« »

เราจะข้ามเวลามาพบกัน

by nuch

เราจะข้ามเวลามาพบกัน แต่งโดย Brian Weiss แปลโดย โจ มณฑานี ตันติสุข

 Only love is real หรือชือไทยว่า “เราจะข้ามเวลามาพบกัน” แต่งโดย Brian Weiss แปลโดย โจ มณฑานี ตันติสุข

เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่เราอ่านเมื่อนานมาแล้ว..  เป็นหนังสือที่แปลกนะ  ตอนที่คุณโจ มณฑานี โปรโมทหนังสือเล่มนี้ใหม่ๆ  เราก็แวะไปหยิบๆ อ่านผ่านๆ ที่ร้านหนังสือ แต่ก็ไม่ได้ชอบหรือสนใจต่อเลย  เพราะเห็นว่าเป็นเหมือนนิยายรักทั่วไป ที่เอาเรื่องของการสะกดจิตระลึกชาติ มาเป็นปมผูกเรื่องเข้ากับ soulmate .. ซึ่งมันไม่ใช่แนวหนังสือที่เราชอบหรือสนใจ ณ เวลานั้นเลย (แต่ก็อ่านจนจบเล่มที่ร้านหนังสือนะ  แบบว่าอ่านผ่านๆ จริงๆ ไม่ได้เก็บทุกตัวอักษร เลยไปเร็วมาก)
มาอ่านอีกทีก็ตอนที่ทำงานแล้ว  ตอนนั้นนั่งทำงานจนดึก แล้วช่วงรอเรนเดอร์ ก็ไม่รู้จะทำอะไร หนังสือที่เอามาก็อ่านหมดแล้ว .. พอดีเห็นโต๊ะข้างๆ มีหนังสือเล่มนี้อยู่ ตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็นของเพื่อนร่วมงานที่นั่งข้างๆ เรานะ ก็งงว่าเขาอ่านหนังสือย่างนี้ด้วยหรือ? ไม่คิดว่าผู้ชายจะอ่านเรื่องอย่างนี้กันนะ มันคงมีอะไรดี ก็เลยหยิบมาอ่านโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของก่อน (เป็นมารยาทที่ไม่ดี อย่าทำนะคะคุณหนูขา… )
ความที่อ่านหนังสือได้เร็วอยู่แล้ว ก็อ่านรวดเดียวจบใน 1 ชั่วโมง ก็ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งกินใจอะไรมากเป็นพิเศษ ยังมองว่าเป็นเสมือนนิยายรักที่แต่งโดยหมอเท่านั้นเอง แต่ก็สงสัยนะว่า ทำไมเพื่อนเราถึงอ่านหนังสืออย่างนี้?  กะว่าตอนเช้าเขามาจะถามสักหน่อย ปรากฎว่า มันไม่ใช่หนังสือของเขา ของใครก็ไม่รู้  แล้วมันก็หายไปจากโต๊ะตั้งแต่เราอ่านจบ โดยที่ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ หรือพูดถึงหนังสือเล่มนี้เลย…  (คาดว่าเจ้าของคงเป็นคนนอกที่ลืมหนังสือไว้ แล้วกลับมาเอาคืนไปแล้วล่ะมั้ง)

อยู่ๆ ในเวปบอร์ดหนึ่งที่เราเข้าประจำ ก็พูดถึงเพลงประกอบหนังสือเล่มนี้  ตอนแรกก็งง.. เอ๋.. มันมีเพลงประกอบหนังสือด้วยหรือ?  ตอนที่เราอ่านไม่เห็นมีพูดถึงนี่นา..  แล้วก็ได้ความว่า เป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อฉลองการกลับมาหนังสือเล่มนี้
เนื้อเพลงแต่งโดย โจ มณฑานี ตันติสุข ทำนองและเรียบเรียงโดย North Boy ร้องโดย ก้อย รัชวิน feat. ปอย Portrait

เพลง เราจะข้ามเวลามาพบกัน เนื้อเพลง เราจะข้ามเวลามาพบกัน 
ร้องโดย : ก้อย รัชวิน feat. ปอย Portrait
อัลบั้ม : เพลงประกอบหนังสือ เราจะข้ามเวลามาพบกัน (The Only Love is Real)

ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้จนจมทะเลน้ำตา
เหว่ว้าและเคว้งคว้างกลางผู้คนเจ็บจนไม่อยากหายใจ
ถูกรักทำร้ายจนเปราะบางขอบฟ้าความหวังซีดจางเหลือเกิน
แต่บอกกับใจไม่หยุดฝันอธิษฐานในกาลนิรันดร์
อย่าหยุดสักทางสักวันคงได้พบเธอ

* อีกครึ่งหนึ่งของดวงวิญญาณฉันรออยู่
คนเคยรู้ใจคนเคยรู้จัก (จำฉันได้ไหม) เธอไปอยู่ไหน
(รักเคยพลัดพรากกัน) เราคงพลัดพรากกัน

** หากเธอกับฉันสวนทางกันในความฝัน
อยากให้สายตาเราได้จ้องกัน(และ)โปรด
ให้เธอบอกฉันว่าฉันข้ามเวลาเพื่อมาพบเธอ

ฉันใช้ชีวิตมืดมนดั่งคนที่มีแผลใจ
แผ่นดินและผืนฟ้ากว้างไกลแต่กลับไม่เหลือทางให้เดิน
ทอดทิ้งรักแท้ที่ข้างทางปล่อยทิ้งความหวังที่พังยับเยิน
อยากบอกกับใจให้หยุดฝันอธิษฐานในกาลนิรันดร์
เจ็บกับศรัทธากี่วันก็ไม่พบเจอ

(ซ้ำ *, **, **)

เพลงเพราะนะ  ชอบเสียงเปียโนอยู่แล้ว ก็เลยชอบ melody ของเพลงนี้ไปด้วยเลย  แต่จะมีติดใจก็ที่คำที่ใช้ในเพลงน่ะ  ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกนะ  ความหมายของคำน่ะ สื่อถึงเรื่องราวในหนังสือได้ดีเลยล่ะ  แต่เสียงคำที่เวลาร้องออกมาน่ะ ให้ความรู้สึกว่า คำยังไม่ลงตัว.. น่าจะเกลาคำให้ฟังดูลื่นไหลกว่านี้…  (ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าทำได้ไหม แต่งเพลงไม่เป็นอ่ะ)
แต่..
ถ้าอ่านเนื้อเพลงดีๆ นะ .. เอ.. นี่มันโจ มณฑานีนี่  มันคือเรื่องราวชีวิตกับความฝันของคุณโจ มณฑานีเลยนี่นา (ถ้าใครเคยอ่านประวัติ หรือเคยดูสัมภาษณ์คุณโจ มณฑานี ก็คงรู้ว่าเราหมายถึงอะไร… )

ก่อนที่เราจะอ่านหนังสือเล่มนี้ เราไม่เคยเชื่อเรื่องของ soulmate เลย ไม่เคยเชื่อเรื่องของพรหมลิขิต .. แต่เชื่อเรื่องระลึกชาตินะ …  เรื่องของการระลึกชาติ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แปลกพอๆ กับการที่เราอ่านหนังสือเล่มนี้  หลายครั้งที่เราจะได้เจอ ได้อ่าน ได้รับรู้เรื่องของการระลึกชาติ ทั้งๆ ที่มันไปอยู่ในสิ่งที่เราไม่เคยสนใจเลย.. 
จะว่าเราเคยมีประสบการณ์ระลึกชาติไหม?  ก็ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า…  ที่จำได้แม่นคือ ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังเรียนดนตรีอยู่ (อยู่ช่วงประถมเข้ามัธยมล่ะมั้ง) ที่โรงเรียนจะมีเปิดทีวีไว้ให้ผู้ปกครองได้ชมเวลารอมารับลูกหลาน  ตอนนั้นเขาเปิดละครญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง  แล้วเป็นฉากเปิดตัวตัวร้ายที่เป็นน้องชายของนางเอกเอง  ตัวร้ายหน้าตาไอดอลมากๆ ภาพที่เห็นคือ เขาแต่งชุดนักเรียนญี่ปุ่นยืนนิ่งๆ ที่มือมีปืนคล้ายๆ m16 ถือแบบปลายกระบอกปืนชี้พื้น..  แต่ว่า.. เราเห็นแล้วเรากลัว  กลัวมากชนิดเราวิ่งออกจากบริเวณนั้นไปร้องไห้ในห้องน้ำ ความรู้สึกแวบแรกคือ กลัว และเกลียดมากๆ รู้สึกว่าคนคนนี้เคยทำเรื่องไม่ดีไว้ รู้สึกว่าคนคนนี้เคยไปก่อคดีข่มขืนมาก่อน  (และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราเกลียดเรื่องการคุมคามทางเพศมากๆ) ..

เราก็ไม่รู้หรอกว่า นักแสดงคนนั้นเขาเล่นเก่งเล่นดีมากจนมีรัศมีตัวร้ายออกมาให้เรากลัว  หรือ.. เราเคยมีปมอดีตอะไรหรือเปล่า…

ตอนที่หนังสือ “เราจะข้ามเวลามาพบกัน” ดังใหม่ๆ ตอนนั้นก็เกิดกระแสเรื่องของการสะกดจิตระลึกชาติ ถึงขนาดมีไปทำละครเรื่อง “เจ้ากรรมนายเวร” ที่หมิว ลลิตานำแสดง (จำไม่ได้ว่าใครเล่นเป็นพระเอก) แล้วก็เกิดกระแสที่ทำให้นักจิตวิทยา และจิตแพทย์ที่ใช้การสะกดจิตบำบัด ต้องออกมาให้ข่าวอธิบายว่า จริงๆ แล้วจุดประสงค์ของการสะกดจิตบำบัดคือ เพื่อที่จะตรวจดูสิ่งที่เป็นปมลึกๆ ในใจที่เราไม่รู้ตัว (subconcious)
(เรื่องอย่างนี้คงต้องให้คุณผมอยู่ข้างหลังคุณอธิบายน่าจะดีกว่า)
สิ่งที่เกิดขึ้น หรือเรื่องราวที่ได้ยินเมื่ออยู่ในภาวะสะกดจิต ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริง  อาจจะเป็นเพียงฝัน หรือจินตนาการที่เกิดขึ้นในกลไกจิตใจของมนุษย์เอง 
ณ ตอนนั้น คงมีหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าการสะกดจิตทำให้ระลึกชาติได้ จึงได้ไปขอให้คุณหมอช่วยสะกดจิตระลึกชาติให้ตัวเอง.. จนทำให้คุณหมอต้องออกมาให้ข่าวเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

ถ้าถามว่า เราอยากรู้อดีตชาติของตัวเองไหม?
เราตอบได้ว่า เราเคยอยาก…

หลังจากที่เราได้รับรู้เรื่องราวของการระลึกชาติ เราเคยอยากที่จะรู้ว่าชาติที่ผ่านๆ มาของเราเป็นยังไงบ้าง  เคยพยายามที่จะศึกษาเรื่องนี้ แต่ว่า…  มีครั้งหนึ่ง ที่เราได้รู้อดีตของคนที่เราเคยนับถือคนหนึ่ง  ว่าก่อนที่เขาจะมาเป็นคนเก่ง มีชื่อเสียง เขาเคยทำอะไรเรื่องแย่ๆ อะไรมาก่อน…  เรื่องที่เขาทำนั้น ทำเราแทบจะหมดศรัทธาในตัวปัจจุบันของเขาเลย ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำหรือข้องเกี่ยวกับเรื่องอย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว.. 

นี่ขนาดเหตุการณ์แค่ในชาติภพเดียว แค่อดีตของเขาไม่กี่ปี..  เรายังรู้สึกแย่อย่างนี้…
แล้วถ้าเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกับเราเองล่ะ?
ถ้าอดีตชาติของเรา เราเป็นคนเลว คนชั่ว หรือเป็นสัตว์ที่เรารังเกียจ..  เราจะรับได้หรือ? 

ถ้าเราไม่สามารถที่จะเรียนรู้ที่จะให้อภัยกับอดีตได้ .. เราก็อย่าเพิ่งรู้มันเลยจะดีกว่า…

มันเหมือนหนังสือบางเล่ม หนังบางเรื่อง เพลงบางเพลง ที่ควรจะได้อ่าน ได้เห็น ได้ฟัง ในเวลาที่เหมาะสม เราถึงจะซาบซึ้งประทับใจ และเข้าใจอย่างถ่องแท้โดยไม่ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบแต่อย่างใด…

สำหรับหนังสือ “เราจะข้ามเวลามาพบกัน” ..
..ใจหนึ่งก็อยากแนะนำให้อ่านกัน เพราะความแปลกที่ได้เจอมา กับเรื่องราวของหนังสือบางส่วนที่อาจจะให้กำลังใจ หรือตอบปัญหาชีวิตบางคนได้
..แต่อีกใจหนึ่ง ก็กลัวว่า สำหรับบางคนอาจจะอ่านแล้วอาจจะเกิดความเชื่อที่ออกแนวงมงาย เพ้อฝัน… 
ถ้าให้แนะนำจริง.. ก็คงต้องบอกทุกคนที่คิดจะอ่านหนังสือเล่มนี้ว่า..
อ่านเล่มนี้จบแล้ว อยากให้อ่านหนังสือ “กรรมพยายากรณ์” หรือ “ทางนฤพาน” ของ ดังตฤณ ต่อทันที
ให้เข้าใจว่าอดีตชาติของตัวเองเป็นอย่างไร และส่งผลต่อชีวิตตัวเองในกาลปัจจุบันอย่างไร จะได้ไม่หลงใหลไปกับอดีตจนหลงลืมตัวเองในปัจจุบัน…

2 Responses to “เราจะข้ามเวลามาพบกัน”

  1. nuch Says:

    ลองแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษเล่นๆ…

    Whenever I cry, sinking myself in deep blue tear
    being lost, so lonely that I wanna stop my breathe
    being hurt by love with the blurry pale hope
    I keep telling myself to keep dreaming and praying for forever
    Don’t stop going on ,and one day I’ll meet you

    There you are, another of my soul
    Someone I knew, some one I’m bound up in (remember me?) Where have you been?
    (Love was seperated) We’ve been seperated.

    If you just come across me in fantasy
    I wish you were looking into my eyes
    and please tell me that you came through the time just for me.

    I’ve been living in darkness with wounded heart.
    In this wide world, under the far away sky, there’s no path for me.
    being left with ignorance of true love and destroyed hope
    I keep telling myself to stop dreaming and praying for forever.
    I’m hurt by the faith of impossible dream.

  2. A Says:

    ถ้าอยากอ่านอีกรอบก็บอกนะ มีอยู่ที่บ้านอ่ะ@^_^@
    เป็นเรื่องความเชื่อนะ ออกแนวเทาๆ ว่าจะจริงหรือไม่ ไม่ดำ ไม่ขาว
    เพราะว่ามันไม่มีหลักานให้เห็นชัดๆไงว่าจริง
    แต่ถ้าไม่จริง ทำไมมันเป็นอย่างนี้ล่ะ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: