« »

Cloverfield

by nuch

Cloverfield poster

มีแต่คนบอกว่า เราต้องดูนะ Cloverfield ต้องดูให้ได้นะ…

พอดีวันนี้มีเหตุเครียดๆ หลายเรื่อง ก็เลย เอาวุ้ย ไปดูหนังคลายเครียดดีกว่า..  ปัญหาเรื่องบ้านช่างมันไปก่อน.. 

ก่อนไปดู ก็มีคนบอกว่า มันคือ Blair witch project นะ.. … เอ่อ.. ยังไมได้ดูเรื่องนี้เลยอ่ะ   รู้แค่ว่าทั้งเรื่องถ่ายด้วยกล้องวิดิโอ handheld และเป็นหนังทุนต่ำ   แต่อย่าง cloverfield จะเป็นหนังทุนต่ำหรือ?  (จะว่าไป มันก็ใช้ทุนน้อยกว่าภาพที่เห็นนะ)

ทุกทีเราก็ใม่ชอบหนังสัตว์ประหลาดสักเท่าไร ที่ไปดู ก็เพราะเรื่องของ fx  .. เรื่องนี้ก็เช่นกัน.. 
.. แต่..
พอดูจบ.. ชอบแฮะ 

ชอบเทคนิคการนำเสนอ การเล่าเรื่อง และการโปรโมท  มีลูกเล่นเยอะมาก.. ให้เก็บให้ติตตาม…

แต่ก็มีไม่ชอบเหมือนกันนะ…  ไม่ชอบที่นักแสดงเล่นไม่เก่ง  กับบทที่ดูจะฝืนๆ หน่อยๆ ในบางจุด…  แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายมากชนิดเสียอรรถรสในการรับชมหรอกนะ… 

จะไม่ขอเล่าเนื้อเรื่องแบบเจาะรายละเอียดนะ  กลัวสปอยล์ด้วย อีกอย่าง จุดที่เราสนใจในหนังเรื่องนี้คือเรื่องของ FX…

จุดแรกที่เห็นชัดเลยคือ..  เรื่องนี้ “พยายามทำให้เหมือน” ทั้งเรื่องถ่ายด้วยกล้องวิดิโอ handheld โดยตัวละครคนหนึ่งในเรื่อง… 
ที่บอกว่าพยายามทำให้เหมือน ก็คือตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว ที่เราเห็นภาพ เห็น camera shake แปลกๆ ไป  ก็เดาในแวบแรกว่า..  มันเป็น fx ที่ทำขึ้นทีหลัง  ไม่ได้ใช้กล้องวิดิโอพวก handycam , handheld อะไรถ่ายหรอก…  

ทำไมถึงคิดว่าไม่ใช่กล้องวิดิโอจริงน่ะหรือ?

จุดสังเกตแรก..  ความคมของภาพ..  ภาพมันชัดมากเกินไป..  แต่อันนี้เราก็ยังไม่แน่ใจมาก เพราะไม่เคยแตะกล้อง HD รุ่นซุเปอร์โปรที่ให้ภาพได้ชัดขนาดนี้  ที่เคยใช้ของโรงเรียน มันยังได้ภาพไม่ชัดขนาดนี้เลย  และที่เคยแจมงาน MV ของ Louise James ก็ไม่เคยเห็นภาพจาก HD camera ที่ชัดแบบนี้ ทั้งๆ ที่ถ่ายในที่ร่ม แสงน้อย กลางคืน…  ก็ไม่แน่ใจว่า เทคโนโลยีของกล้องวิดีโอมันวิ่งไปถึงไหนแล้ว

จุดต่อมา.. คือเรื่องของการเลียนแบบ auto focus, auto contrast ที่มักเกิดขึ้นประจำ เวลาถ่ายด้วยกล้องวิดีโอ handheld ตัวเล็ก ที่คนทั่วไปซื้อไปถ่ายเล่นๆ กัน…   ส่วนใหญ่ คนถ่ายมักจะตั้งให้เป็น auto adjustment กันตลอด  ดังนั้นเวลาที่ส่ายกล้องเร็วๆ หรือ zoom in/out เร็ว ภาพจะมีการวืบๆ เบลอๆ เพราะค่า auto ที่พยายามจะจัดการให้ได้ภาพคมชัด…   ในหลังมีใส่ลูกเล่นตัวนี้ด้วย..  แต่.. ไม่ได้ใส่ให้กับทุกช็อต…   โดยเฉพาะเวลาที่กล้องถ่ายไปยังจุดที่เป็นโคมไฟ หรือแสงสว่างใน Interior ..  ค่า auto จะต้องพยายามปรับ exposure ตลอด…  ซึ่งตรงนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นในหนังเท่าไร…   หรืออย่างเวลาที่กล้องถ่ายภาพจอโทรทัศน์น่ะ  ภาพบนทีวีมันคมชัดเกินไป มันไม่มีค่าที่จะเบลอเพราะแสงจ้าจากจอทีวี หรือค่าวืบๆ คล้ายๆ เส้นวิ่ง ที่เกิดจากค่า refresh rate ของกล้อง กับที่วีไม่เท่ากัน…

อีกจุดสังเกตหนึ่งที่ทำให้เราเชื่อว่าไม่ได้ใช้กล้อง handheld ถ่ายคือ เรื่องของการสั่นของกล้อง..   มันไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของตัวละคร  และมันไม่มี acting การสั่นด้วย..  อย่างฉากที่วิ่งหนีสัตว์ประหลาด แล้วพอหยุดวิ่งแล้วมาถ่ายวิดีโอต่อ..  จริงๆ กล้องความจะไหวขึ้นลง หรือซ้ายขวามากกว่านี้และเร็วกว่านี้ เพราะคนถ่ายหอบเเหนื่อย หายใจแรง ก็ส่งผ่ลให้มือที่ถือกล้องไหวไปด้วย….

ในส่วน fx อื่นๆ เราว่าทำได้ดีนะ ถ้ามีหลุด เราก็คงไม่ทันสังเกตเห็น เพราะเจอกล้องสั่นดึงความสนใจไปเยอะเหมือนกัน…

อยากฉากที่ตึกถล่มน่ะ… จริงๆ เหตุการณ์ก็เกิดที่ Manhattan, New York นะ  reference ก็มีจาก 9-11 อยู่แล้ว..  แต่ตอนที่ดู เรากลับรู้สึกว่า มันไม่น่ากลัวเลย.. ไม่รู้ว่าเพราะชินไปกับภาพเหตุการณ์ 9-11 ไปแล้ว หรือ.. เขาพลาดเรื่องการทำ scale และ acting รวมถึงฝุ่นผงที่โถมเข้ามา มันไม่ได้อารมณ์ของความน่ากลัวขนาดมหึมา?  แล้วก็สงสัยนะ..  ตอนที่ตึกถล่มน่ะ แน่นอนจากข้อมูลเหตุการณ์ 9-11 คนนิวยอร์กต้องเผชิญปัญหาขี้เถ้าเต็มเมือง.. และกว่ามันจะสงบได้ก็ตั้ง 3 วัน…  แต่ในเรื่องน่ะ.. ไม่ทันข้ามวันเลย…  จะว่ามี fx มีหลุด ก็มีนะ  เพียงแต่ว่าถ้าไม่ได้ใส่ใจกับมันมาก ก็ไม่ได้เสีย mood ตอนชมเท่าไร

ถึงจะมีไม่ชอบในหลายจุด  แต่เรื่องนี้ก็เป็นหนังสัตว์ประหลาดที่ทำให้เราอยากดูอีก และอยากได้ dvd มาเพื่อดู commentary …  และอยากดูภาคสอง ที่ไอเดียเป็นเรื่องเดียวกัน เหตุการณ์เดียวกัน แต่นำเสนอผ่านมุมกล้องของอีกคน…  ดูท่าจะสนุก เหมือนท้าทายกับการเล่าเรื่องดี… 

อ้อ.. ใครที่ยังไม่ได้ดู  ถ้าจะไปดู ไม่ต้องห่วงเรื่องมึนหัวหรอกนะ..  เราดูแล้วไม่ได้มึนหัวสักเท่าไร…
(แต่ก็ข้องใจหนอยๆ นะ  พวกเพื่อนที่บอก่ว่าเราต้องไปดูน่ะ..  พอเราไปดูมาแล้ว แล้วไปบอกพวกเขา.. เกือยทุกคนจะถามว่า  มีนหัวไหม อ๊วกไหม  แทนที่จะถามว่า ชอบไหม สนุกไหม ถูกใจไหม…  แหม.. ถ้าดูแล้วมึนหัว แล้วให้เราไปดูเพื่อประสบการณ์มึนหัวเนี่ย..  คิดจะหาเพื่อนเล่นเฮอร์ริเคนหรือ?)

เราว่าคนทำ fx เขาปราณีคนดูนะ ไม่ใส่ camera shake ให้สมจริงตลอดเวลา  เขามีช่วงให้พักบ้าง…  แต่ถ้าอยากเห็นสัตว์ประหลาดถล่มเมือง ยิงกันเปรี้ยงปร้าง บู๊สะใจ…  คิดว่าเผื่อใจไว้หน่อยนะ  ลองเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับหนังสัตว์ประหลาดสักหน่อย แล้วจะดูสนุกยิ่งขี้น

 อ้อ.. หนังจบอย่าเพิ่งลุก..  หลัง end credit มีประโยคจบเรื่อง  ซึ่งถ้าจะรู้ให้แน่ชัดว่า หมายความว่ายังไง ให้ไปเช็ค imdb.com …  ชอบไอเดียวลูกเล่น backmask… แต่เอ.. มันจะไม่โดนข้อหา Subliminal message หรือ??

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: