« »

WALL•E

by nuch

หนังใหม่ล่าสุดจากค่าย Pixar

WALL•E คือชื่อเจ้าหุ่นยนต์ตัวเอกของเรื่อง ย่อมาจาก (Waste Allocation Load Lifter – Earth-class)
จากชื่อ ก็คงรู้แล้วสินะว่า เจ้าหุ่นตัวนี้ทำหน้าที่อะไร… มันคือหุ่นที่ช่วยในการกำจัดขยะ…

เอ.. แล้วมันมีอะไรที่น่าสนใจสำหรับเจ้าหุ่นนี้หรือ?
ถ้าดูจะ trailer ก็คงพอจะเดาเรื่องกันได้ว่า เป็นเรื่องของหุ่นที่เหลืออยู่ตัวเดียวในโลก และทำงาน ทำหน้าที่ของมันทุกวันไปเรื่อยๆ แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีสิ่งหนึ่งจากอวกาศเข้ามาเปลีี่ยนชีวิตมันไป…

แน่นอนว่าเรื่องเต็มๆ น่ะ มีมากกว่านั้น แต่ไม่ขอเล่าต่อในส่วนนี้ ไม่อยากสปอยล์..
บอกได้แค่ว่า.. นับตั้งแต่ Finding Nemo มา… นี่เป็นอีกเรื่องของ Pixar ที่เราชอบในส่วนเนื้อเรื่องมากๆ หลังจาก nemo มา เราจะเห็น pattern การเดินเรื่องของ pixar อยู่ในลักษณะตามสูตร ดูไปก็เดาไปได้แบบไม่ได้สนุกอะไรมากนัก.. อีกทั้งการแทรกคติสอนใจก็ไม่เนียนเท่าไร… บางทีก็เล่นกับ contrast ที่แรงเกินไป ก็เลยทำให้ตอนดูมีอะไรที่ตะหงิดใจไปสักหน่อย.. แต่กับ WALL•E แล้ว… เปลี่ยนแปลงไปเยอะเลย… ทั้งการผูกเรื่อง โทนของเรื่อง สไตล์งาน เรียกว่าเป็นอีกพัฒนาการหนึ่งเลย.. อ้อ ยังไม่นับในส่วนที่ pixar ทำตลาดเรื่องนี้เองด้วยนะ ครั้งนี้ disney เป็นเพียง distributor ที่กระจายตัวหนังเท่านั้น ในส่วนแผนโปรโมทต่างๆ pixar ลุยเอง และรูปแบบแผนโปรโมท ก็ใช้วิธีคล้ายหนังเรื่อง clover field เลย (Viral Marketing) เช่นว่า หรืออย่างคลิปโปรโมทที่ให้เจ้า WALL•E เล่นกับสิ่งของทั่วไปของมนุษย์ เช่นว่า เล่นกันหูฟัง (headphone), ฮูล่าฮูป, ลูกบอล, แม่เหล็ก, เครื่องดูดฝุ่น … แถมยังมีทำเวปไซท์ buynlarge.com ซะเหมือนจริง.. (ฺBuy n Large เป็นชื่อบริษัทในเรื่อง..)

จะเรียกว่าแผนโปรโมทนี้สำเร็จไหม ก็ได้ผลดีในระดับหนึ่งเลยนะ…

จะว่าไปเรื่อง WALL•E นี่เป็นอะไรที่ Pixar เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเยอะมากๆ… (ว่ากันในส่วนสปอยล์จะเหมาะกว่า)

นอกจากส่วนของเนื้อเรื่องแล้ว ส่วนที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือเรื่องของ animate… จะว่าท้าทายมากไหมสำหรับ pixar ก็เรียกว่าไม่มากนักกับประสบการณ์ระดับนี้…

บางคนบอกมาว่า animate หุ่นยนต์ จะไปยากอะไร… มันก็แค่ object … แต่สำหรับเจ้าหุ่น WALL•E กับเนื้อเรื่องแบบนี้.. ความยากมันอยู่ที่.. ข้อจำกัดในการแสดงด้วย และการสื่อสารด้วย..

เพราะมันคือหุ่นยนต์.. มันแสดงออกสีหน้าได้ไม่มาก.. การเคลื่อนที่ก็ต้องรักษาให้เป็นแบบหุ่นยนต์ … การแสดงออกถึงอารมณ์ ของเจ้า WALL•E จะอยู่ที่ acting ท่าโพสซะมาก.. และทำได้ชัดเจนและดีซะด้วยสิ.. เห็นแล้วนึกถึงเจ้าพรมใน Disney Aladdin ที่มีโจทย์แบบเดียวกันคือ.. มันเป็นวัตถุที่แสดงออกทางสีหน้าแววตามากไม่ได้… ต้องสื่ออารมณ์ของมันที่ท่าทาง และ timing ของการเคลื่อนที่…
แน่นอนว่า.. ในชีวิตจริง เราไม่เคยเห็ันวัตถุแสดงออกทางอารมณ์ได้หรอก ไม่เคยเห็นพรมกระโดดโลดเต้น ไม่เคยเจอหุ่นยนต์ตกใจ กลัว เศร้า เหงา… แต่ทำไมเวลาเราดูหนัง ดูการ์ตูน เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นในชีวิตจริง แต่รู้และเข้าใจว่ามันทำอะไร มันเกิดอะไรขึ้นได้ล่ะ?

มีใครบางคนเคยบอกว่า มันคือการซ้ำภาพ ไม่ก็เลียนแบบจากการรับรู้ของคนทั่วไป.. เช่นว่า เวลาตกใจ คนเราจะกระโดด ไม่ก็ตาโต ถ้าเป็นสัตว์ก็ขนลุกฟู หรือเวลากลัว ถ้าเป็นสัตว์ที่มีเกราะ เช่นเต่าก็จะหดตัวเข้ากระดอง ปูเสฉวนก็หลบเข้าบ้าน หรือถ้าเป็นคน เวลารู้สึกไม่ปลอดภัยจากภายนอก ก็มักจะหนีไปหลบซ่อนอยู่ในที่แคบๆ เช่นใต้โต๊ะ ในกล่อง ในตู้ และก็มักจะนั่งคุดคู้ห่อตัว… .. ลองดูคลิป WALL•E ที่เล่นกับสิ่งของ หรือใน trailer สิ.. ดูจะคุ้นๆ ไหม?

ในส่วนของงานภาพ แสง texture.. รู้กันอยู่ว่า pixar เจ้าของ Renderman เนีย ทำกันมาเชี่ยวขนาดไหนแล้ว..

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ Pixar เรียกกู้ความประทับใจจากเราได้เกือบเต็มร้อยเลย…

ที่ไม่ได้เต็มร้อย.. ก็เพราะยังตะหงิดในเรื่อง character design เนี่ยแหละ…

ตอนที่เห็นหน้าเจ้า WALL•E ครั้งแรก… เราไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าหุ่นอัดขยะนี่เท่าไรนัก.. และก็ไม่ใช่เราคนเดียวที่รู้สึกด้วย.. มีบางเวปถึงขนาดโพสรูปเทียบให้ดูเลย…

เห็นหน้า WALL•E ทีไร นึกถึง Johny 5 จากเรื่อง Short Circuit ทุกทีเลย…
จะว่าเหมือนไหมก็ไม่เหมือนซะทีเดียว ไม่เรียกว่าก๊อปด้วย… ถึงได้บอกว่ามันขาดเอกลักษณ์ไง.. ก็ไม่รู้ว่าคนออกแบบเขาไปประทับใจอะไรกับหนังเรื่อง Short Circuit หรือเปล่า หรือตั้งใจอะไรหรือเปล่า หรืออาจจะแค่ความบังเอิญ.. ??
ในแง่ของการออกแบบเนี่ย.. นับตั้งแต่ลำตัวลงมา เราโอเคเลยนะ กับการดีไซน์หุ่นอัดขยะ ทำให้เชื่อได้ว่า มันเป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่นี้จริงๆ แต่.. ในส่วนหัวเนี่ยสิ.. มันดูระเกะระกะ ดูไม่ค่อยจะแข็งแรง ไม่น่าจะเหมาะกับงานที่ต้องสมบุกสมบันเท่าไรนัก… แล้วก็เพราะเจ้าส่วนหัวเนี่ยแหละที่มันไปละม้ายคล้าย Johny 5 เสียเหลือเกิน เลยทำให้เรามองงานดีไซน์ตัวละครตัวนี้ตกลงไป… เรียกว่า.. ผิดหวังในความคิดสร้างสรรค์ของระดับฝีมือเยี่ยงนี้น่าจะเหมาะสมกว่า…

แต่ยังไงก็ยังชอบ WALL•E นะ และอยากจะแนะนำให้ใครที่ยังไม่ได้ดูไปดูซะด้วย.. เอาแค่ในส่วนของเนื้อเรื่องเนี่ย.. เราเห็นออสการ์ (ตัวที่เท่าไรก็ไม่รู้แล้ว) ลอยมาจ่อหน้า pixar เลย.. ถ้าให้เทียบกับหมีกังฟูเนี่ย.. เทียบกันไม่ติดเลย.. และเท่าที่เห็น trailers บรรดาหนัง animation ปีนี้แล้ว.. ยังไม่เห็นเรื่องไหน ที่มีแนวโน้มว่าจะมีเนื้อเรื่องที่ดีกว่า WALL•E ได้เลย (ในส่วนงานภาพไม่ต้องพูดถึงเลย… รู้ๆกันอยู่…)

ต่อจากนี้ไปจะเข้าส่วนสปอยล์ล่ะ…

ไปดูก่อนแล้วค่อยมาอ่านต่อกันนะ

คำเตือน : หลังจากบรรทัดนี้ไป จะมีการเล่าหนังที่ถ้าไม่ได้ดู อาจจะไม่รู้เรื่อง หรือถ้าอ่านก่อนดู ก็คงจะดูหนังไม่สนุก… ฉะนั้น.. กรุณาไปดูหนังก่อนอ่านส่วนนี้เต๊อะ

Spoil สปอยล์ !!!
Spoil สปอยล์ !!
Spoil สปอยล์ !

ที่จริงในเรื่องมีบางจุดที่ตะหงิดเราหน่อยนะ.. อย่างเรื่องของ timeline .. ปีที่เรื่องราวดำเนินเนี่ย เขาให้เป็นปี 2700 และตัวเรื่องก็บอกว่า เขาอพยพจากโลกมาราวๆ 700 ปี.. นั่นหมายความว่า ปี 2000 คือปีที่การเดินทางท่องอวกาศแบบกลุ่มใหญ่เเกิดขึ้นได้จริงแล้วสินะ.. แต่ว่า.. ปีนี้ ปี 2008 .. ก็ยังมีแต่ข่าวให้จองตั๋วเที่ยวบินเที่ยวอวกาศที่ราคาหลายล้าน และต้องรออีกหลายปีกว่าจะได้ขึ้นจริง…
Timeline ของเรื่องเลยไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงเสียเท่าไรนัก..
แต่.. ก็พออธิบายเหตุผลได้ว่า เขาอาจจะใช้ทฤษฎีเก่า แนวคิดเก่า… เช่นที่
Isaac Asimov หรือ Arthur C. Clarke คาดการณ์กันไว้ว่าราวๆ ปี 2000 มนุษย์จะใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศกัน.. เรื่องนี้กลมส้มเคยคุยกันเล่นๆ ว่า .. timeline ของนิยายวิทยาศาสตร์พวกนี้ มันคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงก็เพราะว่า ผู้แต่งไม่ทันได้คิดว่า จะมีช่วงเวลาที่เทคโนโลยีชะลอตัว…

ในส่วนเนื้อเรื่องนี้ โดนใจเรามากๆ ที่กัดมนุษย์ที่อยู่สบายเกินไป.. (เห็นสภาพแล้ว อยากบอกตัวเองว่า ควรจะออกไปวิ่งทุกวันได้แล้วนะ) แถมยังกัดมนุษย์ในฐานะผู้ทำลายอีกด้วย… โดนใจเจ้าค่ะ in trend กับกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในส่วนที่บอกว่า เรื่องนี้ pixar เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเยอะมาก.. ก็นอกจากเรื่องของการทำตลาดแล้ว.. ก็ยังมีเรื่องของตัวหนัง.. คือ เรื่องนี้เป็น animation เรื่องแรกของ pixar ที่มี live-action ประกอบในเรื่องด้วย… และบริษัทที่รับผิดชอบในส่วน Live action ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย.. คุณพี่ ILM .. จุดกำเินิดของ Pixar นั่นเอง.. และนี่ก็คงเป็น animation เรื่องแรกของ Pixar อีกเช่นกัน ที่มีการจ้างบริษัทอื่นในทำงานให้ในส่วนที่เป็นงานภาพ… (ที่ผ่านมา Pixar จะบอกเสมอว่าเขา ทุกอย่าง Pixar จะทำเองหมด จะไม่มีการจ้างบริษัทอื่นทำให้ โดยเฉพาะในส่วนของงานภาพ)
ให้สงสัยว่า ทิศทางของ Pixar จะไปทางไหนกันนะ….

สำหรับเรื่องนี้ ตัวละครที่เราชอบมากสุด.. คือเจ้า Mo หุ่นทำความสะอาดตัวจิ๋ว.. น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ คงได้ตามล่าของเล่นเจ้า Mo เหมือนสมัยที่ดู Cars แล้วชอบเจ้า Guido จนไปหาของเล่นรูปเจ้านี่มาจนได้ (พลิกดูใต้ท้อง เขียนว่า Made in Thailand :lol: )

มีขำตรงที่แซว Apple เสียเหลือเกิน ทั้งเสียง boot-up ของเจ้า WALL•E ที่เป็นเสียงเดียวกับเสียงเปิดเครื่องแมค.. ipod ที่ WALL•E ชอบใช้ดูหนังเรื่องโปรด Hello, Dolly! กระทั่งเสียงของหุ่นยนต์ Autopilot ก็ใช้เสียงของ Apple’s text-to-speech system (ใครใช้แมค ให้กด command + F5) แม้กระทั่งการดีไซน์หุ่นยนต์ ก็ว่ากันว่า เป็นการแซวพัฒนาของเครื่องคอมแอปเปิ้ล จากที่เป็นเหลี่ยมๆ ไปเป็นทรงโค้งมน (imac) …

จริงๆ ในส่วนของแก๊กหนังเนี่ย มีเพียบเลยนะ.. ที่เห็นกันอยู่ประจำก็เช่น A113 หรือตัวละครเก่าๆ ที่จะโผล่ในหนัง (มีคนบอกว่ามีเจ้าไดโนเสาร์จาก toy story ไปอยู่ในกองของที่ WALL•E สะสมด้วย และยังมีอื่นๆ อีก) และของที่คล้าย Frisbee ที่เจ้า WALL•E เก็บมา ถ้าสังเกตก็จะเห็นสัญลักษณ์ EA บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ที่ทำเกม WALL•E ด้วย…

อีกช็อตที่เราขำเสียเหลือเกิน.. ขอขนานนามช็อตนี้ว่า “ก้าวแรกของมนุษยชาติ” ฉากที่กัปตันทะเลาะกับหุ่น Autopilot แล้วหลุดจากเก้าอี้ที่ใช้พาตัวเองไปไหนมาไหนตลอด กัปตันตัดสินใจยืนด้วยขาตัวเอง เคลื่อนที่ด้วยขาตัวเอง.. แหม.. เพลง background ยิ่งใหญ่มาก… เพลงจาก 2001 Space Odyssey น่ะแหละ.. ฟังแล้วให้รู้สึกอลังการเหลือเกิน.. แต่มันเป็นอลังการที่เจ็บแสบ กัดเหน็บกับความขี้เกียจของมนุษย์เมื่อมีมากเกินไป… จะว่าไป.. ก็ชวนให้นึกถึงโฆษณาไทย – เบียร์เชียร์ หน่อยๆ นะเนี่ย…

กัดเจ็บ แถมฮาได้ใจซะขนาดนี้.. ไม่พลาดแน่ แ่ผ่นออกเมื่อไร ต้องคว้าไว้แน่ๆ แต่จะเป็น dvd หรือ blu-ray ก็คงต้องขอดู special feature ก่อนล่ะ… ;-)

Tags: , ,

6 Responses to “WALL•E”

  1. Yong Says:

    เขียนได้ดีครับ เป้นหนังอีกเรื่องที่ผมชิบ แต่จะว่าไปผมว่าเหมือนกับ Short Circuit มากทีเดียวในแง่ของรูปลักษณ์ภายนอก

  2. Tone Says:

    The first time I saw Wall-E design, I actually thought of E.T.

    Nintendo also has a robot with similar look back in the 80s’ as well. The game is “Gyromite” on the NES.

    I like the movie a lot. But I wasn’t very impressed with the artbook. The designs aren’t as interesting as their other movies. They look like typical sci-fi stuff to me, I guess.

  3. nuch Says:

    เห็นด้วยนะที่ว่า artbook รอบนี้ไม่น่าสนใจเลย
    กะจะไม่ซื้อเก็บล่ะ สำหรับเรื่องนี้

  4. ม้าลายกระป๋อง Says:

    กังฟูหมีออกจะขำ :D

  5. nuch Says:

    หมีกังฟูมันตลกนะ สนุกดี.. แต่ในแง่เนื้อเรื่อง มันอ่อนเยอะอ่ะ.. เน้นตลกรับประทานเป็นหลัก… :lol:

  6. เอกเอง Says:

    เราว่าส่วนหัว Wall.E เนี่ย เขาตั้งใจทำให้มันเศร้านะ

    เพราะตอนที่เห็นโปสเตอร์รูป Wall.E ยืนอยู่บนภูเขาขยะ

    เห็นแล้วมันเศร้าจนคิดว่าต้องดูให้ได้

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: