งตอบว่า เนื้อเรื่องมันไม่ make sense กับเขา ทำไมนกกระสาถึงต้องทนทรมานอยู่กับเมฆดำที่สร้างแต่สัตว์ดุร้ายด้วย
ณ ตอนนั้นเราตอบแบบแซวๆ กึ่งขำๆ ไปว่า  นายคงยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อแม่ล่ะมั้ง

ตอนที่เราดู Partly Cloudy ครั้งแรกนั้น เราดูแล้วเรารู้สึกว่ามันสื่อถึงความเป็นพ่อเป็นแม่  ซึ่งเราเองก็อธิบาย ณ ตอนนั้นไม่ได้ว่า เพราะอะไรเราถึงรู้สึกอย่างนั้น  … จนกระทั่งได้อ่านที่คุณผมอยู่ข้างหลังคุณเขียนในหนังสือ “เจ็บเพราะรัก”  ก็รู้สึกว่า นั่นแหละ ใช่เลย

แล้วถ้าถามว่า สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดกับหนังสือเล่มนี้ล่ะ?

ก็คงเป็นปกหนังสือ..  ถ้าเทียบกับหนังสือเล่มอื่นๆ ของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณแล้ว  ปก “เจ็บเพราะรัก” เป็นปกที่เราไม่ชอบมากที่สุด  อาจจะเพราะเราไม่รู้สึกว่ามันสื่อหรือมีความสัมพันธ์กับชื่อหนังสือหรือตัวเรื่องราวสักเท่าไร  แม้ว่าจะทำเป็นรูปหยดน้ำ พยายามดูให้เป็นหยดน้ำตา แต่ก็ถูกรบกวนด้วยแพทเทรินสามเหลี่ยมที่มันดูไม่เข้ากันยังไงไม่รู้ อีกทั้งเมื่อวางเทียบกับหนังสือเล่มอื่นๆ แล้ว ดูสไตล์ภาพมันจะขัดแย้งผิดแปลกไปจากกลุ่มมากๆ

ก็อยากจะให้ลองหาอ่านกันดูกับหนังสือ “เจ็บเพราะรัก”  แม้ว่าจะไม่เคยอ่านผลงานก่อนหน้านี้ของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ หรือไม่เคยรู้จักเลย  หรือ ไม่เคยดูหนังสักเรื่องที่อ้างอิงในหนังสือเล่มนี้  ก็ยังอยากให้อ่าน  โดยเฉพาะคนที่เคยมีแผลใจ  คนที่ผิดหวัง หรือคนที่คิดว่าจากนี้ไปคงไม่สามารถมีความรักได้อีกแล้ว..  อยากให้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ ก่อนที่แผลใจของคนคนหนึ่งจะไปสร้างแผลใจให้กับอีกคนหนึ่ง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

ป.ล. อ่านจบตั้งแต่วันเสาร์แต่กว่าจะได้โพสก็วันพุธ  ก็ต้องขออภัยด้วย เนื่องจากมีงานด่วนเข้ามา ทำให้การพิมพ์ไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่องเท่าไรนัก ;-(

4 Responses to ““เจ็บเพราะรัก””

  1. @Shaen Says:

    อ่านมาได้ครึ่งเรื่อง เจอ keyword “Up in the Air” และเนื้อความว่า
    จะมีสปอยด้วย !!

    ไว้ดูจบ แล้วจะมาอ่านต่อนะ

  2. @Shaen Says:

    กลับมาอ่านต่อ หลังดู Up in the Air จบสดๆ
    อ่านไปได้อีกหน่อย เจออีก Keyword “Partly Cloudy”
    ขอพักไว้อีกนะ

    เรื่องนี้ทำให้ได้ดูหนังอย่างน้อย 2 เรื่องแล้ว

  3. @Shaen Says:

    กลับมาอ่านต่อ หลังดู Up in the Air จบสดๆ
    ทำให้แอบนึกไปว่า ก่อนจะได้การ์ดเบอร์7นั้นมา น่าจะมีแผลมาก่อน

    อ่านไปได้อีกหน่อย เจออีก Keyword “Partly Cloudy”
    ขอพักไว้อีกนะ

    nodeนี้ทำให้ได้ดูหนังอย่างน้อย 2 เรื่องแล้ว

  4. Asker Says:

    ชอบมากครับ โดนหลายเรื่องเลย

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: