« »

ล้มลุก

by nuch

ถ้าคุณคิดว่าคุณสนิทกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง.. แต่แล้วเพื่อนกลุ่มนั้นกลับไม่คิดอย่างเดียวกัน.. คุณจะรู้สึกยังไง?

ถ้าเพื่อนของคุณเขาไปเที่ยวกันทั้งหมด โดยไม่มีคุณไปด้วย…  ครั้งแรกอาจจะให้เหตุผลว่าที่เต็ม… และทุกครั้งที่มีการจำกัดที่นั่ง.. คุณจะต้องเป็นคนที่โดนเด้งตลอด คุณจะรู้สึกยังไง?

ถ้าคุณรู้ว่า เพื่อนของคุณกำลังชวนกันไปเที่ยว โดยพยายามปิดบังคุณ และแน่นอนว่าไม่ชวนคุณ คุณจะรู้สึกยังไง?

และถ้าทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่คุณล้มเหลวในบางสิ่ง… เกิดขึ้นในขณะที่คุณท้อแท้…  คุณคิดว่า เพื่อนกลุ่มนั้นเขาจะยังคิดว่าคุณเป็นเพื่อนหรือเปล่า?

….
นี่อาจจะเป็นไอเดียในการเขียนเรื่องใหม่ของเรา…

สมมติว่าตัวละครเดินเรื่องคือ A….  
A พยายามที่จะเดินร่วมทางไปกับเพื่อนๆ  ถ้า A เดินเร็ว A ก็จะหยุดรอ หรือช่วยเพื่อนๆ ถือของ เพื่อให้เพื่อนๆ เดินเร็วขึ้น .. แต่ถ้า A เดินช้าไป A จะพยายามวิ่งตามให้ทัน แม้ว่าเพื่อนๆ จะไม่เคยชะลอให้เลย…  A เคยคิดว่า นี่แหละเพื่อน นี่คือเพื่อน  ยอมได้เพราะเพื่อน….   A ไม่รู้ตัวว่า สิ่งที่ A ทำให้เพื่อน ทำให้ A ฝืนร่างกายตัวเองมากเกินไป  A เพียงแค่คิดว่า เอาเถอะ ลำบากเล็กน้อยเอง…  จนกระทั่งวันหนึ่ง ร่างกาย A มาถึงลิมิต  A ล้มลง ระหว่างที่เดินไปกับกลุ่มเพื่อนๆ….  ตอนแรก A ไม่ได้คาดหวังหรอกว่า จะให้เพื่อนๆ เข้ามาช่วยพยุงไปให้ตลอดการเดินทาง… A แค่คิดว่า จะตอบกับเพื่อนยังไงดีที่ล้ม…  แต่ทว่า.. สิ่งที่ A ไม่คาดคิดก็คือ  A ไม่ต้องตอบ…  ไม่มีใครรู้ว่า A ล้ม  ไม่มีใครสนใจว่า A หายไป…  คนที่ตามหลังมาบางคนก็เผลอเหยียบ A ไปโดยไม่รู้ หรือ ไม่สังเกตเลย…  ทุกคนเอาแต่มุ่งไปข้างหน้า …  A เสียใจ เจ็บใจ และเศร้าใจ  A โกรธ แต่ A ไม่สามารถแสดงออกอะไรได้… A พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ…  แต่ไม่มีใครรับฟัง…  ถึงตอนนี้ A ชักไม่แน่ใจว่า A จะปล่อยให้ตัวเองตายอยู่ตรงนี้ หรือจะพยายามลุกดีไหม.. ในเมื่อถ้าลุกขึ้นมาได้แล้ว..  A ก็จะรู้สึกว่า A ไม่มีใคร… A ไม่รู้จะอยู่ทำไม อยู่เพื่ออะไร …. อีกทั้งถ้า A ปล่อยให้ตัวเองตายไปตรงนี้ เพื่อนก็ไม่รู้สึกอะไรเลย  อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าครั้งหนึ่ง เคยมี A เดินไปด้วย…

ถ้าเราให้ A ตาย ณ ตรงนี้ เรื่องก็คงจบ…  แต่ตามหลักของ story arc เรื่องนี้ก็คงไม่สมบูรณ์

A น่าจะมีความหวังบ้างนะ  เหมือนเสงเทียนริบหรี่ ท่ามกลางพายุ…
A คิดถึงเพื่อนคนหนึ่ง ที่อยู่ไกล  เพื่อนที่เคยช่วยพยุง A มาก่อน…  เพื่อนคนที่รักษาชีวิต A ไว้…
ใช่.. คนเราล้ม ถ้าจะลุก ก็ต้องลุกด้วยตัวเอง !  เพื่อนได้แค่ช่วยพยุง ช่วยฉุด  แต่คนที่ออกแรงขาเพื่อพยุงร่างกายให้ยืนอยู่ได้ ก็คือตัวเราเอง….
A พยายามลุกอีกครั้ง  แม้จะเจ็บสักเท่าไร A ก็จะพยายามลุกยืนให้ได้อีกสักครั้ง…  เพื่อเพื่อนที่อยู่ไกล เพื่อให้การช่วยชีวิตครั้งนั้นไม่ไร้ค่า…  
A ลุกขึ้นเดิน.. แต่ครั้งนี้ A ไม่ได้เดินไปหาเพื่อนกลุ่มนั้นอีกต่อไปแล้ว….  A จะเดินของ A คนเดียว… 
ใช่.. A เปลี่ยนไป….  A จะไม่สนใจใครที่ไหนที่ผ่านทาง หรือเผอิญร่วมทางกันมา… 
แต่ก่อน A เคยเชื่อว่า ใครดีดีตอบ ใครร้ายเราก็ควรจะดีตอบ…   มีน้ำใจให้ทุกคนโดยไม่ต้องสนว่าคนคนนั้นจะเคยทำอะไรไว้…
แต่ ณ วันนี้ … ทัศนคติของ A เปลี่ยนไป…  น้ำใจของ A ที่เคยให้ไป มันช่างไร้ค่ายิ่งนัก…  A ไม่เคยเลือกปฎิบัติกับใคร.. แต่ A กลับเป็นฝ่ายที่โดนเลือกปฎิบัติ…   “ใครดีดีตอบ ใครร้ายร้ายกลับ” น่าจะเป็นสัจจะของโลกนี้ล่ะมั้ง…  โลกที A เคยเชื่อมั่น มันก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเพ้อฝันเท่านั้นแหละ
เคยมีคนบอก A ว่า “An eye for an eye, then the world goes blind”….  ถ้าทุกคนใช้หลักการตาต่อตา, โลกทั้งโลกนี้ก็ตาบอด…. 
บางที่ The world goes blind อาจจะเป็นสิ่งที่สมควรก็ได้…  ถ้าโลกทั้งโลกตาบอดก็ดีสินะ…  คนเราจะได้สนใจที่ความรู้สึกกันมากขึ้น  ไม่ต้องเห็น ไม่ต้องยึดติดกับภาพลวงสารพัด.. ใช้ใจในการเรียนรู้และคบหาสมาคมกัน…

A ไม่รู้ว่า A จะเดินคนเดียวได้ไหม  แต่ A รู้ว่า A ต้องทำให้ได้..    ถ้าเมื่อไรที่ A ทำไม่ได้ ก็เท่ากับ A จะไม่อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว…  ที่จริง A เคยเดินคนเดียวมาก่อน…  แต่ใครบางคน เคยพยายามสอน A ให้เดินไปด้วยกับคนอื่นๆ เปิดใจ A ให้ยอมรับคนอื่น…  แต่ทว่า ใครบางคนคนนั้นก็เป็นคนปิดใจ A ด้วยคำพูดที่หมายความว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา A ก็เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมทาง พอไปถึงทางแยกที่ต่างคนต่างต้องไป  ก็จะไม่เจอกันอีก และไม่มีความจำเป็นต้องติดต่อกันอีก…  ครั้งนั้น A เจ็บ.. และเสียใจมาก ที่เพื่อนร่วมทางคนนั้นมาพูดประโยคนั้น ณ ทางแยกที่ต่างคนต่างไป….   ครั้งนั้น A คิดว่า A จะพยายามกลับมาเดินคนเดียวให้ได้อีกครั้ง…  แต่แล้ว ก็มีคนกลุ่มใหม่ ที่พยายามดึง A ไปร่วมทางกับเขา เพราะพวกเขาแปลกถิ่น ไม่คุ้นเส้นทางที่นี่ … แต่เมื่อพวกเขารู้ทุกอย่างจาก A แล้ว… A ก็ไร้ค่า.. แต่ A ไม่เคยรู้ตัวว่า พวกเขามองว่า A หมดประโยชน์กับเขาแล้ว จนกระทั่งวันที่ A ล้มน่ะแหละ….

A ลุกขึ้นมาเดินคนเดียว… A ไม่รู้ว่าจะเดินไปเพื่ออะไร  .. A ก็ไม่รู้ว่า ถ้า A ไม่ลุก A จะไม่ลุกได้ด้วยเหตุผลใด  ในเมื่อชีวิตนี้ มันไม่ใช่ของ A อีกต่อไปแล้ว…  A ได้แค่ทำตามสิ่งที่เจ้าของชีวิตเขาต้องการ… 

19 Responses to “ล้มลุก”

  1. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อืม อารมณ์เหมือนโนบีตะที่โดนซูเนโอะชวนเพื่อนๆไปบ้านพักตากอากาศของตัวเองเลยแฮะ
    แน่นอนเพื่อนๆไปหมด ยกเว้นโนบีตะที่ที่เต็มแม้ชิซูกะจะแสดงความเห็นใจ
    แต่ก็ยังไปเริงร่าที่บ้านพักของซูเนโอะบ่อยๆ (มีบางตอนไม่ไปก็มีเหมือนกัน)

    บางทีบางตอนทางที่เราเดิน ถนนที่เราวิ่งมันก็มีคนเดินร่วมทางกับเรามากมาย
    แต่แน่นอน บางเวลาทุกคนก็มีวิถีของตัวเอง บางครั้งมันอาจไม่เหมือนกับคนอื่น
    บางครั้งเราอาจเดินคนเดียว ในขณะที่คนอื่นนั่งพักเล่นกัน
    บางครั้งคนอื่นอาจเดินโดยไม่รอ
    ถ้าเป็นผมนะ
    ส่วนตัวผมเป็นคนที่จะขี้รำคาญง่ายกับเรื่องบางเรื่อง แต่ก้ไม่แสดงออกนะ
    อย่างสมัยเรียนเพื่อนๆไปไหนกันเป็นกลุ่มใหญ่
    มากคนมากความ ยื้อไปมา สุดท้ายไม่ได้ไปไหนกันพอดี
    ผมเลยมักจะตัดช่องน้อยด้วยการออกเดินไปก่อน
    ถ้าเจอกันก้เจอ ไม่เจอก็ไม่เป็นไร
    เช่นนัดดูหนัง คนเยอะ ยื้อ รอ
    ผมไม่ค่อยชอบการถูกรอ ถ้ารอนะรอได้แต่ขึ้นกับอารมณ์
    อารมณ์ถูกรอมักจะทำให้รู้สึกผิดลึกๆเสมอ
    ทำให้หลายครั้งที่ถ้าผมยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรหรือกำหนดการยังไม่แน่นอน
    ผมก้มักจะออกตัวเชิงปฏิเสธไปซะทุกครั้งว่า เอาเลย
    ในใจคือ ไม่ต้องรอ ทำไรทำเลย
    เดี่ยวถ้าไม่ได้ทำแล้วจะรู้สึกเซ็งเปล่าๆ

    รู้สึกว่าที่พิมพืมานี่ไม่ตรงประเด็นแฮะ 5555
    แต่ไหนๆวันนี้ปิดเทอมแล้วเลยขอตอบยาวๆละกันฮะ

    ถ้าเป็นผมแล้วเจอเหตุการณ์แบบ A
    ผมก็จะ “ช่างแม่ง” ตัดเนื้อร้ายทิ้งไป 5555
    คือลิมิทของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน
    การรับรู้ตอบสนองของคนก้ต่างกัน
    ถ้าเราไปคาดหวังอะไรไว้แล้วไม่ได้รับการตอบสนอง ย่อมกระเทือนจิตใจมั่ง
    แต่ถ้าเราไม่สนอะไรเลย อืมอาจใช้คำไม่ถูก
    เหมือนอย่างที่ A ปิดใจแล้วเปิดใจแล้วโดนปิดใจอีก
    ถ้า A ลองทำตัวชิวๆ ยังไงก็ได้
    คือถนนสายนี้คนเดินมากมาย เราก็เป็นแค่คนนึงที่เดินร่วมถนนสายนั้น
    แต่ไม่ใช่ไม่คุยกับใครนะ เพื่อนร่วมทางก็เดินคุยกันไปเรื่อย
    แต่เมื่อถึงเวลาทุกๆคนก็จะไปตามทางของตนเอง
    บางคนอาจมาแล้วผ่านเลยไป
    บางคนอาจมาแล้วมาอีก วับๆแวบๆไปเรื่อย
    หรือบางคนแค่เจอกันครั้งเดียวแล้วก้จากไป
    ผมเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลทุกการกระทำ
    แค่เราไม่รู้ ไม่เข้าใจเหตุผลของเค้าแค่นั้น

    ยิ่งเขียนยิ่งไม่มีประเด็น :P
    เอาเป็นว่า ขำๆ ชิวๆละกันพี่
    ผมเองก้ไำม่ค่อยแคร์อะไรมากนักนอกจากเธอคนนั้น
    นอกนั้นเพื่อนนี่เฉยหมด นัดแล้วผิดนัดไม่เป้นไร
    ทำไรไม่ได้ดั่งใจก้เฉยๆ ไม่ชวนไปก็ไม่เป้นไร

    มาอยู่นี่ก็เดินคนเดียวในเมืองบ่อยๆ สงบดี
    แล้วเจ้าของชีวิต A นี่คือใครอ่ะฮะ

  2. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อ่านแล้วอย่างวกวน
    แนะนำพี่นุชให้ลองเล่นเกมต่อสู้
    แล้วหมั่นไส้ใครคนไหนเรียกมาเจอตัวๆเลย
    แต่ต้องฝึกให้เก่งๆนะ ไม่งั้นเดี่ยวแพ้แล้วยิ่งโมโห
    ตอนนี้อย่างชอบสตรีท 3 อ่ะ มันส์โคตรๆ

  3. ม้าลายกระป๋อง Says:

    เอิ๊กกกก
    เพิ่งเห็นว่าเป็นไอเดียสำหรับเขียนเรื่อง
    ตอบซะเละเทะเลย :P

  4. ม้าลายกระป๋อง Says:

    งั้นตอบในกรณีที่เป็นเรื่องสั้น
    ผมว่า A ผูกตัวเองกับสิ่งรอบข้างไปหน่อย
    เหมือนลูกโป่งสวรรค์…
    ลูกโป่งสวรรค์เมื่อเกิดมาก็จะมีชีวิตอยุ่แค่ช่วงเวลานึงเท่านั้น
    เมื่อถึงเวลาก้จะร่วงโรยไปตามกาลเวลา
    ลูกโป่งหลายใบเกิดมาปุ๊บก้มีคนเข้ามาจับจองคล้องใจกัน
    แต่ลูกโป่งก็คือลูกโป่ง
    ภายในตัวลูกโป่งนั้นบรรจุพลังอันเร่าร้อนที่พร้อมจะโบยบินขึ้นไปบนฟ้า
    แต่ลูกโป่งส่วนมากก็มักจะถูกผูกติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยุ่เสมอ
    เราจึงมักจะเห็นลูกโป่งสวรรค์ที่หมดลมเหี่ยวแห้งนอนกองกับพื้น
    แม้กระนั้น่ก็ยังมีลูกโป่งบางส่วน
    ที่หลุดรอดจากการผูกติดล่องลอยไปสู่ท้องฟ้า
    แม้ต้องเผชิญการความกดอากาศที่ต่าง
    ลุกโป่งเหล่านั้นก็ยังคงลอยไปเรื่อยๆ
    จนกว่าตัวมันเองจะหมดลม
    ทั้งสองทางจบที่การหมดลมเหมือนกัน
    แต่อย่างน้อยลูกโป่งที่ได้ลอยขึ้นฟ้าก้ยังได้เห็นอะไรใหม่ๆมากกว่าภาพเดิมๆ
    ดีไม่ดีไม่รุ้แต่มันก้ได้ผ่านพ้นและเรียนรู้…
    ลูกโป่งแม้มีพลังอันเร่าร้อนแต่ก็แตกง่าย
    ก็ควรเร่าร้อนด้วยความระมัดระวังนะฮะ(หมายถึงรักษาสุขภาพ)

  5. A Says:

    บางคนเข้ามาในชีวิตเรา เพียงเพื่อจะหาผลประโยชน์จากเรา
    คนแบบนี้ไม่เรียกว่า “เพื่อน” หรอกนะ
    มากที่สุดเป็นได้แค่”คนรู้จัก”
    แม้แต่ฝรั่ง ที่เรามองว่าเห็นแก่ตัว(?)
    เค้ายังมีสุภาษิต Give & Take
    คนที่คิดแต่จะเป็นฝ่ายรับ
    สำหรับคนชาติไหน สังคม(ที่พัฒนาแล้ว)
    เค้าก็คงไม่ยอมรับหรอก
    พวกนี้จะจับกลุ่มเข้ากันได้ เฉพาะพวกที่เห็นแก่ตนพอๆกันแหละ
    ถ้าบังเอิญได้ไปพบ หรือรู้จัก ก็ถือว่าโชคร้าย
    ต้องทำบุญกรวดน้ำ คว่ำขัน ส่งไปสู่สุขคติโดยเร็ว

    แต่ยังไง
    ลองมองมารอบๆตัว (ไกลหน่อย)
    เพื่อน ที่เรียกได้ว่า เพื่อน
    ก็ยังมีอยู่ที่ไหนซักแห่งนะ
    @^_^@

  6. ม้าลายกระป๋อง Says:

    :D

  7. Noopook Says:

    รู้สึกว่าม้าลายกระป๋องจะตอบซะครบแล้วเลยนะ และถ้าเป็นเรา ทางเลือกของเราก็รู้สึกจะเหมือนกับม้าลายกระป๋องเหมือนกันนะ เราไม่ค่อยแคร์เพื่อนเท่าไหร่ด้วยมั้ง ส่วนใหญ่นัดเพื่อนแล้วหักหลังก็เรานี่แล่ะ เหะ เหะ

    อ่ะ เอาเป็นเราเล่าเรื่องฟังแปลกๆฟังเพลินๆดูละกันนะ
    อันนี้เป็นสมมุติฐานของเพื่อนเราเอง ยกเครดิตให้เอ็งหมดเลยนะจินะ

    เคยดูการ์ตูนเรื่อง “หมัดเพชรฆาตดาวเหนือ” รึป่าว ช่าย ไอ้ อะย๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ ตะบ๊อตๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตูม ซ่า นั่นแล่ะ (รู้เรื่องอยู่คนเดียวป่าวหว่าเรา)

    สมมุติฐานของเพื่อนเรามีอยู่ว่า จริงๆแล้วทุกคนในการ์ตูนเรื่องนี้ “เป็นคนดี” ใช่ ทุกคนเลย ใช่ๆ รวมไปถึงไอ้หัวพังค์ที่ทำหน้าทุเรศ แลบลิ้นแผลบเลียมีด ขี่มอเตอร์ไซค์ ออกมาปล้นชาวบ้านด้วย เพียงแต่ว่าโชคร้ายที่ไม่ทุกตัวละครมีเวลาก่อนตายเล่าความหลังถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเอง สิทธิ์นี้คนเขียนดันสงวนไว้ให้แก่บรรดาตัวละครสำคัญเท่านั้น ถ้าเกิดว่าไอ้หัวพังค์ก่อนหัวจะ
    ระเบิด เราลองให้โอกาสมันได้เล่าความหลัง มันอาจจะบอกว่า

    “ความจริงชีวิตของผมไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้เลย ผมเป็นศิลปินนักร้อง แต่ว่าหลังโลกถล่มทลายแล้ว ครอบครัวผมถูกจับไป ต้องการเงินช่วยเหลือครอบครัวออกมา จึงต้องร่วมมาปล้นสะดมกับเขาด้วย จริงๆก็ไม่อยากฆ่าใคร ทุกครั้งที่ฆ่าคนผมก็จะเครียดนะ ดูสิผมร่วงกลายเป็นผมทรงพังค์อย่างที่เห็น หน้าตาบิดเบี้ยวเหยเกก็ด้วยความทุกข์จากพฤติกรรมตัวเอง เดี๋ยวครอบครัวก็ไม่ยอมรับว่าผมเป็นคนในครอบครัวด้วยแล้ว ทั้งที่ผมตั้งใจทำเพื่อพวกเขาแท้ๆ วันนี้ก็ตั้งใจวิ่งออกมาตาย ให้โดนหมัดพี่เคนชิโร่ เพราะว่าไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้ว หมัดของพี่ร้ายกาจจริงๆ ถ้าผมมีโอกาสอีกซักครั้งผมคงจะมาเป็นลูกศิษย์ของสำนักพี่ดีกว่า…..อ่อก”

    แค่จะบอกว่า ดี เอาเลย จะแต่งให้ A ทำอะไรก็ทำได้เลยนะ จะเปลี่ยนตัวเอง จะตัดใจจากเพื่อนกลุ่มนี้ จะหาเพื่อนกลุ่มใหม่ จะลอง “ตาต่อตา” จะล้ม จะลุก จะล้มใหม่ แล้วจะไม่ลุก อีกซักพักใหญ่ๆค่อยลุก จะอะไรก็แล้วแต่ แค่อย่าให้ A ทำอะไรที่ตัวเองจะสำนึกเสียใจในภายหลังก็พอแล้วล่ะ

  8. nuch Says:

    เคยมีคนถามว่า ถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากค่นแค้น เราจะทำยังไง
    เราตอบว่า ณ เวลาตรงนั้น เราไม่รู้ชัดว่าเราจะทำยังไง แต่ ณ ตอนนี้เราบอกได้ว่า เราจะเลือกทางที่ไม่ทำร้ายใคร หรือถ้าจำเป็น ก็จะเลือกทางที่ทำร้ายคนอื่นได้น้อยที่สุด… แต่ ถ้า ณ เวลานั้น เราอาจจะอยู่ในสภาวะที่แย่จนไม่สามารถเลือกทางที่ไม่ทำร้ายใครได้จริง… เราจำเป็นต้องทำ… และเมื่อทำไปแล้ว ไม่ว่าผลอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ยอมรับกรรมนั้น ต่อให้มันเลวร้ายมาก ขนาดที่ไม่มีใครต้องการเรา หรือกระทั่งครอบครัวรังเกียจเรา เราก็จะยอมรับผลกรรมนั้น

    การที่เราตัดสินใจทำร้ายใครสักคน เราก็เตรียมใจไว้แล้วว่า เราจะต้องโดนทำร้ายตอบ…

    สำหรับ A … A แค่น้อยใจในโชคชะตา A ไม่คิดว่า A ได้เคยทำร้ายใครในกลุ่มนั้น… แต่ A กลับเป็นคนที่ต้องเจ็บเสมอ… A มันโง่เอง ที่เปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ… ถึงเวลาแล้วที่ A ต้องปกป้องตัวเอง…

  9. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อืมถ้าเป็นเกม rpg คงเรียกว่าลิมิตเบรกสินะ
    :)

  10. Noopook Says:

    เอาเป็นชวนคุยสนุกๆเป็นเพื่อนไปเรื่อยๆละกันนะ ส่วนเรื่องการปรับตัว ป้องกันตัว จะทำยังไงต่อไป ก็ดูไม่น่าเป็นห่วงนะ ถ้าพื้นฐานความคิดดี อะไรๆก็น่าจะดีได้ (เอ พิมพ์ไป ชักเหมือน โฆษณาอาหารเช้า อะไรซักอย่าง)

    เราเองที่อ่านการ์ตูนมา ไม่ค่อยจะเจอตัวเอกการ์ตูนญี่ปุ่นที่ล้มแล้ว ลุกได้ด้วยตัวคนเดียวซักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะกลับกันด้วยซ้ำ คือจะต้องโอ๊ย รวมพลังจากทั่วสารทิศ อยู่คนละที่ คนละโลก คนละภพ ก็ยังไปเอาพลังจากเค้ามาได้ (แบบ พวก “โอว คอสโมที่อบอุ่น นี่มัน” นั่นแล่ะ) รู้สึกว่าการ์ตูนญี่ปุ่นนี่เค้าจะเน้นเรื่องพลังของมิตรภาพซะมากนะ กลับมากรณี A ที่โดนหักหลังจากเพื่อนๆนี่ เลยไม่รู้จะช่วยหาสาเหตุในการลุกยังไงให้ A ดี ถ้าตามความรู้สึกจริงๆของเราก็อยากจะให้ A นอนกลิ้ง ดิ้นๆๆๆๆๆ แล้วก็กรีดร้องอยู่กับพื้นให้สะใจด้วยซ้ำ อาจจะนอนขวางทางคนอื่นบ้างก็ไม่สน ก็เราเจ็บนี่หว่า ไม่ลุกเว๊ย ประมาณเนี้ย แต่ถ้าจะเอาแบบลุกปัจจุบันทันด่วน ทั้งที่ตัวเองก็เจ็บหนักเนี่ย มันจะต้องเรื่องใหญ่แบบใหญ่มากๆชนิดเรื่องเพื่อนหักหลังกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยล่ะมั้ง ถึงจะทำให้ตัวละครนี้ลุกได้ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะเอาเรื่องใหญ่อะไรดีเหมือนกันแฮะ ไว้คิดออกเดี๋ยวจะมาพิมพ์เพิ่มนะ

  11. nuch Says:

    555 งั้นให้เพื่อน A ที่อยู่ไกลกัน ที่เคยช่วยชีวิต A ส่งพลังคอสโมมาให้แล้ว…

  12. ม้าลายกระป๋อง Says:

    นึกถึงบอลเกงกิขึ้นมาทันใด :D

  13. Noopook Says:

    เหะ เหะ เราชอบคำว่าคอสโมน่ะ ยิ่งเอามาใช้กับกรณีนี้ยิ่งดูตลกไปกันใหญ่ บ้าเซนต์เซย่าไปหน่อยไม๊เนี่ยเรา แต่ถ้าเพื่อนเราอยู่ที่ไหนก็สามารถส่งพลังมาได้จริงๆก็ดีนะ อ่ะ ไหนๆก็เป็นเรื่องแต่งแล้ว หรือลองนี่ เอาแบบปัจจัยภายนอกมั่งมะ

    ภาพมืด ค่อยๆปรากฏภาพลางๆเป็นเพดานห้อง บรรยากาศแปลกตา ไม่เหมือนที่ๆ A เคยอยู่
    A: อืมม์ โอย ที่นี่ที่ไหนกัน?
    บุคคลลึกลับ: อ้าว ประสก ฟื้นแล้วรึ ที่นี่ก็คือวัดเส้าหลินยังไงล่ะ
    A: หา วัดเส้าหลิน แล้วนี่ ข้า
    หลวงจีน : ประสกอย่าพึ่งพูดเลย ทานน้ำแกงร้อนๆนี่ก่อนสิ (ข้อปฏิบัติของพระวัดเส้าหลินที่ไม่เคยถูกบันทึกข้อที่ 1 ต้มน้ำแกงเพื่อบรรดาผู้บาดเจ็บ ไม่ว่าเขาจะฟื้นตอนไหนก็ตาม น้ำแกงจะต้องร้อนอยู่เสมอ)
    A: (กำลังพยายามซดน้ำแกงซึ่งร้อนมาก)
    หลวงจีน:อาตมาระหว่างทาง พบประสกได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนสลบไม่ได้สติอยู่ จึงนำกลับมารักษาตัวที่วัด (ข้อปฏิบัติข้อที่ 2 กิจวัตรทั่วไป นอกจากบิณฑบาตรแล้ว ยังจะต้องออกตระเวณหาผู้บาดเจ็บที่นอนสลบอยู่ที่ไหนก็ตาม แล้วแบกกลับมารักษาที่วัด)
    A: วันนี้มัน..
    หลวงจีน: วันนี้คือวันที่ 25 ธันวา ประสกสลบไม่ได้สติไปถึง 3 วัน 3 คืนทีเดียว ระหว่างนี้อาตมาได้ถ่ายทอดลมปราณ เพื่อคุ้มครองชีพจรที่สำคัญของประสกไว้แล้ว ประสกพ้นขีดอันตรายแล้วล่ะ (ข้อปฏิบัติข้อที่ 3 เวลา 3 วัน 3 คืนคือกำหนดเวลาในการนอนพักฟื้นสำหรับอาการเจ็บป่วยมาตราฐานบู๊ลิ้มในกรณีที่ดูเหมือนจะฟื้นยากหรือดูไม่สามารถฟื้นได้ด้วยตนเอง ให้ถ่ายทอดลมปราณให้ อาจเพราะว่าจำนวนห้องในวัดไม่พอเพียงสำหรับรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก)
    A: ขอบคุณท่านไต้ซือมาก ข้าไม่รู้ว่า..
    หลวงจีน: อมิตตาพุทธ ประสกไม่ต้องขอบคุณอาตมาหรอก การช่วยเหลือสัตว์โลกทั้งหลายเป็นหน้าที่ของอาตมาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า… เฮ้อ.. (แอบมีลูกเล่นดึงความสนใจ)
    A: ท่านไต้ซือถอนหายใจทำไม
    หลวงจีน: ประสกพ้นขีดอันตรายแล้วก็จริง แต่ตอนอาตมาตรวจเส้นชีพจร ก็พบว่าสาเหตุหลักของอาการบาดเจ็บนั้นหลักๆมาจากความบอบช้ำทางจิตใจ ไม่ทราบว่า ที่ผ่านมานั้น ประสกไปเผชิญกับอะไรมารึ?
    A:(……………….เล่ายาวเลย)

    หลวงจีน: อืมม์ อมิตตาพุทธ พระโพธิสัตว์ทรงเมตตา การบาดเจ็บทางกายไม่นานก็หาย แต่ทางใจนั้นยากที่จะรักษาให้หายได้ขาด ประสกคงจะต้องทำใจให้สงบในช่วงนี้ อย่าให้เหตุเหล่านั้นมาบั่นทอนร่างกายของประสกอีก อาตมาเป็นห่วงในร่างกายของประสกจากใจจริง ทางที่ดีประสกตัดใจจากทางโลก ขอให้บวชอยู่กับทางวัดของเราดีกว่า
    A: แต่ว่า..
    หลวงจีน: อมิตตาพุทธ ไม่มีอะไรยุ่งยากหรอก ประสก ระหว่างสลบ หัวของประสก อาตมาก็โกนให้แล้ว แถมแต้มรอยธูปให้เรียบร้อยแล้วด้วย อาตมาขอรับประสกเป็นศิษย์ของอาตมาเลยละกันนะ
    A:!!!!!! (เอามือลูบหัวตัวเอง แล้วก็พบว่าล้านเลี่ยนอย่างที่ท่านไต้ซือว่าจริงๆ)
    หลวงจีน: ชื่อเดิมของท่านขอให้ทิ้งไปซะ ต่อไปนี้ นามของท่านจะถูกเรียกว่า….

    อ่ะ ยิ่งแต่งไปเดี๋ยวจะยิ่งยาว
    นั่นแล่ะ หนึ่งในความเป็นไปได้ที่จะทำให้ A ลุกขึ้นได้ อาจจะด้วยจากคนใจบุญที่คอยให้ความช่วยเหลือคนทั่วไปอย่างหลวงจีนท่านนี้เป็นต้น ไม่ได้ตั้งใจจะทำเสียเรื่องเดิมหรอกนะ แค่ลองแทรกประสบการณ์พิสดารเข้าไปมั่งเปลี่ยนรสชาติแค่นั้นแล่ะ มีใครบ้าหนังจีนกำลังภายในแล้วมีข้อติดใจสงสัยแบบเราบ้างไม๊นะ

  14. Z Says:

    (ข้อความต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราเอง ถ้าอ่านแล้วรุ้สึกขัดแย้งหรือไม่พอใจ ก้อตำหนิเราละกัน หรือไม่ก้อไม่ต้องสนใจ)

    ถ้าคุณคิดว่าคุณสนิทกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง.. แต่แล้วเพื่อนกลุ่มนั้นกลับไม่คิดอย่างเดียวกัน.. คุณจะรู้สึกยังไง?

    เราว่าคำถามนี้มีอะไรดีนะ เราก้อว่าเหมาะแล้วหละที่เอาขึ้นมาเป็น ประโยคแรกของเรื่อง
    แต่เราไม่ชอบบทสรุปของเรื่องเลยนะ

    ถ้าคุณคิดว่า (คุณเป็นคนคิด) คุณสนิทกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง.. แต่แล้วเพื่อนกลุ่มนั้น (ถ้าคุณสนิทกับเพื่อนทุกคนในกลุ่ม คุณยังจะเห็นเพื่อนๆพวกนั้นเป็นกลุ่มอยู่อีกหรือ ทำไมคุณยังรู้สึกว่าเค้าเป็นกลุ่มแล้วคุณถึงแยกออกมาจากกลุ่มหละ ในความคิดเรา ถ้าเราเข้าไปรู้จักกับเพื่อนซักกลุ่มหนึ่ง และหลังจากที่เราเริ่มสนิทกับเพื่อนๆแต่ละคนแล้ว เราคงจะไม่เห็นเพื่อนๆพวกนั้นเป็นกลุ่มอีก เราคงจะเห็นความเป็นตัวตนของคนแต่ละคนมากกว่า เวลาเราคิดถึงเพื่อนๆพวกนั้น ก้อคงจะคิดถึงคนแต่ละคน ไม่ได้คิดถึงในลักษณะของกลุ่มๆนั้น) กลับไม่คิดอย่างเดียวกัน (คุณเป็นคนคิดเองอีกนั้นแหละ).. คุณจะรู้สึกยังไง? (คุณคิดเองคนเดียวทั้งหมดว่ามันเป็นอย่างนั้น คุณก้อรู้สึกเองคนเดียวทั้งหมด แล้วจริงมันเป็นอย่างที่คุณคิดหรือ ใช่มันต้องเป็นอย่างที่คุณคิดแน่นอน เพราะคุณคิดเองทั้งหมดเลย)

    ถ้าลองมองเล่นๆในทางกลับกันหละ ถ้า คุณและเพื่อนๆในกลุ่มของคุณ ได้มีเพื่อนใหม่คนหนึ่งเข้ามาสนิทด้วย แต่แล้วเพื่อนใหม่คนนั้น คิดว่าเค้าสนิทกับเพื่อนๆในกลุ่มทุกคนแล้ว และก้อคาดหวังความสนิทสนมความเข้าใจ จากคุณและเพื่อนๆของคุณ โดยที่ความจริงแล้ว คุณและเพื่อนๆของคุณกำลังรู้สึกดีกับเพื่อนใหม่คนนี้ แต่ก้อไม่ได้สนิทมากๆถึงขนาดเข้าใจกันทุกเรื่อง และเนื่องจากรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ต่างกันมากซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักพักในการทำความคุ้นเคยกัน

    แต่แล้ววันหนึ่ง เพื่อนใหม่ของคุณคนนี้ ตกอยู่ในภาวะที่ยากลำบากและก้อคาดหวังความช่วยเหลือ จากคุณและเพื่อนๆโดยที่คิดว่าทุกคนคงจะเข้าใจว่าเค้ากำลังต้องการอะไร แต่โชคไม่ดีที่ในขณะนั้น คุณและเพื่อนๆของคุณ ไม่มีใครเข้าใจถึงความต้องการอันนั้น และทุกคนก็กำลังวุ่นอยู่กับสิ่งรอบๆตัว โดยที่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนใหม่คนนั้นกำลังต้องการความช่วยเหลือ ในที่สุดเพื่อนใหม่คนนั้นก้อล้มลง บาดเจ็บและเสียใจ

    เมื่อคุณและเพื่อนๆของคุณรู้ข่าวไม่ดีนั้น คุณและเพื่อนๆทุกคนเป็นห่วง และรู้สึกเสียใจกับเพื่อนคนนั้น
    แต่ไม่ทันซะแล้ว เพื่อนคนนั้น เสียใจ และจากไป โดยที่คิดว่า คุณและเพื่อนๆ ไม่ได้คิดว่าเค้าเป็นเพื่อน

  15. Z Says:

    ขอเราลองแต่งเรื่องบ้าง

    ให้ตัวละครเดินเรื่อง คือ Z

    Z เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ใหม่โดยลำพัง Z ใช้ชีวิตแต่ละวันผ่านไปแบบเหงาๆ Z เริ่มรู้จักเพื่อนใหม่ ตอนนี้ Z มีเพื่อนอยู่รอบตัว แต่ไม่มีเพื่อนคนไหนที่คุยกันได้ทุกๆเรื่องแล้วเข้าใจ Z เหมือนกับเพื่อนเก่าที่อยู่ในที่ที่ Zจากมา

    วันหนึ่ง Z ได้มารู้จักกับเพื่อนใหม่อีกคน คือ A
    Z ได้รับความช่วยเหลือมากมายจาก A
    ในสายตาของ Z … A เป็นเพื่อนที่ดีมาก
    จากวันนั้น Z ได้สนิทกับ A มากขี้น
    Z เริ่มพูดคุยกับ A ได้ในหลายๆเรื่อง
    Z ดีใจที่ได้เจอเพื่อนที่พูดจากันเข้าใจ ถึงแม้บางครั้ง Z จะไม่เข้าใจภาษายากๆที่ A พูดก้อตาม
    Z รู้สึกดีใจที่ในที่สุดก้อได้เจอกับเพื่อนอย่าง A ที่คุยกันรู้เรื่องและน่าจะเป็นเพื่อนสนิทกับ Z ได้
    Z เป็นคนง่ายๆ สบายๆ กับชิวิต ไม่ค่อยอยู่ในกฎในระเบียบ ใช้ชีวิตตามอารมณ์และความรู้สึก
    ในสายตาของ Z … A เป็นคนชอบคิดและจริงจังกับชีวิต ทำอะไรตามกฎเกณฑ์และความถูกต้อง
    อยู่มาวันหนึ่ง A โกรธ Z เนื่องจากคำพูดของ Z ที่พูดโดยไม่คิด ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาอย่างที่ A เข้าใจเลย แต่เนื่องจาก การใช้คำพูดและภาษาที่ไม่ชำนาญ ไม่กลั่นกรอง
    A คงเสียใจและโกรธ จึงไม่พูดกับ Z
    Z พยายามขอให้ A หายโกรธ
    Z เสียใจ และพยายาม พูดให้ A เข้าใจ
    ในที่สุด A ก้อให้โอกาส Z
    Z กับ A พูดคุยกันเหมือนเดิม (มั้ง?)
    หลายวันต่อมา Z ได้ทำผิดพลาดอีก ความนี้ A โกรธ Z อย่างหนัก ไม่ยอมคุยกับ Z เป็นเวลาหลายวัน
    Z เสียใจ และโกรธตัวเอง ที่พูดจาทำร้ายจิตใจ A จน A ไม่ยอมคุยด้วยอีกเลย
    Z พยายามปรับความเข้าใจกับ A แต่ก้อไม่สำเร็จ
    Z เสียใจ โกรธตัวเอง จนพาลโกรธในความดื้อ และความคิดมากของ A
    ความรู้สึกของ Z ที่ว่า A เป็นเพื่อนสนิท แล้วคุยกันเข้าใจ เริ่มเปลี่ยนไป
    วันหนึ่ง A ให้อภัย และให้โอกาส กลับมาพูดคุยกับ Z
    แต่ Z เริ่มไม่เข้าใจในความคิด ของ A
    Z ไม่สามารถพูดคุยกับ A ได้เหมือนอย่างแต่ก่อน
    Z กับ A เริ่มพูดคุยกันน้อยลง ช่องว่างระหว่าง Z กับ A เริ่มใหญ่ขึ้น
    วันหนึ่ง Z คงทำอะไรให้ A โกรธอีก โดยที่ Z ไม่เข้าใจและไม่ได้มีเจตนาเลย
    Z ยุ่งอยู่กับสิ่งรอบๆตัว และ A หายไป
    หลายวันต่อมา A ยอมกลับมาพูดคุยกับ Z แต่ การพูดที่เปลี่ยนไป ทำให้ Z รู้ว่า A กำลังโกรธ
    Z พยายามพูดคุยกับ A
    แต่ทุกอย่างคงสายเกินไปแล้ว หรือ ถึงขีดสุดแล้วสำหรับ A
    A ไม่พูดกับ Z
    Z ไม่เข้าใจ A อีกต่อไป
    Z เสียใจมาก
    A ก้อคงเสียใจมากเช่นกัน
    Z สูญเสียเพื่อนที่ดีไป เพื่อนที่เคยคิดว่าเข้าใจกัน และน่าจะเป็นเพื่อนสนิทกันได้

  16. Noopook Says:

    ขอนิดนึงนะ จิ๊ดเดียวจริงๆ

    สำหรับความเห็นที่ 14

    เพื่อนเราที่สนิทกันมาก เวลาถูกใช้อธิบายกับคนอื่นที่ไม่เป็นที่รู้จักกันแต่แรก เพื่อความเข้าใจง่ายถูกเรียกเป็นกลุ่มๆเหมือนกัน เช่น กลุ่มประสานมิตร กลุ่มสถาปัตย์ กลุ่มอิเมจิแมกซ์ เป็นต้น ยังไงคนที่มากกว่า 2 คนเป็นต้นไป ลักษณะนามก็คือ กลุ่ม อยู่แล้วด้วยน่ะ ดังนั้นเคสแบบนี้มันก็มีนะ แต่เราก็เข้าใจนะที่ต้องการจะสื่อน่ะ ว่า จริงๆแล้วหลายๆอย่างมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดใช่ไม๊ โอเค อันนี้เข้าใจได้ แต่เราว่าระวังคำประเภท “คิดมากไป” หรือ “คิดไปเอง” ซักนิดนึงนะ มันไม่ค่อยจะทำให้คนเราเข้าใจกันมากขึ้นซักเท่าไหร่ ออกจะให้ผลทางตรงกันข้ามซะมากกว่า

    สำหรับความเห็นที่ 15

    ดีแล้วที่ได้อ่านเรื่องแต่งในมุมกลับบ้าง เลยได้เข้าใจความรู้สึกของตัวละครอีกฝ่าย ลองแต่งต่อนะ จากที่ Z ไม่เข้าใจ ไม่รู้ ไม่ทันคิด Z จะทำอะไรได้อีกบ้าง ถ้า A เป็นเพื่อนที่ Z อยากจะคบต่อเป็นเพื่อนจริงๆ

    ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วล่ะ ยังไง Z ก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นแค่คนๆนึงในเพื่อนกลุ่มนึงที่ไม่ใส่ใจในความรู้สึกของ A และก็อยากจะสนิทกันต่อนี่นะ สู้เค้าต่อไปนะ Z นะ

  17. nuch Says:

    อืม… ถ้าตาม expanded Isgro’s premise ก็คงต้องให้มีช่วงเวลาหนึ่งที่ตัวละครจะฉุกคิดกับการตัดสินใจของตัวเอง

    ในชีวิตจริงของคนเรา ก็คงมีช่วงฉุกคิดบ้างอ่ะนะ

    A เองก็คงมีช่วงฉุกคิด…
    ถ้าทุกสิ่งที่ A เจอ มันไม่เป็นไปอย่างที่ A เห็น หรือ A คิดล่ะ… การตัดสินใจของ A จะเป็นการตัดสินใจบนบทสรุปที่ผิดๆ ล่ะ
    .. ถ้าเป็นมุขในการ์ตูนญี่ปุ่น A ก็คงส่ายหัว เป็นไปไม่ได้ A คิดไม่ผิดหรอก ในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนอยู่ทนโท่…
    ….
    เคยได้รับ fw mail เรื่องเด็กกับตะปูไหม? ที่เป็นพ่อสอนลูกที่ชอบรังแกคนอื่นให้เข้าใจและเห็นภาพของความเจ็บปวดนั้น ด้วยการให้ลูกชายไปตอกตะปูให้เต็มรั้ว แล้วให้ถอนออกมา… พ่อเปรียบว่า การที่เราไปทำร้ายใคร ก็เหมือนกับการที่เราเอาตะปูไปทิ่มแทงรั้วนั้น คำขอโทษก็คือการที่ลูกไปถอนตะปูออก แต่ว่า ไม่ว่าจะถอนตะปูประณีตแค่ไหน มันก็ยังเหลือรอยแผลไว้อยู่ ดังนั้นการจะลงตะปูแต่ละครั้ง ขอให้คิดให้ดีก่อนว่า ตะปูที่ลงไปน่ะ มันลงแล้วจะเหลือแผลที่น่าเกลืยดแค่ไหน…

    สำหรับ A ผิดครั้งที่ 1 คือพลาดพลั้ง ยังพอให้อภัยได้ ผิดครั้งที่ 2 คือ ไม่ใส่ใจ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่มีค่าแล้ว ผิดมากกว่าครั้งที่ 2 ก็คือ ในเมื่อไม่เห็นค่า ก็จะทู่ซี้ทรมานอยู่ต่อทำไม…
    สำหรับ A เพื่อนไม่จะเป็นต้องมีพื้นฐานเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องมีความคิดเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเก่ง ขอแค่มีความพยายามเข้าใจ และใส่ใจกัน .. เห็นเพื่อนเป็นคน..ที่มีชีวิต ที่ต้องได้รับการดูแล การทะนุถนอมบ้าง ไม่ใช่สิ่งของเครื่องใช้ที่สักแต่ว่าใช้ประโยชน์เสร็จก็โยนทิ้งไป… A ต้องการความรู้สืกว่า A เป็นคน.. A เป็นมนุษย์… ถึง A จะพยายามเข้มแข็งสักเพียงไหน A ก็ต้องการคนที่ช่วยดูแล ช่วยพยุงเวลาที่เหนื่อยอ่อน… A เข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนก็มีความเห็นแก่ตัว A เคยคิดว่า มีเพื่อนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้บ้างก็ได้ แต่กี่ครั้งแล้วที่ A จะต้องโดนเอารัดเอาเปรียบ โดนทำร้ายจิตใจมาหลายต่อหลายครั้ง… A ถูกมองว่าโง่ ถูกหัวเราะเยาะลับหลัง… A ก็คิดแค่ว่า ปากคนจะพูดอะไร จะคิดอะไรก็ได้ แต่วันที่ A ล้ม แล้วยังโดนเหยียบ… A รู้สึกโง่ที่ไม่รับฟังคำเตือนของใครต่อใคร…

    สมมติว่า A รู้จักกับ Z (แค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วนะว่าอยู่กันคนละขั้ว) …
    และ A ได้รับรู้คำแก้ตัวของ Z ในภายหลัง…
    คำตอบของ A ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม … และยิ่งทำให้ A รู้สึกแย่กว่า Z มากกว่าเดิม…
    ..
    อืม.. ถ้าให้เปรียบกับเหตุการณ์จริงให้เห็นภาพชัด.. ก็คงเหมือนตอนที่สนธิใกล้จะโดนเด้งจากช่อง 9 ล่ะมั้ง..
    สนธิถามทักษิณหลายคำถามที่เป็นข้อข้องใจในเรื่องนโยบายกับการปฎิบัติ… แต่ทักษิณไม่เคยสนใจจะตอบ.. มีแต่สร้างภาพต่อไป และยังทำการกระทำเดิมๆ ที่ผิดในสายตาของสนธิ…

    ถ้า Z อยากจะรู้สึกดีว่า ไม่ได้โดนตำหนิ ไม่ให้ Z หรือเพื่อนในกลุ่มของ Z รู้สึกผิด.. งั้นเราก็จะให้ A ตอบว่า..
    A ผิดเอง.. ที่ A เกิดมาอายุสั้น.. วันหมดอายุของ A เลยเร็วกว่าใครต่อใคร…
    เวลาที่คนเรารู้ตัวว่าใกล้จะหมดอายุขัยของตัวเองน่ะ เขาจะใช้เวลาที่เหลืออย่างเต็มที่ และกลายเป็นว่า เวลาของเขาจะเดินไวกว่าคนอื่นๆ และอาจจะถูกมองแบบเผินๆ ว่าเป็นคนใจร้อนก็ได้
    ถึง Z จะไม่ชอบบทสรุปของ A แต่ก็คงเป็นเรื่อง A ทำอะไรให้ไม่ได้แล้วล่ะ.. ถ้าให้ A มีบทสรุปที่ถูกใจ Z .. ถามหน่อยว่า ไม่รู้สึกบ้างหรือว่า Z เห็นแก่ตัว… และ A ต้องเป็นฝ่ายเสียสละ ต้องเจ็บแล้วเจ็บอีก

    เหมือนเวลามีเพื่อนมาบ้าน แล้วเกิดป่วยไม่สบายหนัก.. แล้วเจ้าบ้านบอกว่า อย่ามาตายบ้านเขานะ เขากลัวผี…
    ถ้าให้ถูกใจเจ้าบ้าน.. เพื่อนคนนั้นก็ควรจะรีบออกจากบ้านหลังนั้นไปใช่ไหม?

  18. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อื้มมมม เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

  19. ม้าลายกระป๋อง Says:

    ของพี่หนูปุ๊กนี่ถ้าอ่านสำเนียงพันธมิตรนี่จะได้อารมณ์มากๆ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: