« »

วันสิ้นโลก

by nuch


DOOMSDAY 2012 (Part 1)


DOOMSDAY 2012 (Part 2)

มีเพื่อนส่งคลิปวิดีโอมาให้ดู เรื่อง Doomsday.. วันสิ้นโลกที่เขาทำนายกันว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 21 เดือนธันวาคม ปีค.ศ. 2012 .. แหม เขียนออกมาเป็นตัวเลขได้เลขสวยซะด้วย (12-21-12 >> เขียนแบบ American จะเป็น เดือน-วัน-ปี)

ในรายการ อ้างอิงคำนายสารพัด รวมถึงการวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ต่างๆ และก็มาสรุปที่ 12-21-12 … มันคือเรื่องบังเอิญ หรือ คำทำนายที่เป็นจริงนะ?? 
ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัดได้ จนกว่าจะถึงวันนั้น .. ก็อีก 5 ปีถัดจากนี้แหละ

ดูคลิปนี้จบ.. ก็นึภถึงการ์ตูนเรื่อง Kino’s journey (キノの旅 – Kino no Tabi) ตอน Land of Prophecies  … ไม่อยากจะสปอยล์เรื่องนี้ โดยเฉพาะกับตอนนี้ด้วย  แต่เป็นอะไรที่โดนใจเรามากๆ และคำตอบของเราก็คงเป็นแบบเดียวกับ Kino….

แต่ก่อนมีหนังไทยที่ plot ของเรื่องคือ ถ้าโลกจะแตกวันพรุ่งนี้ คุณจะทำยังไง .. ไม่แน่ใจว่าชื่อเรื่องคือ “โลกแตก” หรือเปล่า  เป็นหนังที่เก่ามากๆ  น่าจะอยู่ในช่วงปีเดียวกับ “หนุมานกับเจ็ดยอดมนุษย์”
จำได้ว่า เนื้อเรื่องจะกล่าวถึงคนหลายกลุ่ม หลายประเภทว่า ถ้าโลกแตก แต่ละคนจะมีพฤติกรรมยังไงบ้าง..
– คนตระหนี่ถี่เหนียว หอบเงินเป็นล้านมาทำบุญบริจาคให้กับวัด (หลวงพ่อในเรื่องยังแซวเลยว่า ถ้าโลกไม่แตกก็คงไม่ทำใช่ไหม)
– คนที่เคยโกหกอะไรไว้ ก็ไปสารภาพบาป สารภาพความจริง
– คนที่เคยแอบชอบ แอบรักใคร ก็ไปบอกเขา
– คนที่หลงลืมเอาใจใส่พ่อแม่.. ก็กลับไปอยู่กลับพ่อแม่ ไปปรนนิบัติท่าน
… แต่ก็มีบางคน เลือกที่จะฆ่าตัวตาย…  บางคนก็เลือกที่จะเที่ยวใช้จ่ายให้หมดตัว…
… พอคนคิดว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้ คนก็จะสนุกกับวันนี้ให้เต็มที่…
… พอคนคิดว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้ คนก็เริ่มสำนึกที่จะทำความดีเป็นครั้งสุดท้าย…

แต่แล้ว.. พอรู้ว่าโลกไม่แตก…  ทุกคนกลับมาเป็นพฤติกรรมเดิม…   เศรษฐีที่ไปบริจาคเงินที่วัด ก็กลับไปวัด ไปขอเงินบริจาคกลับคืนมา…  คนที่สนุกกับชีวิตให้เต็มที่ก่อนวันโลกแตก  ใช้ทุกสิ่งใช้ทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงอนาคต เพราะคิดว่าไม่มีแล้ว.. ก็บ่นอุบ ตัดพ้อต่อว่าคนทำนายที่พูดมั่วๆ และเสียใจ ไม่ก็เหนื่อยที่จะต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ สร้างอนาคตใหม่…

ตอนที่เราดูหนังเรื่องนี้จบครั้งแรก…  ตอนนั้นเรายังเด็กมากๆ มันก็คงเป็นแค่หนังเรื่องหนึ่ง ที่ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป  ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับมันมากนอกจากคำสอนจากหนังที่ตอกย้ำเราตลอดว่า “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”  ไม่เข้าใกล้จุดจบ ก็ไม่รู้คุณค่า…. 
พอโตขึ้นมา ผ่านเหตุการณ์อะไรหลายๆ อย่าง จนบางครั้งสงสัยว่า..  ทำไมเราถึงต้องคาดหวังกับอนาคตด้วยนะ

บางทีเราก็สงสัยว่า การที่คนเรารู้อนาคตเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีกันนะ?

เคยมีคนถามเราว่าเชื่อเรื่องดวง เรื่องโชคชะตาฟ้าลิขิตไหม…  เราตอบว่า เชื่อและไม่เชื่อ แต่หนักไปทางไม่เชื่อมากกว่า…
คนที่ถามเขาก็งงว่าเพราะอะไร ในเมื่อเราเป็นคนที่ดูดวงให้คนอื่น ทั้งไพ่ยิปซี ไพ่โอลิมปัส ดูลายมือ อ่านคำทำนายนอสตราดามุส และยังอ่านพวกเกี่ยวกับโหงวเฮ้ง และฮวงจุ้ยอีก…  ทำไมเราถึงหนักไปทางไม่เชื่อ

เราเชื่อว่าศาสตร์ต่างๆ มันก็มีความเป็นจริงได้ว่าที่จะรู้อนาคต  แต่ไม่ใช่ทั้งหมด… สิ่งที่รู้.. ก็คงเหมือนกับการพยากรณ์อากาศว่า ถ้ามีตัวแปรเช่นนี้ สภาพอากาศภายในกี่วันจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร  แต่ไม่ได้รู้ซะละเอียดว่าเพราะอากาศแบบนี้ จะเกิดเหตุอันตรายกับบุคคลเฉพาะแบบนี้ ต้องแก้เคล็ดด้วยการภาวนา จุดธูปกี่วันกี่คืนก็ว่าไป…   สิ่งที่รู้ก็เหมือนกับคำเตือนให้ไม่ประมาทมากกว่า

บางทีเราก็สงสัยว่า เราหวังอะไรกับอนาคตมากไปหรือเปล่า ..
เคยคิดว่าจะอดทนกับสภาพบางสภาพ เพื่อที่จะบ่มตัวเองให้ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้…  แต่แล้ว.. เวลาผ่านไปแค่ไม่ถึงปี ก็ได้เรียนรู้ว่าเป้าหมายที่ตั้งใจไว้นั้น ต้องผ่านการบ่มอีกรูปแบบ และเป้าหมายนั้นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดซะด้วย.. .. งั้นที่เราทำไป ที่อดทนไป.. มันคืออะไร เพื่ออะไร?

บางครั้งก็เหนื่อยกับการวิ่งไล่ฝันที่วิ่งหนีตลอด  และเปลี่ยนทิศตลอด… จนอดคิดไม่ได้ว่า ความสำคัญของการไล่ตามความฝันมันอยู่การทำให้มันเป็นจริงหรือเปล่านะ?  แล้วความสนุกของการไล่ตามล่ะ… 

พอคิดว่าฝันนั้นจะเป็นจริงได้หรือไม่ก็ไม่สน  แต่ขอสนุกกับกระบวนการที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง ปรับทิศตามที่ฝันจะวิ่งหนี…  กลับรู้สึกว่าชีวิตมันมีความสนุกของมันแฮะ  ถ้าฝันนั้นไม่สำเร็จ ฉันก็ยังมีฝันอื่น  และฉันก็ยังสนุกกับมันได้อยู่… หรือแม้ว่า ฉันจะไม่มีชีวิตอยู่ได้เห็นฝันที่เป็นจริง ฉันก็ไม่เสียดาย…

ไม่ว่าโลกจะแตกวันไหน เราจะตายเมื่อไร… เราก็จะเป็นของเรา ยึดจุดที่เราอยู่ อนาคตมันเป็นจริงได้หรือไม่ได้ก็ช่าง  ยังไงผลลัพภ์ที่เราอยากให้เป็นมันไม่ได้มีแค่หนึ่งเดียวอยู่แล้ว…

5 Responses to “วันสิ้นโลก”

  1. Noopook Says:

    เราคิดอย่างนึงว่า โลกนี้น่าจะดีขึ้น ถ้าคนเราคิดแบบนี้ตลอด
    1.เชื่อว่าสิ่งที่เราทำในชิวิตจะถูกตัดสินในชิวิตหลังความตาย
    2.เชื่อว่าชีวิตของเราไม่แน่นอน ให้ทำทุกอย่างในวันนี้ให้เหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

    อนาคตบางอย่างอย่ารู้ดีกว่า อย่างเรื่องโลกแตกเนี่ย เอาไว้ให้มึนๆงงๆว่าจะเกิดเมื่อไหร่อย่างเนี้ยดีแล้วล่ะ

    เรื่องดูดวง เราเป็นคนไม่ดูดวง แต่ถ้าถามความคิดเห็น เอ เราจะบอกว่าอันที่ดูมีคอมบิเนชั่นที่ยากๆหน่อย และเกี่ยวพันมากๆกับเจ้าของดวงที่เอามาดู ดูน่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะ”เข้าใกล้”ความเป็นจริงได้มากกว่า

    คือเราว่า มันคงจะแปลกมากเลยที่ว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือดวงชะตาของคนเราทั้งโลกนั้นจะแบ่งได้เป็นเพียงแค่ 7 แบบตามวันเกิด หรือ 12 แบบตามราศีหรือนักกษัตริย์ หรือแม้แต่มันจะเยอะเท่ากับจำนวนแท่งเซียมซีในกระบอก เราว่ามันก็ยังออกจะน้อยเกินไปอยู่นะ ในเมื่อคนเรามีตั้งหลายแบบ ตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวพันกับชิวิตก็มีแทบนับไม่ถ้วนขนาดนั้น จะให้ตรงหมดด้วยการยกตัวแปรบางอย่างมากำหนด ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ บางทีเราก็เคยคิดเพี้ยนๆตอนอ่านที่เขาเขียนในดวง อย่างเช่น ถ้าดวงคนที่เกิดวันจันทร์บอกว่า ระวังคนใกล้ตัวหักหลัง อย่างงั้น อีก 6 วันที่เหลือน่าจะมีดวงของวันไหนซักวันที่บอกว่า คุณกำลังจะหักหลังคนใกล้ตัว ใช่มะ เพราะยังไงคนเราก็เกิดใน 7 วันนี้อยู่แล้วนี่นา เขียนลงมาจะได้รู้กันไปเลย

    มีเรื่องนึงอยากเล่า เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับแม่มดมะ ที่มันมียุคนึงที่มีการตามล่าและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ผู้หญิงทุกคนที่คิดว่าเป็นแม่มด พวกเธอก็สาปว่า ใครก็ตามที่ทำแบบนี้จะต้องพบจุดจบที่เลวร้าย แต่เหมือนพวกเธอยิ่งสาป ก็ยิ่งถูกตามล่าหนักกว่าเดิม แต่ต่อมา ดูเหมือนว่าคำสาปของแม่มดจะเริ่มกลายเป็นจริง เมื่อคนที่ไล่ฆ่าพวกเธอเริ่มล้มตายลงพร้อมๆกัน เหตุผลน่ะเหรอ แม่มดอาจจะสาปแช่งคนเป็นจริงๆ หรือไม่พวกเธอก็แค่รู้ว่า การไล่ฆ่าพวกเธอน่ะอาจจะไม่เท่าไหร่ อาจจะแค่จำนวนการเกิดประชากรในพื้นที่ลดลงเพราะไม่มีผู้หญิง แต่ที่ฆ่ารวมไปถึงแมวที่เขาคิดว่าเป็นสัญลักษณ์ของแม่มดมากเกินไปนั้น เป็นสาเหตุให้หนูเยอะขึ้น และกาฬโรคก็กลับมาระบาดได้ ก็แค่นั้น

    เกี่ยวกับเรื่องที่นุชเล่ายังไง คงเกี่ยวตรงที่ เรื่องบางเรื่องที่อาจจะดูลึกลับซับซ้อนเช่นเรื่องอนาคต ถึงกับต้องดูกันด้วยวิธีต่างๆนาๆ แต่อนาคตบางอย่างนั้นอาจจะง่ายมากที่จะดูให้ออก ถ้าเพียงแค่ดูจากโลจิกของกฏธรรมชาติบางอย่าง หรือจิตวิทยาของคน เราเองที่เป็นคนทั่วๆไป ก็สามารถรู้และทำนายอะไรบางอย่างล่วงหน้าได้เหมือนกัน

    ชอบย่อหน้าท้ายๆที่นุชเขียนนะ ดูเข้มแข็งดี ได้บทสรุปของชีวิตในรูปแบบนึง

  2. someone Says:

    ผมทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ไว้ 2 ใบ ส่งเบี้ยประกันมา 3 ปีแล้ว กว่าจะได้เงินคืนก็อีกเกือบสิบปี สงสัยจะเสียเงินส่งไปปล่าวแล้ว
    ไม่น่าทำเลย รู้งี้เก็บเงินไว้กับตัวดีกว่า..

  3. someone Says:

    สัญญาณวันสิ้นโลก
    (สัญญาณวันกิยามะห์)

    ท่านเชคอาลี อาลี มูฮำหมัด ได้กล่าวถึงสัญญาณวันกิยามะห์ไว้ในหนังสือของท่านนบี ที่ชื่อว่า “อัซร็อตอัซซาอะห์” ดังต่อไปนี้
    สัญญาณย่อย ได้แก่
    1. แผ่นดินไหวจะมีมาก
    2. ลมพายุจะรุนแรง
    3. ความตายจะดาษดื่น (จากโรคร้าย)
    4. มนุษย์จะแข่งขันประดับประดามัสยิด
    5. คนโกหกจะได้รับความเชื่อถือ คนพูดจริงกลับถูกมองว่าโกหก
    6. คนทุจริตจะปลอดภัย คนไว้วางใจได้กลับถูกบิดพริ้ว
    7. การผิดประเวณี (ซินา) จะดาษดื่น
    8. สุรา ดอกเบี้ย เป็นสิ่งอนุมัติ
    9. ในมัสยิดมีเสียงอึกทึก
    10. คนรุ่นหลังจะประณามคนรุ่นก่อน
    11. ความวุ่นวายจะเกิดขึ้นทุกหัวระแหง
    12. ผู้ใหญ่จะรับใช้เด็ก
    13. อุตริกรรม (บิดอะห์) จะปรากฎชัด
    14. ความอายจะน้อยลง
    15. สตรีจะประพฤติตัวเหมือนบุรุษ ส่วนบุรุษจะประพฤติตัวเหมือนสตรี
    16. สตรีจะนุ่งน้อยห่มน้อย
    17. ผู้ทุจริตได้รับการช่วยเหลือ ผู้ถูกละเมิดกลับถูกทอดทิ้ง
    18. ผู้คนจะอ่านอัลกุรอานกันเพียงลิ้น (ขาดการกฏิบัติตาม)
    19. การนินทาให้ร้ายจะมีมาก
    20. การสาบานด้วยสิ่งอื่นจากอัลเลาะห์จะมีมาก
    21. การหย่าร้างเกิดขึ้นมาก
    22. ความชั่วช้าเลวทราบจะปรากฎชัด
    23. มนุษย์จะปฏิบัติตามอารมณ์กิเลสและตัณหา
    24. บุรุษจะถูกทำลาย เพราะทรัพย์สินเป็นเหตุ
    25. มนุษย์จะตัดขาดญาติมิตร
    26. สมาธิของคนละหมาดจะหายไป
    27. ประชาชาติจะแตกออกเป็น 70 กว่าจำพวก
    28. วันและเวลาจะสั้นลง จนกระทั่งหนึ่งปีเสมือนหนึ่งเดือน และหนึ่งเดือนเสมือนหนึ่งสัปดาห์ และหนึ่งสัปดาห์เหมือนหนึ่งวัน
    29. การแต่งงานเกิดขึ้น เพราะสมบัติเป็นเหตุ
    30. เรื่องราวของมนุษย์ ล้วนเป็นความโลภโมโทสัน
    31. การตลาดจะฝืดเคือง
    32. การให้เกียรติจะน้อยลง แต่การเหยียดหยามจะมากขึ้น
    33. ความรับผิดชอบจะหายไป ความวุ่นวายสับสนจะแทนที่
    34. ศาสนาจะถูกซื้อขายด้วยวัตถุทางโลก (ดุนยา)
    35. หัวใจมนุษย์หมดสิ้นจากความดี
    36. ทานบังคับ (ซะกาต) ถูกนำมาจำหน่ายค่าแรงและถูกมอบให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิรับ
    37. บุรุษจะฆ่ากันโดยไร้เหตุผล
    38. ความรู้จะถูกเก็บ คนโง่จะขึ้นแสดงธรรม (บนมิมบัร)
    39. เด็กที่เกิดจากการผิดประเวณีจะมีมาก
    40. คนที่มีลูกหลานต้องโศกเศร้า เพราะการเนรคุณ
    41. สตรีจะทำหน้าที่แทนบุรุษ
    42. เด็กจะไม่ให้เกียรติผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จะไม่เมตตาเด็ก
    43. ความบริสุทธิ์จะหายไปจากการงาน
    44. คนชั่วจะภูมิใจ และโอ้อวดความชั่วของตน
    45. การพนันจะมีมาก
    46. ผู้บริสุทธิ์จะถูกฆ่าเป็นการล้างแค้น (ไม่ใช่การรับใช้ชาติ)
    47. มนุษย์จะถูกเรียกร้องสู่ขุมนรก และหันเหออกจากการภักดีต่ออัลเลาะห์ตาอาลา
    ส่วนสัญญาณใหญ่ ได้แก่
    1. อิหม่ามมะห์ดีปรากฎตัว
    2. ดัจญ้าลเผยโฉม
    3. ท่านศาสดาอีซาจะถูกส่งลงมาสู่โลกอีกครั้งหนึ่ง
    4. ยะญูดและมะญูด พังกำแพงทะลุออกมาได้
    5. มีสัตว์ประหลาดออกมาจากแผ่นดิน
    6. ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
    7. มีหมอกควันเกิดขึ้นเต็มแผ่นดิน
    8. เกิดไฟประลัยกัลป์ออกมาขับไล่ผู้คนไปรวม ณ ชุมนุมสถาน
    9. อัลกุรอาน และความรู้ถูกเก็บ (โดยการล้มตายของบรรดาผู้รู้)

    บทความศาสนาโดย : สมาคมนักเรียนไทย ณ กรุงไคโร

  4. nat ตึกอร่อย Says:

    หรือว่าจะเป็นเพราะ greenhouse effect ทำให้โลกเสียสมดุลไป้รื่อยๆ และพอถึงจุดนึงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆในเวลาที่ใกล้กัน คล้ายๆพอฐานตึกร้าวไปเรื่อยๆ พอรับน้ำหนักไม่ไหว ก็เลยพาถล่มทั้งตึก

    ทำไรดีนะวันที่ 21 เดือนธันวาคม ปีค.ศ. 2012 รออีกไม่กี่วันก็ปีใหม่นี่นา อดเที่ยวเลยงี้

  5. J Says:

    ไอ้ตรง เอา กราฟ มาพล็อต จากไอ้สัญลักษณ์ของจีนนั่นก็ดูมั่วซั่วพอแล้วล่ะครับ เรียงตามใจชอบ กำหนดจำนวนปีตามใจชอบไม่ได้มีหลักการอะไรเลย

    ตอนก่อนก็ 1999 เฮ~~~~~~ แล้วก็ไม่มีไรเกิดขึ้น

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: