« »

หนังสั้น Dopamine

by nuch

เคยเอาตัวอย่างหนังสั้นเรื่อง Dopamine ของมะเดี่ยว – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล มาลงเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน

วันนี้.. มีคนเอาตัวเต็มมาลง youtube แล้ว :D

ดูจบแล้ว..  เข้าใจแล้วล่ะว่า ทำไมหนังรักชอบแสดงออกว่ารักด้วยการวิ่งไล่จับกัน (โดยเฉพาะหนังอินเดีย)  คงเพราะโดพามีนมันฉีดพล่านนี่เอง.. :lol:

“เราทำอะไรผิดเหรอ”
ตอนแรกที่เห็นตัวอย่าง เราก็ชอบประโยคนี้นะ  แค่ประโยคเดียว มันสื่ออะไรได้มากมายเลย
แต่..
พอได้ดูหนังสั้นตัวเต็มแล้ว..
มีประโยคที่โดนใจอีกล่ะ… 

“ตัวเอง เค้าขอกอดตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”

ถ้าถามว่า ทำไมถึงโดนใจที่ประโยคนี้..  
คงตอบได้แค่ว่า..  คงเป็นเพราะเราว่ามีฮอร์โมน Oxytocin เยอะเกินล่ะมั้ง…

ส่วนตัวแล้ว ชอบไอเดียหนังสั้นเรื่องนี้นะ จะติดใจนิดเดียวก็ตรงที่ ทำไมต้องเอา ศาสตราจารย์ฝรั่งมาพูดอังกฤษ และมีซับไทยให้อ่าน? 
ไม่ได้ว่าจะว่าหนังขาดความเป็นไทยอะไรหรอกนะ  แต่มันเหมือนเสียอารมณ์ ที่ต้องมาปรับภาษากระทันหัน.. 
ถ้าจะยืนยันให้เป็นฝรั่งมาพูดก็ไม่ว่ากันหรอก  แต่ให้เป็นเสียงพากย์ไทยไปเลยน่าจะดีซะกว่า
เอ..  หรือว่า การสร้างเสียงสองภาษานี้เพื่อต้องการแบ่งโทน ระหว่างโลกสารคดี กับโลกความรัก?

ประเด็นที่ว่า การทำงานของโดพามีนมีอายุแค่ 4 ปีเนี่ย..   ทำให้เราสงสัยว่า ถ้างั้น จะมีเคมีอะไรในร่างกาย หรือวิทยาศาสตร์ข้อไหน ที่จะอธิบายถึงความรักที่ยั่งยืน รักที่ห่วงใยกัน ดูแลกันตลอดไป ?
อันนี้มองในแง่ความรักในมุมมองวิทยาศาสตร์นะ…

แต่บางที..  เราก็รู้สึกว่า..  วงจรการทำงานของโดพามีนในเพศชาย และเพศหญิงมีช่วงระยะเวลาที่ไม่เท่ากันนะ…   เหมือนผู้ชายจะมีวงจรที่สั้นกว่า..  สั้นกว่ามากๆ ชนิดมีช่วงเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นเอง..  (ไม่นับกรณีชายเจ้าชู้ที่โดพามีนมีวงจรใหม่ๆ แทบทุกวันนะ)  แต่กับผู้หญิงมีช่วงเวลาที่ยาวนานกว่า..  พอการทำงานของโดพามีนของผู้ชายหมดไป  แต่ผู้หญิงยังอยู่  สิ่งที่ผู้หญิงทำก็ยังเหมือนเดิม เป็นอาการย้ำคิดย้ำทำคล้ายๆ กับผู้ชายช่วงที่ยังอยู่ในอำนาจสารโดพามีน..  แต่เพราะว่าผู้ชายหลุดจากวงจรสารนั้นแล้ว พอมาเจออาการของผู้หญิงที่ยังอยู่ในฤทธิ์ของสารนั้น  ก็ทำให้เริ่มรู้สึกรำคาญ ไม่ happy กับอาการย้ำคิดย้ำทำ ตามติดของฝ่ายหญิง  และทำให้เบื่อกันง่ายๆ ในที่สุด.. 

นี่สินะ ที่เป็นที่มาของประโยคที่ว่า “เธอเปลี่ยนไปนะ”  ไม่ก็ “เราเบื่อ เราไม่อยากทำอย่างนั้นอีกแล้ว”

พออธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์แล้ว..  อืม  ความรักไม่มีใครถูกใครผิดเลย..  เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ..  
แต่..
ถ้ามันเป็นเช่นนี้ มันก็เหมือนโดนเกาคางแล้วฟาดด้วยไม้หน้าสาม…   อย่ามีรักเลย จะดีกว่าไหมนะ?? 
แต่ก็อีก…
ถ้าความรักคือกลไกธรรมชาติ  เราจะห้ามไม่ให้มีได้หรือ?  เราจะฝืนธรรมชาติได้หรือ??

:angel:

7 Responses to “หนังสั้น Dopamine”

  1. ม้าลายกระป๋อง Says:

    เอ ทำไมผู้ชายถึงมีวงจรแค่ 2 ปีอ่ะ
    ผมว่าไอ้สารนี้มันไม่ได้ขึ้นกับเพศอย่างเดียวนะ
    สภาพแวดล้อม การเติบโต ทุกอย่างมีผลทั้งสิ้น
    ระยะเวลาผมว่ามันขึ้นกับแต่ละคนมากกว่านะฮะ

    สถานการณ์ที่ยกมา บางครั้งลองกลับเพศดูมันก็คือๆกันอ่ะ

  2. ม้าลายกระป๋อง Says:

    หรือใครว่าผู้ชายเสียใจ…..ไม่เป็น

  3. Paeng Says:

    อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิดพี่
    มีรักย่อมมีทุกข์ ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง :P

    สำหรับแ้ป้ง ถ้าสุดท้ายแล้วมันจะทุกข์ก็ปล่อยมันเป็นไป
    แต่ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ

    อีกอย่างนึง แป้งว่าคนเราก็เปลี่ยนไปตลอดเวลานั่นแล

  4. nuch Says:

    (Quote from : ม้าลายกระป๋อง)

    “เอ ทำไมผู้ชายถึงมีวงจรแค่ 2 ปีอ่ะ
    ผมว่าไอ้สารนี้มันไม่ได้ขึ้นกับเพศอย่างเดียวนะ
    สภาพแวดล้อม การเติบโต ทุกอย่างมีผลทั้งสิ้น
    ระยะเวลาผมว่ามันขึ้นกับแต่ละคนมากกว่านะฮะ

    สถานการณ์ที่ยกมา บางครั้งลองกลับเพศดูมันก็คือๆกันอ่ะ”

    จากเหตุหลายคู่ร้างที่ได้ยินมาน่ะ ส่วนใหญ่ฝ่ายชายจะหมดรักก่อน แต่ก็ทนจนถึงที่สุด แล้วก็เลิกรากันไป…
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า วงจรของผู้ชายจะเป็นอย่างนี้ทั้งหมดนะ แค่เปรียบว่า วงจรการทำงานของแต่ละเพศน่ะไม่เท่ากัน และห่างกันมาก เลยทำให้มีช่วงเวลาที่ทนๆ กันน่ะ..

    จะว่า สลับเพศ ก็เป็นไปได้เช่นกัน เพียงแต่เราไม่ค่อยมีเพื่อนเพศหญิงที่จะเป็นแบบนั้นสักเท่าไร… :straight:

  5. ม้าลายกระป๋อง Says:

    ฉากวิ่งไล่จับในห้องสมุดนี่อย่างฮา

  6. Jar and New Says:

    Part 1 ฮาดี ดูไปขำไป

    ทฤษฎีความรัก ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆอย่าง
    สิ่งกระตุ้นจากร่างกายเป็นส่วนหนึ่ง พื้นฐานสำคัญอยู่ที่คนสองคนด้วย
    บางที วงจรของมันก็ไม่ได้สิ้นสุดลงด้วยจำนวนปีที่ผ่านไป
    อีกนัยหนึ่ง เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่ความมั่นคงของจิตใจยังอยู่
    รักมันก็จะยังอยู่ได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน
    จริงที่ความผูกพันธ์เป็นส่วนที่ทำใ้ห้คนที่อยู่ร่วมกันอยู่กันได้นาน ความเข้าใจก็เป็นส่วนช่วยประคับประคอง
    ทั้งนี้ทั้งนั้น คำตอบของความรักของแต่คนต่างกันไป
    รักด้วยปัญญาควบคู่ไปกับรักด้วยใจก็คงจะช่วยให้รักนั้นมีทุกข์น้อยลง
    และจะอยู่กับรักที่มีได้อย่างมีความสุขไม่ว่ารักนั้นมันจะนานแค่ไหนก็ตาม :love:

  7. Noopook Says:

    ถ้าเป็นตามเรื่องที่นำเสนอจริงๆ (เราไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่แต่แรกอ่ะนะ เรื่องนี้)

    งั้นเราก็ใช้ทฤษฎีของไอน์สไตน์ ให้ผู้ชายขึ้นยานออกไปนอกอวกาศ หรือไม่ก็ให้เขาอยู่ที่บนยอดเขา ส่วนผู้หญิงอยู่ที่เชิงเขา เวลาของเขาและเธอจะได้ออกมาบาลานซ์กัน สารเคมีหมดที่เวลาใกล้ๆกัน ดีมะ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: