« »

6 ศิลปินที่คุณอาจจะไม่รู้จักชื่อแต่ชอบผลงานในหนังของพวกเขา

by nuch

แปลจาก: http://www.cracked.com/article_18523_6-artists-you-didnt-know-made-your-favorite-movie-moments.html

6 ศิลปินที่คุณอาจจะไม่รู้จัก แต่คุณประทับใจผลงานของเขาในงานภาพยนตร์

โดย David Christopher Bell

หลายคนอาจจะเบื่อ เวลาชมการประกาศผลรางวัล Academy Award ในช่วงเวลาที่แจกรางวัลสายเทคนิคต่างๆ (technical award) ให้กับบุคคลที่ชื่อไม่สะกิดหูคุณเลย เช่น รางวัลสาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม (Editing), กำกับภาพยอดเยี่ยม (cinematography), ดนตรี และอีกหลายๆ รางวัลที่จำชื่อไม่ค่อยได้กัน …  ซึ่งบางทีก็มอบให้กันที่มุมเล็กๆ ข้างเวที หรือถ้าขี้เกียจมากๆ ก็มารับกันตรงทางเดินกันเลย…
แต่.. เชื่อไหมว่าพวกคุณน่ะ เป็นแฟนที่ติดตามงานของศิลปินงานเทคนิคเหล่านี้  แฟนตัวพ่อตัวแม่เลยล่ะ  เพียงแต่คุณยังไม่รู้ตัว…

#6 Ben Burtt : เสียงที่คุ้นเคยในวัยเด็ก


มันคือฉากที่พวกคุณอาจจะดูมาแล้วเป็นร้อยครั้ง แต่คุณอาจจะไม่รู้ตัวเลย  ฉากที่ Darth Vader เดินเข้ามาในยานอวกาศใน A New Hope — และนั่นก็ถูกบันทึกลงประวัติศาสตร์ของ pop culture — มันคือเสียงที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง

เสียงลมหายใจอันดังของ Darth Vader ก็ไม่รู้ว่าเพราะไร แต่เสียงนี้มทำให้น่าขนลุกพิกล เสียงที่เสมือนเครื่องสร้างฝันร้ายที่ตามติดเขาไปทุกแห่ง เสียงนั่นและรายละเอียดอื่นๆที่นับไม่ถ้วนนั้น ถูกสร้างสรรค์โดย Ben Burtt ชื่อตำแหน่งงานของเขาที่ฟังดูทื่อๆ ก็คือ “นักออกแบบเสียง” (sound designer), แต่เขานี่แหละคือคนที่ทำให้ Star Wars มีชีวิตขึ้นมาได้ด้วยหลายกลวิธี (เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: เสียงหายใจของ Darth Vader ก็คือเสียง Burtt หายใจผ่านหน้ากากและท่อหายใจของอุปกรณ์ดำน้ำ)

เสียงแหลมๆ ของยานรบหรือปืนยิงใส่กัน? Burtt เป็นคนทำเสียงนั้น เสียงของ Chewbacca? Burtt เป็นคนสร้างเสียงนั้นเอง โดยอัดเสียงครางของตัว walrus และวางซ้อนกับกับเสียงของสัตว์อื่นๆ ที่เหนือไปกว่านั้น เขาไม่แค่ออกแบบเสียงของเจ้า R2-D2 เท่านั้นน่ะ แต่ยังแสดงในหลายต่อหลายฉากของเจ้า R2-D2 ด้วย  ใช่แล้ว — เขาคือ R2-D2

ผลงานของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ Star Wars  เขาคือคนที่ออกแบบเสียงของเจ้า E.T. และเป็นคนพากย์เสียงที่แสนจะน่ารักของเจ้า WALL-E, ใช่แล้ว Burtt ก็คือ WALL-E นั่นเอง

แต่เดี๋ยวก่อน ดูเหมือนว่าจะลืมพูดถึงเสียงหวดแส้เสียงหินถล่มใน Indiana Jones ไปนะ (ฺBurtt เป็นคนทำเสียงเหล่านั้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการเหวี่ยงสิ่งของสักขนาดหนึ่ง) และยังมีอีกเสียงหนึ่งที่เป็นเสมือนลายเซ็นเสียงเอฟเฟค (Signature sound effect) ที่ใช้กันในภาพยนตร์ยุคใหม่ที่เป็นแนวบู๊หรือผจญภัยแทบจะทุกเรื่อง นั่นคือ : Wilhelm scream เป็นเสียงกรีดร้องของผู้ชายคนหนึ่งที่ปรากฎในหนังมากกว่า 200 เรื่อง

Burtt เป็นคนค้นพบมัน Burtt ตั้งชื่อให้มัน Burtt คือบิดาแห่งเสียง Wilhelm scream ซึ่งเขาบังเอิญไปเจอใน studio reel ที่ชื่อ “Man being eaten by alligator” และเขาก็ทำให้มันโด่งดังขึ้นมา

จริงๆ แล้วยังมีอีกเสียงหนึ่งจาก Star Wars ที่ Burtt ทำขึ้นมาและควรจะกล่าวถึง นั่นก็คือเสียงของดาบ lightsaber  เสียงเมื่อลำแสงของ lightsaber เกิดขึ้น เสมือน “ดาบออกจากฝัก” ที่ให้คิดถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือเสียงตอนเหวี่ยง ตอนหวด ตอนที่ฟาดฟันต่อสู้กันนั้น — เสียงที่เด็กแทบจะทุกคนพยายามใช้ปากทำเสียงเลียนแบบ (ในระหว่างถ่ายทำภาคย้อนหลัง  (prequels) หลายต่อหลายครั้งที่พวกเขาต้องห้าม Ewan McGregor ทำเสียงนั้นในระหว่างถ่ายหนัง)
แล้ว Burtt ทำเสียงนั้นขึ้นมาได้อย่างไร?  ก็ด้วยเทคนิคการวางเสียงซ้อนกันโดยใช้เสียงของมอเตอร์ไฟฟ้าที่อยู่ในเครื่องฉายหนัง ผสมกับเสียงหึ่งๆ (เข้าใจว่าเป็นเสียงสัญญาณคลื่นนะ- ผู้แปล) ของเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นเก่าๆ

ในฉากที่ตัวละครสู้กัน เขาใช้วิธีเปิดเสียงที่ว่านั้นในห้องอัด และแกว่งไมโครโฟนไปรอบๆ อยู่หน้าลำโพง โดยให้สัมพันธ์กับภาพในหนังที่ฉายบนจอ  ไมค์ที่แกว่งไปมานั้นทำให้เสียงนั้นเกิด Fade in and out (เสียงค่อยๆ ดัง และค่อยๆเบา) ตามการเคลื่อนไหวของ lightsaber  และด้วยวิธีแบบนี้แหละ ที่เขาสร้างสรรค์เสียงที่เราคุ้นเคยกันในวัยเด็ก

#5 Yuen Woo Ping: ออกแบบท่าทางการต่อสู่ในหนังบู๊เจ๋งๆ สารพัดเรื่อง

ถ้าคุณไปต่อยตีกับ Keanu Reeves ตัวจริง, คุณจะพบว่า จริงแล้วเขาแทบจะไม่เป็นกังฟูหรือศิลปะการต่อสู้ใดๆ เลย  แต่ในฉากต่อสู้ไร้แรงโน้มถ่วงที่คุณประทับใจใน Matrix ชนิดที่ว่ายอมทนดูภาคต่อที่ดูไม่รู้เรื่องอีก 2 ภาคเพื่อที่จะดูฉากบู๊แบบนี้อีก  เขาทำได้ก็เพราะผู้ชายที่ชื่อ Yuen Woo Ping เขาคือคนออกแบบคิวบู๊และท่าทางการต่อสู้ต่างๆ ตั้งแต่หมัดต่อหมัดเลย

ฉากต่อสู้ในภาพยนตร์เรื่อง Kill Bill? Yuen Woo Ping ทำ   Crouching Tiger, Hidden Dragon? เขาก็ทำ  แล้วสารพัดสิ่งที่ Jet Li ทำได้นั่นล่ะ? ก็ฝีมือ Yuen อีกเช่นนั้น (ซึ่งเขาทำหนังร่วมกับ Jet Li ถึง 9 เรื่อง)  ฉากต่อสู้ที่ดูวุ่นวายทั้งแบบขำๆ สวยงาม หรือกระทั่งฉากที่ต้องใช้ Stunt ของเฉินหลงล่ะ? เช่นกัน Yuen ทำงานร่วมกับเฉินหลงมาแล้วถึง 9 เรื่อง

สไตล์การออกแบบคิวบู๊ของเขา — ซึ่งประณีตมากๆ เหมือนส่วนผสมของบู๊สะใจกับลีลาผาดโผนสวยงาม– นั้นเป็นเอกลักษณ์และน่าติดตามอย่างยิ่ง (เอ๊ะ เราพูดถึง Kung Fu Hustle ไปยัง? เขาก็ทำเช่นกันนะ) โดยเฉพาะยิ่ง วิธีที่เขาใช้อุปกรณ์ประกอบฉากและองค์ประกอบของฉากต่างๆ ซึ่งสามารถหยิบเอามาเป็นอาวุธได้ทั้งนั้น เราแทบจะจินตนาการได้เลยว่า ผู้ชายคนนี้คงมีอุปกรณ์ไม่ว่าเป็นอุปกรณ์ทำสวน, ก่อสร้าง, นินจา, รักษาความปลอดภัย อยู่ใกล้มือเขา และพร้อมที่จะหยิบชิ้นใดออกมาก็ได้พร้อมประกาศว่า “ข้าจะใช้ไอ้นี่ขยี้ใครก็ได้”

ลองดูฉากบู๊สุดเจ๋งที่เป็นการต่อสู้ของ Neo ใน The Matrix Reloaded สิ ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใช้อาวุธชิ้นไหนในการจัดการหมอนั่นให้สะใจดี  หรือฉากใน Crouching Tiger ที่เป็นการต่อสู้ระหว่าง มิเชล โหย่ว กับจางซิยี่

Yuen เป็นคนดังที่รู้จักกันดีในประเทศจีน,ประเทศบ้านเกิดของเขา (ที่ซึ่งเขาประสบความสำเร็จในฐานะผู้กำกับ) แต่พวกคุณหลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อของเขา แม้ว่าเขาจะเป็นคนสร้างสรรค์คิวบู๊ในหนังโปรดของคุณหลายต่อหลายเรื่อง (นี่ขนาดยังไม่ได้พูดถึงหนังศิลปะป้องกันตัวสารพัดเรื่องที่กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในสหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษหลังๆ นี้นะ) เขาคือคนที่ทำให้ฝันกลางวันของเรามักจะมีฝันถึงการบินเหิรอย่างสวยงามในอากาศหรือเตะใครสักคนกลางหัวเขา

#4 Drew Struzan: สร้างสรรค์โปสเตอร์ให้กับหนังดังสารพัดเรื่อง

เศรษฐีเวลาที่เขาซื้อภาพเขียนชื่อดังสักภาพมาประดับผนัง, พวกเขามักจะรู้จักชื่อของศิลปินที่วาดภาพนั้น  แต่ครึ่งหนึ่งของคนที่อ่านบทความนี้ที่มีโปสเตอร์หนังแขวนอยู่ที่ผนังนั้น ไม่ได้รู้เลยว่าใครกันที่สร้างสรรค์โปสเตอร์เหล่านั้น  จะว่าไป มีชายคนหนึ่งที่ผลงานของเขาอาจจะแขวนอยู่ที่บ้านของพวกคุณก็ได้

ชื่อของเขาคือ Drew Struzan  และนี่คือผลงานบางส่วนของเขา:

ใช่แล้ว พวกโปสเตอร์ที่เป็นแทบจะเป็นตราสัญลักษณ์ของหนังเลย  และเขาทำอันนี้ด้วยเช่นกัน

และนี่ก็ด้วย

ให้ตายเหอะ ผู้ชายคนนี้ได้วาดภาพที่ถูกพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าบ่อยกว่าภาพโมนาลิซ่าซะอีก แต่ไม่มีใครรู้จักชื่อของเขาเลย  อ้อ เขาทำอันนี้ด้วยนะ

ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี โปรดจดจำชื่อนี้ไว้, Drew Struzen

#3 Stan Winston: งานเทคนิคพิเศษขั้นเทพ

และนี่อาจจะเป็นชื่อที่น่าจะคุ้นหูกันบ้าง เขาทำงานร่วมกับ James Cameron มาหลายเรื่อง ซึ่งคุณจะเคยได้ยินเจมส์พูดถึงเขาอยู่บ่อยๆ ซึ่งถ้าจะระบุงานของเขาให้ชัดเจนล่ะ ก็ต้องบอกว่า ถ้าใครสักคนอยากทำ Alien vs. Predator vs. คนเหล็ก(The Terminators) vs. ไดโนเสาร์แรปเตอร์(Velociraptors) มาปะทะกันแล้วล่ะก็ ต้องถามหา Stan Winston ผู้ซึ่งทำเอฟเฟคให้กับทั้งหมดที่ว่ามานี้ เขาอาจจะมียังมีอะไรพวกนี้วางอยู่รอบๆ ตัวเขาอยู่ก็ได้

งานใหญ่ชิ้นแรกของ Winston คือ เรื่อง The Thing และงานที่ว่านั้นก็คือทำเจ้าสุนัขประหลาดที่หยึยๆ น่าขยะแขยงนั้น

แต่งานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาคือ Terminator ภาคแรก — ซึ่งเขานำภาพสเกตซ์ของคาเมรอน เป็นภาพโครงสร้างกระดูกรอบนอกของ Terminator (Terminator exoskeleton) และสร้างมันขึ้นมาจริงๆ (ใช้เวลาถึง 6 เดือน – โดยทำจากชิ้นแผ่นโลหะหุ้มด้วยปลาสเตอร์และ Chrome plating (it was made of steel ribbing coated in plaster, then coated in chrome plating. – ไม่แน่ใจว่าจะอธิบายการทำตรงนี้ยังไงดี – ผู้แปล))

คาเมรอนชักชวนเขามาทำ Alien โดยมอบหมายให้เขาสร้างราชินีเอเลี่ยน (Alien Queen) ขึ้นมา – ซึ่งสูงถึง 14 ฟุต อ้อ และจะต้องสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวของมันเองโดยไม่มี CGI และไม่ใช้หุ่นจำลอง (miniatures) ด้วย เขาต้องการสัตว์ประหลาดที่มีกล้ามเนื้อการเคลื่อนไหวที่สมจริง ซึ่งต้องใช้คนถึง 2 คนในการแสดงสัตว์ประหลาดตัวนี้

ไม่มีปัญหา

ไม่กี่ปีถัดมา Winston ก็ทำเจ้า Predator

และเป็นคนออกแบบมือกรรไกรของเอ็ดเวิร์ดด้วย (Edward Scissorhands)

จากนั้นเขาก็กลับมาอีกครั้งในคนเหล็ก 2 (Terminator 2) … แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ได้ทำด้วย CGI หรอกหรือ?  แล้วไงล่ะ — ทั้งหมดถูกทำด้วยคอมพิวเตอร์หมดเลยหรือเปล่า?

เปล่า  และนี่:

ไม่ใช่ CGI   มันคือโมเดลหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวได้ทำโดย Stan Winston

แล้วก็ถูก “ยิงเละ” เลยเจ้า T-1000:

งานทั้งหมดที่ว่ามานี้ทำโดย Winston นั้นใช้เทคนิคหุ่นยนต์เชิด (animatronic puppets) และ costumes (เสื้อผ้าหน้าผมรวมถึงเครื่องประดับตกแต่ง) และงานเอฟเฟคยุคเก่า  ส่วน CGI นั้นเป็นเพียงตัวช่วยประสาน สร้าง transition ให้กับงานของ Stan Winstion จากงานชิ้นหนึ่งไปงานอีกชิ้นต่อๆ ไป

อ้อ แล้วเขาก็ทำไดโนเสาร์ใน Jurassic Park ด้วยนะ

จริงอยู่ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีชื่อเสียงด้าน CGI แต่ไดโนเสาร์ในเรื่องนั้นส่วนใหญ่ใช้เทคนิคดั้งเดิมที่ยังใช้เครื่องจักรเครื่องกล ซึ่งทำโดยทีมของ Winston น่าเสียดายที่ Winston จากไปในปี 2008 ซึ่งมันแย่มากๆ เพราะว่าโลกนี้ถูกยึดครองด้วยงาน CGI เน่าๆ ที่ไม่สมจริง (Now in 3D!) ยิ่งทำให้เราโหยหาหุ่นโมเดลของ Winston มากเสียยิ่งกว่ากระไร

อีกหนึ่งนามที่ควรกล่าวถึง : Rob Bottin

เราพูดถึง Stan Winston ไปแล้วว่าเขาทำเจ้าสุนัขน่าขยะแขยงใน The Thing  งั้นใครทำส่วนที่เหลือของเจ้าหนังสยองขวัญเรื่องนั้นล่ะ?  Rob Bottin

Bottin ไม่เพียงแต่ออกแบบความสยองสัตว์ต่างดาวใน The Thing เท่านั้น เขายังทุ่มเททำงานให้กับเรื่องนี้อย่างหนักชนิดว่าเขาต้องเข้าโรงพยาบาลหลังถ่ายทำเรื่องนี้  มันยากที่จะบรรยายได้ว่างานของเขาโคตรจะสยองขนาดไหน ลองดูเจ้าแมงมุมนี่เองล่ะกัน

RoboCop ก็ด้วย  เราหมายความว่าเขาเป็นคนสร้างโรโบคอปด้วยตัวเขาเอง

ดูจะเป็นการผ่อนคลายจากการทำเจ้าตัวสยองขวัญทั้งหลายนะ  หลังจากนั้น เขาก็ทำพวกศพที่ถูกฆาตกรรมใน Se7en และพวกมนุษย์กลายพันธ์ุ (mutants)ใน Total Recall (รวมถึง Kuato, เจ้าตัวที่งอกจากช่องท้องของผู้ชายคนหนึ่งในเรื่อง) ใช่ล่ะ  ถ้าคุณเคยตะลึงทึ่งอึ้งไปกับฉากใน Total Recall ที่สาวสวยคนหนึ่งมีเต้านม 3 เต้าล่ะก็ คุณได้ตะลึงทึ่งอึ้งไปกับ Rob Bottin

อีกสักเรื่องหนึ่งกับ Bottin .. เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของวงดนตรีเฉพาะกิจด้วย The Mos Eisley Cantina Band ใช่แล้ว เขาอยู่ใน Costume และแสดงใน A New Hope เขาคือเจ้าหัวโล้นที่ถือเครื่องดนตรีหน้าตาประหลาดและทำหน้าเหมือนตูดน่ะแหละ

#2 Michael Pangrazio: วาดโลกทั้งใบได้ด้วยมือเขาเอง

“Matte painter” คือหนึ่งในงานที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีงานนี้อยู่ในโลก หากคุณไม่เคย “เบื้องหลัง” ที่อยู่ใน DVD features ทั้งหลาย   เมื่อไรก็ตามที่ภาพยนตร์นั้นจะแสดงฉากที่เป็นจินตนาการ, ทิวทัศน์ของผืนดินที่อยู่นอกโลกใบนี้, คุณอาจจะพอเดาได้ว่าพวกเขาคงไม่ได้สร้างฉากอย่างนั้นจริงๆ เพื่อจะถ่ายหนังหรอก แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว พวกภาพวิวทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาเหล่านั้นมาจากไหนกันล่ะ?  มันก็คือภาพวาดขนาดมหึมา

ก่อนหน้าที่ฉากต่างๆ จะถูกสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมดนั้น, ฉากพวกนั้นถูกวาดขึ้นด้วยมือทั้งสิ้น, ด้วยมือของคนอย่าง Michael Pangrazio  ยกตัวอย่างเช่น เขาเป็นคนทำโกดังขนาดใหญ่เหลือเชื่อในท้ายเรื่อง Raiders of the Lost Ark

และอย่างที่คุณทราบ, พวกฉากหลังอื่นๆ อีกมากมายก็เช่นกัน  เขาเริ่มงาน Matte painting  กับภาพยนตร์เรื่อง Star Wars อันที่สองและสาม (ถ้านับเป็นเลขภาคตามลำดับเวลาคือ ภาค 4, 5 – ผู้แปล)

เขาคือคนที่อยู่ข้างหลังสุดทางขวา  ข้างหลังเขาคือ Matte Painting และข้างหน้าคือ ฉากที่สมมติว่าเป็นลานหิมะ ซึ่งก็เป็นภาพวาด Matte Painting ด้วยเช่นกัน

ผลงานของเขาถูกใช้ในงานภาพยนตร์หลายๆ เรื่องที่ต้องการความเหนือจริง, มีสไตล์เฉพาะ และต้องความสมจริงหรือทำให้เชื่อได้ว่ามีอยู่จริง เช่นงานฉาก Mindbending (ไม่รู้จะใช้คำไทยยังไงดี อารมณ์ประมาณดูหลอนๆ ไม่ก็ออกไปทางภาพลวงตา หรือสั่นคลอนในจิตใจมนุษย์น่ะ – ผู้แปล) ในเรื่อง Labyrinth — เป็นภาพยนตร์ที่แสดงภาพสิ่งแวดล้อมต่างในลักษณะที่ว่าเป็นผลจากการที่ Jim Henson โด้ปยาจนเกิดอาการไฮแล้วไปท่องแดนต่างๆ ในหนังสือภาพของ M.C. Escher

Labyrinth ไม่ใช่ภาพยนตร์แนวแฟนตาซึเพียงเรื่องเดียวที่ Pangrazio วาดให้  เขายังวาดเรื่อง Willow, The Neverending Story และ The Dark Crystal ด้วย  ครั้งต่อไปเวลาดูชมภาพยนตร์ที่ว่ามานี้ ลองจ้องมองฉากต่างๆ ที่ทำให้คุณตะลึงจนกรามค้าง และจินตนาการดูว่า ถ้านักแสดงเดินตรงเข้าไปในฉากนั้น หัวเขาได้ชนกับภาพวาดของ Michael Pangrazio เป็นแน่ๆ

#1  John Williams: ผู้เรียบเรียงเสียงประสานให้กับภาพยนตร์ดังๆ มากมาย

นี่คงจะเป็นชื่อหนึ่งเดียวในลิสต์นี้ที่คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อมาก่อน — ชายผู้นี้คือคนที่ทำเพลงธีมให้กับ Star Wars  และถ้าคุณได้รู้จักกับผลงานของเขาคุณจะตระหนักได้เลยว่า Hollywood คงเปลี่ยนไปหากปราศจาก John Williams ผู้นี้

ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง Jaws  คุณอาจจะไม่ได้ยินเสียงเพลงธีมเปิดเรื่อง Jaws ที่ฝังไปในหัวในแบบเดียวกับที่คุณได้ยินในเรื่อง Star Wars แต่สิ่งที่คุณได้ยินคือ เสียง ทึมทัม ทึมทัม เป็นเสียงของเจ้าฉลามขาวตัวยักษ์ที่มุ่งหน้าเข้ามาขย้ำเหยื่อ  นั่นคือ John Williams เขาไม่เพียงแต่เรียบเรียงเสียงประสานเสียงดนตรีที่สมบูรณ์แบบนั้นในเจ้านักฆ่าตัวยักษ์นั้นเท่านั้น หากแต่ว่าเสียงนั้นทำขึ้นด้วยโน้ตเพียงสองตัวเท่านั้น

แล้วยังมีงานอะไรอีกไหมที่เขาทำคล้ายๆ แบบนี้อีกน่ะหรือ?  จริงๆ แล้วก็มีนะ งานที่เขาใช้โน้ตดนตรีเพียง 5 ตัวในการสร้างฉากสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเรื่อง Close Encounters of the Third Kind

เพลงธีมของ Superman ที่ตอนนี้กลายเป็นเสียงสัญญาณของการเปิดตัวฮีโร่ในภาพยนตร์? ก็ฝีมือ John Williams

เพลงธีมของ Indiana Jones ล่ะ? ก็เช่นกัน

Jurrasic Park?

Harry Potter?

ใช่แล้ว John William เนี่ยและที่ทำดนตรีให้กับความสุขในวัยเยาว์ของพวกคุณ

อีกหนึ่งนามที่ควรกล่าวถึง : Bernard Herrmann

ย้อนกลับไปยุคคลาสสิคที่ Bernard Herrmann ทำดนตรีให้ (Cintizen Kane, Vertigo, Taxi Driver, etc.) แต่สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ ชายผู้นี้ประพันธ์บทดนตรีไว้ 2 ฉบับที่มนุษย์ใดในโลกตะวันตกสามารถเลียนแบบได้ทันที

จำฉากอาบน้ำในเรื่อง Psycho ได้ไหม? และเสียงแหลมๆ ที่เกิดขึ้นตอนที่ Norman Bates แทงแม่สาวนั่นจนตายน่ะ? นั่นแหละฝีมือของ Bernard Herrmann

แล้วอีกหลายทศวรรษ มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นเมื่อ joker บางคนเริ่มฮัมเสียงเพลงธีมของเรื่อง Twilight Zone  พวกเขากำลังฮัมเสียงของ Herrmann

นามที่ควรกล่าวถึงเช่นกัน: Hans Zimmer

ถ้าพูดถึงเพลงประกอบฉากฮีโร่ที่ดูยิ่งใหญ่อลังการ คงยากที่จะเอาชนะ Hans Zimmer  หากแม้คุณฮัมเพลงธีมจาก The Lion King ไม่ได้, ที่แน่ๆ คุณยังจำได้ว่าเพลงนั้นให้ความรู้สึกกับคุณยังไง

แน่นอน เมื่อไม่นานนี้คุณก็ได้รู้จักกับ Hans Zimmer ในผลงานเขาที่เป็นเพลงธีม Batman ฉบับ Chris Nolan:

ให้ตายเถอะ ฟังแล้วชักอยากจะไปตะบั้นหน้าเจ้าพวกอาชญกรเสียจริง  ยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีอีกเรื่องที่อาจจะดูไม่ยิ่งใหญ่เท่า Batman แต่ก็เป็นฝันร้ายแห่งปี, Inception  ดนตรีของภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถทำโรงหนังสั่นได้มากกว่าฉากระเบิดเสียอีก

อ้อ แล้วก็เขายังทำเพลงธีมให้กับเรื่องหนึ่งที่พวกคุณหลายคนที่อ่านบทความนี้อาจจะเคยได้ยินบ้าง  เพลงธีมประกอบ Call of Duty: Modern War Fare2:

หลายคนในตอนนี้อาจจะจินตนาการถึงจ่าใจร้อนเรียกคุณว่า Ramirez และสั่งการให้คุณไปดูแลคุ้มครองอะไรสักอย่างหนึ่ง.

:wink:

One Response to “6 ศิลปินที่คุณอาจจะไม่รู้จักชื่อแต่ชอบผลงานในหนังของพวกเขา”

  1. @shaen Says:

    อ่านไปได้หน่อยนึง ยังไม่จบ เด๋วจะมาอ่านต่อ
    แต่ขอบอกว่า ข้อมูลแน่นมาก

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: