« »

หนอนไม่มีตา แต่ว่าชอบอ่านหนังสือ

by nuch

ผมสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมเราถึงเปรียบเปรยคนรักการอ่านว่าเป็น หนอนหนังสือ
ซึ่งแปลมาจากคำว่า Bookworm
หนอนเป็นสัตว์ที่ไม่มีตา
มันจึงไม่น่าถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของผู้รักการอ่าน
อีกเรื่องที่ผมสงสัยพอกันก็คือ เรามีคำที่เอาไว้ใช้เรียกภาพที่มองจากมุมสูงว่า Bird’s-Eye view
และเราก็ยังมีคำว่า Worm’s-Eye view เอาไว้เรียกภาพที่มองจากมุมต่ำเงยขึ้นด้านบน
ในเมื่อหนอนมันมองไม่เห็น แล้วทำไมเราถึงเปรียบภาพในมุมนั้นว่าเหมือนมองผ่านสายตาหนอน
เรื่องหลังผมยังข้องใจ ส่วนเรื่องแรก ถึงยังไม่ได้คำตอบ แต่ผมก็หายสงสัยแล้ว

เพื่อนชาวญี่ปุ่นจัดแจงนัดให้ผมพบกับหญิงสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง
เพื่อนของผมบอกว่า ผมกับเธอควรได้คุยกัน
หญิงสาววัยยี่สิบกลางๆ คนนี้มีชื่อว่า Yoshimi Horiuchi
หรือจะเรียก โย อย่างที่เพื่อนๆ ชาวไทยของเธอเรียกก็ได้

มาถึงโยก็เล่าเรื่องห้องสมุดที่ญี่ปุ่นให้ผมฟัง
เธอว่าห้องสมุดหลายแห่งมีระบบที่เอื้อกับคนตาบอด
คือมีหนังสืออักษรเบรลล์ให้อ่าน หรือไม่ก็มีไฟล์เสียงให้ฟัง
ซึ่งไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่
สิ่งที่เริ่มจะพิเศษขึ้นก็คือ นอกจากคนตาบอดแล้ว ห้องสมุดบางแห่งยังมีหนังสือที่รองรับคนพิการประเภทอื่นๆ ด้วย ซึ่งหลักๆ ก็คือ ผู้พิการทางสมอง
แต่นั่นยังไม่น่าสนใจเท่าระบบห้องสมุดสำหรับคนที่เดินไม่ได้ เขามีบริการส่งหนังสือให้ถึงบ้าน

โยบอกว่าห้องสมุดที่ญี่ปุ่นไม่ได้รอให้คนเข้ามาอ่าน แต่ยังเอาตัวเองออกไปหาคนอ่านด้วย
กลุ่มคนที่ไปหาก็คือ ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลาย หรือคนที่ไม่สะดวกจะเดินทางมาที่ห้องสมุด
เช่น คนพิการ คนท้อง แม่ที่ต้องเลี้ยงลูกอ่อนอยู่กับบ้าน คนแก่
รวมถึงคนต่างชาติรายได้น้อยที่เข้ามาขายแรงงานในญี่ปุ่น ซึ่งอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก
หนังสือจะถูกส่งตรงไปยังบ้านของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกับมีอาสาสมัครช่วยอ่านให้ฟัง
ถ้าคนตาบอดอยากใช้บริการในห้องสมุดปกติก็นัดอาสาสมัครให้มาช่วยอ่านหนังสือให้ฟังได้
ผมสงสัยว่า ทำไมต้องอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟังแบบสดๆ ทีละคนด้วย
บันทึกเสียงเก็บไว้เป็นไฟล์ไม่ดีกว่าหรือ
โยเฉลยว่า หนังสือบางประเภทมีรูป กราฟ แผนที่ หรือตารางเยอะ
สิ่งเหล่านี้ต้องการการอธิบายแบบตัวต่อตัวคนตาบอดถึงจะเข้าใจ
เห็นวิธีคิดที่เอาใจใส่คนตาบอดแบบนี้ก็ชื่นใจ และชื่นชมคนทำ

พอโยเล่าเรื่องญี่ปุ่นจบ เธอก็เล่าต่อว่า เธอกำลังจะทำโครงการนี้ในประเทศไทย
ชื่อ คาราวานหนอนหนังสือ
ดำเนินการในนามองค์กรของเธอเองที่ชื่อ Always Reading Caravan (ARC)
ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร
มีเป้าหมายว่าอยากให้บริการห้องสมุดเคลื่อนที่ไปยังเด็กและผู้ใหญ่
ทั้งพิการและไม่พิการ ในพื้นที่ชนบทของไทย

เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2549 ช่วงที่โยมาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เธอมีโอกาสได้ลงพื้นที่ไปดูงานในหลายหมู่บ้าน
และได้คลุกคลีกับองค์กรที่ทำงานด้านคนพิการทั่วประเทศ
นั่นทำให้เธอพบว่า เด็กพิการจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้
อย่างเด็กชายอายุ 15 ปีคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อลีบ
ถือเป็นหนึ่งในจำนวนนับพันที่ไม่สามารถเข้าถึงความบันเทิงอื่นได้นอกจากนอนดูโทรทัศน์บนเตียง
ครอบครัวของเขาก็ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ เขาเลยไม่ได้ไปโรงเรียน
ไม่มีใครสอนอ่าน สอนเขียน และไม่มีใครอ่านหนังสือให้ฟัง
เจ้าของปริญญาตรีครุศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่นคนนี้มองว่า
ในพื้นที่ชนบทหนังสือเป็นสิ่งมีราคา และห้องสมุดเป็นสิ่งที่หายาก
โทรทัศน์จึงเป็นแหล่งความบันเทิงหลักของชาวบ้าน
เธอเลยอยากหาทางนำหนังสือเคลื่อนที่ไปให้ถึงคนเหล่านั้น

โยบอกว่า คนไทยเชื่อว่า การอ่านหนังสือคือการเรียน ทำให้คนไม่ค่อยอยากอ่าน
เธอเลยอยากเปลี่ยนให้เราหันมารู้สึกว่า การอ่านหนังสือคือการพักผ่อน เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่ง ถ้าโปรโมทว่า อ่านหนังสือแล้วสนุกมาก คงมีคนอยากอ่านหนังสือเยอะขึ้น

เธอรับสมัครทีมงานชาวไทยอีก 2 ชีวิต ขับรถบรรทุกหนังสือมุ่งหน้าไปยังโคราชซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย
เธอเลือกหมู่บ้านไกลโพ้นที่ไม่มีห้องสมุดมา 4 แห่ง
แต่ละแห่งคาราวานของเธอจะใช้เวลาอยู่ที่นั่นที่ละ 2 สัปดาห์
โดยจะย้ายสถานที่ไปตามโรงเรียน โรงพยาบาล สถานดูแลเด็กพิการ ศูนย์กลางชุมชน หรือตลาด
พอครบกำหนดก็ขับรถไปยังหมู่บ้านถัดไป วนไปเช่นนี้
ใน 1 ปี ห้องสมุดเคลื่อนที่จะแวะไปแต่ละหมู่บ้าน 6 ครั้ง

ในรถของเธอซึ่งเปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่เต็มไปด้วยหนังสือปกติ หนังสือเบรลล์
ไฟล์เสียงของหนังสือ ของเล่นเกี่ยวกับการศึกษา รูปที่สามารถสัมผัสได้
และรูปจำลองต่างๆ ที่ช่วยให้คนตาบอดสัมผัสได้ว่า
สถานที่ต่างๆ อย่างทัชมาฮาล หรือหอไอเฟลหน้าตาเป็นอย่างไร

โยบอกว่างานของเธอคือเดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ พร้อมหนังสือ
ไปที่ไหนก็จะสอนอาสาสมัครท้องถิ่นให้ลองบริหารจัดการห้องสมุดด้วยตัวเอง
ถ้าทำได้แล้ว คาราวานของเธอก็จะไม่กลับมาอีก
โดยจะเปลี่ยนไปบุกเบิกระบบห้องสมุดในหมู่บ้านอื่นๆ แทน
ใครสนใจอยากเป็นอาสาสมัครร่วมเดินทางหรืออยากบริจาคหนังสือติดต่อได้ที่ www.alwaysreadingcaravan.org
โยบอกผมและเขียนแนะนำตัวในเว็บไซต์แบบเดียวกันว่า
เธอเป็นหนอนหนังสือจากญี่ปุ่น ที่อยากจะทำโครงการชวนคนไทยอ่านหนังสือ
ฟังแล้วก็ทึ่ง ไม่ใช่ทึ่งเพราะโครงการที่เธอทำมันแปลกประหลาดอย่างที่คาดเดาไม่ได้
แต่ทึ่งเพราะว่า
โยตาบอด
ที่ผมเล่ามาทั้งหมด เป็นโครงการที่เกิดจากผู้หญิงตาบอดชาวญี่ปุ่น
ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า เป็นเกิดจาก หนอนหนังสือตาบอดชาวญี่ปุ่น
จากที่เคยสงสัยว่า ทำไมเราถึงใช้หนอนเป็นสัญลักษณ์ของคนที่รักการอ่านทั้งๆ ที่หนอนมันมองไม่เห็น ตอนนี้ผมได้คำตอบแล้ว

การอ่านหนังสืออาจไม่ใช่แค่เรื่องของตา
ไม่ต้องมองเห็นเราก็อ่านหนังสือได้ หนอนที่ไม่มีตาก็รักการอ่านได้

ทรงกลด บางยี่ขัน

อ่านครั้งแรกจาก เอกสารประกอบกิจกรรมอบรมอาสาสมัครเพื่อผลิตหนังสือเสียง

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าหนอนไม่มีตา ที่ผ่านมา เข้าใจว่าที่เรียกว่า bookworm ก็เพราะว่า คนที่อ่านหนังสือแบบติดมากๆ มักจะทำตัวเหมือนหนอน ที่หน้าของอ่านแทบจะชิดติดหน้ากระดาษหนังสือ  และกินอยู่กับหนังสือนั้น ราวกับตัวหนอนที่ชอนไชในแต่ละหน้าของหนังสือ

ก่อนหน้านี้เราเคยบล็อคเกี่ยวกับหนังสือเสียงมาแล้ว และเคยมีความคิดอยากจะทำหนังสือเสียงแบบ Playaway ซึ่งเป็นหนังสือเสียงที่ผลิตมาในเชิงพาณิชย์   ไอเดียเราตอนนั้น อยากทำเพื่อให้คนตาบอดสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่ายขึ้น  แต่ทว่า เมื่อมองอีกแง่หนึง หากเมื่อไรมีหนังสือเสียงภาษาไทยในเชิงพาณิชย์เกิดขึ้น  ปัญหาที่จะตามมาคือเรื่องของลิขสิทธิ์  มันไม่ใช่ในแง่การก็อปปี้สินค้าหรอกนะ  แต่มันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนหนังสือ และสำนักพิมพ์ ที่อาจจะเรียกร้องอะไรต่อมิอะไรต่างๆ ตามมา  และดีไม่ดี ก็อาจจะไปกระเทือนถึงหนังสือเสียงที่ห้องสมุดคนตาบอดทำอยู่แล้วด้วย

ความคิดเรื่องการทำหนังสือเสียงในเชิงพาณิชย์ก็เลยตกไป  และหันไปทำอาสาสมัครอ่านหนังสือเสียงแทน

การอ่านหนังสือเสียงก็ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนเข้าใจ
เพียงแค่เราออกเสียงให้ถูกอักขรวิธี การเว้นวรรคตอน อ่านให้ชัดถ้อยชัดคำ  ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็เรียนกันมาตั้งแต่สมัยประถมแล้ว ไม่น่าจะยากเท่าไร
อาจจะมีบ้างที่บางครั้งเจอคำที่เราไม่แน่ใจ หรือไม่รู้ว่าจะต้องอ่านออกเสียงอย่างไร  ก็เปิดพจนานุกรมดูได้ หรือหาซื้อคู่มือการอ่านภาษาไทย ที่จัดทำโดยราชบัณฑิตยสถาน (ราคา 20 บาท) มาเปิดตรวจทานวิธีอ่านก็ได้

ใครที่สนใจอยากเป็นอาสาสมัครเพื่อผลิตหนังสือเสียง จะมีการอบรมอีกครั้งในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ณ ห้องปฎิบัติการภาษา 1 C ชั้น M อาคาร 5 (สนั่น เกตุทัต)  เริ่มลงทะเบียนที่เวลา 8.30 น.  รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่
http://we2blind.com/
มูลนิธิคนตาบอดไทย

กิจกรรมนี้ผู้เข้าร่วมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ค่ะ  หากใครมี Laptop ขอแนะนำให้นำไปด้วย เพื่อที่จะได้ติดตั้งซอฟท์แวร์สำหรับอ่านหนังสือเสียงค่ะ

ป.ล. เจอบล็อคหนึ่งน่าสนใจมาก http://nupomme.exteen.com คนเขียนคือผู้พิการทางสายตา แต่เขาเขียนได้ดีมากๆ ทำให้เข้าใจผู้พิการทางสายตามากขึ้น

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: