« »

“ฆ่า” ตัวตาย

by nuch

ชอบที่อาจารย์หมอพูดเปรียบเทียบอธิบายความคิดภายในใจของคนที่อยู่ภาวะซึมเศร้า และตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยวิธี…

บางคนที่ไม่เคยอยู่ภาวะนั้น ก็เอาแต่ว่าคนที่ตัดสินใจเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะหวังดีประสงค์ร้ายหรืออย่างไร.. เขาจะรู้ไหมว่าการพูดแบบนั้นมีแต่ทำลาย..
(เคยโกรธคนที่เอาแต่ว่า แต่ไม่เคยพยายามจะเข้าใจแบบนี้มาก.. ถึงขนาดอธิษฐาน.. เจ้าประคู๊ณ .. ขอให้พวกนั้นโดนเข้าเองกับตัวเถิด)

บางทีเคยคิดนะว่า.. การไปห้ามคนฆ่าตัวตายเนี่ย เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือเปล่า? เพราะนั่นคือการตัดสินใจของเขาเอง…

เคยลองทำแบบทดสอบจิตวิทยาบนคอมพิวเตอร์ของอเมริกา.. ก็มีข้อหนึ่งถามว่า คุณเคยคิดจะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเองไหม ถ้าเคย บ่อยแค่ไหน.. แต่ตอนนั้นอยากรู้มากว่า ถ้าเราให้คำตอบเชิงลบ เวปนี้เขาจะให้ความช่วยเหลือยังไง… เราก็ตอบไปว่า เคย .. 1-2 times a week…
..
แล้วผลแบบทดสอบก็ออกมาว่า เรามีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย ให้เรา call 911 ทุกครั้งที่เราคิดจะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย…

เอ่อ.. อย่าว่ากันนะ ถ้าจะขำกับผลการทดสอบเนี่่ย…
ในความคิดเรา มันเป็นคำแนะนำที่งี่เง่ามากๆ คนที่เขาคิดจะตาย เพราะอยากหายไปจากโลกนี้น่ะ คงไม่มีฉุกคิดหรอกว่า ฉันจะต้องโทรบอก 911 นะว่า ฉันจะกรีดข้อมือตัวเอง ฉันจะผูกคอตัวเอง…

เราก็ตอบไม่ถูกหรอกนะว่า ถ้าอยู่ในภาวะนั้น คนที่คิดจะฆ่าตัวตาย เขาจะหยุดได้ยังไง…
ในภาวะนั้น ทุกอย่างมันจะดูมืดไปหมด มีหมอกบังทั้งตา ทั้งความคิด ทั้งจิตใจ ไม่รู้ว่าจะไปต่อทางไหน ไปต่อยังไง ไปทิศไหนก็มีแต่ความเจ็บปวดตอบโต้กลับมา…
เหมือนกับปลา.. ที่อยู่ในน้ำที่ขุ่นคลั่กด้วยผงละออง มองไปทางไหนก็ไม่เห็นทางออก.. ถ้าอยู่นิ่งๆ สงบๆ รอให้ผงละอองค่อยๆ ตกตะกอน.. ก็จะเห็นทางออกชัดขึ้น.. แต่ในภาวะเช่นนั้น ยิ่งมืด ยิ่งกลัว ยิ่งลนลาน ยิ่งว่าย ตีน้ำ ทำให้ผงละอองวนอยู่ในน้ำเรื่อยๆ ไม่ไปไหน ดีไม่ดีน้ำก็ขุ่นมากกว่าเดิม…

แต่ก่อนหน้าที่คนคนหนึ่งจะคิดฆ่าตัวตายเนี่ย เขาจะมีสัญญาณบ่งบอก.. แต่มักไม่ค่อยมีใครใส่ใจกัน… คนที่คบกันแค่เปลือก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะมีใครสังเกตออกไหม…

เพื่อนแท้.. แค่ฟังเสียงคุยโทรศัพท์ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เพื่อนเปลือก.. ต่อให้ไปถึงบ้าน ไม่สบายถึงขนาดทรุดหมอบที่นั่น ก็ไม่สนใจที่จะดูแล หรือแม้กระทั่งถามไถ่กันหรอก.. ดีไม่ดี ก็โดนไล่ออกจากบ้านเพราะรำคาญ เกะกะลูกตา…

ไม่ผิดหรอก ที่คนบางคนจะไม่รับรู้ถึงสัญญาณ..
ไม่ผิดหรอก ที่คนบางคนจะไม่ใส่ใจกับสัญญาณ..
และก็ไม่ผิดหรอก.. ที่คนบางคนจะไม่สนใจว่าใครบางคนจะเป็นจะตาย.. ก็มันสิทธิส่วนบุคคลของเขานี่
แต่..
มันทำให้เกิดความสงสัยว่า.. เป็นเพื่อนประเภทไหนกันฟะ…
ถ้านิยามของคำว่าเพื่อนเป็นลักษณะนี้.. คนเราจำเป็นต้องมีเืพื่อนด้วยหรือ?

สำหรับคำตอบในการช่วยเหลือคนที่อยู่ในภาวะมืดมน.. ในน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ตอนนี้ คำตอบก็คือ.. เพื่อนที่ดี ที่ใส่ใจกัน และการพยายามเคลียร์หมอกให้เขาเห็นว่า แท้จริงแล้ว ปัญหาที่เขาเข้าใจว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ มันอาจจะไม่ใหญ่อย่างที่ใจเขาคิด…
ในละคร.. คงเพราะจำกัดด้วยเรื่องของเวลา timing ของเหตุการณ์ในการช่วยเพื่อนก็เลยโดนลดซะเหมือนกับว่า เรื่องแค่นี้ แค่คุยประเดี๋ยวเดียว ครั้งสองครั้งก็หาย..
แต่..
ชีวิตจริง มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นหรอก… เพื่อนที่ดีที่ใส่ใจกัน ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ที่จะช่วยเหลือ ช่วยเคลียร์หมอกให้ได้… ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอควรเลยล่ะ

ถ้าถามว่า ทำไมคนที่อยู่ภาวะมืดมนนั้นถึงไม่ช่วยเหลือตัวเอง ทำไมต้องพึ่งพาคนอื่น… ก็ขอถามหน่อยว่า.. เวลาคุณบาดเจ็บที่กลางหลัง คุณทำแผลเองได้ไหม? ถ้าคุณตาบอด คุณจำเป็นต้องขึ้นรถเมล์สาย 8 ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ คุณจะขึ้นเองและถูกสายได้ไหม? บางครั้ง บางเวลา คนเราก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรเองได้หมดหรอกนะ…

สำหรับเหตุผลที่คิดจะฆ่าตัวตาย เพื่อประชดชีวิต หรือเพื่อสร้างความรู้สึกผิดให้กับคนที่เคยทำร้ายเขาน่ะ.. อยากให้ลองอ่านการ์ตูนเรื่อง Confidential Confession … เป็นเรื่องโดนใจเรามากๆ… คนเลวๆ ที่เคยทำร้ายคนคนหนึ่ง จนเขาทนไม่ไหว ต้องฆ่าตัวตายน่ะ.. หลังเหยื่อตายไปแล้ว พวกคนเลวไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย มีแต่นินทาซ้ำอีก.. และก็ไม่มีใครเอาผิดเขา หรือแม้แต่จะคิดเอาผิดเขาได้ เพราะเหยื่อตัดสินใจตายด้วยตัวเอง… แม้จะมีจดหมายลาตาย จะเขียนพาดพิงยังไง มันก็แค่จดหมายลาตาย ที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงบันทึกว่าฆ่าตัวตายเท่านั้นเอง… ไม่คุ้มเอาซะเลย กับการตายเพราะประชดเนี่ย.. เมื่อตายไปแล้ว แล้วทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดไว้.. จะกลับมาแก้ไขใหม่ก็ไม่ได้…

ตามหลักศาสนา แทบจะทุกศาสนาเลย การฆ่าตัวตายเป็นบาปกรรมที่แรงที่สุด.. บาปกว่าการฆ่าผู้อื่นเสียอีก..
เคยอ่านท่องเมืองนรกกับจี้กง เขาอธิบายว่า การฆ่าตัวตายน่ะ ไม่ใช่แค่เจ้าของชีวิตจะตายคนเดียว แต่เป็นการทำให้ชีวิตอื่นๆ ต้องมาทุกข์ใจด้วย โดยเฉพาะพ่อแม่…
ผิดกระทงแรก.. ทำลายชีวิตแม้จะเป็นของตัวเอง แต่ทำลายก็คือทำลาย
ผิดกระทงสอง.. ทำให้ผู้อื่นต้องมาเดือดร้อนทุกข์ใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นผู้มีพระคุณอันสูงสุด
ผิดกระทงสาม.. เป็นการทำผิดกฎ หลีกหนีกงเกวียนของกฎแห่งกรรม… (เข้าข่ายเจตนาเลี่ยงกฎหมาย)

จริงๆ ยังมีอีกหลายกระทงนะ.. แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว

สำหรับเรื่องร้ายๆ ที่เข้ามาในชีวิต.. เมื่อจำเป็นต้องเผชิญ.. ก็ต้องอดทน.. มันอาจจะเป็นบททดสอบ, บทเรียน หรืออาจจะเป็นกรรมเก่าที่ต้องชดใช้… ยังไงก็ต้องอดทน.. เมื่อผ่านมันไปได้ ก็จะรู้เองว่า แม้มันจะเลวร้ายยังไง แต่มันก็ยังใหุ้คุณค่ากับชีวิตที่ยังคงต้องดำเนินต่อไป..

Tags:

2 Responses to ““ฆ่า” ตัวตาย”

  1. ม้าลายกระป๋อง Says:

    อืม อย่างน้อยควรจะไปฆ่าคนที่มาแกล้งเราก่อนสินะ :D

  2. Noopook Says:

    เคยคิดฆ่าตัวตายไม๊น่ะเหรอ เคยนะ แถมความคิดบทจะมาก็มาเฉยเลย ไม่ได้มีสถานะการณ์บีบคั้นอะไรทั้งนั้น มาแว๊บๆ แล้วก็ไป พยายามจะไม่ไปยึดติดกับความคิดนี้นาน เดี๋ยวเกิดบ้าทำจริงๆ

    ในกรณีเรา เราคือคนที่อาจจะควรโทรหาตำรวจจริงๆก็ได้ล่ะมั้ง

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: