« »

ทำไมถึงมาสนใจเรื่องการเมือง?

by nuch

หลายคนที่รู้จักเรามาก่อนที่จะมาอเมริกา… คงจะรู้ดีว่า แต่ก่อนน่ะ เราไม่อ่านข่าวการเมืองด้วยซ้ำ  ไม่เคยสนใจเรื่องการเมืองเลย…   วิชาเรียนที่ไม่ชอบมากที่สุด ก็วิชาสังคม โดยเฉพาะเรื่องของการเมืองการปกครอง …

เพราะอะไรนะหรือ??

ก็มันน่าเบื่อสำหรับเรา ณ เวลานั้น   เราไม่เข้าใจว่าเราจะเรียนรู้ระบอบการปกครองไปทำไม  ทำไมเราต้องรู้ด้วยว่า ใครเป็น สส. ใครเป็นรัฐมนตรี ใครเป็นนายก…  แล้วทำไมเราต้องรู้ด้วย ประธานาธิบดี หรือ ผู้นำของต่างประเทศคือใคร  และแต่ละประเทศปกครองกันยังไง…  
ณ ตอนนั้น เรายังเด็กอยู่  เราไม่เคยเข้าใจเลยว่า เรื่องอย่างนี้มันมีความสำคัญยังไง ..
..
จนกระทั่ง..  เรามาเรียนต่อ… 

เราเริ่มอ่านข่าวการเมือง ก็ตอนที่มาเรียนต่อ..  เหตุผลก็คือ คิดถึงประเทศไทย  อยากรู้ว่าเมืองไทยเป็นยังไงบ้าง  อยากมีเรื่องที่จะคุยกับพ่อได้…  แต่ถ้าให้อ่านแต่ข่าวอาชญากรรม ข่าวคาวบันเทิง  ก็รู้สึกมันไร้สาระยังไงไม่รู้  เพราะตัวเราไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว รู้ข่าวพวกนี้ไปก็เท่านั้น…  อีกทั้งข่าวพวกนี้มันไม่นำเสนอที่ช่องข่าวที่นี่ด้วย…   แต่ข่าวการเมือง เป็นข่าวที่ทำให้เรารู้ถึงสภาพของประเทศไทย..  สภาวะเศรษฐกิจ สังคม  ทำให้เรารู้ว่า สถานการณ์ที่ไทยเป็นยังไงบ้าง 

ตอนแรก.. ก็เพียงแค่รู้เผินๆ  เพราะพื้นฐานความรู้เราอ่อนด้อยยิ่งนัก   แต่พอเราเริ่มกลับมาเขียนโดจิน  และเริ่มอยากจะเขียนเรื่องใหม่ที่มีตัวละครของตัวเอง และเป็นเมืองในจินตนาการเราเอง..  เราก็พบว่า..  เฮ้ย ไม่ได้นะ  เมืองเราไม่สมบูรณ์ ตัวละครเราไม่สมบูรณ์ ถ้าเราไม่รู้ว่า ระบอบการปกครองเป็นยังไง  และส่งผลให้กับสภาพชีวิตชาวเมืองยังไง…  

ตั้งแต่นั้นมา เราก็เริ่มตามข่าวการเมืองมากขึ้น เริ่มพยายามจะเข้าใจระบอบการปกครองรูปแบบต่างๆ   เป็นพฤติกรรมที่เรียกว่าเปลี่ยนไปมาก จนเพื่อนบางคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น… 
(และทำไมทุกทีที่เรามีอะไรเปลี่ยนไป ทุกคนต้องมองว่า เรามีแฟนเนี่ย???   เราไม่ใช่คนที่จะทุ่มเทเปลี่ยนตัวเองเพียงเพื่อผู้ชายคนหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหนหรอกนะ …)

แต่ว่านะ..  เราเองก็มีปัญหาเรื่องการจำชื่อคนอย่างมากๆ   รัฐบาลไทยก็เปลี่ยนบ่อยเหลือเกิน  จำไม่ค่อยได้ว่าใครนั่งตำแหน่งไหน…  แต่พอผ่านไป 2-3 ปี .. มันเหมือนเก้าอี้ดนตรี ที่ผู้เล่นก็กลุ่มเดิมๆ ..  เป็น Loop ไปมา จนเริ่มจะจำชื่อได้ ประวัติบางคนได้แล้ว…  อีกทั้ง เข้าสู่ยุค www ข้อมูลทุกอย่างผ่าน google มีทั้งจริงทั้งเท็จ  แต่ก็ขุดคุ้ยประวัติย้อนหลังตั้งแต่รู่นพ่อรุ่นปู่ .. 
.. จริงอยู่ว่า เราจำชื่อคนไม่ได้ แต่.. เราจำเหตุการณ์ จำการกระทำได้!
ถ้าพูดถึงชื่อใครที่เราจำไม่ได้ แต่พอเล่าประวัติ หรือ สิ่งที่เขาเคยทำมา เราก็จะโยงเรื่องได้ถูกเลย 

พอเริ่มรู้ เริ่มเข้าใจการเมือง..   เราก็พบว่า.. เรื่องอย่างนี้มันสำคัญนะ  ทำไมตอนเราเรียน เราถึงไม่สนใจมันนะ ? ทำไมตำราเรียนเรื่องนี้มันน่าเบื่อนักนะ?  และอดคิดไม่ได้ว่า..  เป็นแผนหนึ่งของพวกหวงอำนาจหรือเปล่า?  ไม่ให้คนเรารู้สิทธิของตัวเองมากเกินไป  ไม่ให้รู้จักระบบมากเกินไป  เขาจะปั่นหัว โป้ปดอะไร ก็พูดได้ เราก็เชื่อกันหมด…   ทำเหมือนกับว่า การที่คนคนหนึ่งจะขึ้นมาเป็นชนชั้นปกครองได้ ต้องผ่านกระบวนการคัดสรรสารพัด  ทำให้กระบวนการนั้นดูน่าเชื่อถือว่า ได้กรองคนที่เหมาะสมจริงเข้ามา  และทำให้เราเชื่อมั่นว่า กระบวนการดี คนที่ผ่านกระบวนการนั้นก็ดี ไว้ใจได้หมด…

มันเหมือนกับเล่นเกมเลยนะ..  เกมมีจุดประสงค์แบบหนึ่ง แต่เราพอเรารู้ว่ามัน detect อะไร เราก็ไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งในเกมก็ได้
อืม..
ถ้าให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็เช่น minigame ใน mario party บน wii

มีเกมหนึ่ง ให้ลากเส้นตาม block ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมบ้าง วงกลมบ้าง สามเหลี่ยมบ้าง…  ซึ่งถ้าตามวิธีเล่นในเกมแล้ว ให้ใช้ wiimote ลากเส้นตาม path ที่กำหนด ซึ่งต้องคุมข้อมือดีๆ หน่อย เพราะรูปมันค่อนข้างเล็ก …  แต่ปรากฎว่า มีเพื่อนคนหนึ่ง ใช้ wiimote แกว่งไปมา เหมือนระบายสีให้เต็มเส้น path ซึ่งทำได้เร็วกว่ามาก และเกมก็ให้ผ่านด้วย… 
.. คือ เกมแค่ detect ว่า เส้น path นั้นมีสีเต็มเมื่อไร  แต่ไม่ได้ detect ว่า นอกเส้นนั้น จะเละเปรอะเปื้อนขนาดไหน…

ในเกมการเมืองก็เช่นกัน…
เราคิดว่า ระบบหลายๆ อย่าง หลายๆ ส่วนได้ทำการคัดกรองคนมาแล้ว  แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันก็เหมือนมีคนไป hack ระบบ และทำทุกอย่างให้ผ่านการ detection โดยไม่สนใจจุดประสงค์ของการ detection  ….ที่สุดแล้ว..  ก็เหมือนกับได้ของไม่ตรงตามความต้องการ…  แล้วจะใช้งานให้ได้ผลตามที่ตั้งไว้ก็คงยาก…

ที่ผ่านมา..  เราไม่เคยรู้ว่า กระบวนการ detection เป็นยังไง  และก็เคยหลงคิดว่า คนที่ผ่านมาได้เป็นคนที่เหมาะสมจริง  และไม่เข้าใจคนที่ไม่เห็นด้วย  คิดว่าเขามองโลกในแง่ร้ายเกินไป  ไม่ก็เล่นเกมหวงเก้าอี้กัน..   แต่ทว่า..  พอรู้ว่าระบบเป็นยังไง  พวกนี้ผ่านมาได้ยังไง  เราก็เริ่มเข้าใจ.. ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย… 
เคยพยายามที่จะให้ทั้งสองฝ่ายเห็นและเข้าใจในมุมมองของอีกฝ่าย  แล้วก็พบว่า…  มันยากนะ  ตราบใดที่แต่ละคนยึดมั่นในจุดยืนตัวเอง โดยไม่เข้าใจว่าระบบทั้งหมดมันเป็นยังไง … 

เรารู้สิทธิ รู้หน้าที่ แต่ถ้าไม่เข้าใจว่าจุดประสงค์ของการเกิดสิทธิ หน้าที่นั้น คืออะไร เพื่ออะไร  ทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่รู้ ไม่ได้ใส่ใจว่าที่ต้องทำมันเพื่ออะไร..  ถ้าไม่บังเอิญทุกคนทำด้วยความเข้าใจเดียวกัน มีจุดประสงค์เดียวกัน..  สักวัน ความขัดแย้งก็คงเกิดขึ้น 

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: