« »

คุณค่า

by nuch

เธอ : ตัวเอง.. เค้าขอโทษนะตัวเอง สร้อยที่ตัวเองซื้อให้เค้าเป็นครั้งแรกอ่ะ เค้าเผลอทำขาดไปแล้ว  เค้าไม่ได้ตั้งใจนะตัวเอง

เขา : ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ก็ได้

เธอ :  ไม่เอาอ่ะ เค้าไม่อยากได้เส้นใหม่  ตัวเองเอาไปซ่อมให้เค้าได้ปะ  นะ นะ ตัวเองน้า…

เขา : เส้นเก่ามันเล็กนิดเดียว เดี๋ยวซื้อเส้นใหม่ที่ใหญ่กว่าให้ดีกว่า

เธอ : แต่เค้าอยากให้ซ่อมเส้นนี้ให้นี่  สร้อยเส้นนี้มันคือของขวัญชิ้นแรกที่ตัวเองให้เค้านะ  นะ นะ.. ตัวเองน้า..  ซ่อมสร้อยให้เค้าหน่อยนะ  นะ นะ ตัวเอง…

เขา : อืม อืม… ก็ได้

หนึ่งเดือนผ่านไป….

เธอ : ตัวเอง..  สร้อยที่เค้าให้ไปซ่อม เสร็จหรือยังอ่ะ

เขา : (นึกได้ว่า ยังไม่ได้ไปทำ)  เอ่อ… ยังไม่ได้ซ่อมเลย  เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ดีกว่า เส้นใหญ่กว่าเดิมสวยกว่าเดิมด้วย

เธอ : ไม่เอาอ่ะ ก็เค้าบอกแล้วไงว่า เค้าไม่อยากได้เส้นใหม่นี่  ตัวเองทำไมไม่ซ่อมให้เขาอ่ะ  ตัวเองไม่เห็นเค้าสำคัญแล้วหรือ

เขา : ไม่ใช่อย่างนั้น ก็เห็นว่าสร้อยมันเก่า เส้นก็เล็กนิดเดียว ค่าซ่อมอาจจะแพงกว่าค่าสร้อยอีก  ซื้อใหม่ยังดีซะกว่าเลย..  เดี๋ยวซื้อเส้นใหม่ให้แล้วกันนะ  ให้เลือกเองเลย อยากได้แพงแค่ไหนก็ได้

เธอ : เอ๊ะตัวเอง..  เค้าบอกแล้วไงว่า เค้าไม่อยากได้เส้นใหม่ เค้าชอบเส้นนี้ ตัวเองจำไม่ได้หรือว่ามันเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ตัวเองให้เค้านะ  ตัวเองไม่เห็นว่ามันสำคัญเลยเหรอ

เขา : ก็แค่สร้อยเส้นเดียวเอง เดี๋ยวซื้อให้ใหม่น่า  จะเอาแบบเดิมก็ได้ เดี๋ยวพาไปให้เลือกหลายๆ ร้านเลย

เธอ : เอ๊ะ ! ก็บอกแล้วไงว่า เขาแค่อยากให้ซ่อมสร้อยให้ เส้นนี้เท่านั้น ทำไมตัวเองไม่ทำให้ล่ะ..   ตัวเองไม่เห็นว่าเขาเป็นคนพิเศษเลยหรือไง

เขา : (อะไรวะ..  จุกจิกจังวุ้ย)  มันเกี่ยวอะไรด้วย นี่เธอมีเหตุผลหน่อยสิ ก็แค่สร้อยเส้นเดียว จะมาจู้จี้อะไรนักหนา…

เธอ : อ๋อ ตัวเองเห็นว่าเป็นแค่สร้อยเส้นเดียวเท่านั้นหรือ  ใช่สิ ตัวเองไม่เห็นเค้าเป็นคนสำคัญนี่ ตัวเองไม่รักเค้าแล้วใช่ไหม 

เขา : อะไรของเธอน่ะ คิดมากโวยวายไม่เข้าเรื่องน่า

เธอ : ใช่สิ ตัวเองเบื่อเค้าแล้วนี่ ตัวเองไม่รักเค้าแล้ว  (แล้วก็ร้องไห้โฮวิ่งออกไป…)

เขา : อะไรวะเนี่ย  นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย   ช่างเถอะ เดี๋ยวก็หายงอนเอง


เป็นตอนหนึ่งจากซีรี่ส์หนุ่ม X สาว Y (ที่ยังไม่ได้ฤกษ์ลง blog สักที)

มุมมองของผู้หญิงกับผู้ชายมันช่างแตกต่างกันมากเสียจริง  ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมธรรมชาติถึงต้องให้ชายคู่กับหญิง ทั้งๆ ที่สร้างความแตกต่างกันไว้สารพัด..  จะบอกว่า เพราะไม่เหมือนกันจึงต้องคู่กัน เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดกันก็กระไรอยู่นะ  ในเมื่อใครต่อใครก็มักจะพูดว่าคนนี้เข้าคู่กับคนนี้ได้ ก็เพราะมีอะไรที่คล้ายๆ กัน…

เรื่องความละเอียดอ่อน หรือความใส่ใจในรายละเอียดก็เช่นกัน…  จะว่าเพศชายเป็นเพศที่ไม่ใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ใช่สักทีเดียว  เพียงแต่เขาไม่ได้มองในมุมเดียวกับผู้หญิง..
อย่างกรณีเรื่องสร้อย..  ผู้ชายมองคุณค่าของสร้อยว่าเป็นเรื่องของราคากับการสร้างความประทับใจใหม่..  แต่ผู้หญิงมองคุณค่าสร้อยว่าเป็นความทรงจำ เป็นบันทึกหนึ่งของความประทับใจในอดีต…
เพื่อนหนุ่มใจสาวคนหนึ่ง เคยบอกไว้ว่า..  ผู้ชายที่ละเอียดอ่อน ใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อย แบบเดียวกับผู้หญิงน่ะ มีสองแบบ  คือ..  ไม่เป็นชายใจสาว ก็เป็นหนุ่มเจ้าชู้…
(มองในแง่ดี..  คุณผู้หญิงทั้งหลายที่มาบ่นว่าแฟนไม่ใส่ใจเนี่ย อย่างน้อยแฟนคุณๆ ก็อาจจะไม่ใช่คนเจ้าชู้ก็ได้นะคะ)

กรณีชายใจสาวเนี่ย.. อาจจะเป็นหลักฐานหนึ่งที่บ่งบอกว่า การใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เนี่ยมันมีอยู่ฮอร์โมนเพศหญิงล่ะมั้ง 
แต่.. กรณีหนุ่มเจ้าชู้น่ะ..  เขาใส่ใจเพราะว่าเป็นลูกเล่นลูกชนที่ใช้หลอกสาวๆ ให้ตายใจได้… 

ก็ไม่ได้จะบอกว่าการไม่ใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องที่ดีของผู้ชายหรอกนะ..  ตรงกันข้าม ถ้าไม่มีการใส่ใจเลย มันแย่มากๆ เลยด้วยซ้ำ…  มันเหมือนผู้ชายเห็นแก่ตัว ที่สักแต่ว่ารอรับอย่างเดียว เอาประโยชน์อย่างเดียว  ไม่คิดจะทำอะไรตอบแทนเขาบ้างเลย..  ถ้าเจออย่างนี้ มันแย่ยิ่งกว่าเจอคนเจ้าชู้เสียอีก..
ทางฝ่ายผู้หญิงเองก็เช่นกัน..  ก็อย่าไปคาดหวังอะไรจากผู้ชายมาก ยังไงเขาก็มองคนละมุมกับเราอยู่แล้ว ก็ยากนะที่เขาจะทำตามที่เราหวังได้ 100%..
ส่วนคนที่บอกว่า แต่ก่อนเขาไม่เป็นอย่างนี้เลย…  เฮ้อ..  ถ้าให้ตอบด้วยความสะใจและเข้าข้างผู้หญิง ก็คงต้องอ้างคำพูดจากหนังสือหักหลังผู้ชายว่า..  “ผู้ชายน่ะ ตอนที่จีบหญิงใหม่ๆ มันก็คือเหี้ยใส่ชฎาน่ะแหละ”  ทำตัวดูดี แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็น… อยู่  ชฎา.. ใส่แรกๆ ก็รู้สึกดูดีหรอก คิดว่าเท่ห์ แต่พอใส่นานๆ เริ่มหนัก เริ่มเบื่อ  พอถอดออกมา ก็ตรงข้ามกับเปลือกที่เห็น…  เขาถึงบอกไงล่ะว่า จะตัดสินใจคบกับใครให้ดูนานๆ  ให้เห็นเนื้อแท้ก่อน…

เอาเถอะ เมื่อตัดสินใจไปแล้ว คบกันมาแล้วก็ต้องถามคุณผู้หญิงต่อว่า คุณรักชฎาหรือเหี้ย? 
ถ้าคำตอบคือชฎา..  ก็บอกได้เลยว่า สักวันหนึ่ง ชฎาหายไปแน่ๆ  แล้วคุณจะรับกับสภาวะที่ไม่มีชฎาได้หรือเปล่า?
ถ้าคำตอบคือเหี้ย..  ก็แสดงว่า คุณได้ยอมรับในข้อบกพร่องของเขาแล้วใช่ไหม คุณถึงได้ตัดสินใจคบเขา?  ถ้าไม่ใช่ และคุณคิดว่า คุณจะแก้นิสัยนี้ให้เขาได้..  ก็ต้องถามต่อว่า คุณเคยเห็นใครเขาฝึกเหี้ยได้บ้าง?  คนนะ ไม่ใช่หุ่นยนต์ ไม่ใช่ตุ๊กตา .. เขาย่อมมีความคิด มีจิตใจ มีตัวตนของในแบบฉบับของเขาเอง…  คุณจะไปเปลี่ยนเขา คุณมีสิทธิอะไร?  และถ้าคุณโดนเองบ้างจะชอบหรือ?

เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า การที่เขาคบกับแฟนเขาได้นานๆ ก็เพราะว่า เขายอมรับในข้อเสียของอีกฝ่ายได้ก่อนที่เขาจะเห็นความดีและประทับใจในตัวแฟนเขา

เออ… เป็นความคิดที่ดีนะ.. 

กรณีหนุ่ม X สาว Y เขากับเธอก็แค่พ่อแม่แง่งอนกัน มีชีวิตอยู่ด้วยตัวหนังสือ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ก็แล้วแต่คนแต่ง..  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์จริง เรื่องจริง เราก็ไม่รู้หรอกว่าเรื่องอย่างนี้จะจบยังไง  หรือต้องทำยังไงต่อ ต้องแก้ยังไง
เราทำได้แค่ว่า เป็นเพียงที่ระบาย อึดอัดก็เล่าออกมา  ถ้าจะขอคำแนะนำ..  เราก็คงทำได้แค่นี้  คงไม่สามารถชี้แนะแนวทางอะไรได้มากไปกว่านี้…   แม้ว่าเราจะเคยพยายามจะเป็นผู้ชายมาสักเท่าไร เราก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจมุมมองของผู้ชายได้หรอก …  ถ้าอยากรู้ว่าผู้ชายคิดยังไง ก็ต้องไปถามผู้ชายเองน่ะแหละ

ผู้ชายชอบบอกว่าผู้หญิงเข้าใจยาก  ผู้หญิงก็บอกว่าผู้ชายเข้าใจยาก
งั้นเราบอกว่า คนหรือมนุษย์นี่เข้าใจยากชะมัด…

ป.ล. วันนี้มาภาคศิราณี..  เฮ้อ..  แก้ปัญหาให้คนอื่นหมด แต่ตัวเองกลับแก้ไม่ได้…

13 Responses to “คุณค่า”

  1. ม้าลายกระป๋อง Says:

    เธอ : ตัวเอง.. เค้าขอโทษนะตัวเอง สร้อยที่ตัวเองซื้อให้เค้าเป็นครั้งแรกอ่ะ เค้าเผลอทำขาดไปแล้ว เค้าไม่ได้ตั้งใจนะตัวเอง
    เขา : ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ก็ได้
    เธอ : ไม่เอาอ่ะ เค้าไม่อยากได้เส้นใหม่ เดี๋ยวเค้าเอาไปซ่อมใหม่เองละกันนะ
    เขา : เอางั้นหรอ อื้อก้ไม่เป็นไรนี่
    แฮปปี้เอนดิ้ง
    จบ.

    เหตุการณ์คล้ายกันเคยเกิดขึ้นสมั้ยเรียน
    ที่สยามมันจะมีร้านร้อยพวกเหล็กห่วงต่างๆเป็นทั้งข้อมือและสร้อย
    เขาและเธอไปนั่งเลือกเม็ดเหล็กเอามาร้อยเป็นข้อมือกัน
    ทั้ง 2 เส้นเหมือนกันทุกประการต่างกันที่ขนาดข้อมือของเขาจะใหญ่กว่าเธอเท่านั้น
    เวลาผ่านไปเนิ่นนาน แล้ววันนึงสร้อยข้อมือของเขามันก็ขาด…
    สีเหล็กจากสีเงินเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหมอง ดูแทบไม่ออกว่าสีเดิมมันคืออะไร
    พี่คนขาย : น้องแน่ใจหรอคะว่าไม่เอาลูกใหม่
    เขา : ไม่หรอกครับ แค่ร้อยให้เหมือนเดิมก็พอครับ
    เขาเปลี่ยนสายข้อมือไป 2 ครั้ง…
    จนกระทั่งวันที่สายข้อมือของเธอขาด
    ทั้งเขาและเธอก็ไปเลือกเส้นใหม่ด้วยกัน

    บางครั้งการใส่ใจซึ่งกันและกัน หรือพบกันด้วยความพอดี
    เอาใจเขามาใส่ใจเรา ก้อาจจะทำให้เราเข้าใจอะไรอีกฝ่ายมากขึ้น

    ส่วนหนังสือหักหลังผุ้ชายนี่ถ้าจำไม่ผิดคืออันที่คนเป้นเพลยืบอยมาเขียนรึเปล่าฮะ
    ถ้าอันนั้นผมว่ามันก้เกินไป คนเขียนเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาเป้นบรรทัดฐานซะงั้น
    ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะเหี้ย ถ้าจะบอกว่าเหี้ยใส่ชฏาอันนี้ก็เกินไปนิด
    ไม่ใช่พระเอกลิเก ตึ่งโป๊ะ!!!

    แต่ไม่ใช่ไม่มี คนดีๆก้มี คนเหี้ยก็มี
    คบใครก็ลองคบนานๆ ดูว่าแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นยังไง
    อันนี้มันก้ใช้ได้ทั้งผุ้ชายกับผุ้หญิงนะผมว่า
    จะมองผุ้ชายเหี้ยอย่างเดียวก้ไม่ค่อยแฟร์ แค่ผุ้ชายเหี้ยๆมันกล้าที่จะเหี้ยแล้วแสดงออกแค่นั้น
    วันนี้เหี้ยเยอะจริงๆ
    /me ตบปาก 3 ที

  2. ม้าลายกระป๋อง Says:

    เคยให้คำปรึกษาเพื่อนผู้หญิงอยู่เหมือนกัน
    เหตุจากมีเพื่อนชายที่ออฟฟิศเก่ามาติดพัน
    ซึ่งตอนนั้นไอ้คนนี้มันก้มีแฟนแล้ว แต่เหมือนมาแทงกั๊ก
    ทุกวันๆจนฝ่ายหญิงเริ่มใจอ่อน แต่ผุ้ชายก้บอกไม่ได้คิดอะไร
    และยังยืนยันคบกับแฟนคนเดิม
    แต่ยังคงมาหยอดฝ่ายหญิงอยุ่เรื่อยๆ
    จนวันนึงฝ่ายหญิงทนไม่ไหว ยุติความสัมพันธ์ใดๆทั้งสิ้น
    หลังจากนั้นผ่านไปหลายเวลา
    ชายคนนั้นก้โทรกลับมาอีก
    แรกๆฝ่ายหญิงก็โมโห ยังจำเรื่องราวครั้งนั้นได้อยุ่
    แต่ฝ่ายชายก้ยังมาเหมือนเดิม
    บทจะดีก็ทำตัวดี บทจะเหี้ยก้เหี้ยเหมือนเดิม
    เพื่อนผมก้ไม่รู้จะทำไง เพราะใจอ่อนทุกครั้งที่เจอ
    เลยมาปรึกษาผม
    ผม : อืมจากที่ฟังแกเล่ามานะ
    เพื่อน : ทำไมหรอ
    ผม : คือไอ้นี่มันเหี้ยดีๆนี่เอง
    แกก็รู้ว่ามันเหี้ย ทุกอย่างที่มันทำนี่เหี้ยได้ใจ
    แล้วทำไมแกยังชอบมันวะ
    เพื่อน : …(อึ้งรับประทาน)
    เออว่ะ จริงของแก
    วันนี้มาฮาร์ดคอร์นะเนี่ย

    อย่างงี้ก้อยากจะถามกลับเหมือนกันว่า ก้รู้ว่ามันเหี้ยแล้วทำไมยังจะชอบมันอีกฟะ ผมละงง

  3. nuch Says:

    เขาถึงบอกไง ผู้หญิงชอบคนเลว… 555

    แต่สำหรับเราน่ะ ถ้ารู้ว่ามันเหี้ยแล้ว เราเลิกชอบได้ทันทีเลยนะ แต่ถ้าแค่รู้ว่าเขามีข้อไม่ดียังไง นิสัยเสียยังไง ซึ่งถ้าไม่เหี้ยจริง เราก็ตัดใจไม่ได้หรอก

    แต่ว่านะ.. กรณีเพื่อนม้าลาย.. ถ้าเขามีเจ้าของอยุ่แล้ว หรือเขายังคบกับใครอยู่ น่าจะตัดใจได้เลยนะ ถ้าไม่ใช่คนตัวเปล่า แล้วยังขืนดันทุรังคบกันไป ยังไงก็ต้องมีฝ่ายหนึ่งเสียใจ

  4. ม้าลายกระป๋อง Says:

    ตอนหลังเหี้ยนั่นไม่มีใคร
    แต่แม่งอารมณ์ไม่มีความเป็นสุภาพบุรษเหี้ยๆแล้ว
    ขนาดเพื่อนมันเองยังบอกเพื่อนผมว่าทนเหี้ยนี่ได้ไง
    นี่ขนาดไม่ได้เป็นไรกันเลยนะ อารมณ์มันชวนออกไปดูของ
    แต่ความประพฤติเรียกได้ว่าไม่แมนเลย

  5. ม้าลายกระป๋อง Says:

    สรุปแล้วก้คงแล้วแต่คนสินะ
    คงมีบางมุมที่คนนอกไม่สามารถไปรับรู้ได้

  6. Noopook Says:

    ความคิดเห็นจากฟาก หนุ่ม X นะ

    ทำไมหนุ่ม X ไม่เอาไปซ่อม หลักๆก็คงมาจากการที่ไม่คิดว่ามันจะซ่อมได้น่ะ พอไม่คิดว่า เลยไม่พยายาม แล้วก็ไม่คิดเป็นอย่างอื่นอีก แล้วก็ไม่ถามคนอื่นแล้วด้วย ว่าจะเอาไปซ่อมที่ไหนยังไงได้บ้าง ทั้งที่ถ้าถามก็อาจจะได้ซ่อมให้แล้ว แต่ก็อาจจะเหมือนคล้ายๆขับรถหลงทางแล้วไม่ยอมถามคนในพื้นที่มั้ง

    แต่เขาก็อุตส่าห์เก็บตังค์ไว้นะ ไว้ในกรณีใดๆก็ตามที่จำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมา เขาก็จะมีให้ใช้ได้ไม่ขัดสน เรื่องกินอยู่สำคัญอันดับหนึ่ง แต่ส่วน ในเคสสร้อยนี้เขามองว่ามันไม่ใหญ่มากและก็ไม่เร่งด่วน ก็เลยพลาดมองข้ามความรู้สึกของสาว Y ไปซะ

    หลังจากง้อกันไปตามเรื่องตามราวอยู่นานมาก สร้อยเส้นเก่าก็ยอมเอาไปซ่อม แต่ของใหม่พอมีโอกาสก็ซื้อให้ เพราะไอ้อันเก่าเขาแน่ใจว่ามันจะเสียอีกแน่เร็วๆนี้ เด๋วเธอก็จะให้เขาซ่อมอีก ก็สร้างความทรงจำอันใหม่เลยจะดีไม๊นะ (เขายังคงยืนกรานความคิดเขาว่าถูกแน่ที่ไม่ควรซ่อม ทั้งที่จะจริงรึเปล่าก็ไม่รู้) แล้วก็อีกมากมายที่ทำเพื่อซ่อมความสัมพันธ์ แต่แล้วหลังจากนั้น หนุ่ม X ก็เปลี่ยนใช้วิธีพา สาว Y ไปกินข้าว กินขนม พาไปเที่ยว กับซื้อดอกไม้ให้โอกาสสำคัญให้บ่อยขึ้น แทนซื้อของให้ เนื่องจากเขาคิดว่าได้กินได้เที่ยวด้วยกันก็สร้างความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นด้วย และมีความทรงจำที่ดีที่ได้เอาไว้คุยกันต่อ สิ่งเหล่านี้เธอก็เก็บเป็นความทรงจำได้ดีเท่ากับสิ่งของ สิ่งเหล่านี้ไม่มีโอกาส “เสีย” ในอนาคตให้เขาต้องไปซ่อมอีก และเขาก็สามารถซื้อให้เธอใหม่ได้บ่อยเท่าที่เขาต้องการ โดยมันไม่ิิเกิดเคสว่า “อะไร เธอไม่เห็นคุณค่าของมื้อ,ทริป,ช่อที่ผ่านมาเหรอ”

    ก็แค่เคสๆนึง และการเรียนรู้และการปรับตัวเรื่องความสัมพันธ์ของหนุ่ม X กับ สาว Y ก็ดำเนินต่อไป

    ิส่วนข้างล่างลงมาจากเรื่องแต่ง เราไม่ขอออกความเห็นละกันนะ เพราะมันเป็นเรื่องของแต่ละคู่ จนกว่าเราจะรู้รายละเอียดมากกว่านี้

  7. ม้าลายกระป๋อง Says:

    :D

  8. Nair Says:

    อืม เป็นฉัน จะเอาไปซ่อมเองอย่างที่ตอยว่า เค้าให้ของมาแล้ว ถ้าเราให้ความสำคัญของมันเราก็ต้องรับผิดชอบดูแลให้่ดี อีกอย่าง คนทำเสียก็คือเราเอง ทำไมต้องบอกให้แฟนเอาไปซ่อมอีก

  9. ม้าลายกระป๋อง Says:

    เป็นฉัน
    พูดแล้วหน้าบุญชูลอยขึ้นมาเลยแฮะ
    ตึ่งโป๊ะ!!!
    ช่วงนี้อยากเล่น rockband จัดเลยใส่กลองเยอะไปหน่อย

  10. nuch Says:

    อ้าวเหรอ.. เราฟังคำว่า “เป็นฉัน” แล้ว นึกถึงประโยคต่อว่า “.. มันผิดตรงไหน ชีวิตฉันใครกำกับ เป็นฉันใครจะยอมรับ บทบาทให้ความสำคัญ… ”

    ตึ่งโป๊ะ ด้วย :lol:

  11. ม้าลายกระป๋อง Says:

    ผ่างงงงงงงงง

  12. Nair Says:

    ออกทะเลไปซะแล้วพี่น้อง…

    แหม๊~~~~ ถ้าใช้คำว่า เป้นชั้น เดี๋ยวจะโดนอ่ััะจันแม่ว่าเอาได้่้หน่าค๊ะ (กรุณาดัดเสียงให้เหมือน)

  13. Tara Says:

    สวัสดีค่ะ ว่างๆ อยู่ตอนเช้ามืด ณ ไทยแลนด์ ขอแวะมาแสดงความเห็นด้วยคนนนน
    ถ้าเป็นเรานะ เราคงบอกคนที่ซื้อให้ก่อน แต่ถ้าเค้าไม่เอาไปซ่อมให้ หรือไม่ได้เสนอตัว ก็เอาไปทำเองอ่ะค่ะ ในกรณี่ที่ซ่อมได้นะ
    แต่สำหรับฝ่ายชาย เราก็เข้าใจอ่ะเนอะว่าความละเอียดอ่อนมีน้อยกว่าผู้หญิงเยอะ แต่ในกรณีแบบนี้ ถ้าจะยอมซักนิด ลองใช้คำพูดที่อ่อนลงซักหน่อย บทสนทนานี้มันอาจจะซอฟท์ลงมากมายอ่ะค่ะ เช่น แทนที่จะพูดว่า ก็แค่สร้อยเส้นเดียว ก็เปลี่ยนเป็น เดี๋ยวจะซื้อให้ใหม่นะ ยังไงก็เป็นของแทนใจจากเขาเหมือนกัน มันน่าจะช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นรึเปล่า
    แต่ว่าก็ว่าเถอะคะ ถ้าเป็นเรา ก็คงจะไม่เซ้าซี้งอแงมากเท่าสาว Y นี่เหมือนกัน ยังไงก็ต้องเข้าใจธรรมชาติของผู้ชายบ้าง ของแบบนี้จริงๆ แล้วก็คงต้องพบกันตรงกลางหรือเยื้องหน่อยๆ จริงๆ อ่ะเนอะ เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในตำแหน่งของตัวเอง ไม่เดินเข้ากัน มันก็คงเป็นเหมือนเส้นขนานเนอะ แล้วความรักที่มีให้กัน ก็คงไม่มีความหมาย

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: