« »

“ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้”

by nuch

ถ้าใครยังไม่ได้ดูเพื่อนสนิท (คิดว่าตอนนี้คงดูกันหมดทุกคนแล้วมั้ง) ขอเตือนก่อนว่า สิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้ มันเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ เราไม่รู้ว่าจะเป็นการ spoil หนังไหม  แต่.. แนะนำให้ดูหนังก่อนแล้วค่อยมาอ่านจะดีกว่านะ

 เรื่องของเรื่องคือ มีคนเอาประโยคในเรื่องนี้มาเล่นในบอร์ด  ไปเจอเล่นมุขนี้กันต่อในหนังเรื่องเขาชนไก่  แล้วก็ยังมีฝันถึงอีก.. 

ประโยคที่ว่าก็คือ ประโยคที่ดากานดาตอบไข่ย้อย หลังจากที่ไข่ย้อยบอกว่า “ดากานดา เรารักแกว่ะ”

“นายมาทำอะไรป่านนี้” 

หลังจากที่ดูหนังจบครั้งแรก เราก็ได้อ่านบทวิจารณ์หนังสารพัดคน รวมถึงของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณด้วย…  ส่วนใหญ่ (เรียกว่าแทบทุกคนเลยดีกว่า) จะพูดถึงเรื่องของความรู้สึกในใจของไข่ย้อยมากกว่า

แต่.. ตั้งแต่ตอนที่ดูแล้ว พอเราได้ยินประโยคนี้จากปากดากานดา เรากลับรู้สึกว่า ดากานดารักไข่ย้อยมานานแล้ว  และนานมาก มากจนดากานดาคิดว่า ไข่ย้อยคงไม่ได้คิดกับตัวเองมากไปกว่าเพื่อน จึงตัดสินใจหยุดความสัมพันธ์ที่แค่เพื่อนสนิท   ไข่ย้อยกลับใช้เวลานานมากเกินไป ในการที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป  และกลายเป็นว่า บอกเมื่อสายไปแล้ว…

ใน “หนังสือรัก” ของ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” มองว่า ไข่ย้อย รู้สึกสับสนในความรู้สึกตัวเอง ไม่แน่ใจว่า ความรู้สึกนั้นมันคือเพื่อนหรือมากกว่าเพื่อน ถึงต้องใช้เวลาถึง 5 ปีกว่าที่จะบอกได้

เรามองว่า…  ไข่ย้อยน่าจะรู้อยู่แล้วว่าชอบดากานดา  แต่.. เขาไม่มีความกล้าพอที่จะพูดออกไป เหตุผลหนึ่งก็คือ กลัวเสียเพื่อน… 

เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผู้ชายจริงๆ เขาคิดเขามองเรื่องนี้กันยังไง  แต่ในอารมณ์หญิงๆ อย่างเรา เรามองว่า ไม่กล้าบอกเพราะกลัวเสียเพื่อน มากกว่าที่จะเป็นว่าไม่รู้ใจตัวเอง

ส่วนดากานดา… แม้ว่าเธอจะก๋ากั่น แต่เธอเองก็คงมีเขินอายบ้าง.. ดังนั้นเธอถึงไม่กล้าที่จะบอกชอบไข่ย้อยโดยตรง และไม่กล้าแม้จะแสดงออก..  เธอทำในสิ่งที่ผู้หญิงทั่วไปทำ (ในความเข้าใจเรานะ) คือ เข้าไปตีสนิท หาเรื่องรบกวน และคอยเป็นห่วงเป็นใยเขา ซึ่งดูไปก็ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง… (ในเรื่อง เราไม่เห็นดากานดาพูดบอกชอบหรือรักใครเลย..  มีแต่บอกว่าเขาดูดี  แต่ไม่ใช่คำพูดที่แสดงออกถึงความรู้สึกสึกๆ ในใจเท่าไร…  มีแค่ตอนที่บอกว่า เป็นห่วงไข่ย้อยเท่านั้นแหละที่เรามองว่า นั่นคือลิมิตการแสดงออกถึงความรู้สึกในใจลึกๆ )

จดหมายที่ดากานดาเขียนหาไข่ย้อย ตอนที่ไข่ย้อยหายตัวไปนั้น.. มีลงท้ายว่า.. เธอเลิกกับเพื่อนวิศวะของไข่ย้อยแล้วนะ….   ความที่หนังเน้นไปที่ไข่ย้อย  เราเลยไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างดากานดากับเพื่อนวิศวะคนนั้นเป็นยังไง  … แต่แวบแรกทีได้ยินประโยคนี้ เรารู้สึกว่า เหมือนดากานดามีความหวังนิดๆ ที่ไข่ย้อยจะกลับมาคบกับตนหรือเปล่า?   แต่สักพัก.. เรากลับคิดว่า ไม่ใช่นะ  นั่นไม่น่าจะใช่ความตั้งใจของดากานดาเท่าไร  .. เป็นไปได้ว่า  ดากานดามองว่า ไข่ย้อยหายไป เพราะเพื่อนวิศวะเข้ามา..  คิดว่าไข่ย้อยอาจจะไม่พอใจอะไรเพื่อนคนนี้ และพอดีว่า เพื่อนวิศวะไม่อยู่แล้ว ก็เลยบอกไป ด้วยคิดว่า ไข่ย้อยจะได้กลับมาอย่างสบายใจขึ้น…  ดากานดาอาจจะไม่ได้หวังว่า ไข่ย้อยจะกลับมาเป็นแฟนตัวเอง หรือความรู้สึกที่เกินกว่าเพื่อนนั้นจะฟื้นได้…  เธออาจจะแค่อยากได้เพื่อนสนิทคืนมา…

……

นุ้ย…ในหนัง ถามไข่ย้อยว่า “เธอจะรักฉันได้ไหม”  แต่ในหนังสือ..เธอถามว่า “ฉันจะรักเธอได้ไหม”

เราไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงมีการเปลี่ยนรูปประโยคนนี้เมื่อมาทำหนัง  ความรู้สึกเราคือ ความหมายมันต่างกันเยอะเลยนะ…

“เธอจะรักฉันได้ไหม”  เรามองว่า นุ้ยคาดหวังที่จะได้การตอบรับจากไข่ย้อย

“ฉันจะรักเธอได้ไหม” เรามองว่า นุ้ยอยากจะแสดงออกทางความรัก อยากทำอะไรดีๆ ให้ โดยที่เธอหวังอยู่อย่างเดียวว่า ขอแค่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ ขอแค่ไข่ย้อยอย่าเดินหายไปจากชีวิต เท่านี้ก็พอแล้ว…

………. 

กลับมาที่ประโยคที่ว่า “นายมาทำอะไรป่านนี้”..

มันเกิดคำถามหนึ่ง ที่ถูกเอาไปใช้ในบางรักซอยเก้า และเป็นอะไรที่เราเคยเถียงกับน้องชายและเจ๊ซัน…

“เราจะสามารถกลับมารักคนที่เราเคยแอบชอบและตัดใจได้ไหม”

แปลกที่ผู้ชาย (ทั้งน้องและเจ๊ซัน) ตอบว่าได้.. แต่เรากลับตอบว่าไม่ได้…

มันเหมือนกับว่า เมื่อมีโอกาส.. และไม่รีบคว้าไว้ .. ไม่เห็นค่า .. โอกาสนั้นก็จะหลุดลอยไปแบบไม่มีวันหวนกลับ…

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: