« »

รัก/สาม/เศร้า

by nuch

รัก/สาม/เศร้า…. หนังไทยเรื่องใหม่ของต้อม ยุทธเลิศ ผู้กำกับโอเนกาทีฟ .. มีคนคาดการณ์ว่าเนื้อเรื่องคงเกี่ยวกับม.ศิลปากรเช่นเคย  ดูจากภาพตัวอย่างหนัง ตัวเอก 3 คน น่าจะเรียนมันฑนศิลป์ตกแต่งภายในนะ

เหมือนเทรนหนังไทยวัยรุ่นตอนนี้จะเปลี่ยนเป็นรักอบอุ่น รักเศร้าๆ ของเพื่อนรักเพื่อน มีโทนภาพบรรยากาศเหมือนหนังรักเกาหลี….

“ทำไมมึงคิดกับกูแบบนี้”
“ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”
“มึงรู้เหี้ยอะไรบ้างเนี่ย… แล้วแบบเนี้ย.. มึงจะทำให้กูมีความสุขได้ยังไง”
“อันนั้นกูก็ไม่รู้.. แต่ที่กูรู้… กูคิดว่า .. กูคงไม่ทำให้มึงมีทุกข์เพิ่มขึ้นแน่ๆ”

ขึ้นต้นมาก็เป็นบทนี้เลย…  พูดจากูๆ มึงๆ เป็นเหี้ยอะไรเนี่ย…   ชักสงสัยว่ากองเซ็นเซอร์ให้ผ่านได้ยังไง โดยเฉพาะคำว่า “เหี้ย” เนี่ย…  หวังว่าตอนดูคงไม่มีดูดเสียงเป็นระยะนะ
… ก็ต้องยอมรับนะว่า.. เวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทกัน  ก็มีพูดจากูๆ มึงๆ กันบ้าง จนคำนี้เป็นคำธรรมดาไปแล้ว..  (แต่ต่อหน้าพ่อแม่ก็ไม่พูดกันหรอกนะ…)
.. แต่..
คำว่า “เหี้ย” กับ “สัตว์ (ในความหมายด่านะ)” เรามักจะเลี่ยงเป็น “ไอเฮีย” กับ “ไอสาด” แทน…   
…. การที่บทหนังให้ใช้คำพูดแบบนี้ สำหรับเรา เราก็ว่าเออ มันทำให้ดูสมจริง เหมือนชีวิตจริง  แต่.. อีกนัยหนึ่ง ก็รู้สึกหวั่นๆ ว่า มันจะเปลี่ยนเด็กบางคนให้ติดคำหยาบไปหรือเปล่า? 

ไม่ได้แอนตี้หนังเรื่องนี้นะ…   จริงๆ แล้ว เป็นหนังที่เราอยากดูด้วยซ้ำ  แล้วก็เพราะบทหนังเนี่ยแหละที่ทำให้เราอยากดูมากที่สุด  ไม่ใช่เพราะว่าใช้คำหยาบดูสมจริงอะไรหรอกนะ  แต่ตัวคำพูดแต่ละประโยค ที่แม้จะสั้น แต่มันเล่าและสื่อบุคลิกตัวละครได้เยอะมากๆ

“นี่มึงชอบกูอยู่สิ”
“อืม”
“ไหนมึงลองจูบกูดิ … กูอยากรู้.. ว่ามึงจะโกหกหรือเปล่า”

สาวผมยาวชื่อต๊ะ (ในเรื่อง) เธอพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ  แต่เราว่าไม่ใช่แสดงแข็งนะ …
.. คือ บทพูดนี้น่ะ เรามองว่า มันเป็นบทพูดของผู้หญิงที่ดูภายนอกเหมือนจะเข้มแข็ง ทั้งต้องการและทั้งหวั่นกลัวที่จะมีคนเข้ามาในชีวิต
.. บทพูดสั้นๆ ไม่กี่คำ แต่มันสื่อเรื่องราวเยอะมากๆ…
(แต่ว่า.. คุณน้องต๊ะเจ้าขา…  ไม่เคยได้ยินหรือคะว่า ผู้ชายสามารถมีอะไรกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักได้.. กะอีแค่จูบจะไปรู้ได้ไงคะว่า เขาโกหกหรือเปล่า..)

“แล้วไอ้สัตว์ที่ไหนอ่ะ มันบอกว่าถ้าอยากได้ใจใครอ่ะ ต้องให้ใจเขาก่อนน่ะ นี่หกปีที่กูให้แม่งไป ไมกูไม่เห็นได้เหี้ยอะไรกลับมา”

“ไอ้ยุ มึงจะทำเหี้ยๆ เลวๆ ยังไงก็ได้ แต่มึงอย่าทำอย่างนี้กับใครนะ”

เป็นอีกบทพูดที่โดนใจเลยล่ะ ;-)
แต่แหม.. ขอแซวหน่อยนะ.. หกปีทีมึงให้แม่งไป แล้วแม่งไม่ตอบอะไร มึงก็ได้ความทรงจำเหี้ยๆ กลับมาไงล่ะ ;-p

เห็นที่ headnote (ไม่รู้ว่าจริงๆ เรียกอะไร ที่อยู่แถบข้างบนน่ะ) มีเขียนว่า Bleach By Pass.. มิน่าล่ะ ถึงว่าสีมัน contrast แปลก  ไม่รู้ว่า Bleach bypass ที่ขั้นตอนการล้างฟิล์มเลย หรือว่าเป็น digital fx กันแน่ (บางทีเรียก Skip Bleaching)  แต่ไงก็ชอบนะ มันช่วยสื่ออารมณ์เรื่องได้เลยล่ะ

ที่ชอบอีกอย่างคือ.. การวาง timing ของเพลง บทพูด และจังหวะการตัดภาพ มันเล่าเรื่องได้ดีเลยล่ะ….

รัก/สาม/เศร้า
… ไม่รู้ว่าเข้าเมื่อไร….  อยากดูอ่ะ…

3 Responses to “รัก/สาม/เศร้า”

  1. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อืม ส่วนนึงที่ไม่ชอบในหนังไทยคือคำหยาบ
    บางเรื่องไม่รู้เป็นเหี้ยอะไร พูดหยาบทั้งเรื่อง(อ้าว!!!)
    55
    แต่อาจจะทำให้บทสนทนามันไหลลื่นละมั้ง
    หนังไทยที่ดูหลายเรื่อง เวลาที่ตัวละครพูดมันไม่ค่อยทำให้เชื่อเท่าไหร่
    ว่าตัวละครตัวนั้นพูดจริงๆ มันเหมือนท่องบทเอามากกว่า
    เช่นพี่ปูแบล๊กเฮดในเหล็กไหล XD
    แต่ลงได้มีคำหยาบแทรกไปเมื่อไหร่ แม่งลื่นชิบหาย(ยกตัวอย่าง)
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าบางเรื่องมันพูดหยาบกันทั้งเรื่อง ผมก็ไม่ค่อยอยากดูนะ
    ไม่ค่อยจรรโลงใจเลย :P
    เรื่องจุบนี่ผมว่ามองได้อีกแบบ
    คือจูบมันก็เหมือนเอาปากประกบกัน
    แต่สิ่งที่ต่างคืออารมณ์ จูบเก่งไม่เก่งนั่นอีกเรื่องนะ
    เวลาที่เราจูบคนที่เรารัก สัมผัสที่แสดงออกมาย่อมนุ่มนวล
    เหมือนจะสื่อความรู้สึกของเราให้คนรักได้รับรู้อย่างแนบแน่น
    ซึ่งอันนี้ผมคิดว่ามันต่างกับจูบแบบหื่นที่มีแต่ความใคร่
    แต่จะรู้ได้ยังไงว่ามันต่างกันหรือโกหกหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องลองดูละมั้ง XD
    ส่วนที่ว่าผู้ชายสามารถมีอะไรกับคนที่ไม่ได้รักได้ อันนั้นมันก็ไม่เชิงทีเดียวนะพี่
    เพราะผู้หญิงก็สามารถมีอะไรกับคนที่ไม่รักได้เช่นกัน
    มันก็แค่ส่วนนึงของคนในโลก ที่มีลักษณะนิสัยที่ต่างกันเท่านั้นเอง

    ส่วนตัวไม่ค่อยชอบยุทธเลิศเท่าไหร่ แต่ก็ยังดูงาน อ่านหนังสืออยุ่บ้าง
    จะว่าอารมณ์หมั่นไส้ก็ได้มั้ง อคติส่วนตัวล้วนๆเลย 5555
    เรื่องที่เกิดอารมณ์อยากดูมากๆของยุทธเลิศคือเรื่อง สายล่อฟ้า
    ทุกอย่างมันดูลื่นไหล(แน่นอนพูดหยาบเยอะ)
    อารมณ์บ้านๆ แต่บ้านๆแบบไทยๆเนี่ยละ ชอบจริงๆ

    แอบหมั่นไส้บทพูดนี้นิดนึง
    “แล้วไอ้สัตว์ที่ไหนอ่ะ มันบอกว่าถ้าอยากได้ใจใครอ่ะ ต้องให้ใจเขาก่อนน่ะ นี่หกปีที่กูให้แม่งไป ไมกูไม่เห็นได้เหี้ยอะไรกลับมา”
    นิยามความรักของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน
    ถ้าอยากจะรักใครก็ให้ไปโดยไม่หวังผลตอบแทน
    ถ้าสุขใจที่ให้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
    การที่เราคาดหวังสิ่งได้ตอบแทน แล้วบางครั้งมันไม่เป็นอย่างที่คิด
    คนที่เจ็บปวดคือคนที่คาดหวังไว้ โดยที่อีกฝ่ายอาจไม่แม้แต่จะรุ้ว่าเราเจ็บปวด
    “อยากให้ก็ให้ไปเห๊อะ ถ้าลำบากนักก็ไม่ต้องให้สิวะไอ้ห่า”
    ผมอาจตอบตัวละครตัวนั้นด้วยประโยคนี้ละมั้ง
    แต่สุดท้าย ยังไม่ได้กดไปดูเทรลเลอร์เลย แหะๆ

  2. ม้าลายกระป๋อง Says:

    เอิ๊กกก เพิ่งเห็น

  3. ์Noopook Says:

    เพศเดียวกันก็กูมึงเอ็งข้า เพศตรงข้ามก็เรากับชื่อฝ่ายตรงข้าม หรือไม่ก็ชั้นเธอบ้าง ไม่ค่อยจะได้ใช้คำหยาบคายสักเท่าไหร่ ยกเว้นบทสนทนาแบบอารมณ์พาไป เช่นกำลังวิจารณ์หนังเรื่องนี้เป็นต้น

    ยอมรับว่าอ่านบทท่อนที่ม้าลายพูดถึงแล้วก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน อ่านแล้วคิดว่าคู่สนทนาคือคนให้คำปรึกษาหรือไงเนี่ยแล่ะ ก็เลยรู้สึกเหมือนกับคนพูดเนี่ย เป็นคนไม่รับผิดชอบต่อการกระทำหรือตัดสินใจของตัวเองเท่าไหร่ แต่พอมาฟังจากในคลิป ถึงรู้สึกไปอีกแบบ เหมือนกับกำลังพูดกับคนที่ตัวเองได้ให้ความรักไป เหมือนกับรู้ว่าหมดหวังแต่แรก แต่ก็ยังได้ให้ไปตลอด หลอกตัวเองมานานว่าอาจจะเป็นตามบททีึ่ตัวเองพูดก็ได้ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่แบบนั้น สุดท้ายก็เหมือนกับมาขาดผึงเอาตรงนี้ล่ะมั้ง

    “ไหนมึงลองจูบกูดิ..กูอยากรู้ั..ว่ามึงจะโกหกรึเปล่า”
    ัผู้ชายจะจูบคนที่ตัวเองไม่รักก็ได้ แต่อาจจะไม่จูบก็ได้ ถ้าจริงๆเค้ารักอีกคนนึงน่ะนะ (คิดเอาจากชื่อเรื่อง)
    ประมาณคิดในใจว่า “กูจะมาทำให้เสียเรื่องด้วยการจูบมึงทำไมล่ะเนี่ย กูคิดจะปลอบใจมึงเฉยๆอ่ะ เกิดคนที่กูชอบมาเห็นหรือมีคนเห็นแล้วไปบอกคนที่กูชอบจริงๆ กูก็ฉิบหายอ่ะดิ” แบบนี้พอได้ป่าวน่ะ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: