« »

ตุ๊กตาหน้ารถ

by nuch

วันนี้วันศุกร์ …​วัน MV

ตุ๊กตาหน้ารถ.. แต่ก่อนมองคำนี้ในความหมายที่แย่มากๆ
เพราะเรารู้จักคำนี้ครั้งแรก ในช่วงที่พ้นมัธยมมาใหม่ๆ แล้วก็ได้ยินเรื่องเด็กมหา’ลัยเอกชนกลุ่มหนึ่ง ที่ตกดึกๆ ชอบซิ่งรถแข่งกัน แล้วเดิมพันด้วยรถที่แข่งพร้อมตุ๊กตาหน้ารถ…
พอรูู้ว่าตุ๊กตาหน้ารถคืออะไร ก็ตกใจอยู่นะ ประมาณว่า เฮ้ย แล้วผู้หญิงเขายอมหรือ … แล้วก็ได้คำตอบว่า ผู้หญิงที่ไปกับผู้ชายแข่งรถแบบนี้ เขารู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็ไม่สน เขาสนแค่ให้เขาได้อยู่กับผู้ชนะในวันนั้นก็พอ..
เฮ้อ.. ง่ายกันจัง… :sick:

แล้วตอนนั้น เวลาไปขึ้นรถเพื่อน แม้ว่าจะไปเป็นกลุ่ม แต่ใครก็ตามที่นั่งข้างคนขับ ก็จะถูกเรียกว่า “ตุ๊กตาหน้ารถ” ไป.. แม้ว่าเพื่อนเราจะไม่ใช่พวกนักซิ่ง และเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับคนที่นั่งข้างด้วย.. แต่ความรู้สึกเชิงลบของคำว่าตุ๊กตาหน้ารถมันยังคาใจเราอยู่ ก็เลยไม่ค่อยชอบนั่งข้างคนขับเท่าไร ถ้าคนขับไม่ใช่พี่น้องเรานะ..

แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วล่ะความรู้สึกแบบนั้น … แต่ก็ยังไม่ชอบนั่งข้างคนขับอยู่ดี เพราะรู้สึกว่าเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่มาก อีกทั้งไม่คิดว่า จะมีใครดีใจที่คนนั่งข้างเป็นเราด้วยเนี่ยสิ…

ทั้งน้องชาย และเพื่อนรุ่นพี่ ชอบบอกว่า เวลาเขาขับไปไหนกันเป็นกลุ่มเนี่ย ยิ่งเดินทางไกลด้วยเนี่ย คนนั่งข้างสำคัญมากๆ จะต้องเป็นคนที่คอยชวนคนขับคุย ไม่ให้หลับ ไม่ก็ช่วยคนขับในหลายๆ เรื่อง เช่น ส่งขนม ส่งอาหาร ส่งน้ำ เปลี่ยนเพลง ปรับแอร์ ส่งค่าผ่านทาง รับโทรศัพท์มือถือแทน.. ยิ่งกับน้องเราด้วย ชอบให้ช่วยมองเวลาเขาจะแซงด้านเรา แล้วเขาไม่มั่นใจจะไปได้ไหม..

อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่อยากนั่งข้างคนขับ โดยเฉพาะคนขับที่ขับรถได้แย่มากๆ ก็เพราะความปากไวของเรา..
ความที่พี่เราซีเรียสเรื่องของการขับรถมาก ตอนที่สอนเราขับรถ เขาจะจับผิดแทบทุกอย่าง และสอนให้เราสังเกตเวลาเขาขับทุกครั้ง..​ ทีนี้เวลานั่งข้างคนขับ เราก็มักจะสังเกตอากัปกิริยาคนขับไปด้วยสัญชาตญาณ กอปรกับความที่เป็นคนพูดตรง พูดตามที่หัวคิดแบบไม่มีมีดีเลย์ บางทีก็เผลอหลุดไปวิจารณ์การขับรถ เผลอติการขับรถของเพื่อนๆ บางคนไป… ผลก็คือ.. โดนเพื่อนโกรธบ้าง ด่ากลับบ้าง งอนบ้าง.. ก็พยายามจะไม่พูดนะ แต่หน้าที่คนนั่งข้างคนขับที่ต้องชวนคนขับคุยเนี่ย..​ มันทำให้เผลอทุกที.. ;-( (แต่ว่า คุณเพื่อนที่รู้ตัวว่าขับรถห่วยเจ้าขา… ช่วยปรับปรุงการขับรถหน่อยเถอะค่ะ.. นั่งหลังก็เสียวได้นะเจ้าคะ)

ตุ๊กตาหน้ารถที่ทั้งดุทั้งปากหมาอย่างนี้ บางคนอาจจะมองว่ามีประโยชน์เวลาที่ต้องไปเจอตำรวจนะ.. แต่ว่า.. ขอโทษเถอะเจ้าค่ะ.. เดี้ยนเป็นพวกต่อรองกับตำรวจไม่เป็น เวลาโดนตำรวจจราจรเรียก ถ้าเราผิดจริง เราก็บอกตำรวจให้เขียนใบสั่งให้เลย… หลายครั้งที่เจอตำรวจทำหน้างงๆ แล้วก็ถามว่า แน่ใจหรือ ค่าปรับแพงนะ… เรามันก็พวกตามกฎ ก็มักจะตอบไปว่า ก็เราผิดจริงนี่ ก็ต้องรับผิด…

แต่ก็มีครั้งหนึ่ง เคยขับรถแล้วไปเจอด่านตรวจพอดี..​ ตำรวจก็เรียกแล้วแจ้งข้อหาว่าป้ายวงกลมหมดอายุ.. ตอนนั้นยังมือใหม่หัดขับ ขับมาได้แค่เดือนกว่าๆ แถมไม่ใช่รถเราด้วย เป็นรถแม่ ก็งงๆ ก็โทรหาพี่ชาย เล่าให้พี่ฟังว่า เจอตำรวจเรียก เขาบอกว่าป้ายวงกลมหมดอายุ…
พี่ชายก็ถามต่อว่า แล้วมันหมดจริงหรือเปล่าล่ะ… เราก็บอกไปว่า ไม่รู้สิ
พี่ชายคงหงุดหงิดในความโง่ของน้องสาว ก็บอกว่า ก็ลุกไปดูสิ… เราก็ดันถามต่อไปอีกว่า ดูที่ไหน (แหม มันก็มีอยู่วงกลมเดียวที่กระจกหน้ารถอ่ะนะ)

พอลุกไปดู เออ หมดจริงด้วย หมดไปเดือนกว่าๆ แล้วด้วย ก็ถามพี่ต่อไปอีกว่า ต้องทำยังไงล่ะ
พี่ก็บอกว่า เขาเรียกเท่าไร ถ้าพอจ่ายได้ก็จ่ายไป ไม่งั้นก็ให้เขาเขียนใบสั่งแล้วกัน…

ความที่ไม่เคยต่อรองกับตำรวจ ก็เลยเลือกทางที่สอง.. ก็หันไปบอกคุณตำรวจว่า หมดอายุแล้วจริงๆ ด้วย
คุณตำรวจก็ถามว่า แล้วจะเอาไง เอาใบสั่งไหม?
เราก็ตอบไปว่า ก็ต้องเอาล่ะค่ะ ก็ผิดนี่คะ…
คุณตำรวจก็มีท่าทีงงนิดๆ มีถามต่อว่า แน่ใจหรือ ค่าปรับเป็นหมื่นนะ…
เราก็ยังงงๆ หน่อยๆ ก็ดันถามไปว่า แล้วมีทางเลือกอื่นหรือคะ…
ตำรวจก็ตอบมาว่า เอางี้แล้วกัน เอาให้เขาแค่ร้อยเดียว เดี๋ยวเขาปล่อยไป
เราก็ถามต่อว่า..​ อ้าว… ถ้าไม่มีใบสั่งแล้วต่อไปขับไปเจอตำรวจอีกล่ะคะ ไม่โดนจับอีกรอบหรือคะ
คุณตำรวจก็บอกว่า ไม่มีแล้ว ด่านตรวจวันนี้มีแค่ตรงนี้ที่เดียว ก็จ่ายมาร้อยหนึ่ง แล้วรีบๆ ไปต่ออายุแล้วกัน… ถ้าให้ใบสั่งน้องต้องเสียเป็นหมื่นเลยนะ… (น้ำเสียงเชิญชวนให้จ่ายร้อยเดียวมากๆ)

ตอนนั้นก็ด้วยความมักง่ายของตัวเองด้วย บวกกับกลัวจะมีเรื่องกับตำรวจ ก็เลยจ่ายไปร้อยหนึ่ง แล้วก็โทรไปเล่าพี่ชายฟัง.. พี่ชายก็ไม่ว่าอะไร แล้วรุ่งขึ้นก็ให้ที่บ้านไปทำเรื่องต่ออายุป้ายวงกลมใหม่

อย่างเราคงเหมาะกับฐานะตุ๊กตาท้ายรถ ไม่ก็คนขับรถเท่านั้นล่ะมั้ง … :lol:

Tags: , ,

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: