« »

Dopamine

by nuch

สารโดพามีน (Dopamine) มีความหมายถึง สารที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อกระตุ้นความสุข สารนี้จะพุ่งสูงมากในช่วงแรกๆ ที่ความรักยังบานฉ่ำเท่านั้น เพราะเมื่อเวลาผ่านไป โดพามีนจะลดลงและเปิดโอกาสให้สารสื่อประสาทอื่น เช่น ออกซีโทซิน (oxytocin) และเอนดอร์ฟิน (endorphin) เข้ามาทำงานแทน คล้ายๆ กับว่าธรรมชาติใช้สารสื่อประสาทอย่างโดพามีนหลอกล่อให้คนเราตกหลุม “รักแบบดื่มด่ำฉ่ำหวาน” (romantic love) ในช่วงแรกๆ และต่อมา จากนั้นก็ใช้สารอื่นเปลี่ยนความรู้สึกไปเป็น “รักแบบผูกพัน” (attachment) ซึ่งตื่นเต้นเร้าใจน้อยลง โดยกระบวนการทั้งหมดนี้กินเวลาประมาณ 4 ปี และนั่นคือ ที่มาของการหย่าร้างและเลิกรากันไปในที่สุด

และนี่คือที่มาของหนังสั้นเรื่อง โดพามีน (Dopamine) ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ มะเดี่ยว หรือ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังสุดฮอตที่มี 3 รางวัลยอดเยี่ยมสุพรรณหงส์ทองคำรับประกันคุณภาพ และยังกวาดรางวัลจากหลายเวทีในภาพยนตร์เรื่อง “รักแห่งสยาม” ได้บรรจงทำหนังสั้นเรื่องพิเศษ ให้กับงาน One – 2-Call! iD Showcase ในเดือนแห่งความรักที่ผ่านมา

“มันเป็นการเล่าเรื่องราวและความคิดทางวิทยาศาสตร์ออกมาให้สนุกสนาน และอยากให้ผู้ชมได้ลองเปรียบเทียบกับตนเองในชีวิตจริง และสรุปด้วยการใช้ปัญญาที่สุขุม รอบคอบ ในการตัดสินความรัก ที่ผมอยากให้ทุกคนได้ชมนะครับ” มะเดี่ยวกล่าว

(quote จาก Mr. P)

อยากดูตัวเต็มจัง….

13 Responses to “Dopamine”

  1. Noopook Says:

    อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหนังนะ เกี่ยวกับสาร dopamine ตัวนี้ตัวเดียว

    http://www.bangkokhealth.com/neuro_htdoc/neuro_health_detail.asp?number=10057

    เห็นเค้าว่าสมองโดยทั่วไปจะหลั่งสารตัวนี้ออกมาในปริมาณนึงตามปกติอยู่แล้ว การขาดสารตัวนี้จะกลายเป็นโรคพาร์กินสัน แต่ถ้ามีมากไปจะกลายเป็นโรคจิตไป อยากให้ร่างกายผลิตเป็นปกติให้กินอาหารโปรตีนสูงคาร์โบต่ำ

    อัตราการหลั่งเกี่ยวข้องกับการเกิดความพึงพอใจ ถ้าพอใจร่างกายผลิตเพิ่มขึ้น

    ถ้ามีสารเพิ่มขึ้น ร่างกายจะตื่นตัวกระฉับกระเฉง มีสมาธิ ไวต่อสิ่งเร้า

    สุดท้ายเกี่ยวกับ reward circuit ที่ร่างกายเราจะให้รางวัลตัวเองด้วย”ความสุข” เมื่อร่างกายหลั่งสารตัวนี้ออกมา คือเหมือนกับเป็นระบบที่สั่งให้เราทำอะไรให้ซ้ำๆ ที่ดีต่อร่างกายอีก โดยจะมีรางวัลให้ ถ้าไม่ทำ ร่างกายขาดการหลั่งสารตัวเดิม ร่างกายเลยไม่ให้รางวัลตัวเอง ก็จะกลายเป็นคนซึมเศร้าเงียบเหงาขี้หงุดหงิดได้

    สรุปก็คือ เราไม่มีปัญหากับสารตัวนี้หรอก เรามีปัญหากับระบบ reward circuit ของร่างกายมากกว่าแฮะ ไอ้ตอนให้รางวัลมันก็ดีหรอก แต่ทำไมต้องมีไอ้ด้านที่เหมือนทำโทษกันด้วยหว่า ใช่ว่าคนเราจะอยากทำอะไรที่ไม่พึงพอใจซักหน่อย แต่มันก็ต้องมีกันบ้างใช่ม้า แต่พอไม่ทำ ร่างกายไม่หลั่งสารเพิ่ม ไม่หลั่งสารเพิ่ม ร่างกายไม่ให้รางวัล ไม่ให้รางวัล ก็ซึมเศร้าเงียบเหงาขี้หงุดหงิด เอ๊า เออ ดีจริงๆ

    ส่วนจะเกี่ยวข้องกับความรักยังไง ร่างกายจะหยุดหลั่งสารนี้เพิ่มขึ้นหลังจาก 4 ปี ขอไปหาข้อมูลเพิ่มก่อน

  2. nuch Says:

    คงเป็นเรื่องของสมดุลล่ะมั้ง
    ทุกอย่างต้องมีในลักษณะพอเหมาะ พอควร…

    เหมือนคนแหละ..
    ดีเกินไป.. ก็เป็นข้ออ้างในการขอเลิกคบกัน
    เห็นแก่ตัวเกินไป.. ก็อยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้
    เป็นมิตรเกินไป.. ก็ไม่น่าจะไว้วางใจกันได้ง่ายๆ
    เก๊กเกินไป.. ก็ไม่น่าจะรู้จัก หรือคบกันต่อไปได้
    เก่งเกินไป.. ก็หาเพื่อนที่จะเข้าใจหรือจริงใจด้วยยาก
    โลภเกินไป.. ก็ไม่น่าทำการค้าด้วย

    แต่ความพอดีน่ะ ใช่ว่าทำได้ง่ายๆ แต่ก็ใช่ว่าจะยากเกินไปนะ
    เหมือนตาชั่งสองแขนน่ะ…
    จะวางของให้รักษาสมดุลได้
    ถ้าเอาพื้นฐานสุดๆ ก็ต้องทำให้ของที่ปลายแขนทั้งสองข้างมีน้ำหนักเท่ากัน แต่ปัญหาอยู่ว่า จะเติมของหรือลดของอย่างไร
    แต่ก็มีอีกวิธีที่จะรักษาสมดุลได้ ก็คือต้องหาจุดสมดุลใหม่ โดยขยับจุดหมุนตรงกลาง เข้าใกล้ด้านที่หนักกว่า เพื่อสร้างจุดสมดุลใหม่…

    ที่นี้ก็อยู่ที่ว่า จะเลือกว่า จะเอาสมดุลที่น้ำหนักจริง หรือจะเอาสมดุลแค่ตามภาพที่เห็นล่ะ?

  3. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อืม ตอบพี่หนูปุ๊ก
    บางทีมันเหมือนอดเปรี้ยวไว้กินหวานป่าวพี่
    แบบถ้าไม่หงุดหงิด ไม่งุ่นง่านหรือซึมเศร้า
    เวลาที่เราหลั่งสารตัวนี้ออกมา ความรู้สึกมันก็ไม่สุดๆเต็มที่ใช่มั้ยอ่ะ
    ถ้าแบบเรามีเรื่อยๆ ไม่ขาดเท่าไหร่ ความรู้สึกก็จะเป็นแบบกลางๆ
    แต่ถ้าไม่มีนานๆแล้วมามี ความรู้สึกมันต่างกันนะ
    ผมเข้าใจถูกป่าวหว่า

    ของพี่นุช
    ผมว่าเอาสมดุลที่มันอยุ่ระหว่างสมดุล 2 อันนั้นละกันฮะ
    :D

  4. Noopook Says:

    ตอบม้าลายกระป๋อง
    ก็เข้าใจนา เรื่องกราฟอารมณ์เนี่ย แต่สมมุติเราป่วยเงี้ย ป่วยหนักจนลุกขึ้นทำสิ่งที่พอใจไม่ได้ แค่นี้ก็เศร้าแล้วนะ ร่างกายยังต้องทำให้เราเป็นคนหงุดหงิดซึมเศร้าด้วยเหรอ …..

    เหมือนจะได้ยินคำตอบในตัวคล้ายๆกับบอกว่า “จงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่” ขึ้นมาแฮะ อืมม์ ยังไม่แน่ใจว่าใช่คำตอบสุดท้ายรึยัง

    ตอบนุช

    อ่านไป ดันไปนึกถึง Professor Layton ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้แฮะ 555

    ส่วนเรื่องสมดุล อันดีๆ เราสนับสนุนให้ดีต่อนะ ถึงจะจริงตามที่นุชว่าก็เหอะ

    ดีเกินไป เป็นข้ออ้างในการเลิกคบ…. เลิกไปก็ดีแล้วล่ะ กับคนที่อ้างแบบนั้น
    เป็นมิตรเกินไป คนกลับไม่ไว้วางใจ….เราก็เป็นมิตรเท่าเดิม ให้เขาดูกันนานๆก็ได้หนิ
    เก่งเกินไป หาเพื่อนที่เข้าใจกันได้ยาก ..เศร้าหน่อยๆ เพราะอยู่ในโลกที่คนเขาตามไม่ทัน แต่ว่าจะมองว่าสนุกไปอีกแบบนึงก็ได้มั้ง

    ส่วนข้อไม่ดี เห็นแก่ตัว ขี้เก็ก โลภมาก ..อันนั้นใครเป็นคงต้องปรับสมดุลโดยด่วน

  5. nuch Says:

    ท่าทางหนูพุก ยังติดใจกับโจทย์ชั่งน้ำหนักอยู่นะ… :lol:

    ส่วนข้อไม่ดี เห็นแก่ตัว ขี้เก็ก โลภมาก ..อันนั้นใครเป็นคงต้องปรับสมดุลโดยด่วน

    นั่นสิ.. ใครก็ไม่รู้เนอะ หุ หุ

  6. ม้าลายกระป๋อง Says:

    เอ้า ยิ่งไม่รู้เข้าไปกันใหญ่
    ตอบพี่หนูปุ๊ก
    พอลองมานึกดูดีๆ มันมีสถานการณ์แบบที่ว่าขนาดนั้นจริงหรือ
    คือแบบคนเราก้ใช้ชีวิตประจำวันปกติ ถ้าไม่ได้สังเกตุเราอาจไม่รู้สึกถึงสารนี้ก็ไดมั้ง
    มันอาจไม่รุนแรงขนาดนั้น
    แต่ เอ….
    บางครั้งผมก้มีช่วงที่รู่สึกหงุดหงิดเหงาอยุ่บ้างเหมือนกัน
    ทางแก้คือออกไปวิ่งให้หายบ้า
    :D

  7. Noopook Says:

    ตอบนุช

    ติดใจมาก อยากให้พัซเซิ้ลที่โหลดรายสัปดาห์มันเจ๋งเหมือนอันที่ “ชั่งตาชั่ง” อันนี้อีกจัง แต่ว่าเท่าที่โหลดมาคงจะเหมือนกับหวังไว้มากเกินไป

    ยังติดใจว่านุชแก้ได้ไง เราบังเอิญแก้ได้แค่บางกรณี แต่วิธีที่แก้ไ้ด้ทุกกรณีแบบนั้น เราเองยังคิดไม่ออกเลย เราคงยังคิดไม่มากพอ

    ตอบม้าลายกระป๋อง

    สถานการณ์อย่างที่ว่าน่ะเหรอ เอ จะว่ามีก็มีนะ พวกที่เสพติดพฤติกรรมบางอย่างน่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็แบบอดเล่นเกมส์แล้วออกอาการมือไม้สั่น หงุดหงิดงุ่นง่านคิดไรไม่ออก อะไรแบบเนี้ย เหมือนเอาเคสตัวเองมาพูดนี่นา เคยเป็น 5555

    ส่วนวิ่งแล้วหายบ้าเนี่ย ก็จริงนะ เพราะสงสัยจะได้สารตัวอื่นทดแทน พวกเอนโดฟีน ไรเงี้ย งั้นก็คือขาดตัวนึง ก็ทำอีกแบบให้ได้สารอีกตัว ร่างกายก็ให้รางวัลเหมือนกัน อืมม์ น่าสนใจ

  8. nuch Says:

    ยังไม่ได้ลองโหลด weekly puzzle เลย แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีอันยากๆ กว่าด่าน พา Princess หนีอันสุดท้ายแล้วนะ…

    ก็อย่างที่เคยบอกว่าเราชอบเล่น puzzle เล่นมาเยอะ ก็เลยพอมองบางอย่างออกน่ะ..
    อีกอย่าง.. เกมเขาบอกไว้แล้วว่า
    Remember : Every puzzle has an answer!

    คือ ถ้าเรารู้ว่ามันมีคำตอบชัวร์ เราไม่หยุดที่จะแก้ปัญหาน่ะ.. การแก้ปัญหาของเราส่วนใหญ่จะหยุดลงตรงที่ว่า เราชัวร์ว่ามันไม่มีคำตอบน่ะ… พอมาเป็นเกมบน DS มันต้องมีคำตอบแน่ๆ แต่อยู่ที่ว่าเราจะโดนมันหลอกแบบไหนน่ะ (ลองถ้ามันไม่มีคำตอบสิ คนเล่นเกมด่าเละแน่ๆ )

  9. nuch Says:

    ตอบตอย…

    บางทีไปออกกำลังกาย ก็ไม่ได้ช่วยเท่าไร ส่วนใหญ่เราใช้วิธี ถ้าไม่ทำอะไรที่หวาดเสียวเช่นเล่นเครื่องเล่นน่ากลัว ไม่ก็ขับรถเร็วๆ หรือไปเดินขอบสะพาน.. ก็ใช้วิธีเปลี่ยนสภาพแวดล้อม อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า เปลี่ยนสไตล์ตัวเอง.. เอ.. อ่านดูแล้ว เหมือนเราเป็นผู้หญิงเลยแฮะ..

  10. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อืม ก็เหมือนอยู่นะพี่
    ผ่างงงงงงงงงงง

  11. nuch Says:

    งั้นต้องตอบว่า ตึ่งโป๊ะ สินะ

    (ลามกไปปะเรา.. เห็นคำว่า “ผ่างงงง” ทีไร นึกถึงเซนเซอร์ในหนังสือการ์ตูนทุกที…)
    =__=’

  12. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อ๊างงงงง
    :P

  13. Noopook Says:

    ไอ้ “ผ่าง” “คว้าง” เนี่ย เคยคิดเหมือนกันว่า ถ้าไปเห็นสาวแก้ผ้าจริงๆแล้ว จะได้ยินเสียงนี้ในหัวรึเปล่า

    เทียบกันกับเซนเซอร์ประเภทลบบางจุด ที่ทำให้ตอนเด็กเราเ้ข้าใจผิดว่าหน้าอกผู้หญิงจริงๆคงเป็นแบบนั้น อันไหนมันแย่กว่ากันหว่า

    อ่านการ์ตูนติดเรตมากไปแล้วสิเรา

    กลับไปเรื่องพัซเซิ้ล อันพาองค์หญิงหนี แก้เองไม่ได้เหมือนกัน ยอมรับว่าหาเฉลยบนอินเตอร์เนตแล่ะ มีเป็นมูฟวี่คลิปวิธีการเล่นเลย รู้สึกว่าเป็นพัซเิซิ้ลคลาสสิกที่มีมาแต่โบราณกาล ที่เรียกกันว่า Forget me not

    ถ้าเชื่อเสมอว่ามีคำตอบ ก็จะไม่หยุดหาวิธีแก้เหรอ อืมม์ เป็นวิธีการคิดที่ดีนะ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: