« »

คนตาบอดกับหะ-เอี้ย

by Ren

กาลครั้งหนึ่ง ที่บ้านพักคนตาบอดแห่งหนึ่ง  มีคนตาบอดอยู่ด้วยกันราวๆ 60 คน  ทุกคนอยู่ด้วยกัน ช่วยกันปลูกผักเลี้ยงปลา เป็นอาหารยังชีพกันอย่างมีความสุข  เวลาที่คนตาบอดกลุ่มนี้ จะไปไหนมาไหน โดยเฉพาะเมื่อต้องออกไปนอกบ้านพัก พวกเขาจะมีสุนัขคอยช่วยนำทาง  บางครั้งเวลาไปปลูกผักเลี้ยงปลา เจ้าพวกสุนัขก็ช่วยขุดดิน ช่วยระวังไม่ให้คนตาบอดตกบ่อตกคู   แต่จะมีบ้างที่มีสุนัขบางตัวทำหน้าที่ไม่ดี เพราะตัวเล็กไปบ้าง ไม่ชำนาญบ้าง  และก็มีสุนัขบางตัว ที่บางครั้งก็แอบกินผักกินปลาของคนตาบอด บางทีคนตาบอดคลำหาไม่เจอ  บางทีพวกนกกระจิบนกระจอกก็ช่วยบอก พอคนตาบอดทราบ เห็นเป็นเรื่องเล็กๆ ก็หยวนๆ ยอมๆ กันไป  แต่ถ้ามันมากก็มีบ้างที่ดุด่าว่ากล่าว

ในบ่อปลาของคนตาบอด มีฝูงหะ-เอี้ยอาศัยอยู่เช่นกัน  พวกหะ-เอี้ยมันหากินกับเศษซากผักซากปลาที่เสียหรือไม่ได้คุณภาพ…  บางที สุนัขบางตัวแอบมาขโมยผักปลาไปกิน แล้วเหลือทิ้งไว้ พวกหะ-เอี้ยก็จะเข้าไปตอดกินต่อ…  หะ-เอี้ยคิดเสมอว่า การตอดกินเล็กน้อย ไม่ได้ทำให้พวกมันอิ่มสักเท่าไร  บางทีมันก็อดอิจฉาพวกสุนัขไม่ได้ ที่ได้อยู่ในบ้าน มีเบาะรองนอน ได้กินอาหารดีๆ ที่คนตาบอดจัดเตรียมให้…  สักวันหนึ่ง หะ-เอี้ยจะต้องอยู่อย่างนั้นให้ได้  หะ-เอี้ยบอกกับตัวเองเช่นนั้นเสมอ..

วันหนึ่งหะ-เอี้ยรู้สึกว่า พวกสุนัขที่ลอบขโมยผักปลามากิน หลังๆ เริ่มกินเกลี้ยงขึ้น ไม่ค่อยเหลือมาให้พวกหะ-เอี้ยเท่าไรนัก..  หะ-เอี้ยพยายามจะเข้าไปคุยกับพวกสุนัขลอบลัก(ขโมย) แต่ก็ไม่ได้ผล  เจอพวกสุนัขลอบลักตะเพิดกลับ  พวกหะ-เอี้ยก็โกรธ  ก็เลยไปบอกกับฝูงนกฝูงกา  พวกนกกระจอกนกกระจิบบางตัวเห็นว่าการกระทำลักลอบขโมยนั้นไม่ถูกต้อง ก็เปล่งเสียงร้องบอกคนตาบอด  พวกฝูงกาซึ่งก็ชอบกินซากผักซากปลา ตอนแรกๆ ก็ไม่อยากจะโวยวาย เพราะกลัวตัวเองอด  แต่พอพวกหะ-เอี้ยเล่าให้สัญญาว่า ถ้าพวกหะ-เอี้ยสามารถแทนที่พวกสุนัขได้ พวกหะ-เอี้ยจะแบ่งผักแบ่งปลาให้  ฝูงกาก็เปล่งเสียงร้องบ้าง

คนตาบอด พอได้ยินเสียงนกเสียงกา ร้องโวยวายกันบ่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจสุนัขของตัวเอง  เริ่มไม่ให้สุนัขไปแปลงผักบ่อปลากับตัวเอง  ซึ่งตรงนี้ก็เข้าทางพวกหะ-เอี้ย  พอคนตาบอดไม่มีสุนัขนำทาง ก็ต้องใช้ไม้เท้าคลำทาง ซึ่งออกจะลำบากอยู่หน่อย ทำให้ตัวเองเดินได้ช้า และอาจจะพลาดพลัดตกบ่อตกคูได้ง่ายๆ  พวกหะ-เอี้ยก็รีบขันอาสาเข้ามาช่วยเหลือ ฝูงกาก็ช่วยกันเปล่งเสียงชื่นชมพวกหะ-เอี้ย

ตั้งแต่นั้นมา คนตาบอกเริ่มใกล้ชิดพวกหะ-เอี้ยมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็รู้สึกดีกับหะ-เอี้ยถึงขนาดไล่สุนัขของตัวไปนอนนอกบ้าน แล้วเอาหะ-เอี้ยเข้ามาอยู่ในบ้านแทน  พวกสุนัขก็พยายามอดทน  และพยายามสังเกตพฤติกรรมของหะ-เอี้ย  พอเห็นอะไรผิดปกติ ก็จะเห่าบอกคนตาบอด  หะ-เอี้ยรำคาญเสียงเห่าของสุนัข และบางทีก็หงุดหงิดกับสายตาของสุนัขที่จ้องมองตัวเอง ทำให้แอบไปขโมยผักมากินไม่ได้…   หะ-เอี้ยเห็นสบโอกาสที่พวกสุนัขที่ต้องมานอนนอกบ้าน ไปแทะกินเศษซากผักที่พวกหะ-เอี้ยไปขโมยกิน…  หะ-เอี้ยรีบไปลากคนตาบอดออกมา แล้วก็ให้พวกนกกาช่วยกันประโคมข่าว…  สุนัขบางตัวจึงโดนไล่ออกจากบ้านพักคนตาบอดไป  บางตัวที่ยังอยู่ก็โกรธแค้นแทนเพื่อน ก็จะเข้าไปกัดหะ-เอี้ยเป็นการล้างแค้น  แต่ยังไม่ทันที่เขี้ยวของสุนัขจะทะลุผิวหนังอันขรุขระของหะ-เอี้ย พวกหะ-เอี้ยก็ร้องโวยวาย หาว่าพวกสุนัขรังแกตัวเอง ฟ้องคนตาบอดให้สัมผัสผิวหนังเขาสิ เต็มไปด้วยแผลเหวอะ เพราะถูกสุนัขกัด  คนตาบอดมองไม่เห็น ได้แต่เอามือคลำผิวขรุขระของหะ-เอี้ยที่เปื้อนโคลนหมาดๆ ก็หลงคิดว่า นั่นคือแผลที่ถูกกัด  ยิ่งหะ-เอี้ยแกล้งทำเป็นร้องโวยวายอย่างเจ็บปวดเวลาที่มือคนตาบอดมาสัมผัสมัน คนตาบอดยิ่งเชื่อว่า หะ-เอี้ยถูกกัดจริงๆ ก็โกรธสุนัข ขับไล่สุนัขออกนอกบ้าน  แล้วเอาเหี้ยเข้ามาอยู่ในบ้านแทน…

และแล้ว ในที่สุด คนตาบอดก็ปล่อยให้พวกหะ-เอี้ยเข้ามานำทางในชีวิต..

ต่อมาไม่นาน..
หลังจากที่พวกหะ-เอี้ยมาอยู่บ้านพักคนตาบอดได้สักพัก และได้นำพาคนตาบอดไปไหนต่อไหนได้ด้วยดี…  หะ-เอี้ยเริ่มไม่พอใจกับผักกับปลาที่คนตาบอดปลูกและเลี้ยงไว้  หะ-เอี้ยเริ่มไม่พอใจกับรสชาติกับปริมาณอาหารที่คนตาบอดทำให้ทุกวัน  หะ-เอี้ยเคยขอให้คนตาบอดลองเปลี่ยนไปทำอย่างอืนหรือเพิ่มปริมาณบ้าง แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะคนตาบอดเห็นว่าที่เป็นอยู่นี่ก็ดีแล้ว  … หะ-เอี้ยคิดว่า ถ้าจะทำให้คนตาบอดเปลี่ยนใจ ต้องสร้างกิเลสชักจูงจิตใจคนตาบอดซะ.. หะ-เอี้ยเริ่มพูดถึงเรื่องของโลกภายนอก เรื่องของผักผลไม้ปลาอื่นๆ ที่คนตาบอดไม่เคยรู้จัก คนตาบอดตอนแรกได้ฟังก็สนุก คิดว่าเป็นเหมือนนิทานที่ฟังแล้วเพลิดเพลินดี

แล้ววันหนึ่ง…
หะ-เอี้ยตัวหนึ่ง ได้เอาผลไม้ประหลาดอย่างหนึ่งมาให้คนตาบอดลอง  รสชาติกับกลิ่นของมันช่างหอมหวนยิ่งนัก ไอระเหยที่ทำให้หลงไปภาพลวงตา ที่แสนจะสนุกสนาน.. ยิ่งลองยิ่งอยากจะได้มันมากขึ้น  คนตาบอดเริ่มสนใจว่าสิ่งนี้คืออะไร  และทำอย่างไรถึงจะมีสิ่งนี้มากๆ ได้ หะ-เอี้ยเห็นเข้าทางก็เอาเมล็ดพันธุ์มาให้ และยุยงให้คนตาบอดหันมาปลูกเจ้านี่แทน

แต่ทว่า..
เจ้าผลไม้ประหลาดนี้ มันประหลาดจริงๆ  เมื่อปลูกมันแล้ว มันให้ดอกให้ผลมากมาย และกลิ่นมันก็เรียกแมลงศัตรูพืชเข้ามา  เพียงแต่พวกแมลงศัตรูพืชจะไม่เข้าทำลายผลไม้นี้ หากแต่จะไปทำลายแปลงผักที่คนตาบอดปลูก  และทำให้ดินเสื่อมคุณภาพ จนปลูกผักที่จำเป็นต่อชีวิตของคนตาบอดแทบไม่ได้  หะ-เอี้ยไม่สนใจที่จะบอกคนตาบอดเรื่องนี้  สิ่งที่หะ-เอี้ยต้องการก็คือ การได้กินเศษซากแปลงผักที่โดนแมลงกิน และทั้งยังได้กินแมลงที่รสชาติถูกปากพวกมันด้วย.. 

ฝ่ายนกกระจิบ เริ่มสังเกตเห็นแปลงผักที่ถูกทำลาย ก็เริ่มร้องโวยวายให้ตาบอดรู้ แต่หะ-เอี้ยก็บอกไปว่า พวกนกกระจิบมันพูดโอเวอร์เกินไป   มันเป็นปกติเวลาที่เราเปลี่ยนชนิดพืชที่จะปลูก แรกๆ จะไม่เห็นอะไรที่ดูสวยงามเท่าไรหรอก…   ดูสิ พวกฝูงกาไม่เห็นโวยวายอะไรเลย   …  ก็แหงล่ะ กาจะไปโวยวายอะไร ในเมื่อปากของมันเต็มไปด้วยผักแมลงที่หะ-เอี้ยประเคนให้น่ะ

ฝ่ายแมว.. ที่วันๆ เอาแต่นอนริมรั้ว พอได้ยินเสียงโวยวายมากๆ ก็ลืมตาตื่นมาดู  แล้วก็พบสภาพแบบที่ได้ยินจากนกกระจิบจริงๆ  แมวเห็นก็โกรธ นึกสงสารคนตาบอด บ่อยครั้งที่คนตาบอดให้ความเอ็นดูพวกมัน แบ่งอาหารให้กินประจำ…  แมวสงสารคนตาบอด ที่หลงติดผลไม้ประหลาดจนตัวซูบผอม แปลงผักที่จำเป็นต่อชีวิตก็เริ่มเสื่อมโทรม.. 

แมวทนไม่ได้ ก็คิดว่า ถึงเวลาแล้วที่แมวต้องเข้าไปช่วยคนตาบอด…  แมวตัดสินใจรวมกันเข้าไปไล่ฟัดพวกหะ-เอี้ย ขับไล่พวกหะ-เอี้ยออกจากบ้าน  แมวพยายามอธิบายให้คนตาบอดเข้าใจในเหตุผลที่กระทำไป  ซึ่งบางคนก็พอเคยตั้งใจฟังเสียงนกกระจิบ ก็พอเข้าใจเหตุผล  บางคนยังหลงเชื่อน้ำตาหะ-เอี้ย ที่กล่าวหาว่าแมวอันธพาลมารังแกพวกตน… คนตาบอดเริ่มแบ่งเป็นกลุ่มๆ เลือกที่จะเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง… 

เมื่อแมวขับไล่หะ-เอี้ยออกจากบ้านได้แล้ว  แทนที่แมวจะเรียกพวกสุนัขกลับมาดูแลคนตาบอด  แมวกลับเลือกที่จะเป็นฝ่ายดูแลซะเอง  บางคนก็ว่า แมวคงไม่ชอบสุนัข เพราะบางครั้งสุนัขบางตัวก็วิ่งไล่กัดแมว… 
แต่ว่า.. แมวก็ยังติดนิสัยเก่าๆ ที่ชอบนอนขี้เซา นอนอาบแดด อยู่นิ่งๆ ไม่ทำอะไร..  

คนตาบอดบางคนที่ยังติดใจรสชาติของผลไม้ประหลาดเห็นว่า ขืนแมวยังเอาแต่นอนอย่างนี้ คงไม่มีอะไรดีแน่ ก็เริ่มไม่พอใจ เริ่มบ่นกับนกกระจิบ.. นกกา  ฝูงกาพอได้ยินเรื่องนี้ ก็เห็นช่องทางที่หะ-เอี้ยจะกลับมาได้.. ก็เริ่มประโคมข่าวว่าแมวขี้เกียจ แมวไม่ทำอะไร แมวไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาดูแลคนตาบอด…   แรกๆ แมวก็ทน เพราะคิดว่า สักวันก็คงพิสูจน์ตัวได้  แต่แล้วกาลเวลาผ่านไป แมวก็ตระหนักว่า ตัวเองไม่เหมาะกับหน้าที่นี้  อีกทั้งคนตาบอดก็ไม่ได้ต้องการให้แมวทำหน้าที่นี้ต่อไป..  แมวก็เลยจะสละตำแหน่ง กลับไปนอนอาบแดดริมรั้วเช่นเดิม…

เมื่อแมวจากไป ไม่มีสัตว์นำทาง..  คนตาบอดก็หวาดกลัวว่าชีวิตพวกตนจะไปไม่รอด ก็เรียกประชุมกันเพื่อจะเลือกสัตว์นำทางใหม่…  คนตาบอดบางคนต้องการสุนัข บางคนต้องการหะ-เอี้ย..  บางคนต้องการอย่างอื่นที่ไม่ใช่ 2 ตัวนี้ ซึ่งพอถามว่าถ้าไม่ใช่ 2 ตัวนี้ แล้วจะเอาอะไร ก็ตอบไม่ได้อีก…  ตอนแรก คนตาบอดก็อยากให้แต่ละคนอยากได้สัตว์ไหน ก็เอาเข้ามาอยู่เลย  แต่ทว่ามันติดปัญหาที่ว่า สัตว์บางตัวอยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็เลยต้องมาโหวตเลือกกันว่าจะเลือกสัตว์ไหนดี.. 

เนื่องจากคนตาบอดมองไม่เห็น การที่จะนับคะแนนโหวตจีงเป็นเรื่องยาก..  ตอนแรกพวกสุนัขเสนอให้ใช้วิธีหยั่งเสียง ด้วยการตะโกนเชียร์เวลาขานชื่อสัตว์ที่ตัวเองต้องการ  แต่ทว่า ทั้งพวกหะ-เอี้ย และสุนัขต่างก็แอบส่งเสียงเชียร์เวลาขานชื่อตัวเองไปด้วย  พวกหะ-เอี้ยเสนอให้ใช้บัตรเจาะรู  ถ้าอยากให้สุนัขเป็นสัตว์นำทางก็เจาะหนึ่งรู  ถ้าอยากให้หะ-เอี้ยเป็นสัตว์นำทาง ก็เจาะสองรู  แล้วก็มานับบัตรกัน…  คนตาบอดกับสุนัขเห็นว่าเป็นวิธีที่ดีก็ยอมรับเงื่อนไขนี้ เวลานับคะแนน คนตาบอด สุนัข และหะ-เอี้ยจะผลัดกันหยิบบัตรมาขานคะแนน แต่คนตาบอดกับสุนัขไม่รู้เลยว่า ตัวหะ-เอี้ยเล่นแทคติค  แอบเจาะรูบัตร 1 รูทุกครั้งที่เป็นคิวหะ-เอี้ยหยิบออกจากกล่อง  และแน่นอน หะ-เอี้ยเป็นฝ่ายชนะ…  แม้ว่าจะเป็นที่กังขาของสุนัขและคนตาบอดบางกลุ่ม  แต่หะ-เอี้ยก็อ้างว่า เพราะหะ-เอี้ยไม่เคยทำผิดอะไร คนส่วนใหญ่จึงไว้ใจพวกมัน…

ฝ่ายแมว.. ที่นอนดูเหตุการณ์ที่ริมรั้ว และไม่ทันเล่ห์ของหะ-เอี้ย  ก็ได้แต่ถอนใจ แล้วก็พูดว่า…

“นี่คนตาบอดเขาสิ้นคิดขนาดต้องเอาหะ-เอี้ยเข้ามาคุมชีวิตแล้วหรือ?”

แมวก็ได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่ง คนตาบอดคงจะมีสติ ตื่นจากภาพลวงตาเพ้อฝันที่หะ-เอี้ยเคยเอามาหลอกพวกเขา และคิดได้ว่า ชีวิตเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งสัตว์นำทางตลอด  ที่จริง พวกเขาต่างหากที่ควรจะเป็นผู้กุมชะตากรรมชีวิตของสัตว์นำทาง  มิใช่สัตว์นำทางมาเป็นผู้กุมชะตาชีวิตของตัวเอง…

หมายเหตุ : เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนา พาดพิง ดูหมื่นบุคคลหรือองค์กรใดๆ เลยจริงจริ้ง

One Response to “คนตาบอดกับหะ-เอี้ย”

  1. Noopook Says:

    555 ดีๆ แต่งดี บทสรุปก็ดี ตะหงิดๆตรงแมวนิดหน่อย ยังไม่ค่อยตรงใจเราเท่าไหร่มั้ง แต่เราว่าก็ได้ภาพรวมดีแล้วล่ะ

    หมากับหะเอี้ยจะทำงานร่วมกันในบ้านเพื่อประโยชน์ของคนตาบอดได้หรือไม่
    แมวจะโดนหะเอี้ยเล่นงานกลับที่มาไล่ตนออกไปจากบ้านหรือไม่
    หะเอี้ยจะรับมือกับนกกาที่รู้ความจริงทั้งหมด และกำลังพยายามบอกคนตาบอดรู้ความลับเรื่องความผิดที่ตัวเองทำอบ่างไร
    คนตาบอดจะบอดต่อไปอีกนานแค่ไหน
    ผลไม้ประหลาดจะขยายพันธุ์ไปทั่ว หรือ พืชผักแท้ๆจะเติบโตสมบูรณ์ขึ้นดังเดิม

    โปรดติดตาม ตอนต่อไป

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: