« »

ก่อน “หลง”

by nuch

เมื่อวันจันทร์ (1 เมษา) ไปงานหนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์  ก็ได้หนังสือมากองหนึ่ง  โดยกองใหญ่นั้นคือหนังสือการ์ตูนเรื่องแขนกลคนแปรธาตุ (Fullmetal Alchemist) แบบครบชุด 27 เล่ม  การ์ตูนที่ขึ้นหิ้งเรื่องโปรดทันทีหลังจากที่ดู anime จบ ทั้งเล่นเกมบน ps2 และ ds แต่ไม่เคยได้อ่านฉบับ manga เลย

มาวันนี้ก็ตั้งเป้าไปงานหนังสืออีก แต่เพื่อหนังสือเล่มเดียวเท่านั้นคือ “หลง”  หนังสือเล่มใหม่ล่าสุดของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ มาเพื่อที่จะเอาลายเซ็นด้วย เห็นใน facebook บอกว่าคุณผมอยู่ข้างหลังคุณจะมาเวลาบ่ายสองโมง เราก็ตั้งใจมาในเวลานั้นเลย

lost_cover

ตอนแรกที่บอกที่บ้านว่าวันนี้จะไปงานหนังสือนะ  ที่บ้านก็บ่นว่าไปทำไมวันนี้ คนเยอะมากๆ  เราก็บอกว่า รู้ว่าเยอะ แต่วันนี้เป็นวันที่คนเขียนหนังสือที่เราอยากได้เขาจะมาแจกลายเซ็น  หนังสือของเขาทุกเล่มที่เรามี มีลายเซ็นเขาหมด จะให้ขาดเล่มนี้ก็กระไรอยู่  แล้ววันนี้ก็คนเยอะมากตามคาด  ชนิดที่ว่าออกจากบันไดเลื่อนรถไฟใต้ดินก็จะเจอเจ้าหน้าที่จัดจราจรทางเท้าบังคับเส้นทางเดินเข้างานไปอีกทางแทน ซึ่งก็ไม่มีทางที่จะเข้างานทางปกติหรือทางอื่น เพราะกระแสคนที่มาทางใต้ดินมันไหลและผลักดันเราไปเข้างานด้านหน้าที่ต้องเดินขึ้นชั้นสองไป
เข้าไปในงานก็ตรงดิ่งไปที่บูธ D2 เลย จำตำแหน่งได้ เพราะเมื่อวันจันทร์มาสำรวจไว้เรียบร้อยแล้ว  ไปถึงก็ตามคาด คนแน่น รอคิวลายเซ็นพี่หมอ (ผมอยู่ข้างหลังคุณ)  แต่รอบนี้โต๊ะที่พี่หมอนั่งเซ็นไปอยู่หลังชั้นหนังสือขนาดเล็กแฮะ ทำให้พี่หมอเซ็นเสร็จต้องลุกขึ้นมายื่นให้คนอ่าน ถึงจะได้เห็นหน้าเห็นตานักเขียนสักที

ประทับใจที่พี่หมอจำเราได้ด้วย  จำได้ด้วยว่าเราเคยบอกว่าชอบ Lifescan มากที่สุด (ตกใจนิดๆ ด้วยที่โดนจำได้ :D )

lost_sign

ได้หนังสือพร้อมลายเซ็นเสร็จปุ๊ป ก็ตรงดิ่งออกจากงานทันที ใจจริงก็อยากเดินงานต่อนะ แต่ปริมาณคนมหาศาลขนาดนี้ อีกทั้งเราเพิ่งฟื้นจากไข้หวัดด้วย และก็มาเก็บหนังสือที่ต้องการไปบ้างแล้วตั้งแต่วันจันทร์ วันนี้ก็เลยขอยอมแพ้ก่อนล่ะกัน

“หลง” หนังสือเล่มที่ 8 ของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ  เป็นเล่มที่จะว่าไปก็เป็นที่สุดในหลายด้านนะ เทียบกับในบรรดาหนังสือทั้งหมดของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ  เป็นเล่มที่ใหญ่ที่สุด หนาที่สุด มีจำนวนตัวอักษรที่เขียนเยอะที่สุด และในสายตาเรา จัดรูปเล่มได้สวยที่สุด

เท่าที่เปิดดูคร่าวๆ “หลง” เหมือนกับเป็นหนังสือท่องเที่ยวพาทัวร์ญี่ปุ่นแฮะ ดูผิดแผกจากที่คาดเดาไว้มาก

จะว่าไป ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศหนึ่งที่เราอยากไปมากๆ  ตั้งแต่เด็กแล้ว  แต่ไม่ได้ไปสักที ตอนที่เริ่มมีโอกาสได้ออกนอกประเทศ เคยบอกกับแม่ว่าอยากไปญี่ปุ่น แต่แม่บอกว่ายาก เพราะเราเป็นผู้หญิง ถ้าผู้หญิงไปญี่ปุ่น และในพาสปอร์ตไม่ค่อยเดินทางไปที่ไหนไกลๆ ส่วนใหญ่ทางญี่ปุ่นจะไม่ให้เข้า เพราะกลัวจะไปเป็นโสเภณีที่นั่น  หรือแม้ว่าเราจะไปกับแม่ เขาก็อาจจะไม่ให้เข้า เพราะเคยมีข่าวแม่พาลูกไปขายตัวที่นั่น
… เฮ้อ  เกิดเป็นหญิงไทยนี่มันเหมือนโดนตีตรายังไงไม่รู้  ตอนที่อยู่อเมริกาก็เจออะไรแนวๆ นี้บ่อยมาก จนเราโมโหรัฐบาลไทยที่ไม่พยายามแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศเลย

หน้าปก “หลง” มีเขียนไว้ว่า

ในชีวิตคนเราควรมีประสบการณ์ ‘หลง’ สองอย่าง
หนึ่งคือ ‘หลงทาง’ และสองคือ ‘หลงรัก’

ซึ่งเราก็มีครบทั้งสองอย่างแล้ว  แถมยังมีอย่างที่สามด้วย คือ ‘หลงลืม’

เป็นการหลงลืมที่สร้างประสบการณ์และบทเรียนที่ฝังใจไปนานเลย
ลืมพาสปอร์ตไว้ในลังสิ่งของที่ส่งกลับประเทศไทยทางเรือ ในตอนที่กำลังจะกลับไทยถาวร หลังจากที่จบการเรียนที่อเมริกาแล้ว

เป็นประสบการณ์ที่พี่คนหนึ่งปลอบเราว่า อย่าตกใจ อย่าเสียสติ  มันเป็นประสบการณ์ที่น้อยคนจะมีได้นะ

อืม…  ก็น่าอยู่หรอก  การที่จะเดินทางออกจากอเมริกาและกลับเข้าประเทศไทยโดยไม่มีพาสปอร์ตเนี่ย  คงไม่ค่อยมีใครทำกันหรอก :roll:

ใจจริงตอนนี้อยากอ่าน “หลง” ให้รวดเดียวจบ  แต่ทว่า เรายังมีงานสำคัญที่ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อน 20 เมษายนนี้

ฉะนั้นแล้ว จำต้องเก็บ “หลง” ขึ้นหิ้งและเร่งปั่นงานก่อน  ดีเหมือนกัน จะได้มีแรงกระตุ้นให้ปั่นงานให้ไวขึ้นเพื่อที่จะได้ “หลง” ไวๆ

เฮ้อ อยากหลงทางในญี่ปุ่นบ้างจัง 8)

2 Responses to “ก่อน “หลง””

  1. A Says:

    เดี๋ยวเก็บตังค์ไปหลงกับ อยาบไปพิพิธภัณฑ์จิบิ อยากกินโมจิสด

  2. love birds cake topper diy Says:

    Very good blog post. I absolutely love this website. Continue
    the good work!

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: