« »

connection..

by nuch

connection…  ในความรู้สึกเรา คำนี้หมายถึง “เส้นสาย”  ซึ่งเป็นระบบที่เราเกลียดมากๆ
เพราะอะไรน่ะหรือ…
ก็เพราะว่า ระบบนี้ เป็นระบบที่ดูถูกความพยายามของคน, สร้างปัญหาให้องค์กร และ.. ทำให้คนเราไม่มีความจริงใจให้กัน…

แต่.. นับวัน ผู้คนเรื่มให้ความสำคัญกับระบบนี้มากเสียเหลือเกิน…  มากจนเรารู้สึกเหนื่อย..  และเหงา…

ตั้งแต่วันที่มาเรียนต่อ.. ใครต่อใครที่นี่ก็พูดกันว่า การที่จะได้งานที่นี่ฝีมือเป็นเรื่องรอง  แต่คุณรู้จักใคร นั่นเป็นเรื่องหลัก…   เรารู้สึกแย่นะ..  จนไปบ่นกับเพื่อนอเมริกันว่าเราเกลียดระบบนี้ยังไง..  แต่เขาก็ปลอบว่า..  มันไม่ใช่แค่ว่า แค่รู้จักใครแล้วก็ได้งานเลยหรอกนะ  แต่มันเหมือนกับว่า สมมติว่ามีตัวเลือกที่มีระดับฝีมือความสามารถเท่ากัน..  แต่ต้องเลือกแค่คนเดียว  ถ้าเรารู้จักคนคนหนึ่ง รู้นิสัยเขาดีกว่าคนอื่นๆ  เราก็คงพอใจที่จะเลือกคนคนนั้นเข้ามาร่วมงานด้วยมากกว่าคนอื่นๆ…   ใช่..  มองในแง่นี้ก็ถูกต้องนะ…   ถ้าเป็นในแง่นี้ เราพอจะยอมรับระบบ connection นี้ได้..

แต่..  ความเป็นจริงในด้านที่เราไม่ใช่ผู้ถูกเลือก..  ในด้านของการคบคน…  เสียงที่พร่ำบอกว่าให้ผูกสัมพันธ์กับคนคนนั้น คนคนนี้ เพื่ออนาคต..  มันทำให้เรารู้สึกว่า..  เหนื่อยนะ..  และรู้สึกว่า ทำอย่างนี้มันเลวนะ..  มันเหมือนกับการคบกันที่ผลประโยชน์… ซึ่งเป็นอะไรที่เราไม่ชอบเลย.. และยิ่งถ้าเราเป็นคนที่ถูกคบด้วยเหตุผลนี้..  เรายิ่งรู้สึกแย่มากๆ  เหมือนกับตัวตนเราไม่ใช่คนที่มีค่า  เหมือนเราไม่ใช่คน เป็นเพียงสินค้า การลงทุน หรืออะไรสักอย่าง… 

ช่วงปีที่ผ่านมา เจออะไรแบบนี้มาเยอะมากๆ  จนเหนื่อย จนสงสัยความหมายของคำว่า “เพื่อน” ของคนแถวนี้ ว่ามันหมายถึงอะไรกันนะ?   เพราะอะไรคนเราถึงคบกัน ถึงอยากผูกสัมพันธ์กันนะ?

สำหรับเรา..  เราจะคบกับใครสักคน ผูกสัมพันธ์กับใครสักคน ก็เพราะเราชอบความคิด มุมมอง หรือ เรานับถือน้ำใจเขา  เราไม่คิดว่า คนคนนี้มีชื่อเสียง คนคนนี้จะเป็นคนเด่นคนดังในอนาคต หรือ คนคนนี้จะช่วยเหลือเราได้ในอนาคต…

และคงเพราะหลายคนเข้าใจว่า อนาคตของคนเราอยู่ที่การทำงาน  และการได้งานอยู่ที่ connection ก็เลยเกิดเวปไซท์ที่ให้บริการด้านการสร้าง networking หรือ connection เช่น hi5, facebook, myspace,…
ซึ่งดูจะเป็นที่นิยมกันในสมัยนี้จัง .. 

สำหรับเรา เวลาเล่นเวปไซท์พวกนี้ เราจะ add หรือรับ add จากคนที่เรารู้จัก หรือเคยคุยด้วยเท่านั้น…  เพราะไม่มั่นใจว่า คนที่เข้ามาขอ add เขาประสงค์ดีหรือร้าย

ถ้าใครเคยเล่นแชท แล้วระบุข้อมูลว่าเป็นผู้หญิง โดยเฉพาะเป็นผู้หญิงเอเชีย..  น่าจะรู้ดีว่า จะได้รับคำเชื้อเชิญเข้าไปสนทนาประสา x หนักขนาดไหน..

ตอนแรกก็คิดว่า คนอื่นๆ ที่เล่นเวปไซท์ประเภท networking เนี่ย เขาก็คงคิดแบบเรา  แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ใช่แฮะ  โดยเฉพาะพวกดาราเนี่ย รับ add เป็นว่าเล่นเลย  หรือกระทั่งเพื่อนเราบางคนเอง ก็รับ add ทุกคน เพราะเขาเป็นคนที่มนุษยสัมพันธ์ดี อยากรู้จักคนทุกคน…  
ก็เลยให้สงสัยว่า…
connection หรือ Networking ที่เกิดจากเวปไซท์พวกนี้  มันจะมีความน่าเชื่อถือแค่ไหนกันเชียว?

กลับมาที่เรื่องที่เราบ่นกับเพื่อนอเมริกันเกี่ยวกับระบบ connection..  เขาบอกเราว่า โลกของการทำงาน โดยเฉพาะในวงการนี้ มันเป็นเช่นนั้น..  และเป็นเขา เขาจะไม่โลเลที่จะใช้ connection เลย..  พอดีตอนนั้นมีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งที่เราสนิทด้วย เขาได้งานที่บริษัทดังแห่งหนึ่ง เพื่อนเราก็ถามว่า เอาอย่างนี้ อย่างเรารู้จักเพื่อนคนนี้ และตอนนี้เขาได้งานที่บริษัทดังที่ใครๆ ก็อยากเข้าไปทำงาน  แล้วถ้าเราเรียนจบ เราจะใช้ connection เขาในการสมัครงานไหม..  
คำถามของเราที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นคือ.. ใช้ยังไง?
โอเคว่า เวลาสมัครงาน เขาอาจจะมีถามว่าเรารู้จักใครในบริษัทไหม ซึ่งเราก็ควรตอบตามความเป็นจริง..  แต่จะให้ใช้ connection ยังไง? 
ส่งพอร์ทให้เขาดู เพื่อที่เขาจะเอาไปให้หัวหน้าดูน่ะหรือ? … 

เป็นอะไรที่เราโลเลที่จะทำมากๆ…   เราอาจจะส่งพอร์ทให้เขาดู เพื่อให้เขาช่วยวิจารณ์งานให้..  แต่จะให้เราขอให้เขาส่งให้หัวหน้าเขาดู เพื่อพิจารณารับคนร่วมทีม..   เราไม่แน่ใจว่าเรารับกับสภาวะนี้ได้ไหม?
เราเคยใช้ชีวิตอยู่กับการแข่งขันตลอดเวลา..  มีทั้งแพ้ มีทั้งชนะ..  การแพ้ที่เราเจ็บใจและเสียใจมากที่สุด คือการถูกตัดสินว่าแพ้โดยไม่ได้ดูที่ความสามารถ..  เราแพ้.. เพราะเราไม่สวย ไม่น่ารัก ไม่ขี้อ้อน..  แพ้เพราะนามสกุลไม่ดัง  แพ้เพราะไม่ได้สนิทกับกรรมการ  หรือกระทั่งว่า แพ้เพราะไม่มีของกำนัล… 
เป็นความรู้สึกที่แย่มากๆ  เหมือนโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม  ทำให้เรามองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา..  และที่สุดก็ไม่ได้ทำให้อะไรต่อมิอะไรดีขึ้นเลย…  
…เราไม่อยากเป็นคนสร้างความรู้สึกแบบนี้ให้กับคนอื่น…

อีกกรณีที่ทำให้เรามองระบบ connection ในแง่ร้าย ก็คือ กรณีที่ต้องเป็นผู้เสียหายจาก connection..
ถ้าพูดง่าย ก็เหมือนคบคนพาล พาลพาไปหาผิด…
เคยถูกรบเร้าจากคนคนหนึ่ง ให้แนะนำให้เขารู้จักเพื่อนเราอีกคนหนึ่ง..  ซึ่งเราก็ทำให้ด้วยความไม่คิดอะไรมาก  แต่ต่อมา เมื่อเขามีรับอาสาทำงานให้เพื่อนเรา แล้วเขาเบี้ยวงาน เราก็โดนเพื่อนเราว่าว่าเราแนะนำคนไม่ดีให้เขา…  (ทั้งๆ ที่ตอนที่เขาคุยหรือรับงานกัน เราไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย)  กรณีที่แย่หน่อย ก็คือโดนอ้างชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมรับผิดชอบด้วย โดยที่เราไม่รู้อะไรเลย…
-___-‘
หลังๆ เวลาใครมาถามถึงคนที่เรารู้จัก ว่าเป็นคนยังไง ทำงานเป็นยังไง เราก็ตอบตามความเป็นจริง ตามภาพที่เราเห็น หรือรับรู้ไป…  ถ้าถามว่ารับคนนี้ดีไหม.. เราจะไม่กล้าแนะนำ ถ้าไม่ใช่คนที่เรารู้จักนิสัยที่แท้จริงเขาดี..

ส่วนที่บอกว่า ระบบ connection ทำให้เรารู้สึกเหงานั้น..  ก็เพราะ ระบบนี้.. ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่มีเพื่อนที่แท้จริง หรือเพื่อนที่จริงใจกันได้เลย.

เราเคยมีเพื่อนคนหนึ่ง ที่มีความสนใจคล้ายๆ กัน คุยด้วยกันแทบจะทุกวัน ไม่สบายก็มีถามไถ่ห่วงใยกัน เป็นคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจที่สุดที่นี่… จนกระทั่งช่วงที่เราใกล้จะเรียนจบ เขาก็มีถามไถ่เรื่องสมัครงาน เราก็ตอบไปว่า เราชอบบริษัทไหน เล็งที่ไหนไป.. และเขาก็ถามทุกครั้งว่าเราได้งานที่ไหนยัง..  ซึ่งทุกครั้ง เราก็ตอบไปว่า เรายังไม่ส่งพอร์ท เพราะเราวุ่นกับทีสิส…  จนกระทั่งวันหนึ่ง เราเริ่มรู้สึกว่า เราไม่อยากทำงานที่นี่ ก็บอกเขาไปตรงๆ ว่า เราคงไม่ส่งพอร์ทที่ไหนแล้ว  เราไม่อยากทำงานที่นี่แล้ว.. เป้าหมายในชีวิตเราเปลี่ยนไปแล้ว  แล้วเขาก็เงียบไป..   ไม่มีพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็นหรืออะไรอีก… 

รู้สึกเหมือนกับว่า .. ที่ผ่านมา เหมือนโดนหลอก..   เหมือนกับว่า การที่เราไม่ได้ทำงานที่บริษัทใหญ่ๆ ดังๆ  ไม่ได้เป็นในสิ่งที่เขาคาดหวัง..  มันผิดมากๆ  ..  และเหมือนกับว่า ที่ผ่านมา เขาคุยกับเรา ฟังเรา ก็เพราะเขาคาดหวังอะไรสักอย่าง และเมื่อเราหมดผลประโยชน์ให้เขา.. เขาก็ทิ้งไปเหมือนทิชชูที่เช็ดน้ำมูกแล้ว…
… แล้ว.. ไม่ได้มีคนอย่างนี้แค่คนเดียวซะด้วยสิ…

ทำให้เรารู้สึกว่า.. ตัวเราจริงๆ ไม่ได้มีคุณค่าในการคบหาเลย..  สิ่งที่คนเขาคบกันคือ สิ่งที่เรารู้หรือทำเป็น สถานที่ที่เราอาจจะไปทำงาน หรือ คนอื่นๆ ที่เรารู้จัก.. แล้วก็รู้สึกว่า..  เราไม่สามารถไว้ใจใครบนโลกใบนี้ได้เลยหรือ…   ต้องระแวงว่า สักวัน เมื่อเราไร้ประโยชน์กับเขา เราจะกลายเป็นคนที่ไร้คุณค่าทันทีเลยหรือ?
เหนื่อย.. ที่ต้องทำตามความคาดหวังของคนอื่น
เหงา… เพราะไม่สามารถมีความรู้สึกสบายใจ ผ่อนคลายได้เลย..
และพาลเกลียดระบบ connection ไป
ชักจะเชื่อกับคำพูดที่บอกว่า เพื่อนแท้จะเกิดขึ้นในวัยเรียนเท่านั้น วัยที่ไม่มีเรื่องของการทำงาน ผลประโยชน์ต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง.. วัยที่ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด…

เฮ้อ.. เหนื่อยใจ… เราไม่อยากเป็นคนที่เราไม่ชอบ.. แต่เหมือนกับว่า เราจะหนีระบบนี้ไม่ได้เลย.. รู้สึกเหนื่อยและท้อ
และก็กลับมาที่คำถามเดิมๆ..
คนเราคบกันเพราะอะไร?
คนเราเกิดมาเพื่ออะไร?

6 Responses to “connection..”

  1. ฮัลโหล Says:

    อืม.. อย่าคิดมากฮะ
    ถ้าเราไม่คาดหวังอะไรจากใคร เราก็ไม่เป็นไรฮะ คนทุกคนมีคุณค่าฮะ คุณก็ด้วย
    สู้ๆ

  2. Tone Says:

    I think connection and skill compliment each other.

    Even if you have the best skill in the world, if nobody knows about it, the skill becomes useless, I guess.

    If you have a really good connection but you really suck at what you are doing, then I doubt you would last very long, although I’m sure I can be proven wrong.

    Anyway, connection can be a good thing. I made some good friends through connections. Many of them I would’ve never expect to become close with.

  3. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อืม ซีเรียสไปป่าวพี่
    เรื่องคอนเนกชั่นผมก็เหมือนที่เพื่อนฝรั่งพี่ว่ากับที่พี่ต้นบอก
    การที่เพื่อนเราเอางานให้หัวหน้าเขาดู มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้งานทันทีนี่พี่
    มันก็ยังต้องแข่งขันอยุ่ แต่เหมือนกับงานดี 2 คน
    แล้วทีนี้รู้ว่าอีกคนเป้นยังไง ทำงานด้วยกันได้มั้ย เขาก็น่าจะเอาคนที่รู้ว่าทำงานด้วยได้นี่
    มันก็ไม่มีอะไรเสียหายนิ คือรู้จักคนไว้ก็ไม่เสียหายอะไร สร้างโอกาสให้ตัวเอง
    ส่วนเรื่องอื่นผมว่าก็ไม่น่าจะต้องมาใส่ใจอะไรมากมายนะ
    ถ้าทำอะไรที่ถูกใจคนอื่นแต่เหนื่อยเราเนี่ยมันน่าอึดอัดออก
    ถ้ามีเพื่อนแล้วต้องมานั่งกังวลว่าวันนี้จะทะเลาะกันมั้ย ทำแบบนี้จะถูกใจหรือเปล่า
    ถ้าต้องมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ มันเหมือนกับไม่ใช่เพื่อน(เขียนแล้วงงแฮะ)
    ใครจะมองเรายังไงก็เป็นเรื่องของเขา ตัวเราเองรู้ว่าเราเป็นยังไงก็พอ(มั้ง)

    ตอบคำถาม
    คนเราคบกันเพราะอะไร? น่าจะเป็นแบบที่พี่ว่าอ่ะ เรื่องอื่นเป็นผลพลอยได้ :D
    คนเราเกิดมาเพื่ออะไร? มาใช้กรรมมั้ง แต่เกิดมาทั้งทีก็อยากที่จะทำอะไรสักอย่างไว้เป็นอนุสรณ์เหมือนกัน
    8)
    ปล. ไอ้ hi5, facebook เนี่ยใช้หางานแทบจะไม่ได้เลย แต่หากิ๊กอาจจะได้ :lol:
    ข้อดีคือบางครั้งเราอาจจะเจอเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนที่เป็นเพื่อนเราก็ได้ เหมือนกับว่า อ่อ ที่จริงก็รู้จักกับคนนี้คนนี้มานี่เอง เลยอาจจะสนิทใจกันมากขึ้น

  4. nuch Says:

    จะว่าซีเรียสก็ซีเรียสล่ะ..
    จริงๆ พวก hi5 facebook เนี่ย มันก็ช่วยให้เราเจอเพื่อนเก่าที่ขาดการติดต่อนานๆ นะ ส่วน myspace ก็เคยมีคนติดต่อเรื่องงาน..
    แต่ที่ไม่ชอบ connection ก็เพราะในแง่ที่มีคนใช้ในลักษณะเส้นสาย

    ส่วนเรื่องเอาพอร์ทไปให้หัวหน้าดูเนี่ย เราก็ยังรู้สึกไม่ดีกับมันอยู่นะ ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้ดูแค่เราคนเดียว หรือจะได้งานทันที แต่ก็รู้สึกไม่ดีกับมัน เพราะยังมีความรู้สึกของการได้เปรียบ และการเลี่ยงกฎกติกาอยู่…

    ตอนแรกก็คิดว่ารู้จักคนไว้ก็ไม่เสียหาย แต่ก็มีบางคน ที่แค่รู้จักกัน ก็เสียหายมากแล้ว.. จนตอนนี้ยังรู้สึกแย่อยู่เลยที่ครั้งหนึ่งเคยไปทักหรือพูดคุยกับคนพรรค์นั้น

  5. Noopook Says:

    งั้นเราก็ อย่าไปคบคนที่แบบเน้นแต่ connection มากเลย คบคนแบบที่ชอบมี relation เหมือนกันแทนดีกว่า (ตามชื่อบล็อกเลยแฮะ)

    ส่วนคบแล้วเขากลายเป็นคนไม่ดีขึ้นมา อันนั้นคงช่วยไม่ได้ ตอนที่รู้จักกันตอนแรกก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางนี่นา ถ้ารู้สึกกลัวว่าจะคบคนแล้วเขาจะกลายเป็นคนไม่ดีจริงๆ อาจจะต้องไปเรียนศาสตร์การดูโหงวเฮ้งล่ะมั้ง อาจจะพอช่วยได้

    คนเราเกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาเพื่ออะไรรรรรร!!! (นั่งเอามือกุมหัว)

    (บังเอิญเหลือบไปเห็น entry 04.16) You were born to be love ไง อันนี้นี่ถือว่าเป็นคำตอบได้ไม๊เนี่ย เป็นเป้าหมายสูงสุดอันนึงในชีวิตนะนั่น

    มองหาคำตอบใกล้ตาจริงวุ้ยเรา

  6. 6monkey Says:

    เคยเจอเพื่อนแบบนั้นเเหมือนกัน เสียใจไปพักใหญ่ๆเลย แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันเพียงแค่เราระวังตัวเองมากขึ้น :p
    … เกิดมาเพื่อเรียนรู้ ทั้งเรื่องดีและไม่ดีก็เป็นบทเรียนให้เราโตไปเรื่อยๆ :D:D

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: