« »

เป็นผู้หญิงนี่.. ยากจัง

by nuch

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น.. ตั้งแต่พ้นวันเกิดเมื่อปลายปีที่แล้ว ต่อมฮอร์โมนเพศหญิงมันเพิ่งรู้ตัวว่าเรายังมีชีวิตหรือไง ถึงได้อยู่ๆ ก็ทำงานซะจนเราเกิดอาการหญิ้งหญิง

ตั้งแต่เด็ก คิดอยู่ตลอดว่า ถ้าเลือกเกิดได้ อยากเป็นผู้ชาย…  เพราะอะไรน่ะหรือ?  อาจจะเพราะเกิดมาในครอบครัวคนจีน..  การมีลูกชายดีกว่ามีลูกสาว … เห็นพี่ชายน้องชาย มีแต่คนรัก คนชม…   และยังมีคำพูดที่ว่า “มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน”……

พอโตขึ้นมา ก็อิจฉาพี่น้อง ได้ไปเรียนโรงเรียนประจำ…  พอกลับมาเรียนโรงเรียนในกรุงเทพฯ เขาก็สามารถไปไหนมาไหนกับเพื่อนฝูงก็ได้… เราสิ ออกจากบ้านแทบไม่ได้เลย (ในช่วงม.ต้น เคยได้ออกจากบ้านคนเดียวแค่ครั้งเดียว คือ ไปทำรายงานกลุ่มกับเพื่อนที่หอสมุดแห่งชาติ)…

อาจจะเพราะอยู่โรงเรียนหญิงล้วน และช่วงนั้นก็มีแต่ข่าวผู้ชายทำร้ายผู้หญิง .. เลยทำให้มองว่าเพศหญิงเป็นเพศที่เสียเปรียบตลอด…  หลายสื่อก็พยายามประโคมข่าวว่า การที่ผู้หญิงถูกทำร้ายเนี่ย ผู้หญิงเองก็ผิดด้วยที่แต่งตัวยั่วยุ…   ก็เลยพาลเกลียดการแต่งตัวแบบหญิ้งหญิงไปอีก..  ตอนนั้นแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชาย  ซื้อเสื้อผ้าแผนกเดียวกับพี่ชายน้องชาย บางทีก็เอาเสื้อเขามาใส่ด้วย..   ถ้าไม่ใช่ชุดนักเรียน นักศึกษาแล้ว จะไม่ยอมใส่กระโปรงเลย….  หน้าก็ไม่แต่ง แป้งก็ไม่ทา..  แต่ยังหวีผมนะ…

 เพราะความที่ไม่เคยหัดทำตัวเป็นหญิงมาก่อน ก็เลยมีเหตุวุ่นวายในเวลาที่ต้องเป็นหญิง…

เท่าที่จำได้ ครั้งแรกก็ตอนสมัครงาน…  ความที่ไม่ใส่กระโปรงเลย.. ตอนสมัครงานที่แรกๆ ก็แต่งชุดนักศึกษาไปสมัครงาน (ก็ตอนนั้นยังเรียนไม่จบด้วย)…  พอมาคิดตอนนี้.. แหม.. ไม่มีความเป็น Professional เลยเรา… 

ที่วุ่นวายหนักสุดก็คือ ตอนที่อยู่ที่ซานฟรานแล้ว  ตอนนั้นต้องเสนอหัวข้อ thesis  (Midpoint review)  วุ่นวายมากกับการหาซื้อเครื่องแต่งตัว..   เป็นครั้งแรกที่ซื้อกระโปรงเอง (ตอนอยู่ไทย.. ขนาดกระโปรงนักศึกษายังต้องมีแม่หรือเพื่อนๆ ไปช่วยดูให้เลย)  และเป็นครั้งแรกเลยที่อยู่ในร้านเสื้อร้านเดียวนานเกิน 3 ชั่วโมง..  ก็ไม่เข้าใจนะว่า อากาศที่นี่ก็น้าวหนาว แต่ทำไมกระโปรงถึงมีแต่สั้นๆ และผ้าบางๆ  ตอนนั้นก็ทั้งโทรหาเพื่อนผู้หญิงทั้งที่นี่ที่ไทย และพี่สะใภ้ว่าเลือกซื้อยังไง ใส่ยังไง..   ถึงได้รู้ว่า พวกกระโปรงหญิงๆ แฟชั่นเนี่ย ถ้าผ้าบางมากๆ เวลาใส่เขาจะต้องมีกางเกงชั้นในเรียกว่า ปาติโค้ต หรือไงเนี่ย..  ก็ต้องไปหาซื้อมาอีก..  ก็งงๆ มึนๆ สักพักใหญ่… กว่าจะรอดช่วงนั้นมาได้.. เรียกว่าเหนื่อยกว่าการเตรียมงานสำหรับ Present หัวข้อ thesis อีก…

หลังจากนั้นก็เริ่มรู้สึกได้ว่า.. จำเป็นต้องยอมรับแล้วมั้งว่าเราเป็นผู้หญิง และควรทำตัวเป็นผู้หญิง…

แต่… พอยัยโหดไปให้เพื่อนผู้หญิงสอนแต่งตัวแต่งหน้า…  ผลที่ตามมาก็คือ.. โดนข้อหาว่า.. กำลังมีความรัก…   เอ่อ… เราไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่เรารักนะ…  เราถือคติว่า ถ้าเขาจะรัก เขาต้องรักที่ตัวเราเอง ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอกที่เราเปลี่ยนเพื่อเรียกร้องความสนใจ….

ตอนกลับไทยเมื่อ 2 ปีก่อน…  แม่ก็อยากให้เราแต่งตัว ก็พาไปซื้อเครื่องสำอาง พร้อมจดวิธีใช้ให้ด้วยนะ  แถมยังพาไปออกงานราตรี ที่ต้องแต่งชุดราตรี แต่งหน้าทำผม..   จริงๆ ตอนนั้นไม่ได้อยากทำเลย.. แต่.. นานๆ กลับไปที ทำตามใจพ่อแม่สักหน่อยจะเป็นไร…  …วันนั้นโดนแม่จับไป Present พูดอย่างภาคภูมิใจว่า เนี่ย ลูกสาวชั้น…  พ่อก็ถ่ายรูปไม่หยุด.. จนเรารู้สึกว่า มันเวอร์ไปไหมเนี่ย แค่เราแต่งตัวเป็นผู้หญิงเนี่ยนะ?

หลังจากวันนั้น.. พี่ชายก็มาพูดว่า.. เขาไม่เคยเห็นพ่อแม่ยิ้มและดีใจได้ขนาดนี้..  เขารู้ว่าเราน่ะรำคาญและมองว่าพ่อแม่เว่อร์เกิน.. แต่.. ลองคิดดูดีๆ ว่า สิ่งที่เราทำไป ทำให้พ่อแม่มีความสุขขนาดไหน….

 กลับจากไทยครั้งนั้น… เราเอารูปที่เราแต่งชุดราตรีไปให้เพื่อนๆ ผู้หญิงดู.. ทุกคนก็บอกว่า ให้เราหัดแต่งตัวแต่งหน้าเถอะ…   เพื่อนเกาหลีคนหนึ่งบอกว่า ที่เกาหลี… ถ้าผู้หญิงออกนอกบ้านและไม่แต่งหน้าเนี่ย ถือเป็นการเสียมารยาทมากๆ….

อืม..  แต่การทำอะไรในสิ่งที่ปฎิเสธ และไม่เคยทำมาก่อนเนี่ย.. มันยากนะ…

จนกระทั่ง….

เพื่อนผู้หญิงที่สนิทที่สุดในซานฟราน.. เขากลับเมืองไทยอย่างถาวร…  เขาเป็นคนสอนเราเรื่องการแต่งตัว แต่งหน้า และอีกหลายๆ เรื่องที่ผู้หญิงควรรู้…   ครั้งนั้นรู้สึกเหมือน…  เด็กตัวเล็กๆที่เดินข้ามถนนโดยมีผู้ใหญ่จูงมือ..  เมื่อเดินไปได้ถึงเกาะกลางถนน มือที่จูงก็หายไป…  เด็กน้อยจะทำอย่างไร?  จะถอยกลับหรือจะเดินต่อก็เสี่ยงเหมือนกัน….   แต่.. ตอนนั้นมีความรู้สึกเหงา อ้างว้าง…  กลัวด้วย.. …. ไม่อยากจะจมอยู่กับความรู้สึกอย่างนี้…

แต่ก่อน ตอนอยู่ที่ไทย ถ้าเครียด ถ้าเศร้ามากๆ  จะขับรถเร็วๆ หรือเล่นเครื่องเล่นแรงๆ หรือทำอะไรก็ได้ให้ได้ความรู้สึกหวาดเสียวเฉียดตาย…  หลังจากนั้นก็จะได้สติกลับมา แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง…

แต่.. ณ ซานฟราน..  เราไม่กล้าทำอะไรแบบนั้น …  ได้แต่คิดว่า ไม่ได้แล้ว.. ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง  ต้องทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ Lifestyle เราเปลี่ยนไป… 

ตอนนั้น.. ทำในสิ่งที่เพื่อนๆ รวมทั้งพี่สะใภ้และพ่อแม่ไม่คิดว่าจะทำ…   เจาะหู…   คือ… เรากลัวการเจาะหูมากๆ…  ไม่ได้กลัวเจ็บ  แต่กลัวตอนดูแลหลังเจาะ.. กลัวอักเสบ กลัวหูเน่า.. และกลัวการใส่ต่างหูมาก…  เห็นใครใส่ต่างหูยังไม่ได้เลย… เข่าอ่อนตลอด…

แล้วสิ่งที่เรากลัวหลังเจาะหูก็เกิดขึ้นจริงๆ…  หูอักเสบ…   แพ้แป้นต่างหูอีกด้วย…  พอจะเปลี่ยนต่างหู ก็ใส่เองไม่ได้ ต้องให้เพื่อนผู้หญิงมาช่วยใส่ให้ตลอด..   (เรื่องเจาะหูนี่ เล่าได้อีกยาวเลย)

เฮ้อ… ทำไมการทำตัวเป็นผู้หญิงนี่มันวุ่นวายอย่างนี้นะ…

ไหนจะเรื่องของการแต่งตัว การเลือกซื้อเสื้อผ้า ..

ไหนจะเรื่องการแต่งหน้า…  (มึนนะ.. ว่าต้องทาอะไรก่อนอะไรหลังเนี่ย)  ยังไม่รวมถึงเรื่องการบำรุงผิวอีกนะ…

แล้วยังมีเรื่องของกิริยามารยาท… ซึ่งอันนี้บอกได้เลยว่าเปลี่ยนยาก..   จะให้มาอ่อนหวาน คะขา ออดอ้อนเนี่ย. ทำไม่เป็นเลย…  เจ๊ซันเคยว่าเลยว่า ทำเป็นไหม ไอ้ลีลาออดอ้อนมารยาหญิงน่ะ ทำเป็นไหม… เราก็ตอบไปเลยว่า ทำไม่เป็นโว้ย…. เป็นแต่มายา 3D น่ะ…  … แล้วเจ๊ซันก็ว่าเลย.. “ยัยโรโบคอป”….

 เฮ้อ… เป็นผู้หญิงนี่.. ยากจังโว้ย

3 Responses to “เป็นผู้หญิงนี่.. ยากจัง”

  1. ปุ้มเพื่อนตอย Says:

    ขออนุญาติอ่านหน่อยนะ ที่สำคัญอ่านไปแล้วด้วย 5555 มันเรื่องที่เกิดกะเราเหมือนกัน อ่านแล้วขำกลิ้ง เจอเพื่อนแล้วเว้ยยยย อะไรประมาณนั้น 5555

  2. nuch Says:

  3. ลูกปลาน้อย Says:

    อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเลย คริ..คริ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: