« »

มุขจบ

by nuch

ต่อเนื่องจาก blog ที่แล้ว

การง้อ.. ก็คือ รูปแบบหนึ่งการพยายามหามุขจบของปมปัญหา
… ก็เลยเลยเถิดมาคิดถึงเรื่องต่างๆ..

เวลาที่เราดูหนัง อ่านหนังสือ หรือกระทั่งแต่งเอง  หลายครั้งที่คนแต่งพยายามสร้างปมปัญหาให้ตัวละคร เพื่อทำให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าสนใจ  และเพื่อชวนให้ติดตาม ให้คนดูตื่นเต้น รู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปเรื่องด้วย บ่อยครั้งที่ผู้แต่งจะใส่เดิมพันในการแก้ปมปัญหา โดยใช้เดิมพันที่สูงถึงชีวิต…    และนี่เองล่ะมั้ง อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การง้องอนของตัวเอกมักจะจบด้วยการเอาชีวิต…

บางครั้งเราผูกปมปัญหาไว้ซับซ้อนกันมากเกินไป จนไม่รู้จะจบยังไงดี…

เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า เวลาที่เขาหาทางจบให้เรื่องที่เขาแต่งจบไม่ได้ เขาก็จะเล่นมุขว่า มนุษย์ต่างดาวบุกยึดโลกบ้าง อุตกาบาตพุ่งชนโลกบ้าง ให้มันตายๆ ให้หมด  เรื่องก็ไม่ต้องมีต่อไป
-__-‘
…เอ่อ… ตอนนั้นเราก็ว่าเป็นมุขจบมักง่ายนะ  แต่หลังๆ ก็เห็นอะไรคล้ายๆ กันบ่อยในหนัง ในละคร…
เวลาที่มีตัวร้ายที่ร้ายมากๆ เก่งเกิน ชนิดจนปัญญาไม่รู้วิธีปราบ  ก็ต้องอาศัยลิขิตฟ้า ทำให้เขาตายบ้าง หายสาบสูญบ้าง เป็นบ้าบ้าง แล้วก็อ้างว่าสวรรค์ไม่เข้าข้างคนเลว … น้อยครั้งที่จะเจอตัวร้ายที่สำนึกผิดได้ กลับตัวกลับใจเป็นคนดี…   หรือบางทีก็เจอในลักษณะมารยา  แสร้งทำเป็นเหมือนกลับใจได้ (หรืออาจจะกลับใจได้จริง แต่มีเหตุบังคับให้เป็นอย่างเดิม) แล้วก็สร้างปมปัญหาใหม่ยืดเรื่องต่อไป…

เราชอบตอนจบแบบที่ตัวร้ายกลับใจได้นะ…  รู้สึกว่าตัวเรื่องได้สอนคนให้เรียนรู้เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต…  (ถ้าอ้างตามสูตรสำเร็จการสร้าง story ก็คือตอบคำถามที่ว่า What does the character learn? ได้)
แต่กับตัวร้ายบางตัว การจบแบบให้ตายหายไป หรือเป็นบ้า  เราว่าเป็นการจบเพื่อความสะใจของคนแต่ง และคนดู  เหมือนกับว่าได้เห็นการแก้แค้นอย่างนั้นน่ะ  ซื่งถ้ามองในแง่ชีวิตจริง… เราไม่ชอบ…
เหตุผลหนึ่งก็คือ…
ในชีวิตจริง เราเห็นคนดีอายุสั้น คนสามานย์อายุยืน จนแทบจะเชื่อคำจีนที่ว่า “คนดีรังแกง่าย” เสียแล้วสิ
บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า การอดทนที่จะต้องอยู่ร่วมกับคนเลวๆ เพียงเพื่อรอวันที่คนเลวนั้นตายไปเนี่ย มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราได้แต่นั่งรอโชคชะตาเลยนะ…   แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราควรจะลุกขึ้นมา เอาปืนเอามีดไปฆ่าตัวร้ายนะ…   ถ้าสามารถเสี้ยมสอน อบรม หรือสร้างอิทธิพล สิ่งแวดล้อมที่สามารถเปลี่ยนแปลงคนไม่ดีให้มีจิตสำนึกกลับตัวกลับใจได้… สิ่งนี้ต่างหากที่น่าจะทำกัน…

ฉากจบ.. เป็นส่วนที่จัดว่ายากที่สุดในการเขียนเรื่อง…   คนดูจะชอบไม่ชอบ ประทับใจหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฉากจบเนี่ยแหละ…

มีหนังมีละครหรือหนังสือหลายเรื่องนะ ที่ขึ้นเรื่องดี ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม สนุกตื่นเต้นมากๆ แต่มาตายที่ฉากจบ…
อย่างละครญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง (ขอไม่บอกชื่อเรื่องกัน กลัวสปอยล์).. วางพล็อตเรื่องได้น่าสนใจมาก  เดินเรื่องก็ดี… ตัวละครแต่ละตัวมี background ที่น่าสนใจ..  พระเอกของเรื่องเป็นกึ่งๆ นักข่าว นักสืบ พยายามจะสืบและแฉเบื้องหลังนัการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งก็คือพ่อของเขาเอง ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้ว แต่เกลียดพ่อของเขา เพราะคิดว่าการที่พ่อทิ้งเขาไปเป็นเหตุให้แม่ตาย… ฝ่ายนักการเมืองก็ไม่รู้ว่านั่นคือลูก ก็พยายามจะกำจัดเขา..   ความที่ตัวเอกเรามุ่งมั่นแต่การแก้เค้น ทำให้ละเลยคนรอบข้าง และมองโลกในแง่ร้ายตลอด จนได้รู้จักกับนางเอก… แต่เขาก็ไม่เคยแสดงออกความรู้สึกของเขาเลย ขณะที่นางเอกเป็นฝ่ายที่แสดงออกและตรงไปตรงมากับความรู้สึกของตัวเอง และมองโลกในแง่ดีตลอด…เรื่องก็ดำเนินไปโดยที่พระเอกเราก็เป็นฝ่ายเย็นชา เฉยชาตลอด และเริ่มเรียนรู้ที่จะใส่ใจคนรอบข้าง เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อโลก.. จนกระทั่งตอนสุดท้าย พระเอกได้หลักฐานชัดเจน และส่งตีพิมพ์สำเร็จ และก็นึกถึงนางเอก.. ขณะที่พระเอกจะไปหานางเอกเพื่อที่จะบอกความในใจ พระเอกเราก็ตาย…  นางเอกได้รอแล้วรอเล่า รอพระเอกมาตามคำสัญญา….

ที่จริง เราชอบนะที่เรื่องจะจบแบบให้ตัวละครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย และอีกฝ่ายต้องอยู่ต่อไปคนเดียวให้ได้..  แต่ว่า..  การตายของพระเอกในละครญี่ปุ่นเรื่องนี้น่ะ.. เรารับไม่ได้จริง…
คือ.. เราไม่ได้รับไม่ได้ที่การตายหรอกนะ  แต่รับไม่ได้ที่วิธีตาย..
ในเรื่อง.. ให้พระเอกตายขณะที่เดินไปหานางเอก ผ่านเขตก่อสร้าง แล้วเหล็กที่ใช้ก่อสร้างหล่นจากเครนมาทับพระเอกตาย….
รับไม่ได้จริงๆ อ่ะ…  คือ ถ้าจะตายด้วยการแก้แค้นของลูกน้องนักการเมือง..  เจออุบัติเหตุรถชน ก็ยังพอรับได้นะ..  แต่นี่. เดินผ่านเขตก่อสร้าง  แล้วเหล็กหล่นทับตายเนี่ยนะ !   มันไม่ใช่อุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ เลย  และที่ผ่านมา ตัวเรื่องไม่เคยพูดถึงเรื่องเขตก่อสร้างหรืออะไรเลย  สถานที่ก่อสร้างก็ไม่ใช่อะไรที่คุ้นตาจากเรื่องนี้เลยด้วย… 
มันเหมือนกับว่า.. จบด้วยการที่อยู่ๆ ก็ให้มนูษย์ต่างดาวโรคจิตแวะมาเที่ยวโลกแล้วยิงคนเล่นเปรี้ยงเดียวแล้วก็ไปอย่างนั้นน่ะ..  ดูเหมือนฝืนๆ อยากให้จบๆ ไปซะยังไงก็ไม่รู้…
จริงอยู่ว่าตัวเรื่องอาจจะพยายามบอกว่า.. ชีวิตคนเราไม่เที่ยงนะ แต่การตายอย่างนี้มัน…ฝืนๆ มั่วๆ ยังไงไม่รู้ ไม่เข้ากับโทนเรื่องเลย  จากละครรักอบอุ่นกลายเป็น final destination ไปซะแล้ว…

แต่.. ถ้าเทียบกันแล้วก็ยังดีกว่าจบด้วยมุขปาหมอนนะ.. 

ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีใครกล้าจบแบบนี้ด้วย…
เราก็ไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่อง shaman  king หรอกนะ  เคยได้ยินว่าสนุกมากๆ คนติดกับเพียบ  แต่.. พอเล่มจบออกมา กลายเป็นตำนานมุขจบที่คนอ่านแทบอยากจะไปกระทืบคนแต่งเลย… (อ่านรายละเอียดได้ที่ http://th.uncyclopedia.info/wiki/ปาหมอน )

ฉากจบ ก็คือบทสรุปเรื่องราวทั้งหมด..  มุขจบก็เหมือนกับวิธีแก้ปมปัญหา…  แต่หลายครั้งที่เราจะหาทางแก้ปัญหาไม่ได้สักที เราก็เลยจบเรื่องไม่ลงสักที… เฮ้อ…  เราก็ไม่อยากจบด้วยการปาหมอน หรือ โลกแตกหรอกนะ…  อดทนหน่อยนะ สำหรับคนที่รอฉากจบของโดจินหรือเรื่องแต่งของเรา…  อย่าบังคับให้ปาหมอนเลยนะ….

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: