« »

สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก (ไปดูมาแล้ว)

by nuch

ในที่สุดก็ตัดสินใจไปดูสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก หลังจากโดนเสียงยุจากคนรอบตัวมาหลายเสียงมากๆ

จริงๆ ตอนแรกก็โลเลระหว่าง กวนมึนโฮ กับ สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก เพราะโดนยุมาทั้งสองเรื่องนี้แหละ  แต่ใจเราก็เอียงไปทางสิ่งเล็กๆ มากกว่า กอปรกับไปเห็นกระทู้ (น่าจะเรียกว่าสปอยล์) กระทู้หนึ่งพูดถึงผู้หญิงชื่อก้อย  เราก็เลยรู้ทันทีว่า ถ้าเราไปดูกวนมึนโฮ เราคงต้องเสียใจแน่ๆ เพราะเราไม่ชอบสิ่งที่พระเอกทำกับก้อยเลย

สำหรับสิ่งเล็กๆ ไปดูเมื่อวานนี้ที่ sf ลาดพร้าว  ปกติก็ไม่ค่อยไปย่านนี้เท่าไรหรอก แต่เมื่อวานเพื่อนเรามีธุระแถวนั้น และเป็นที่นัดที่สะดวกเขา แต่ไม่ลำบากเรา แค่ต้องพึ่ง GPS นำทางเท่านั้นเอง :p

โรงที่ไปดูนี่เป็นโรงใหญ่นะ  คนเกือบเต็มโรงเลย เห็นว่างแค่ 4 แถวหน้าเท่านั้น ทั้งๆ ที่หนังเข้ามาได้ 2 อาทิตย์กว่าๆ แล้ว เรียกว่าเป็นแนวโน้มที่ดีเลยสำหรับหนังเรื่องสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก

โรงหนังที่นี่ดีอย่างตรงที่โฆษณาก่อนหนังฉายค่อนข้างน้อย เราไม่เสียเวลาในโรงหนังมาก  แต่ว่านะ… งงตรงที่ว่า ตอนเราเข้าไป และเขาก็ฉาย trailer หนังสารพัดเรื่อง อยู่ๆ ก็มี trailer หนังเรื่องสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก  งงค่ะ…  เราเข้าผิดโรงหรือเปล่าเนี่ย?   หลัง trailer จบก็เป็นคลิปสัมภาษณ์คนที่ดูมาแล้ว เล่าความประทับใจ  อารมณ์เหมือนตอนต้นของวิดีโอเดี่ยวสารพัดเวอร์ชั่นของโน้ต อุดม แต้พานิช  ซึ่งมันทำเราคาดหวังความประทับใจจากเรื่องนี้มากๆ

โดยรวมแล้วมันก็เป็นหนัง Feel good ดูให้อารมณ์ดีได้ในระดับหนึ่งนะ  แต่ว่าเรามีความรู้สึกว่า เขายังมือใหม่อยู่ ทั้งบททั้งการเล่าเรื่อง มันดูยังไม่อิ่ม  การ build อารมณ์ก็ทำได้ดีนะ  เพียงแต่ยังไม่เต็มที่ เทียบกับหนัง feel good หลายๆ เรื่องที่ได้ดูมา ทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งเล็กๆ ยังไม่ได้ถึงขั้นนั้น
ดูหนังจบแล้ว มันกลับไม่ค่อยเหลือความประทับใจที่อยากเก็บมาทบทวนในความทรงจำสักเท่าไร โดยเฉพาะฉากจบ ซึ่งเรียกได้ว่าน่าหงุดหงิดมากๆ สำหรับเรา มันเป็นอะไรที่เราคิดว่า มันหลุดธีม ไม่ก็พยายามให้จบ Happy เกินไปหน่อย..  (ถือว่าไม่สปอยล์นะ  เพราะหนัง feel good มันต้องจบ happy อยู่แล้วนี่)

แต่ถ้าถามว่าเรื่องนี้มีอะไรที่โดนใจไหม  มีสิ! หลายอย่างเลย  อย่างที่ Trailer มันบอกไว้น่ะว่า Based on True story ของทุกๆ คน และก็ชอบบทสรุปของเรื่องที่ให้มุมมองที่ดีเกี่ยวกับความรักในวัยเรียนว่าให้ใช้มันเป็นแรงผลักดันในทางบวก ใช้มันเป็นแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น

แต่ว่านะ มันมีสิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดในสิ่งเล็กๆ คือ อยากเห็นน้ำตบหน้าพี่ท็อป!!
รายละเอียดเดี๋ยวว่ากันในส่วนสปอยล์…

ถึงเราจะมีความรู้สึกว่าสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารักยังทำออกมาไม่เต็มที่เท่าไร  แต่ก็อยากแนะนำให้ใครต่อใครไปดูกันนะ  อย่างน้อยหนังก็ทำให้เรายิ้มได้ฮาได้ หนังใสๆ ดูได้ทุกเพศทุกวัย ดูกันทั้งครอบครัวก็ได้ เพียงแต่กรุณาอย่าคุย อย่าทำอะไรที่เป็นการรบกวนคนดูร่วมด้วยก็พอ

เข้าเขตสปอยล์กันล่ะ

Spoil Zone (เขตสปอยล์)

เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงมีอารมณ์แอบรัก แอบชอบ
หนังเรื่องนี้ก็เล่นประเด็นนี้แหละ  พฤติกรรมของคนที่แอบรักหรือแอบชอบนั้นมีอะไรน่ะหรือ…  จริงๆ เราเคยตั้งคำถามนี้ในบล็อคมาแล้วนะ  ตอนนั้นต้องทำ research สำหรับวิชาเขียนบท ก็มีทำเนียน กระจายบล็อคคำถามนี้ไปให้เพื่อนๆ ช่วยกันตอบหน่อย และหนึ่งในนั้นก็มีคนที่เราแอบชอบด้วย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ตอบและคงเลือกที่จะหนีมากกว่า)

ในเรื่องสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก ในภาวะที่น้ำแอบชอบพี่โชนแต่ยังไม่รู้จักกันนั้น สิ่งที่น้ำทำก็คือได้แต่แอบมอง หาเรื่องไปอยู่ในที่ที่เห็นเขา เฝ้าดูเฝ้าชื่นชมเขา พอมีเหตุให้ได้รู้จักกัน ให้ได้คุยกัน ก็อยากจะแสดงออกถึงความห่วงใยกัน
ใช่เลย… อารมณ์นี้เลยที่เคยเป็น..   555
เคยนะ หาเรื่องไปโรงเรียนในวันที่ไม่มีเรียน เพราะรู้ว่าเขาเรียนวันนั้น เดินผ่านห้องเรียนแล้วแอบชะโงกมองหาเขา หาเรื่องโทรศัพท์หาเขา พอได้ยินเสียงเขาพูดทีก็ใจเต้นแรง  (แต่ไม่ถึงขั้นวิ่งไปกรี๊ดแบบในหนังนะ) เก็บของที่เขาให้ราวกับของมีค่า …​เอ..​ อารมณ์นี้มันเหมือนเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอเลยนี่นา.. :D
อีกทั้งอารมณ์ที่ว่าพูดคุยกับสิ่งของที่เราคิดว่าเป็นของเขาราวกับเป็นตัวเขาเนี่ย  โอ ใช่เลย… (เคยนะ อารมณ์พูดกับของที่คนที่แอบชอบให้มาแทนที่จะพูดกับเจ้าตัวโดยตรงน่ะ ยังคิดเลยว่า ถ้าเขาแอบใส่เครื่องดักฟังมาเนี่ย เขาคงหัวเราะขำกลิ้ง ไม่ก็ว่าเราบ้าไปแล้วแน่ๆ xD )

พฤติกรรมของน้ำ นางเอกของเรื่องเนี่ย มันโดนหลายๆ เรื่องเลย  แต่ว่าตัวหนังทำน้ำสวยเร็วไปหน่อย..  ยังดีที่มีโชว์ความพยายามในการขัดสีฉวีวรรณ  ไม่งั้นก็คงเข้าสูตรหนังวัยรุ่นฝรั่งที่ว่า แค่ถอดแว่น ปล่อยผมยาว เธอก็กลายเป็นคนสวยปิ๊งแทบจะกลบดาวโรงเรียนได้เลย… ซึ่งพอน้ำสวยแล้วเราเริ่มไม่ค่อยชอบเธอเท่่าไร..  มันก็เหมือนประเด็นที่ว่า “เพื่อนกับแฟน จะเลือกใคร?”

บางคนอาจจะว่าเพื่อนๆ น้ำใจแคบนะ แค่น้ำไปเที่ยวกับแฟนในวันเกิดเพื่อนเนี่ย ต้องโกรธขนาดจะเลิกคบกันเลยหรือ? ซึ่งถ้าเป็นเรา เราก็อาจจะทำอย่างนั้น…  เพราะส่ิงที่น้ำทำมันไม่ถูกต้องจริงๆ แหละ  มันไม่ผิดหรอกที่จะไปเที่ยวกับแฟนในวันเกิดเพื่อน  แต่… ถ้าเลี่ยงวันนั้นได้ก็ควรเลี่ยง ไม่ก็ต้องบอกเพื่อนเจ้าของวันเกิดล่วงหน้าก่อน เพราะนี่เป็นกลุ่มเพื่อนที่คบกันมานาน และน่าจะเป็นกึ่งๆ ธรรมเนียมที่พวกน้ำและเพื่อนๆ ทำกันทุกปีคือไปกินเค้กฉลองวันเกิดเพื่อนๆ ด้วยกัน อีกอย่างคือ ถ้าไปไม่ได้ อย่่างน้อยก็โทร Happy Birthday กับเจ้าของวันเกิดโดยตรง และขอโทษเขาด้วยตัวเองสิ ถึงแม้ว่าน้ำจะพยายามมา happy birthday ในตอนดึกที่หน้าบ้านเชียร์  แต่เชียร์ก็ไม่อยู่ ไปกับเพื่อนๆ แล้ว  เราข้องใจว่า ทำไมน้ำไม่ตามไป หรือถ้าไม่รู้ที่ ทำไมรุ่งขึ้นน้ำไม่ไปขอโทษ  หรือทำไมไม่ฝากโน้ต หรือฝากเค้กไว้กับแม่ของเชียร์? …  นี่เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราเริ่มไม่ชอบน้ำ

อีกจุดที่เราไม่ชอบน้ำก็คือตอนที่พี่ท็อปมาขอคบเป็นแฟนต่อหน้าพี่โชน ทำไมน้ำไม่ปฎิเสธไปเลย กลับเงียบ อ้ำอึ้ง… อย่างนี้มันเหมือนคนหลายใจเลยนะ

คุณพี่โชนเองก็เถอะ..  แหมมันน่านัก  ปากหมาน่ะไม่เท่าไร  แต่ไอ้การเอาดอกไม้มาให้แล้วบอกว่าเพื่อนฝากมาเนี่ย.. มันอารมณ์พยายามแสดงออกว่า “ผมไม่ได้สนใจคุณหรอก” มากๆ  แต่จะว่าไป เราก็เคยทำอะไรคล้ายๆ แบบนี้นะ รู้ว่าเขาชอบทานอะไร ก็ทำให้แต่ก็ทำเผื่อแจกคนอื่นๆ ไปด้วย ชวนเขาไปเที่ยวไปดูหนัง ก็อ้างว่าเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่เขานัดกันและเขาให้เราโทรมาชวน (ซึ่งจริงๆ เพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ไม่ได้คิดถึงเขาเลย… หาเรื่องเองแท้ๆ เลยเรา) ฉะนั้นจะว่าพฤติกรรมของคุณพี่โชนผิดไหม  ก็คงไม่ผิดปกติเท่าไรหรอกมั้ง (เข้าข้างตัวเองสุดๆ) เพียงแต่อย่าทำอย่างนี้กับคนที่เราชอบเลย..

มาว่าด้วยเรื่องตัวละครคุณพี่ท็อปบ้าง  เป็นตัวละครที่เราไม่ชอบสุดๆ เลย เพราะเราไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ มือไว ฉวยโอกาส  โดยเฉพาะฉากที่แอบหอมแก้มน้ำ  โอย อยากให้น้ำตบหน้าพี่ท็อปเดี๋ยวนั้นมากๆ  เกลียดมากๆ พฤติกรรมแบบนี้  เข้าขั้นที่เรียกว่าขยะแขยงเลยล่ะ…
เพราะอะไรน่ะหรือ?
ก็เพราะเคยโดนน่ะสิ  เคยเล่าให้ฟังใน msn space แล้ว เรื่องเก่าก่อนที่บล็อคนี้จะเกิดอีก เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราเกลียดผู้ชายมากๆ ไม่ชอบอย่างแรงคนที่ฉวยโอกาสเนี่ย ต่อให้อ้างว่าเป็นวัฒนธรรมฝรั่งทีี่เวลาร่ำลากันจะมีการโอบกอด  แต่การดึงตัวเขาไปกอดและทำเสียงฟอดหอมแก้มอยู่ข้างหูนี่มันเกินไปนะ ถึงจะเป็นคนดังแค่ไหน มีผลต่ออนาคตงานเรายังไง เราก็รับไม่ได้ ก็เข้าใจอารมณ์ของน้ำน่ะ ที่ไม่ได้ตบหน้าเขาเวลานั้น  ก็เพราะความตกใจน่ะสิ  พอกลับบ้านมาความรู้สึกรังเกียจ ขยะแขยงมันเกิดขึ้นเลย  จำได้เลยว่า วันนั้นกลับบ้านมาอาบน้ำ ล้างหน้าหลายรอบมากๆ  ถูจนหนังหน้าแทบจะหลุด
พอเจออะไรคล้ายๆ กันในหนังเรื่องนี้ก็เลยอยากเห็นน้ำทำในสิ่งที่เราอยากทำแต่ไม่ได้ทำ ณ ตอนนั้น คือตบหน้าเขาให้เต็มแรง!

ยังไม่พอ คุณพี่ท็อปยังมีอีกจุดที่เราไม่ชอบอย่างแรงเลยคือ เห็นแก่ตัวมากๆ  กับการที่ไปขอโชนว่า อย่าจีบน้ำได้ไหม  ขอโทษเถอะนะ  จะไม่ถามเพื่อนสักคำก่อนเลยหรือว่าเขารู้สึกยังไงกับน้ำ และไม่คิดบ้างเลยหรือว่าสิ่งที่ทำกับน้ำไปน่ะมันผิดนะ  แค่คำขอโทษแค่ครั้งเดียวมันไม่พอหรอก  ถ้ารักกันจริง จริงใจให้กันน่ะ ง้อกันหน่อย ตื้อกันหน่อยสิ…
แต่ก็มองในมุมมองของผู้หญิงแหละเรา  ถ้าเป็นผู้ชายเรื่องแบบนี้ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวละมั้ง

ตัวละครที่เราชอบมากที่สุดกลับเป็นตัวประกอบอย่างพี่ปิ่น  ชอบเธอคนนี้ตั้งแต่แรกพบสบตาเลย  ตาสวยมากๆ  แถมบทในเรื่องก็ดี เป็นพี่สาวที่แสนดี และเป็นเพื่อนสนิทของพี่โชน เสียงเธอก็ไพเราะด้วย ชอบทุกเพลงที่เธอร้องเลย
การที่หนังให้พี่โชนตัดสินคบกับพี่ปิ่นเป็นแฟน ก่อนหน้าที่น้ำจะไปสารภาพรักนั้นเป็นมุขที่แยบยลมาก แม้ว่ามันจะทำเรื่องให้ดูแปร่งๆ ไปสักหน่อย เพราะหนังไมไ่ด้ปูพื้นในส่วนนี้ไว้มาก  แต่ก็ไม่แปลกนะ  เพราะในบรรดาเพื่อนเราๆ ก็มีหลายคนที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปี ชนิดคนอื่นเข้าใจว่าน่าจะเป็นแฟน สุดท้ายก็ตัดสินใจคบกันแบบแฟน ก็มีทั้งที่จบด้วยชีวิตคู่และจบด้วยการกลับมาเป็นเพียงสนิทอีกครั้ง…
ส่วนที่บอกว่าเป็นมุขที่แยบยลมากก็เพราะว่า น้ำพยายามเปลี่ยนตัวเองในทุกๆ ด้าน จนจะใกล้เคียงกับคำว่า perfect เพื่อที่จะให้พี่โชนสนใจ  น้ำน่าจะมั่นใจในตัวเองมากๆ ชนิดที่ว่า ถึงพี่โชนจะคบกับคนอื่นน้ำก็ยังคิดจะสู้ต่อ  แต่ว่า…เมื่อคนอื่นนั้นคือพี่ปิ่นที่เสมือนพี่สาวที่แสนดี ให้ความช่วยเหลือดูแลน้ำมาตลอดล่ะ.. น้ำคงไม่สามารถที่จะสู้ต่อได้แน่ๆ  อาจจะเพราะเสียความมั่นใจในตัวเอง หรือไม่ก็เพราะพี่ปิ่นเป็นพี่สาวที่แสนดีที่น้ำไม่อยากทำให้เขาเสียใจ

ส่วนบรรดาคุณครูในเรื่องนั้้น เป็นเสมือนสีสรรมาเพิ่มความฮา ในชีวิตจริง ถ้ามีครูอย่างครูอรคงจะฮาพิลึก  ส่วนบทครูอินนี่ เราว่าหนังลำเอียงไปหน่อย ทำให้เห็นครูอินแต่ในด้านที่ไม่ดี และก็ไม่ชอบเท่าไรกับอาการคุณครูบ้าผู้ชาย เปลี่ยนใจจากครูพลมาเป็นครูโบ้ตอย่างรวดเร็วเกิน… เฮ้อ ความรักมันแปรเปลี่ยนใจกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?

อ้อ มุขปลาหมึกนี่..​ ทำเอาเรารู้สึกผิดกับหมึกพอลเลย..  เอาน่ะ ต่อไปจะกินแค่ทาโกะยากิแล้วกัน  (งดเมนูปลาหมึกได้ แต่ขอยกเว้นทาโกะยากิเท่านั้น… :p )

ฉากจบนี่ไม่ชอบอย่างแรง  การเซทฉากห้องส่ง การแสดงของพิธีกรและการทำพรีเซนต์ผลงานของน้ำเนี่ย  ให้ตายเถอะโรบิน คิดว่ากำลังรายการติ๊งต่างให้เด็กอนุบาลดูหรือไง..  ดูมันไม่ professional อย่างแรง  และมันก็ไม่ยิ่งใหญ่ไม่อะไรเลย  และก็ไม่ชอบที่มี surprise ด้วยการให้พี่โชนโผล่มา.. ถ้าอยากให้เขาได้เจอกันจริงๆ จะให้โผล่ก็ได้  และก็น่าจะตัดจบที่เขาทั้งคู่ยิ้มให้กันเลย..
แหม ไอ้การที่ให้น้ำพูดอะไรกับพี่โชน และน้ำพูดประโยคแรกว่า “พี่โชนแต่งงานหรือยังคะ” เนี่ย… มันแปลกๆ นะ  เหมือนถามข้ามช็อต  ก็รู้หรอกนะว่าอารมณ์นั้นอยากรู้ว่าพี่โชนมีเจ้าของไหม  แต่เล่นถามถึงแต่งงานเลยเนี่ยนะ รู้สึกเหมือนผู้หญิงอยากขอแต่งงานมากๆ เลย

ส่วนคำตอบของพี่โชนก็เช่นกัน..​ แหม ตอบมาได้ว่า “ก็รอคนกลับจากอเมริกา” พูดเหมือนกับว่าระหว่างนั้นได้มีการติดต่อพูดคุยกัน หรือรู้ข่าวคราวกันบ้างแล้วเลย…  ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีหรือเปล่า เพราะหนังไม่ได้บอกไว้  แต่เป็นการจบที่บังคับให้ happy เกินไปหน่อย ก็เลยเสียอารมณ์ไปนิดกับการจบแบบนี้

เอาน่ะ หนัง feel good ได้ดูไป ยิ้มไป หัวเราะไปก็โอเคล่ะ ทำให้ชีวิตผ่านไปอีกวันได้อย่างสนุกสนาน :lol:

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: