« »

Sex and the city 2: เทพนิยายของหญิงยุคใหม่

by nuch

หนังภาคต่อที่เด่นดังมาจาก series ยอดฮิตและนิยาย bestseller  มาพร้อมกับความเลิศหรู brandname และมุกฮาๆ ใต้สะดือสไตล์หญิงแรง

หากเป็นสมัยก่อน ความใฝ่ฝันของเด็กผู้หญิงสักคนหนึ่งก็คงเป็นเหมือนเทพนิยาย ที่นางฟ้ามาช่วยเหลือให้พบกับเจ้าชายขี่ม้า ได้อยู่ร่วมกันในปราสาท ได้เป็นชนชั้นสูง หรือชนชั้นอำนาจในสังคม และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขนิรันดร Happily ever after..

ดูจะช่างเพ้อฝันเสียนี่กระไรเมื่อเทียบกับชีวิตจริงในยุคปัจจุบันนี้

กับยุคปัจจุบันนี้ เจ้าชายในฝันของหญิงสาว ได้กลายเป็นผู้ชายสักคนที่หล่อ รวย รักคุณเธออย่างจริงใจ ไม่ใช่เกย์ และคงเป็นเจ้าชายในอุดมคติได้ ถ้าเขาสามารถ afford ค่าใช้จ่ายชีวิตหรูหราให้เธอได้ตลอด…

เทพนิยายสมัยก่อน ไม่เคยบอกเล่ารายละเอียดชีวิตคู่หลังแต่งงานเลย  และน้อยเรื่องที่จะมีเหตุการณ์ในช่วงที่เรียกว่า “เป็นแฟนกัน” หรือ คบหาศึกษาดูใจกัน..  ส่วนใหญ่จะเป็นรักแรกพบ เห็นสาวเจ้าปุ๊ป ก็หลงรักขอแต่งงานกันทันที

เราเองก็ไม่ค่อยได้ตามดู Sex and the city ฉบับ series สักเท่าไร  จริงๆ น่ะอยากตามดูนะ เคยดูบางตอน แต่ก็ไม่ได้ตามดูทุกตอน
ความเข้าใจ concept ของ series เรื่องนี้ เราเข้าใจว่า ต้องการบอกเล่าถึงความเพ้อฝันของผู้หญิงในโลกความจริงที่วุ่นวายอย่าง New York city ช่วง season แรกๆ ที่ดู เราชอบนะ เพราะเขานำเสนอมุมมองของผู้หญิง และพฤติกรรมของผู้ชายในเรื่องของการคบหา ความรัก ทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องรอบตัว.. แต่เรื่องราวทั้งหมดจะถูกเล่าผ่านสายตาของ 4 สาวตัวละครหลักในเรื่องเท่านั้น อารมณ์ตอนดูไปเรื่อยๆ ก็จะรู้สึกเหมือนกับว่า 4 สาวนี้เป็นเพือนขาเมาท์ของเรา และขณะที่เราดู ก็เหมือนเรากำลังอยู่ในกลุ่มเมาท์ ฟังเพื่อนทั้งเล่าทั้งบ่นถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต

Sex and the city ฉบับภาพยนตร์ ภาคแรก จะเป็นเสมือนบทสรุปตอนจบของ series ในแบบเทพนิยาย ที่เจ้าชายกับเจ้าหญิงจะได้แต่งงานกัน และอยู่กันอย่าง Happily ever after..  เพียงแต่ว่า กว่าจะได้แต่งงาน ก็ต้องมีอุปสรรคกันสักเล็กน้อย  อุปสรรคที่ไม่ใช่มังกรพ่นไฟขวางปราสาท แต่เป็นความกลัวของการสูญเสียชีวิตอิสระของคนโสด

Sex and the city 2 จึงเป็นเรื่องราวเหตุการณ์หลังจากภาคแรก 2 ปี  เรื่องราวที่อยู่หลังคำว่า Happily ever after..

4 สาวที่เป็นตัวละครหลัก เปรียบเสมือนความฝันของผู้หญิงในแต่ละรูปแบบ

  • Carrie สาวที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง นักเขียนคอลัมภ์ที่เป็นที่ถูกใจของบรรดาสาวๆ ในนิวยอร์ค และเธอก็คงเป็น idol ของสาวที่รักการแต่งตัว นิยมของ Brandname ถวิลหารักแท้ รักเดียวที่จะอยู่ด้วยกันตราบชั่วนิรันดร์
  • Charlotte ผู้หญิงร่าเริง น่ารัก รักศิลปะ เชื่อมั่นในพรหมลิขิต ชีวิตเธอดูจะใกล้เคียงกับเจ้าหญิงในเทพนิยายอย่างมาก เพียงแต่เจ้าชายของเธออาจจะไม่ได้รูปงามตามแบบพิมพ์นิยมสักเท่าไร
  • Miranda ทนายความหญิง เปรียบเสมือนตัวแทนของหญิงเก่ง หญิงแกร่ง working woman ที่มีความสามารถเหนือกว่าเพศชายบางคน  เรียกได้ว่าเธอน่าจะเป็นผู้หญิงเก่ง ที่ผู้ชายหลายคนกลัวที่จะคบด้วย เพราะไม่อาจยอมรับได้ว่าเพศหญิงก็ไม่ด้อยกว่าเพศชาย
  • Samantha ผู้หญิงที่อายุมากที่สุดในกลุ่ม และมีความต้องการทางเพศสูงมาก  เธอเป็นผู้หญิงที่แรงที่สุดในกลุ่ม ทั้งความกล้าในการแสดงออกเรื่อง xxx และความกล้าในการเข้าหาเพศชาย เธอเปรียบเสมือนผู้หญิงที่แหกกฎข้อห้ามทางสังคมต่างๆ ที่จำกัดให้ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายรอ โดยเฉพาะเรื่องทางเพศเท่านั้น (หนังเรื่องนี้จะได้เรท R ก็เพราะเธอคนนี้แหละ)

หากภาคแรกเปรียบเสมือนการเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อการใช้ชีวิตคู่ ภาคนี้ก็คงเป็นการหาคำตอบว่า ชีวิตคู่คืออะไรกันแน่  ทำไมคนสองคนถึงตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน?  คำสาบานที่ให้กันอย่างหวานเยิ้มในวันแต่งงานจะยังคงความหวานได้นานแค่ไหนกันนะ

จะว่าไปบทหนังก็ออกจะเขวไปสักหน่อยสำหรับภาคนี้  อาจจะเพราะต้องการเน้นภาพความฝันของผู้หญิง เน้นภาพการใช้ชีวิตวิลิศมาหราที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ความอู้ฟู่ ความสวยงามของบรรดาเสื้อผ้า Designer’s brands ทั้งหลาย รวมถึงการนำเสนอภาพเมืองอาบูดาบีที่ดูดีซะจนคิดว่า อาบูดาบีเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับหนังเรื่องนี้หรือเปล่า นำเสนอภาพเมืองได้แบบว่า สาวๆ หลายคนแทบอยากจะแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวทันที ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายนะ

เราชอบประเด็นปัญหาหลังแต่งงานที่นำเสนอนะ แต่เสียดายที่ตัวบทไม่ได้เน้นตรงนี้สักเท่าไร เทไปให้กับมุขฮาเรียกเสียงหัวเราะซะเยอะ  (แต่ก็ฮาแบบว่า สาวๆ ในโรงทั้งวี๊ดว๊าย ทั้งปรบมือชอบใจกันนะ )

ปัญหาของ Carrie .. หลังจากแต่งงานกับ Mr. Big มาได้ 2 ปี คำว่า “Me and you, just us two” คือคำตอบของการใช้ชีวิตคู่จริงหรือ  ชีวิตคู่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันเป็นคู่ตลอดเวลาเลยหรือ?  และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อความชอบของคนสองคนไม่ตรงกัน?  และเมื่อคนใดคนหนึ่งขอเวลาส่วนตัว นั่นเป็นสัญญาณของน้ำตาลที่กำลังหมดหวานหรือเปล่านะ?

ปัญหาของ Charlotte.. การเป็นแม่บ้านที่ดี ดูแลลูกๆ เป็นแม่ในอุดมคติดูมันจะทำได้ยากในชีวิตจริงเสียเหลือเกิน และเมื่อมีื nanny มาช่วย ก็เป็นปัญหาให้หวั่นใจอีกว่า nanny no bra จะเป็นตัวทำลายชีวิตคู่ในอุดมคติของเธอหรือเปล่า?  (ตอนแรกงงกับมุขกฎเหล็กแนนนี่ที่เรียกกันว่า Jude Law .. แต่พอลอง search ข่าวดาราที่ชื่อ Jude Law สักประมาณปี 2005 ก็ถึงบางอ้อเลย..  แหมเล่นมุขอย่างนี้มันแรงไปไหมเนี่ย?)

ปัญหาของ Miranda.. บทบาทของผู้หญิงเก่ง กับบทบาทการเป็นแม่ และการดูแลลูกๆ มันไปด้วยกันได้หรือไม่?  (น่าเสียดายที่ประเด็นของ Miranda นี่แทบไม่ได้มีการเล่ารายละเอียด หรือพูดถึงมากสักเท่าไร  เธอเป็นตัวละครที่เราชอบมากที่สุดใน series นี้ )

ปัญหาของ Samantha..  ปัญหาวัยทอง  ผู้หญิงอายุ 52 กับการไม่ยอมรับความเป็นไปของสังขาร  ความพยายามที่ต่อสู้กับกาลเวลา เพื่อที่จะรักษาความงาม และพลังทางเพศของเธอ

อีกประเด็นหนึ่งที่เราให้ความสนใจกับหนังภาคนี้คือเรื่องของสิทธิสตรี และการยอมรับความเท่าเทียมกันของเพศหญิง

เหตุการณ์ของเรื่องส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเมืองอาบูดาบี ซึ่งเป็นเมืองมุสลิม และก็เป็นที่รู้กันว่าในโลกของมุสลิมมีกฎข้อห้ามข้อบังคับต่างๆ มากมายที่ผู้หญิงต้องปฎิบัติ หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรงมาก

แต่เมื่อ 4 สาวซ่า Girl Power มาอยู่ในเมืองที่มีข้อบังคับมากมายให้กับเพศหญิง สิ่งเกิดขึ้นคงไม่ใช่ Culture shock ล่ะ แต่ต้องเป็น Culture Clash โดยเฉพาะ Samantha ที่เธอทั้งแรง ทั้งกล้า ทั้งบ้าบิ่นชนิดว่า คนหัว Conservative คงแทบจะหัวใจวายไปหลายรอบ

น่าเสียดายที่ปมปัญหา และประเด็นต่างๆ ในเรื่องถูกปูพื้นตอนต้นเรื่องไว้เสียดี แต่พอมาตอนท้ายๆ กลัวเหลวเป๋วไปสักหน่อย การแก้ปมก็ดูจะง่ายเกินไป  แต่ก็อย่างว่า เรื่องนี้มันเปรียบเสมือนเทพนิยายยุค Millennium อุปสรรคปัญหา ไม่ใช่เรื่องทีี่ใส่ใจในรายละเอียด ขอเพียงแค่จบแบบ Happily ever after ก็เป็นพอ

สรุปแล้ว Sex and the city 2 เป็นหนังที่คุ้มค่าถ้าจะดูเอาฮา และน่าจะเป็นหนังที่ถูกใจเพศหญิงและเพศเกย์อย่างแรง  แต่สำหรับคุณผู้ชายแล้ว อาจจะเฉยๆ ไปถึงขั้นที่เรียกว่าทรมานก็ได้

:D


ป.ล. T__T ด้วยเพราะฝนตกถนนลื่น รถข้าพเจ้าได้แบ่งเซลล์เป็น 3 ชิ้นเรียบร้อยแล้ว… T__T

2 Responses to “Sex and the city 2: เทพนิยายของหญิงยุคใหม่”

  1. เอกเอง Says:

    คุณเอ๋ย แฟนซีรี่นี้ในเมืองไทยเป็นชายแท้ๆ เยอะนะคุณ

    เมื่อก่อน AJ เอามาเขียนกระทู้อัพเดตทุกอาทิตย์จนซีรี่จบนั่นแหละถึงหยุด

    ปัญหาของคนเข้าไปดูแล้วไม่สนุกมันไม่ใช่เรื่องไม่เก็ทมุขสาวๆ หรอก ผู้หญิงหลายคนก็ดูหนังเรื่องนี้ไม่สนุกนะ ถ้าต่อมศีลธรรมกับฮอร์โมนดัดจริตมันเพ่นพ่านมากไป

  2. nuch Says:

    ฉบับ series น่ะ มันสนุกกว่า และโดนใจทุกเพศอยู่แล้ว หนังภาคแรกก็ด้วย แต่ภาคสองน่ะ คุณไปดูเองล่ะกัน

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: