« »

blog แรกของปี พ.ศ. 2551

by nuch

นับปีพ.ศ. ใหม่แล้ว!

ผ่านวันแรกของปีไปกับการพักผ่อน…  หลับไปเต็มๆ…  จริงๆ ไม่ได้เหนื่อยอะไรหรอก แค่เพลีย.. ไม่สบายแต่ต้นปี.. แค่นั้นเอง…

“ครึ่งหนึ่งของชีวิต” ร้องโดยแอม เสาวลักษณ์ แต่งโดยพี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค….
จำไม่ได้ว่าใครเคยส่ง mv เพลงนี้มาให้ดูตอนเพลงเพิ่งออกใหม่ๆ … ครั้งแรกที่เห็น ก็เฉยๆ เพลงสไตล์แอม  mv ที่ดูเผินๆ เหมือนหญิงรักหญิง…   อาจจะเพราะไม่ตั้งใจฟังเนื้อเพลงด้วย.. เพลงนี้ก็เลยผ่านมาแล้วก็ผ่านไป…
แต่เมื่อครู่.. ได้เห็นสัมภาษณ์พี่ดี้เกี่ยวกับการแต่งเพลงนี้…  เลยลอง youtube หาดูอีกครั้ง  ฟังเนื้อเพลงอย่างตั้งใจ..  ชอบแฮะ…  ชอบในความตั้งใจของพี่ดี้ ที่จะแต่งเพลงนี้ขึ้นมาให้เป็นกำลังใจ และหวังว่า ใครที่คิดจะฆ่าตัวตาย พอได้ฟังเพลงนี้ ก็อาจจะฉุกคิดได้…

“ครึ่งหนึ่งของชีวิต” … ฟังแล้วเรานึกถึงว่าคำว่า soulmate … มีความเชื่อบางกลุ่มเชื่อว่า ชีวิตคนเราเกิดมามีไม่เต็ม  คู่รักหรือ soulmate ก็คืออีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเรา ที่เราจะต้องตามหา…. 
ใครเคยอ่านหนังสือเรื่อง “เราจะข้ามเวลามาพบกัน” แปลโดยโจ มณฑานี ตันติสุข ก็คงจะคุ้นกับความเชื่อนี้ดี  (ตามด้วยกลอนของคาริล ยิปราน และภาพยนตร์เรื่อง somewhere in time)…
… Soulmate คือ อีกครึ่งของชีวิตเราหรือ…  อืม.. ฟังดูโรแมนติคดีนะ…  แต่ถ้าหาไม่เจอ เรื่องโรแมนซ์ก็จะกลายเป็นรันทดเลยนะเนี่ย…

แล้วก็พามาคิดถึงข้อสงสัยหนึ่งที่ว่า… ครั้งหนึ่งในชีวิตคนเรา จำเป็นต้องมีคนที่เรารักด้วยหรือ?
ข้อสงสัยนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่อ่านหนังสือเรื่องข้างหลังภาพ ของ ศรีบูรพา  ที่มีประโยคเด็ดว่า “ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก”…
แล้วก็ย้ำอึกทีที่การ์ตูนญี่ปุ่นที่ถูกสร้างเป็นละครทั้งที่ญี่ปุ่นเองและที่ไต้หวัน ใช้ชื่อไทยว่า “แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก” (ชื่ออังกฤษว่า “It started with a kiss”) … พระเอกเรื่องนี้ก็สไตล์พระเอกการ์ตูนผู้หญิง.. หนุ่มหล่อเพอร์เฟค เรียนเก่ง กีฬาดี อัจฉริยะของประเทศ..  นิสัยจะเงียบๆ สุขุม ท่าทางวาดมาด ขี้เก๊ก .. (ไม่รู้ว่าจะเรียกว่านิสัยดีไหมเนี่ย ลักษณะอย่างนี้)… แต่ปากจัดว่าหมาเลย ถ้าคิดจะตำหนิว่าใครเนี่ย… แถมชอบมีท่าทีเย็นชาใส่ต่อคนที่เข้ามาข้องเกี่ยว นางเอกของเรื่องนี้เคยพูดไว้ว่า  “น้ำแข็ง.. จิตใจของหมอนี่ทำด้วยน้ำแข็ง”… ในเรื่อง คุณแม่ของพระเอกจะชอบนางเอกมาก และพยายามจะจับคู่ให้บ่อยๆ สร้างความรำคาญให้พระเอกหลายต่อหลายครั้ง…  ความที่คุณแม่เจ้ากี้เจ้าการในหลายๆ เรื่อง บวกกับความคาดหวังของคุณพ่อ ทำให้วันหนึ่งสิ่งที่เก็บอัดอยู่ในใจพระเอกระเบิดออกมา และได้พูดจารุนแรงทำร้ายจิตใจแม่ตัวเอง… แม่เสียใจมาก  พ่อพยายามปลอบใจแม่…  และตอนนั้นแม่ก็พูดออกมาว่า..”แม่ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกตัวเองถึงได้เย็นชาได้ขนาดนี้  แล้วอย่างนี้ลูกจะรู้จักความรักไหม ลูกจะมีความรักกับเขาได้ไหม” (จำคำพูดเต็มๆ ไม่ได้นะ แต่เป็นความหมายลักษณะนี้น่ะ)…
เราเองก็เคยโดนแม่พูดกับเรา แบบเดียวกับที่แม่พระเอกในแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารักพูด….
….
มันเป็นเรื่องจำเป็นมาก สำคัญมาก หรือยิ่งใหญ่มากเลยหรือ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตคนเรา ควรจะมีคนที่เรารัก?

… แล้วคำว่าคนที่เรารัก.. จำเป็นไหมที่จะต้องเป็นเพศตรงข้ามกับเรา และไม่ใช่ญาติพี่น้องเรา…  และไม่ใช่ความรักแบบเพื่อน?

บางทีเราก็ตอบไม่ได้ว่าเพื่อนกับแฟนต่างกันยังไง…
เคยมีคนบอกว่าต่างกันตรงที่ว่า ..  แฟนน่ะ จะมีเรื่องของความต้องการทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย…  แต่ว่านะ… ถ้าคนเราคบคนคนหนึ่งเป็นแฟน โดยมองเรื่องของความต้องการเป็นหลัก.. มันก็ไม่ต่างจากสัตว์อ่ะดิ… 
เคยคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มาบ่นเรื่องผู้หญิงที่เขาไปจีบอยู่… และเพื่อนผู้หญิงของสาวเจ้าก็หวงเพื่อนเหลือเกิน จนเขาสงสัยว่าเป็นเลสกันหรือเปล่า… 
.. ตอนนั้นเราตอบไปว่า ไม่ใช่หรอก ก็แค่อาการหวงเพื่อน  ผู้หญิงน่ะเวลามีเพื่อนที่รักและสนิทกันมาก ชนิดไว้ใจได้ในทุกเรื่อง…  เวลาที่ฝ่ายหนึ่งจะมีแฟน มันเหมือนกับมีใครมาแย่งเวลาของเขาไป เขาก็ต้องหวงเป็นธรรมดา  ยิ่งถ้าคนคนนั้นมีท่าทีที่จะทำให้เพื่อนเจ็บในภายหลังด้วย เขาก็จะหวงมากเป็นพิเศษ  แต่.. เขาก็เป็นเพียงเพื่อน.. เพื่อนที่สนิทกันมาก.. ก็เท่านั้น ไม่ใช่คู่รัก…  แต่..เพื่อนเราก็ยังมองว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันมากกว่าเพื่อนแล้วนะ…
-__-‘
… อืม.. ชักไม่แน่ใจว่า ผู้ชายเขาคบเพื่อนแบบสนิทกันยังไงกันแน่เนี่ย?

 อย่าง mv ครึ่งหนึ่งของชีวิต…  ที่เราเองตอนแรกก็มองเผินๆ ว่า จะเป็นหญิงรักหญิงหรือเปล่า เพราะมีฉากกอดกันอยู่… อีกทั้งตอนต้นเรื่อง เขาไม่ได้ปูพื้นว่า 2 คนนี้เป็นเพื่อนกัน..  เรานึกว่าเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่ผ่านไปเจอคนอกหัก แล้วเก็บมารักษาใจให้เขา…  ก็เลยคิดว่ามีแนวโน้มจะเป็นหญิงรักหญิง…  แต่พอดูไปเรื่อยๆ มีโชว์รูปตอนเด็กๆ ซึ่งตอนแรกที่ดู ก็ไม่ได้ฉุกคิดหรอกว่า นั่นเขาหมายถึงว่า 2 คนนี้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก ก็เลยซี้ปึกมีความห่วงใยให้กัน….
.. ถ้าเพื่อนเราคนนั้นได้ดู MV นี้ ก็คงสรุปว่าเป็นเลสแน่เลย…  แต่ว่า.. นั่นเป็นเพียงเพื่อนนะ.. ในความคิดเรา เพียงแต่เป็นเพื่อนซี้ เพื่อนแท้…เพื่อนที่รักกันสนิทกันมากๆ ก็เท่านั้น….

แล้ว.. ถ้าใน mv ฝ่ายที่เข้ามาช่วยสาวอกหักเป็นผู้ชายล่ะ?  จะมองว่าเป็นเพื่อนรัก เพื่อนซี้ได้ไหม?  หรือจะเป็นว่า เขาน่ะ แอบหลงรักเธอมานานแล้ว…. 
… เราว่า เราก็ยังมองว่าเป็นเพื่อนซี้ได้นะ… (ถ้าไม่มีการสัมผัสตัวในลักษณะโอบกอดหอมแก้มนะ)

และถ้าคนอกหักเป็นผู้ชายแล้วคนที่เข้ามาช่วยเป็นผู้หญิงล่ะ…… อืม.. อันนี้เราคงมองว่า ผู้หญิงคงรักผู้ชายแล้วล่ะ คงไม่ใช่เพื่อนแล้วล่ะ… ;-)

ทำไมน่ะหรือ?… อืม.. ไม่รู้จะตอบไงดี…  คือ ถ้าเพื่อนสนิทเพศชายเราไม่สบายเนี่ย.. เราก็ทำเพียงแค่ถามไถ่ ส่งข้าวส่งน้ำส่งยา  แวะเวียนไปเยี่ยมเยียน.. แค่นั้นล่ะมั้ง.. คงไม่ดูแลประกบใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงหรอก…  ถ้าทำขนาดนั้น.. แสดงว่าเราต้องแคร์คนนั้นมากกว่าเพื่อนแล้วล่ะ..  แคร์เหมือนกับที่เราแคร์พ่อแม่พี่น้องญาติๆ เรา…

พอมาคิดดูอย่างนี้แล้วก็แปลกแฮะ…  กับถ้าสุดท้ายที่ว่าไป.. ทำไมเราถึงมองว่าไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเพื่อนแล้วนะ?


เอ… งั้น ถ้า mv นี้เปลี่ยนบทเป็นผู้ชายทั้งคู่  จะถูกมองว่าเกย์ไหมนะ?

ชักอยากรู้แล้วแฮะว่า เพื่อนผู้ชาย เขาดูแลเพื่อนผู้ชายกันยังไงนะ?  หรือผู้ชายถูกมองว่าต้องแข็งแกร่งตลอดเวลา ก็เลยไม่เคยดูแลกันเองเลย..   พอมีเหตุให้ต้องดูแลกัน ก็เลยโดนมองว่าเกย์.. หรือเปล่านะ?

“เก็บชีวิตที่เหลือเหลือ ทำให้ดีจะได้ไหม แล้วไม่นานจิตใจจะเต็มเหมือนเดิม”

4 Responses to “blog แรกของปี พ.ศ. 2551”

  1. nuch Says:

    จะว่าไป.. ทำนองเพลงนี้ (หมายถึง timing จังหวะนะ) มันใกล้ๆ กับเพลงแพ้ใจ ร้องโดย ใหม่ เจริญปุระเลยแฮะ

  2. Noopook Says:

    ว่าแล้วก็รีบไปหาเรื่องเกี่ยวกับ soul mate ในวิกิ แล้วก็ไปเจอกับไอ้นี่
    http://en.wikipedia.org/wiki/Soul_mate

    อ่ะจ๊าก มีอะไรมากมายหลายชนิดปานนั้น คำนี้มันไไม่เฉพาะแค่เนื้อคู่ด้วย พี่น้องญาติเพือนก็เป็นกันได้ แต่ก็มีชนิดที่เกิดมาคู่กันก็มีเหมือนกันนะ พอลงรายละเอียด อ่านไปอ่านมา มันเกี่ยวข้องกับชาติภพซะมาก พึ่งรู้ว่าฝรั่งเค้าเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิดเหมือนของคนไทยเหมือนกันเหรอเนี่ย

    แฟน แฟน แฟน เอ ตอนเราเด็กๆหน่อยก็ประมาณ “ผู้หญิงคนพิเศษของเราแต่เพียงผู้เดียว” พอโตๆมาเรื่อยๆ บทบาทหน้าที่ของแฟนก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นจนเข้าใกล้คำว่า “ว่าที่ภรรยาที่ดี” ล่ะมั้ง ถ้าเปรียบเทียบเป็นคำอย่างนี้เป็นไงบ้างอ่ะ

    เพื่อนสนิทเพศชายป่วยเหรอ บางทีก็ไม่เคยรู้ เพราะตอนมันป่วยไม่ยักกะบอกใคร เป็นเรา เราก็ไม่บอกเหมือนกัน ไม่รู้บอกทำไม จะรู้กันก็จากคนอื่นน่ะแล่ะ เป็นคนบอกต่อ บางทีนี่ถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลแล้วยังไม่รู้กันก็มี แต่ถึงรู้ อย่างมากก็โผล่หน้าไปเยี่ยมทีนึงอ่ะ โทรหาถ้าไม่ว่างไป เพื่อนผู้ชายแบบเราถือว่าเรื่องพวกนี้เป็นหน้าที่ของครอบครัวกะแฟนมัน(ถ้ามี)เป็นคนรับผิดชอบ เพื่อนผู้ชายด้วยกันไม่ต้องทำไรมากน่ะนะ

    เพื่อนสนิทเพศชายจะดูแลกันบ้างก็ตอนอกหักล่ะมั้ง เป็นข้อยกเว้นให้เห็นอกเห็นใจกันได้มากเป็นพิเศษหน่อย เคสอื่นน่ะไม่ค่อยหรอก นิยมแก้ปัญหากันเองซะมากกว่า สำหรับเราน่ะนะ

  3. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อืม ผมก็เป็นอย่างที่พี่หนูปุ๊กว่าอ่ะ
    คือมันไม่รู้จะยังไง ทำไรก็เคอะเขินกันไปหมด
    ก็นิ่งๆ ถ้ามีไรให้ช่วย ถ้าอยากเล่าเมื่อไหร่ก็พร้อมที่จะฟัง
    จะออกแนวนี้มากกว่าอ่ะ
    ถ้าเป็นผู้หญิงอันนี้อาจจะง่ายกว่าหน่อย ก็เข้าไปทำตลกอะไรให้อารมณ์ดีขึ้น
    ทำให้หัวเราะ ลืมอารมณ์เศร้ามั่งก็โอเค
    รับฟังเรื่องที่อยากระบายได้
    ตอนเฮิร์ทๆก็มีเพื่อนที่เล่นหัวกันมาโทรมาถาม
    แต่อารมณ์เกร็งๆนิดๆ แต่ก็รู้ว่ามันอยากรู้ว่าเป็นไงสบายดีมั้ย
    ก็แอบขำเล็กๆกับมัน ตอนนั้นจำได้ว่ามันอยู่เชียงใหม่ไปเที่ยว
    เลยนั่งรถตามไปในทันใด 55

  4. ม้าลายกระป๋อง Says:

    ส่วนเพื่อนกับแฟน
    ความรู้สึกมันต่างกันอยุ่แล้ว
    กับเพื่อน ถ้ามีอะไรที่ผิดพลาดไปก็พร้อมที่จะโอเค ไม่มายด์อะไรมากมายเสมอ หรือบางทีอาจกลายเป็นไม่ใส่ใจ
    แต่กับแฟน เออ ประเด็นนี้มันเหมือนกันแฮะ 55 งงเอง
    แฟนก็จะใส่ใจทุกรายละเอียด อาจจะมีผิดมั่ง พลาดบ้าง แต่ก็ยังใส่ใจตลอดเวลา
    คงไม่มีใครที่จะนั่งคิดถึงเพื่อนตลอดเวลามั้ง เพราะทุกคนก็มีทางเดินของตัวเอง แค่สักช่วงเวลานึงที่เรามาเจอกัน
    ช่วงนี้มีเพื่อนสมัยมัธยมมาพักที่บ้านก็ฮาดี
    ตอนแรกนึกว่าจะเกร็งๆ แต่ไปๆมาๆความรู้สึกสมัยเรียนมัธยมมันก็กลับมา
    คุยกันได้สนิทใจ ไม่เกร็งดี

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: