« »

True เอ๋ย.. เราขาดกัน!

by nuch

ขอบันทึกเรื่องราวนี้ไว้สักหน่อย … จะรอดูสิว่า True จะเล่นแง่อะไรกับเราอีก

วันนี้ไปจัดการขอย้ายค่ายเบอร์เดิมมาแล้ว หลังจากที่ Truemove ทำตัวมีปัญหากับเราหลายรอบ..

จริงๆ แต่ก่อนเราชอบ True นะ..  จนกระทั่งมีโทรศัพท์ Blackberry… และ True ช่วยแก้ปัญหาเนตรั่วในช่วงที่เราได้เครื่องใหม่ๆ และกำลังจะตัดสินใจซื้อ BB package โดยแนะนำวิธีแก้ปัญหาว่า
“ก็อย่าใช้ BB สิคะ”…

ณ ช่วงเวลานั้น ยังไม่มีกฎหมายอนุญาตให้ย้ายค่ายเบอร์เดิมได้..  และรุ่งขึ้นหลังจากที่ True ตอบเราอย่างนั้น เราก็เดินเข้าร้าน Dtac เพื่อซื้อเบอร์ใหม่เพื่อใช้ Blackberry

ช่วงนั้นทำให้เราต้องถือโทรศัพท์ 2 เครื่องไปพักใหญ่ จนกระทั่งเริ่มมีกฎหมายอนุญาตให้ย้ายค่ายเบอร์เดิมได้ ..  แต่.. เราก็ยังไม่ได้ย้าย เพราะตอนนั้นเพื่อนๆ เริ่มคุ้นเคยกับเบอร์ใหม่ของเราล่ะ ก็เลยคิดอยู่ว่าจะปิดเบอร์ดีไหม
แต่ทว่า..
เกิดเหตุ Dtac เครือข่ายล่ม และวันนั้นเราก็รู้ซึ้งเลยว่าเราควรจะมี 2 ซิมที่เครือข่ายต่างกัน…  ก็เลยยังเก็บรักษาเบอร์ True ไว้เรื่อยมา

แต่… ก็มีปัญหามาเรื่อยๆ ทั้งเรื่อง sms ข่าวสารที่โดนเก็บเงินทั้งๆ ที่เราไม่ได้สมัคร และเรื่องเก็บเงินค่าเล่น facebook ทั้งๆ ที่เราเคยโทรยกเลิกไปแล้ว หลังจากที่ได้รับ sms แจ้งว่าจะเริ่มมีการเก็บเงินสำหรับเบอร์มือถือที่ sync กับ facebook account ซึ่งครั้งนั้นเราประมาทเองที่เราไม่เอะใจว่าควรจะมี sms แจ้งยืนยันว่าได้ทำการยกเลิกแล้ว

ซึ่งหลังจากครั้งนั้น เราเริ่มรำคาญการถือโทรศัพท์ 2 เครื่อง แต่ก็ไม่คิดจะหาเครื่องมือถือสองซิมหรอกนะ ก็พอดีว่ามีเหตุให้ไปต่างจังหวัดบ่อย และสัญญา wi-fi ของที่พักมันแย่มากๆ ก็เลยเอาซิมของ Truemove มาใส่ aircard ซะ และก็ใช้ซิมนี้กับ aircard มาตลอด
aircard ที่ใช้จะรับ sms ได้ ซึ่งเราจะได้รับ sms แจ้งเตือนชำระเงินทุกครั้ง และทุกเดือนก็จะมีจดหมายกระดาษเป็นใบแจ้งหนึ้มาทุกครั้ง

แต่.. 2-3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ sms แจ้งเตือนชำระเงิน  ไม่มีใบแจ้งหนี้  แต่เราก็จ่ายเงินทุกเดือน โดยไปถามยอดและชำระที่เคาท์เตอร์เลย… ก็รู้สึกเอะใจล่ะว่าไม่มีใบแจ้งหนี้ เราไม่ได้สมัครให้ส่งใบแจ้งหนี้ผ่านอีเมล์ หรือบอกยกเลิกใบแจ้งหนี้แบบกระดาษนี่นา  ก็เลย login เข้าไปที่ Truemove ที่ทุกครั้งจะ login เข้าไปเช็ครายละเอียดการใช้งานและยอดค้างชำระ…
แต่ปรากฎว่า True เปลี่ยนระบบ  และยกเลิก account ที่เราเคยใช้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า !

ก็ไม่เป็นไร สมัครใหม่ก็ได้ โดยใช้อีเมล์เดิมที่เคยสมัคร แต่ปรากฎว่าสมัครรอบนี้ บังคับให้ต้องกรอกเลขที่บัตรประชาชนหรือเลขที่พาสปอร์ต  … เราเริ่มรู้สึกไม่ชอบล่ะ รู้สึกว่าเขาเอาข้อมูลส่วนตัวมากเกินไปล่ะ

พอสมัครเสร็จปรากฎว่า เบอร์ True ที่เราใช้อยู่ไม่เข้ามาในชื่อเรา ก็เลยต้อง chat กับเจ้าหน้าที่ (ไม่สามารถโทรเข้าศูนย์บริการลูกค้าได้ เนื่องจากเคยโทรไปแล้วต้องถือสายรอไม่ต่ำกว่า 30 นาที เป็นอย่างนี้มามากกว่า 3 ครั้งติดกัน และพอให้เบอร์โทรกลับก็มีโทรกลับมาแค่ครั้งเดียว หลังจากที่ให้เบอร์โทรกลับไป 2 รอบ และโทรมาหลังจากวันที่ให้เบอร์ครั้งที่สองไป 3 วัน) ก็ได้ความว่า เบอร์โทรจะ sync กับเลขที่บัตรประชาชนที่จดทะเบียนเท่านั้น กรณีของเรา เบอร์ของ True ที่เราใช้ จดทะเบียนในชื่อพี่ชาย ฉะนั้น เราต้องสมัครโดยใช้เลขที่บัตรประชาชนและอีเมล์ของพี่ชาย ซึ่งทุกอย่างที่อยู่ในเครือข่าย True ภายใต้เลขที่บัตรประชาชนนี้จะถูกดึงมาที่ email ที่ใช้สมัครอีเมล์เดียว (หนึ่งอีเมล์ต่อหนึ่งเลขบัตร)
นี่มันเหมือนกับว่าเราต้องสวมรอยเป็นพี่ชายมากระทำการไม่ใช่หรือ?
หลังจากนั้นเราก็มีถามเจ้าหน้าทีว่า ทำไมถึงเปลี่ยนระบบ? ทำไมถึงยกเลิก account เดิม? ทำไมถึงไม่แจ้งล่วงหน้า? ทำไมไม่มี sms เตือนให้สมัคร?
ซึ่งทุกคำถาม คุณเจ้าหน้าที่แปลงกายเป็นระบบบอทที่ตอบด้วย  copy+paste ว่า
“ต้องขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ”

:? เราก็เลยถามต่อว่า “และถ้าจะย้ายค่ายต้องทำอย่างไรบ้างคะ”
คำตอบที่ได้คือ “ต้องขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ ทางเราไม่มีข้อมูล ต้องโทรสอบถาม 1331 ค่ะ”

1331 เป็นเบอร์โทรที่ถือสายรอนานมาก ถ้าไม่ใช้เครื่องโทรศัพท์บ้านโทรก็คงโดนค่าโทรแพงโข…  อันนี้ก็ไม่เข้าใจจริงๆ บอกว่าเป็นเบอร์บริการลูกค้า แต่ทำไมต้องให้ลูกค้าจ่ายค่าโทรเข้าเบอร์นี้ด้วย .. โทรเบอร์บ้านคิดครั้งละ 3 บาทยังพอเข้าใจ แต่โทรมือถือคิดเป็นนาทีเนี่ย.. แถมยังต้องถือสายรอไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง มันรู้สึกเหมือนลูกค้าโดนเอาเปรียบอยู่นะ

และแล้วก็ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย…  True ทำให้เราเดินเข้าร้านมือถือเครือข่ายอื่นทันที…

ด้วยความที่เบอร์ที่ใช้ประจำอยู่เป็น Dtac และอยากให้ 2 ซิมที่มีอยู่ใช้เครือข่ายที่ต่างกัน ฉะนั้นเราก็เลยเดินเข้า AIS Shop ทันที…

ทาง AIS บอกว่า ถ้าจะย้ายค่าย ต้องให้โอนเบอร์เป็นชื่อเราก่อน ถึงจะทำการย้ายค่ายได้
แต่.. น้องชายเราเคยเตือนว่า ถ้าเราโอนเบอร์เป็นชื่อเรา อายุสัญญาก็จะนับหนึ่งเริ่มต้นใหม่ โดยเฉพาะ True ที่พยายามผลักดันให้ลูกค้า Truemove ย้ายไป TruemoveH และต้องเซ็นสัญญา 6 เดือน..

พอพนักงาน AIS รับทราบกรณีนี้ก็แนะนำว่า ให้พี่ชายเราทำหนังสือมอบอำนาจให้เราดำเนินเรื่องย้ายค่าย และหลังจากนั้นย้ายค่ายได้สำเร็จสัก 3-4 วันก็ค่อยมาทำเรื่องโอนเบอร์ให้เป็นชื่อเรา
.. เพราะถ้าโอนเบอร์เป็นชื่อเราก่อนย้ายค่าย เราก็ต้องอดทนรอ 6  เดือนจนกว่าจะหมดสัญญา..

เย็นนั้นเราก็จัดการทำหนังสือมอบอำนาจให้พี่ชายเซ็นให้ทันนี้

วันนี้ก็จัดการไป AIS shop อีกครั้งเพื่อทำดำเนินการย้ายค้าย คุณเจ้าหน้าที่ก็บริการได้ดีมาก จะมีก็ปัญหาก็แค่ที่เราแหละ ที่เราไม่รู้ว่าตอนพี่ชายจดทะเบียนเบอร์กับ True พี่ชายใช้คำนำหน้าว่าอะไร
คุณเจ้าหน้าที่ AIS บอกว่า จำเป็นต้องรู้ เพราะหลายครั้งที่ True ไม่อนุมัติให้ย้ายค่าย เพราะว่าคำนำหน้าไม่เหมือนกัน เช่นว่า ตอนจดทะเบียนกับ True ใช้คำนำหน้าว่า “คุณ” แต่พอจะย้ายค่าย ใช้คำนำหน้าว่า “นาย” ทาง True ก็ไม่อนุมัติให้ ทำให้ลูกค้าต้องมายื่นจดใหม่เพื่อให้ใช้คำนำหน้าให้ตรงกัน…
:?
คุณเจ้าหน้าที่ AIS บอกให้เราเก็บใบเสร็จและเอกสารขอย้ายค่ายให้ดี ถ้าไม่ได้รับอนุมัติจะต้องมีเอกสารแจ้งและให้เรามายื่นขอใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก

ให้ตายเหอะ True …  รู้สึกว่ามันทำตัวงี่เง่ายังไงไม่รู้

ปัญหากับ True ยังไม่จบนะ นอกจาก Truemove แล้วก็ยังมี Truevision ซึ่งเป็น cable TV ที่ล่าสุดทำเหตุอีกแล้ว…
อยู่ๆ Truevision ก็ดูไม่ได้ พอโทรไปสอบถามก็บอกว่าอายุสมาชิกเราหมด และไม่สามารถต่ออายุสมาชิกได้ เพราะ ณ วันที่เราโทรไป มันเลยช่วงเวลาต่อแล้ว
รู้สึกเหมือนโดน True แกล้งยังไงก็ไม่รู้ เพราะเขาไม่ส่งใบแจ้งเตือนให้ต่ออายุสมาชิกมาเลย และทางเราโทรไปหลังจากรู้ตัวว่าดูไม่ได้ 3 วัน (3 วันก่อนหน้าที่จอดับยังดูได้อยู่)

เราก็บอกว่าพ่อว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องสมัครใหม่ล่ะ เพราะเราเองก็ไม่ได้ติดรายการอะไรใน Truevision เลย และนานๆ ก็ดูที ซึ่งสิ่งที่ดู ก็ดูมันซ้ำๆ มาหลายวันล่ะ ถ้าพ่ออยากติดเพิ่ม เราแนะนำให้ติด GMMZ ดูทีวีดาวเทียมช่องอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเสียรายเดือน

น้องชายเราก็บอกว่า เอาจริงหรือ? ช่วงนี้เขารณรงค์ไม่ให้ติด GMMZ เพราะประท้วงเรื่องยูโรจอดับ…  เราก็ว่า เราไม่ร่วมประท้วงด้วยนี่ เพราะเห็นว่ากรณีนี้ True ผิด เขามีช่วงให้เจรจา True ก็ไม่ยอมเจรจาเอง และการที่ True โฆษณาว่าดูช่องฟรีทีวีได้ แต่พออายุสมาชิกขาด True ตัดสัญญาณทุกช่องรวมถึงช่องฟรีทีวีด้วยเนี่ย เรามองว่าฟรีทีวีที่สามารถดูได้ด้วยระบบ True นั้นเป็น Pay TV  อีกทั้งการที่ True โฆษณาว่าสามารถดูช่องฟรีทีวีได้นั้นเป็นการใช้ฟรีทีวีในเชิงการค้าโดยที่ True ไม่ได้จ่ายเงินให้ช่องฟรีทีวีนั้นเลย ดูแล้วเหมือน True กำลังเอาเปรียบฟรีทีวีด้วยซ้ำ

ณ ตอนนี้ เราตัดขาด Truemove, Truevision แล้ว

ส่วน TrueCoffee ก็ไม่ได้เข้านานมาก และคงตัดขาดที่สิ้นปี เพราะบัตรหมดอายุที่สิ้นปี (ยกเว้น True จะงี่เง่ายกเลิกบัตรก่อนเวลา)

เหลือ True internet ที่ยังตัดไม่ได้ เพราะยังไม่สายสัญญาณจากผู้ให้บริการรายอื่นมาที่หมู่บ้าน

แต่อีกหน่อยก็ไม่แน่..  เพราะเริ่มเห็นทางเลือกอื่นเข้ามาล่ะ

เดี๋ยวรอดูสิว่าหลังจากนี้ 3 วันเราจะต้องไปยื่นเอกสารใหม่หรือเปล่า และถ้าต้อง ก็อยากรู้ว่าเขาให้เหตุผลว่าอะไร :evil:

 

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: