« »

FW: 3×8 = 23??

by nuch

เอี๋ยนหุยใฝ่ศึกษา มีคุณธรรมงดงาม เป็นศิษย์รักของขงจื้อ มีอยู่วันหนึ่ง เอี๋ยนหุยออกไปทำธุระที่ตลาด เห็นผู้คนจำนวนมากห้อมล้อมอยู่ที่หน้าร้านขายผ้า จึงเข้าไปสอบถามดู จึงรู้ว่าเกิดการพิพาทระหว่างคนขายผ้ากับลูกค้า ได้ยินลุกค้าตะโกนเสียงดังโหวกเหวกว่า
“3×8ได้ 23 ทำไมท่านถึงให้ข้าจ่าย24เหรียญล่ะ!”
เอี๋ยนหุยจึงเดินเข้าไปที่ร้าน หลังจากทำความเคารพแล้ว ก็กล่าวว่า
“พี่ชาย 3×8 ได้ 24 จะเป็น 23 ได้ยังไง? พี่ชายคิดผิดแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก”

คนซื้อผ้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ชี้หน้าเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า
“ใครให้เจ้าเข้ามายุ่ง! เจ้าอายุเท่าไหร่กัน! จะตัดสินก็มีเพียงท่านขงจื้อเท่านั้น ผิดหรือถูกมีท่านผู้เดียวที่ข้าจะยอมรับ ไป ไปหาท่านขงจื้อกัน ”
เอี่ยนหุยกล่าวว่า “ก็ดี หากท่านขงจื้อบอกว่าท่านผิด ท่านจะทำอย่างไร?”
คนซื้อผ้ากล่าวว่า“หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ?”
เอี๋ยนหุยกล่าวว่า “หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมถูกปลดหมวก(ตำแหน่ง)”
ทั้งสองจึงเกิดการเดิมพันขึ้น

เมื่อขงจื้อสอบถามจนเกิดความกระจ่าง ก็ยิ้มให้กับเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า
“3×8ได้ 23 ถูกต้องแล้วเอี๋ยนหุย เธอแพ้แล้ว ถอดหมวกของเธอให้พี่ชายท่านนี้เสีย”
เอี๋ยนหุย ไม่โต้แย้ง ยอมรับในการวินิจฉัยของท่านอาจารย์ จึงถอดหมวกที่สวมให้แก่ชายคนนั้น ชายผู้นั้นเมื่อได้รับหมวกก็ยิ้มสมหวังกลับไป
ต่อคำวินิจฉัยของขงจื้อ ต่อหน้าแม้เอี๋ยนหุยจะยอมรับ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เอี๋ยนหุยคิดว่าท่านอาจารย์ชรามากแล้ว ความคิดคงเลอะเลือน จึงไม่อยากอยู่ศึกษากับขงจื้ออีกต่อไป

พอรุ่งขึ้น เอี๋ยนหุยจึงเข้าไปขอลาอาจารย์กลับบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าที่บ้านเกิดเรื่องราว ต้องรีบกลับไปจัดการ

ขงจื้อรู้ว่าเอี๋ยนหุยคิดอะไรอยู่ ก็ไม่ได้สอบถามมากความ อนุญาตให้เอี๋ยนหุยกลับบ้านได้

ก่อนที่เอี๋ยนหุยจะออกเดินทาง ได้เข้าไปกราบลาขงจื้อ ขงจื้อกล่าวอวยพรและให้รีบกลับมาหากเสร็จกิจธุระแล้ว พร้อมกันนั้นก็ได้กำชับว่า
“อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”

เอี๋ยนหุยคำนับพร้อมกล่าวว่า “ศิษย์จะจำใส่ใจ” แล้วลาอาจารย์ออกเดินทาง

เมื่อออกเดินทางไปได้ระยะหนึ่ง เกิดพายุลมแรงสายฟ้าแลบแปลบ เอี๋ยนหุยคิดว่าต้องเกิดพายุลมฝนเป็นแน่ จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปอาศัยอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ฉุกคิดถึงคำกำชับของท่านอาจารย์ที่ว่า
“อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เราเองก็ติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานาน ลองเชื่ออาจารย์ดูอีกสักครั้ง คิดได้ดังนั้น จึงเดินออกจากต้นไม้ใหญ่ ในขณะที่เอี๋ยนหุยเดินไปได้ไม่ไกลนัก บัดดล สายฟ้าก็ผ่าต้นไม้ใหญ่นั้นล้มลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา เอี๋ยนหุยตะลึงพรึงเพริด

คำกล่าวของพระอาจารย์ประโยคแรกเป็นจริงแล้ว หรือตัวเราจะฆ่าใครโดยไม่รู้สาเหตุ?

เอี๋ยนหุยจึงรีบเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว แต่ไม่กล้าปลุกคนในบ้าน เลยใช้ดาบที่นำติดตัวมาค่อยๆเดาะดาลประตูห้องของภรรยา เมื่อเอี๋ยนหุยคลำไปที่เตียงนอน ก็ต้องตกใจ ทำไมมีคนนอนอยู่บนเตียงสองคน!

เอี๋ยนหุยโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบดาบขึ้นมาหมายปลิดชีพผู้ที่นอนอยู่บนเตียง

เสียงกำชับของอาจารย์ก็ดังขึ้นมา “อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”

เมื่อเขาจุดตะเกียง จึงได้เห็นว่า คนหนึ่งคือภรรยา อีกคนหนึ่งคือน้องสาวของเขาเอง

พอฟ้าส่าง เอี๋ยนหุยก็รีบกลับสำนัก  เมื่อพบหน้าขงจื้อจึงรีบคุกเข่ากราบอาจารย์และกล่าวว่า
“ท่านอาจารย์ คำกำชับของท่านได้ช่วยชีวิตของศิษย์ ภรรยาและน้องสาวไว้ ทำไมท่านจึงรู้เหมือนตาเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์บ้าง?”
ขงจื้อพยุงเอี๋ยนหุยให้ลุกขึ้น และกล่าวว่า
“เมื่อวานอากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก น่าจะมีฟ้าร้องฟ้าแลบเป็นแน่ จึงเตือนเธอว่า อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ และเมื่อวาน เธอจากไปด้วยโทสะ แถมยังพกดาบติดตัวไปด้วย  อาจารย์จึงเตือนเธอว่า อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง ”

เอี๋ยนหุยโค้งคำนับ “ท่านอาจารย์คาดการดังเทวดา ศิษย์รู้สึกเคารพเลื่อมใสท่านเหลือเกิน”

ขงจื้อจึงตักเดือนเอี๋ยนหุยว่า
“อาจารย์ว่าที่เธอขอลากลับบ้านนั้นเป็นการโกหก ที่จริงแล้วเธอคิดว่าอาจารย์แก่แล้ว ความคิดเลอะเลือน ไม่อยากศึกษากับอาจารย์อีกแล้ว เธอลองคิดดูสิ อาจารย์บอกว่า 3×8ได้ 23 เธอแพ้ ก็เพียงแค่ถอดหมวก หากอาจารย์บอกว่า 3×8ได้ 24 เขาแพ้ นั่นหมายถึงชีวิตของคนๆหนึ่ง เธอคิดว่าหมวกหรือชีวิตสำคัญล่ะ? ”

เอี๋ยนหุยกระจ่างในฉับพลัน คุกเข่าต่อหน้าขงจื้อ แล้วกล่าวว่า
“ท่านอาจารย์เห็นคุณธรรมเป็นสำคัญ โดยไม่เห็นแก่เรื่องถูกผิดเล็กๆน้อยๆ ศิษย์คิดว่าอาจารย์แก่ชราจึงเลอะเลือน ศิษย์เสียใจเป็นที่สุด”

จากนั้นเป็นต้นไป ไม่ว่าขงจื้อจะเดินทางไปยังแห่งหนตำบลใด เอี๋ยนหุยติดตามไม่เคยห่างกาย

จากตำนานเรื่องเล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเพลงๆหนึ่งของอิวเค่อหลี่หลิน(นักร้องดูโอของไต้หวัน) ที่ร้องว่า
“หากสูญเสียเธอไป ต่อให้เอาชนะทั้งโลกได้แล้วจะยังไง? เช่นกัน บางครั้งคุณอาจเอาชนะคนอื่นด้วยเหตุผลของคุณ แต่อาจจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป ”

เรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหนักเบารีบช้า อย่าเป็นเพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต
เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม
ทะเลาะกับลูกค้า ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ตรวจผลงานปลายปีมาถึง คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เธอไม่สนใจคุณ คุณก็หากับข้าวกินเองละกัน)
ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เคลียร์ไม่ได้ คุณอาจจะเสียเพื่อนไปเลย)
ใบชา เกิดสีสวยและกลิ่นหอมน่าลิ้มลองได้ ก็เพราะโดนน้ำร้อนลวก
ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน เพราะเผชิญกับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า
จึงเหลือไว้ซึ่งเรื่องราวเป็นตำนานให้ได้เล่าขานน่าตามติด

ผู้ที่รู้สำนึกคุณอยู่เสมอ จึงเป็นผู้มีวาสนามากที่สุด

ได้รับจาก fw mail มา…

จริงๆ ไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำตัดสินของอาจารย์ขงจื้อเท่าไร  เพราะเรามองในแง่ที่ว่า คุณลูกค้าได้ข้อมูลที่ผิด และหนำซ้ำยังสามารถใช้ชื่ออาจารย์ขงจื้อในการรับรองข้อมูลที่ผิดของตัวเองได้อีก  อีกทั้งว่า ต่อไปใครอยากเถียงแบบหัวชนฝาก็อ้างเอาชีวิตของตัวเองเป็นประกันได้สิ

กรณีลูกค้า 3×8=23 เนี่ย  มันมองได้สองแง่นะ  คือลูกค้าโง่จริงๆ หรือ ลูกค้าตั้งใจโกง​​​
ถ้าลูกค้าโง่จริงๆ  การดัดสินของอาจารย์ขงจื้อ ก็ไม่ได้ทำให้ลูกค้านั้นฉลาดขึ้นเลย  แต่อาจจะเพิ่มความลำพอง
ถ้าลูกค้าตั้งใจโกง  การตัดสินของอาจารย์ขงจื้อสร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้า  ต่อไปนี้ใครต่อใครก็อ้างคำตัดสินของอาจารย์ขงจื้อได้สิ

ถ้าเป็นเรา เราก็คง ถูกว่าถูก ผิดว่าผิด แต่บทลงโทษสามารถประนีประนอมได้
เรายืนยันคำตอบที่ 3×8 =24 ทำการพิสูจน์ด้วยการวางเงินกองละ 3 เหรียญ 8 กอง และนับผลรวมดู
เราคงไม่คิดจะบั่นหัวคุณลูกค้าหรอก  แต่ถ้าเขาอยากรักษาคำพูดให้หัวหลุดจากบ่าจริง เราก็คงขอแค่ให้เขาก้มหัวขอโทษให้หัวต่ำกว่าบ่า ก็เสมือนว่าหลุดจากบ่าแล้วล่ะ… :whistle:

Tags:

4 Responses to “FW: 3×8 = 23??”

  1. เอกเอง Says:

    ยังอ่อนต่อโลกนัก

  2. noopook Says:

    สงสารคุณลูกค้าคนซื้อผ้าที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสอนบทเรียนสำคัญแก่ศิษย์ขงจื้อ เขาไม่มีค่ากระทั่งจะสอนให้รู้เรื่องผลลัพท์ของการคูณเลขอย่างง่ายเลยเหรอไงน้อ

    อนาคตของคุณลูกค้า ถ้าเขาโง่จริงๆต่อจากนี้เวลาเขาจะซื้ออะไรกับใครก็จะลำบาก ต้องเถียงกันคอเป็นเอ็นเพื่อจะซื้อในราคาถูกลง 1 เหรียญ ใครๆอาจจะพาลหาว่าเขาเป็นคนโกหก เอาหมวกที่ไหนมาอ้างเพื่อจะซื้อของให้ถูกลง ขงจ๊งขงจื้อหรือจะคูณเลขผิด มั่วมากกว่า แต่ว่าก็ว่าเถอะ ถึงจะมีพ่อค้าที่หลงเชื่อจริง ขายมาในราคาถูกลงเหรียญนึง เขาก็กำไรได้ไม่นานหรอก เสร็จแล้วเขาก็จะไปพลาดขาดทุนขายของให้คนอื่นในราคาถูกคง 1 เหรียญแบบง่ายๆอีกต่อนึงอยู่ดีน่ะแล่ะ

    ส่วนถ้าเขาตั้งใจโกง ก็คงโกงได้ไม่นานหรอกมั้งนะ

    เว้นแต่ว่า ขงจื้อผู้คาดเดาได้ดั่งเทวดา สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า คุณลูกค้านั้นจะพาพ่อค้ารายใหม่ๆที่เถียงกันคอเป็นเอ็นอีกนับสิบราย เดินทางมาเพื่อขอคำยืนยันจากขงจื้อว่า 8*3 ได้ 23 จริงๆอีกครั้ง และจะมาได้ยินบทสนทนาสำคัญที่ช่วยให้ความกระจ่างระหว่างศิษย์กับอาจารย์คู่นี้กำลังดำเนินอยู่แบบพอดิบพอดีเลยล่ะมั้ง ถึงจะช่วยให้ทุกอย่างแฮปปี้เอนดิ้งได้น่ะ

  3. noopook Says:

    คิดต่อ เอ แล้วถ้าเอี๋ยนหุยพนันด้วยชีวิตเช่นเดียวกันกับคนซื้อผ้า ขงจื้อจะตัดสินยังไงกันน้อ จะยอมบอกว่าคนซื้อผ้าผิดไม๊นะ

    จริงๆแล้วเอี๋ยนหุยน่ะออกจะชัวร์ปี๊กว่ายังไงตัวเองก็ไม่แพ้แน่นอน ทำไมจะลงเดิมพันให้สูงกว่านี้ไม่ได้ เช่น “ข้ายอมตาย ยอมยกภรรยากับน้องสาวเป็นทาสเจ้าตลอดชีวิตด้วย เอ้า” ทีนี้ไม่ว่าจะมองเรื่องถูกผิดหรือคุณธรรม ยังไงขงจื้อก็น่าจะให้น้ำหนักในทางเดียวกันได้แล้วสิ

    กลายเป็นความผิดของเอี๋ยนหุยเพราะไม่กล้าเดิมพันให้สุดตัวทั้งๆที่ตัวเองจะชนะแน่นอนเองไปซะแล้ว 55555

    ส่วนเคสคนซื้อผ้า เอาไปคิดต่อ คิดว่าไม่น่าจะอยู่ในเคสตั้งใจโกงนะ น่าจะโง่บริสุทธิ์มากกว่า เพราะถ้าโกงมันก็ต้องรู้ว่าจริงๆคูณได้ยี่สิบสี่สิ คงไม่บ้าเดิมพันด้วยชีวิตทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะแพ้หรอกมั้ง

  4. nuch Says:

    ขอบใจการตีความและการให้เหตุผลของ คุณ Little Miss Lisa จาก http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2011/02/X10197183/X10197183.html#112
    ขออนุญาตยกมาทั้งข้อความเลยล่ะกัน

    เรื่องเล่านี้ ไม่ได้บรรยายารายละเอียดทุกขั้นตอน
    ทำให้ผู้อ่านตีความได้อย่างมากมาย

    แต่หากยึดตามคำเล่าเท่านั้น
    ชายซื้อผ้า มั่นใจว่า 8*3 คือ 23 และไม่คิดโกง เพราะเค้ากล้าให้พิสูจน์ เค้าเป็นผู้กล่าวเองด้วยซ้ำว่าไปหาขงจื้อให้ท่านตัดสินกัน
    เอี๋ยนหุย เค้าเข้าไปบอกว่า 8*3 คือ 24 ก็เป็นการกระทำที่ถูกต้องดีแล้ว แต่การที่เค้ากล่าวกับชายผู้นั้นว่า “ก็ดี หากท่านขงจื้อบอกว่าท่านผิด ท่านจะทำอย่างไร?”
    เมื่อชายผู้นั้นตอบกลับมาว่า “หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ?”
    เอี๋ยนหุย “หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมถูกปลดหมวก(ตำแหน่ง)”

    ดังนั้นจะเห็นว่า ผู้ที่อยากจะพิสูจน์คือชายซื้อผ้า เค้าพร้อมที่จะไปถามความจริงจากขงจื้อ
    แต่ ผู้ที่ท้าทาย คือ เอี๋ยนหุย ในเมื่อเค้ารู้อยู่แล้วว่าหากตัดสินตามผิดถูก เค้าย่อมเป็นฝ่ายถูก ฉไหนเค้าจึงยอมให้ชายผู้นั้นเดิมพันด้วยชีวิต? ในขณะที่เค้าเดิมพันด้วยการ “ปลดหมวก” แม้มันจะหมายถึงตำแหน่งของเค้าก็ตาม

    ตรง นี้ทำให้ดิฉันคิดว่า เอี๋ยนหุยลำพองในความรู้ของตนจนขาดคุณธรรม สาเหตุที่ต้องรู้ว่า 8*3 คือ 23 หรือ 24 ก็เพียงแต่เพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อกับผู้ชายผ้าเท่านั้น แต่เค้ากลับอยากให้ชายผู้ซื้อผ้านั้นรู้สึกแย่กับความเข้าใจผิดๆ ของตัวเองด้วยการต้องสูญเสียบางสิ่งในการเดิมพัน จึงได้ท้าทายไปตามข้างต้น

    เรา ควรยึดถือในความถูกต้อง แต่การใช้ความถูกต้องเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจนถึงแก่ ชีวิต ถือเป็นความถูกต้องได้อย่างไร

    ดิฉันวิเคราะห์วิจารณ์ตามที่อ่านในกระทู้นี้เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่
    ดิฉันจึงเห็นด้วยกับท่านขงจือ ในกรณีนี้

    จากคุณ : Little Miss Lisa

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: