« »

สิงโตหน้าโบสถ์

by nuch


สิงโตหน้าโบสถ์ – แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์

เคยอ่านบทความที่ไหนสักที่ เขาบอกว่า เพราะเดี๋ยวนี้เพลงไทยมีแต่เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก ทำให้คนเรารู้สึกอ่อนไหว และเห็นว่าเรื่องความรักเป็นเรื่องสำคัญสุด… 
อืม.. ก็อาจจะจริงก็ได้นะ
หลายครั้งที่เราฟังเพลงไทย เราจะรู้สึกแต่ความเหงา ความเศร้า ไม่ก็อารมณ์โกรธ ประชด สะใจ…  และบางครั้งก็เผลอผูกมันกับอารมณ์ของเราเอง…

บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่มีใครทำเพลงเนื้อหาอื่นๆ แล้วหรือ?  ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นเพื่อชีวิต หรือธรรมะอะไรหรอกนะ…  เอาแค่สักประเด็นที่ฟังแล้วไม่ใช่เรื่องของความรักความใคร่น่ะ..

จริงๆ ประเด็นเรื่องเนื้อเพลงเนี่ย.. เคยได้ยินเขาพูดถึงกันตั้งๆ แต่เด็กๆ แล้วนะ
เคยถามพ่อ ตอนสมัยเด็กๆ ที่ยังฟังพี่เบิร์ด อัลบั้ม หาดทราย สายลม สองเรา  และพี่แจ้ อัลบั้มของขวัญ… ถามพ่อว่า..  ทำไมเพลงหลายเพลงถึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักล่ะ?  ทำไมเพลงต้องเป็นเพลงรักด้วย
พ่อตอบว่า ก็เพราะมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวสุด ทุกคนให้ความสนใจ เขาถึงเขียนออกมาและขายได้
เราก็ตอบกลับไปด้วยความที่ยังเด็กว่า…  ไม่เห็นน่าสนใจตรงไหนเลย  น่าเบื่อออก
พ่อก็หัวเราะและบอกว่า สักวันเราก็คงเข้าใจเองแหละ ตอนนี้เรายังเด็ก…  และนั่นก็คงเป็นเหตุผลหนึ่งมั้งที่ตอนยังเด็ก เรามักฟังเพลงและชอบใจที่จังหวะดนตรีมากกว่าเนื้อเพลง

จนกระทั่งโตขึ้นมา..  เราเริ่มสนใจเนื้อเพลงก็เพราะเราเริ่มฟังเพลงอังกฤษเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ ..  และก็เริ่มซึ้งไปกับภาษาเพลง .. และก็เริ่มเข้าใจในสิ่งที่พ่อบอกเมื่อตอนเด็ก…  ตอนนั้นเรายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจว่าความรักที่เขาเขียนกันลงในเพลงน่ะ มันคืออะไรกันแน่…

แต่ก็นะ…  เพลงรักๆ หลายเพลงที่มีอยู่มันก็เพราะดีนะ… แต่พอฟังมากๆ ก็เริ่มเบื่อ เริ่มเอียนกับ  เหมือนกับว่า แทบจะนำเสนอมุมมองความรักกับครบทุกมุมแล้วนะ…  อยากฟังเพลงที่ไม่ใช่เพลงรักบ้าง..  แต่พอเหลียวมองหา ก็ไม่เจอ… 

….
ตอนเด็กๆ นอกจากเทปพี่เบิร์ด ชุดหาดทราย สายลม สองเรา แล้ว.. ก็มีเทปพี่แจ้ ชุดของขวัญ… ที่จะฟังบ่อยมากที่สุด  ฟังทุกครั้งที่อยู่บนรถ ไปศรีราชาทุกสุดสัปดาห์…  (เรียกว่าจำเนื้อเพลงได้เกือบทั้งหมดจนถึงตอนนี้เลยล่ะ) และเพลงที่เราชอบที่สุดของอัลบั้มนี้ก็คือเพลงสิงโตหน้าโบสถ์ …
เพราะความที่ยังเด็กล่ะมั้ง เลยไม่ซึ้งไม่อินกับเพลงรักเท่าไร.. แต่เพลงสิงโตหน้าโบสถ์..  มันเหมือนจะเป็นเพลงปลอบอารมณ์เด็กเอาแต่ใจ เด็กขี้งอน อย่างเราได้ดี..  และเป็นเพลงที่โดนกับตัวเองด้วย..


นิสัยเสียข้อหนึ่งของเราที่แก้ยากมากๆ คือ..  เวลาที่เราโกรธใครแบบแสดงออกแล้วล่ะก็  เราจะโกรธชนิดตัดเป็นตัดตายกันได้เลย  และแทบจะไม่มีวันให้อภัยเขาได้เลย จนบางทีคนรอบตัวไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ต้องสอนต้องเตือนให้รู้จักคำว่า “ให้อภัย” บ้าง… 

มีคำพระท่านว่า.. “การให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการให้อภัย

เราเห็นจริงด้วยนะ  เพราะสำหรับเรา การที่เราจะให้อภัยความผิดที่ถึงขนาดที่เราโกรธแบบตัดเป็นตัดตายเนี่ย… มันเป็นเรื่องยากมากๆ …  อาจจะเพราะเรามีความจำที่ดีเกินไป.. ทุกครั้งที่เห็นหน้า ภาพความผิดมันก็ผุดขึ้นมาตลอด เหมือนตอกย้ำตลอด…  เราไม่สามารถที่จะทำเป็นลืมได้เลย…

พ่อเราก็พร่ำสอน.. ให้รู้จักให้อภัย ให้ปล่อยวางบ้าง…  แต่พ่อก็คงรู้นิสัยลูกสาวพ่อดี… พ่อถึงบอกว่า ถ้ายังทำใจไม่ได้ อย่างน้อย ก็ไม่ต้องคิดถึงมัน ไม่ต้องเอามาให้หงุดหงิดหัวใจ ไม่ต้องคิดแก้แค้น  ไม่ต้องไปยุ่งกับคนคนนั้น…  ห่างๆ ไปซะ…  แต่ถ้าเขามาขอความช่วยเหลือ  เราไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับการช่วยเหลือ ก็ช่วยเขาไปเถอะ…  พ่อรู้ว่ามันทำใจลำบาก  แต่ถ้าเราไม่ช่วย แล้วเขาเดือดร้อน เราได้อะไรนอกจากความสะใจ… และเห็นคนอื่นมีทุกข์  และถ้าเกิดทุกข์ของเขาครั้งนั้นมันสาหัสชนิดดึงคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาร่วมด้วย.. เราจะยังสะใจอยู่หรือ?

♪♫.. โกรธกันไม่เห็นจะดี มีแต่เปลืองหัวใจ… ♪♫

พอมองย้อนกลับถึงเรื่องราวในอดีต…  มันก็มีหลายเรื่องนะ ที่มองตอนนี้แล้ว.. งี่เง่าว่ะ…
แต่.. ก็มีบางเรื่องที่ยังทำใจไม่ได้ ไม่สามารถให้อภัยได้จริงๆ…..  พยามที่ชาชินกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่บังเอิญไปนึกถึงเหตุนั้นๆ  จะได้ไม่มีอารมณ์ไปผูก… เผื่อสักวัน.. จะสามารถให้อภัยได้อย่างแท้จริง…

♪♫.. โกรธกันไปทำไม เจ็บหัวใจของเราเอง… ♪♫

..สิงโตที่อยู่หน้าวัด มันไม่เคยจะกัดกับใคร 
สิงโตที่อยู่หน้าโบสถ์ มันไม่เคยจะโกรธกับใคร
ลูกเป็นสิงโตหน้าบ้าน ลูกอย่าไประรานกับใคร

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: