« »

Travelling Salesman หนังที่ชาว nerd+geek ไม่ควรพลาด

by nuch

เห็นโปสเตอร์นี้ใน timeline โดย ACM Siggraph ..
แวบแรกก็งงว่า มันเป็นโปสเตอร์ภาพยนตร์? โปสเตอร์งานสัมมนา? ภาพ infographic? course เรียน?…?

แล้วก็ค้นพบว่ามันเป็นภาพยนตร์…  จริงๆ นะ! มันเป็นภาพยนตร์แนว intellectual thriller …!

พล็อตเรื่องประมาณว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ทำการว่าจ้าง (สุดยอด?) นักคณิตศาสตร์ 4 คนเพื่อมาแก้ปัญหา P VS NP ซึ่งถ้าแก้ได้สำเร็จ จะเป็นอะไรที่พลิกโลกใบนี้เลย ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัย hacker จะสามารถถอดรหัสที่ซับซ้อนทั้งหลาย แม้จะเข้ารหัสด้วยเทคนิคสุดล้ำ ก็สามารถเจาะได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที (ใครเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น หรือดูซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง Bloody Monday น่าจะเห็นภาพเหตุการณ์นี้ได้ชัด) หรือกระทั่งงานวิจัยทางชีววิทยา ที่จะสามารถลดระยะเวลาในการค้นคว้าวิจัย การเจริญเติบโต แพร่พันธุ์ และพัฒนาการของเชื้อโรคต่างๆ หรือการจำลอง life simulation ก็จะใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิมมาก (ในการ์ตูนเรื่อง Q.E.D. ก็มีตอนหนึ่งที่พูดถึงระยะเวลาและการทำงานการวิจัยด้านนี้)

ดูเหมือนว่าตัวเรื่องจะให้นักคณิตศาสตร์ 4 คนค้นพวกคำตอบของโจทย์นี้ แต่ทั้ง 4 คนต่างก็มีความรับผิดชอบในแต่ละส่วนของคำตอบ และเมื่อตัวแทนรัฐบาลจะขอซื้อสิทธิขาดในการวิจัย ก็มีคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย และก็เป็นปมขัดแย้งในเรื่อง…

สำหรับโจทย์ P VS NP นั้น..  เราคงไม่สามารถอธิบายได้ คงต้องยกเอาคำอธิบายจากเวป vcharkarn.com มาช่วย ดังนี้

ปัญหา P vs NP แทบจะกล่าวได้ว่าเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดในวงการนักเขียนโปรแกรม เพราะโปรแกรมถึงจะดีขนาดไหน แต่ถ้าทำงานช้ายืดยาดเหลือเกิน ก็คงไม่มีใครอยากใช้
นักคอมพิวเตอร์จึงต้องจัดประเภทของรูปแบบของงานตามความเร็วที่คอมพิวเตอร์จะสามารถทำได้
“P” (Polynomial time) คือรูปแบบของงานที่คอมพิวเตอร์สามารถทำได้เร็ว
“E” (Exponential time) คือรูปแบบของงานที่ต้องใช้เวลามาก อาจต้องใช้เวลาเป็นล้านๆปี
แต่รูปแบบงานทั่วไปของโรงงานอุตสาหกรรมห้างร้านทั้งหลาย ยากกว่าแบบ P แต่ก็ไม่ได้ยากเหมือนแบบ E จึงอยู่ตรงกลางและได้ชื่อว่ามีรูปแบบ “NP” (Nondeterministic Polynomial time) แต่ก็มีความเชื่อที่ว่างานในรูปแบบ NP นั้น ในความเป็นจริงอาจจะง่ายเหมือนอย่างงานในรูปแบบ P ก็ได้ เพียงแต่ยังไม่มีใครรู้วิธีเท่านั้นเอง
ถ้าจะมีเครื่องคิดเลขสักเครื่องแล้วคนคนหนึ่งอยากรู้ว่า 3329 คูณ 4547 ได้เท่าไหร่ กดเครื่องคิดเลขแปบเดียวก็ตอบได้แล้วว่าผลลัพท์คือ 15136963 แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าจะมีคนอีกคนหนื่งอยากรู้ว่า 15136963 เท่ากับเลขใดคูณกัน เขาอาจต้องใช้เวลาเป็นวันๆในการกดเครื่องคิดเลขไล่ไปเรื่อยๆ การ “คูณ” นั้น สำหรับคอมพิวเตอร์แล้วเป็นงานที่ง่าย เป็นงานในรูปแบบ P แต่การ “แยกตัวประกอบ” นั้นเป็นงานที่ยาก เป็นงานในรูปแบบ NP แต่ทั้งนี้ ไม่มีใครแน่ใจว่า “งานที่ยาก” นั้น ยากโดยตัวของมันเอง หรือยากเพราะมนุษย์เรายังไม่รู้วิธีจัดการที่เหมาะสม

ปัญหา P vs NP จึงเป็นเหมือนคำถามซ้อนคำถาม เพราะ P และ NP เองที่จริงก็คือรูปแบบของคำถามนี่เอง นักวิจัยส่วนที่เชื่อว่า P=NP จะพยายามหาวิธีแก้ปัญหาในรูปแบบ NP ให้เร็วขึ้น หากทำได้จริง คอมพิวเตอร์จะสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ระบบอินเตอร์เนตและเครือข่ายสัญญาณทุกรูปแบบจะมีวิธีปรับปรุงใหม่ โรงงานอุตสาหกรรมจะถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เส้นทางเดินเรือและระบบส่งสินค้าจะได้รับการพัฒนา
เสน่ห์อย่างหนึ่งของโจทย์ปัญหาข้อนี้ก็คือ หาก P=NP จริง การพิสูจน์ว่า P=NP จะสามารถทำได้โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ล้วนๆไม่ต้องใช้คณิตศาสตร์เลย หากจะมีเด็กประถมสมองใส หาวิธีการทำงานหนึ่งงานใดในรูปแบบ NP-complete ให้เสร็จอย่างรวดเร็วได้ ก็จะได้ชื่อว่าพิชิตปัญหา P vs NP แล้ว จะอย่างไรก็ดี แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่ทุ่มเทเวลาให้กับงานวิจัยก็ยังไม่พบวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้น

ที่มา: http://www.vcharkarn.com/varticle/38718

กำหนดฉายของภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ยังไม่ทราบ รู้แค่ว่ามีกำหนดฉายที่ว่า New York City International Film Festival ในวันที่ 9-16 สิงหาคมนี้

ส่วนที่ไทย เราคาดว่าคงไม่เข้า …
ก็คงต้องตามดูกระแสว่าจะมีโอกาสให้เราได้ยลในที่แห่งใดบ้าง

สำหรับเราแล้ว เรื่องนี้น่าดูนะ แม้จะมีความรู้สึกว่า เราได้หลับขณะดูแน่ๆ แต่ก็ยังอยากดู

 ข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้ที่ http://www.travellingsalesmanmovie.com/

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: