« »

วิ่ง สู้ ฟัด กับซิกกราฟ

by nuch

ซิกกราฟปีนี้จัดวันที่ 11-15 สิงหาคม .. และเป็นปกติของเราที่จะขอบไปล่วงหน้าก่อนวันงานหนึ่งวัน เพราะความที่เป็นคนที่ขึ้นเครื่องบินแล้วหูอื้อ ก็เลยต้องพยายามหลับบนเครื่องบิน ทุกทีก็จะใช้วิธีอดนอนคืนก่อนบิน เวลาขึ้นเครื่องจะได้หลับ ทำให้เมือถึงที่หมายแล้วต้องทำกิจกรรมเลย ร่างกายจะเพลียล้ามากๆ
แต่ว่า.. ปีนี้ มีเหตุ… อยู่ๆ ก็หลับเร็ว ทำให้เดิมทีตั้งใจจะซักผ้าไม่ได้ทำ ต้องมาทำตอนเช้า แล้วก็ทำให้เราออกจากบ้านช้ากว่าเวลาที่ตั้งใจไว้ เครื่องออกตอนบ่ายสองห้านาที … เดิมทีตั้งใจว่าจะออกจากบ้านตอนสิบเอ็ดโมงกว่าๆ ขึ้น BART (รถไฟ คล้ายๆ รถไฟฟ้า วิ่งในเขต Bay area ) ใช้เวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสนามบินราวๆ เที่ยง จะได้เช็คอินเป็นคิวแรกๆ (เครื่องบินที่ไปเป็น open seat ใครไปถึงก่อนก็มีสิทธิได้เข้าเครื่องไปเลือกที่นั่งก่อน…​เหมือนรถเมล์เลย) ..​แต่ กลายเป็นว่า ออกจากบ้านตอนเที่ยงกว่าๆ แทน แต่ไม่เป็นไร เครื่องออกบ่ายสอง ยังไงก็ทัน .. ดันโชคไม่ดี… Bart เจอสิ่งกีดขวางรางระหว่างทาง ทำให้ต้องหยุดรถไฟทั้งขบวน และต้องตัดไฟด้วย…
ลองจินตนาการตามดูสิ อยู่ในอุโมค์ มืดสนิท ไม่มีไฟเลย แต่จะเห็นแสงไฟรางๆ จากไฟฉายที่ช่างเขาทำงานลอดเข้ามา แล้วก็มีเสียบทุบเสียงตีเหล็กแก๊งๆ … ดีที่เคยเล่นเกม Resident Evil4 กับ Fatal Frame ก็เลยชินกับสภาพแบบนี้หน่อย (ไหนใครบอกว่าเล่นเกมไม่มีประโยชน์ …. ) ติดอยู่อุโมงค์ราวๆ ครึ่งชั่วโมงได้ สัญญาณมือถือก็ไม่มี ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เลยกด sms บอก Toykof กับ Memashow ว่าเราอาจจะไปไม่ทัน ถ้าตกเครื่องรอบนี้ เราจะขึ้นเครื่องรอบถัดไปตามไป..​ (เครื่องบินไปแอลเอมีทุกชั่วโมง… ช่างเหมือนรถเมล์เสียจริงๆ ) กะว่า พอออกจากอุโมงค์ได้ มีสัญญาณมือถือเมื่อไร ก็พร้อมยิงทันที….

Bart ไปถึงสนามบินราวๆ บ่ายโมงสามสิบห้า… ลงจากบาร์ทได้ก็วิ่งเลย ต้องไปต่อ airport shuttle แล้วสายการบินที่ไปก็อยุ่ terminal หลังสุดด้วยสิ… เช็คอินตอนบ่ายโมงสี่สิบห้าได้..​ ตามกฎแล้ว ถ้ามีโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่อง ต้องเช็คอินก่อนเครื่องออกครึ่งชั่วโมง…​ งานนี้เช็คอินกระเป๋าไม่ทันเห็นๆ แต่ให้เอากระเป๋าขึ้นเครื่องก็ไม่ไหว เพราะมีพวกของเหลวและของมีคม กว่าจะผ่านด่านตรวจได้คงเหนื่อย
แต่พนักงานที่เช็คอินเขาก็รับกระเป๋าไปนะ แล้วออกใบแทน boarding pass ให้เราใช้เพื่อผ่านด่านตรวจกระเป๋า เขาบอกว่า เราอาจจะไปไม่ทันเครื่อง ให้ลองดู ถ้าทัน ก็จะไปเอา boarding pass ที่เกทได้เลย..​ ถ้าไม่ทัน เขาจะให้ไปเครื่องรอบถัดไป…. ก็อีกหนึ่งชั่วโมง…

ด่านตรวจกระเป๋าเนี่ย คิวจะยาว เพราะว่า ต้องถอดเสื้อนอก รองเท้า แลปท็อป กับ กล้องวิดีโอก็ต้องเอาออกจากกระเป๋า หรือซองให้แยกตรวจ… ช่วงที่เข้าคิวรอ เราก็เตรียมตัวเลย ถอดนาฬิกา แจ็คเกต ใส่กระเป๋าแลปท็อป แล้วเอาแลปท็อปออกมาถือรอใส่ถาดตรวจเลย… ให้มีของใส่ถาดน้อยชิ้น จะได้เก็บของได้ไว..

ระหว่างที่รอถึงคิวตัวเอง..​ คนที่รอข้างหลังเราเขามาเป็นครอบครัว มีรถเข็น เข็นลูกสาวที่น่าจะขวบกว่าๆ ได้แล้วมั้ง..​ แล้วเจ้าเด็กคนนี้ ช่างไม่มีเซนส์สัมผัสรังสีใใดๆ เลย.. คุณน้องเขามาคว้าสายกระเป๋าแลปท็อปเราเล่น พอเราจะเดินต่อ กระเป๋าก็โดนรั้งด้วยมือคุณน้องที่เกาะได้อย่างเหนียวแน่น…. ดีทีว่า ตอนนั้นไม่หงุดหงิดอะไร ก็เลยไม่คิดกระชากกระเป๋าจากมือคุณน้อง (แหนะ แหนะ รู้นะว่าคิดว่าเราจะเอากระเป๋าฟาดหน้าเด็กล่ะสิ) แค่ดึงเบาๆ แล้วหันไปมองพ่อแม่ที มองคุณน้องที มองรอบแรก พ่อแม่ก็ไม่สังเกตอะไร จนกระทั่งเขาเห็นเราไม่เดิน เขาก็เลยมองมาเห็นว่า คุณลูกเขาน่ะ เกาะกระเป๋าเราไม่ปล่อยอยู่… เขาก็เลยมาห้ามลูก แบบว่าต้องง้างนิ้วออกมาเลย..​ เพราะคุณลูกเล่นเกาะไม่ปล่อยจริงๆ….

หลุดจากด่านตรวจกระเป๋ามาได้ ก็เห็นนาฬิกาที่สนามบินขึ้นว่าบ่ายสองหนึ่งนาที ใส่รองเท้า สะพายกระเป๋า อุ้มแลปท็อปวิ่งทันที…. (ไม่มีเวลาเอาแลปท็อปใส่กระเป๋าแล้ว) วิ่งไปก็หาป้ายบอกว่าเกทที่สามสิบเอ็ดอยู่ที่ไหน..​ อยู่สุดทางเลย… (แต่ก็ไม่ไกลมากหรอกนะ ต้องผ่านไปประมาณ 3-4 เลขที่ฝั่งเดียวกันน่ะ)
จริงๆ วิ่งไปได้ครึ่งทางก็ หอบแบบ หัวใจเต้นเร็วมากๆ แล้ว (อันตรายต่อร่างกายเราอย่างแรง) หายใจแทบไม่ทัน ก็เลยต้องเดินเร็วๆ แทน… แต่สักพักก็ตัดสินใจวิ่งต่อ… ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ถึงได้ตัดสินใจวิ่งต่อ… ไปถึงแบบทันเฉียดฉิวเลย เข้าไปเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่พนักงานจะปิดประตูเครื่อง…. เห็นที่ตรงไหนว่าง จะอยู่ในสุดยังไง ก็เข้าไปนั่งเลย..​ รีบเก็บคอมเข้ากระเป๋า เอากระเป๋าสอดใต้เก้าอี้ รัดเข็มขัด เตรียมบินทันที….
อ๊ะ นึกได้ว่าต้องปิดมือถือ ก็หยิบมา เห็นข้อความจาก Toykof ถามชื่อโรงแรมที่พัก คาดว่าเขายังไม่รู้ว่าเราขึ้นเครื่องแล้ว

บินรอบนี้ ไม่ได้หลับบนเครื่องด้วย แล้วก็ตามคาดว่าต้องเจอภาวะหูอื้้อ แต่ลองทำการเคลียร์หู ด้วยวิธีที่เพือนที่ชอบดำน้ำเขาสอนมา ก็ช่วยได้เยอะนะ อย่างน้อย ก็ไม่ได้หูอื้อแบบแสบไปทั้งหูล่ะ มีแค่อาการเสียงก้องเล็กน้อยเท่านั้น

คนที่นั่งข้างเรา เป็นคู่สามีภรรยา (ที่นั่งแถวละสามคน เรานั่งในสุด ริมหน้าต่าง) มาจาก Virginia มาเที่ยว ตัวสามีเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยใน Virginia สอนด้าน Business Administration เป็นคนอเมริกันที่น่ารักดี ยิ้มให้ตลอดเวลา

เครื่องถึงแอลเอ ตามตาราง พอเครื่องจอดสนิท จังหวะที่ทุกคนลุกขึ้นเพื่อไปหยิบสัมภาระของตัว เราก็มองหา Toykof , Memashow ทันที..​ (ตอนขึ้นเครื่องชัวร์มากว่า เขาอยู่หลังๆ เพราะได้ยินเสียง memashow มาลางๆ) พอ Toykof เห็นเรา ก็ตกใจ ตามคาดเลยว่า เขาคงคิดว่า เราตกเครื่องไปแล้ว…

แต่ว่านะ..​ ถึงตัวเราจะขึ้นเครื่องทัน แต่กระเป๋าเดินทางขึ้นไม่ทัน มันมากับเครื่องบินเที่ยวถัดไป ก็เลยต้องรออยู่ที่สนามบินอีกหนึ่งชั่วโมง เพื่อรอกระเป๋าเราเพียงคนเดียว…

เรื่องวุ่นๆ ของวันแรกยังไม่จบนะ… ยังมีเรื่องรถไปโรงแรมอีก
ก็ช่วงทีรอกระเป๋า ก็มีไปถาม visitor infomation ว่าจะไปโรงแรมที่เราจองยังไง เขาก็บอกว่ามี airport bus ไปถึง ให้ขึ้นที่ป้ายสีแดงหมายเลขสอง ตอนที่รถมารับ เราก็มไปถามคนขับนะว่า ไปที่โรงแรมชื่อนี้ชัวร์ แต่ว่า ไปผิดสาขา… อยู่กันคนละด้าน มารู้ตัวก็ตอนที่เช็คอินแล้วพนักงานหาชื่อเราไม่เจอ พอเขาอ่านรายละเอียดในใบที่เราพรินท์ออกมาถีงได้รู้ว่ามาผิดที่ เลยต้องเรียกแท็กซี่ไปอีกที… -__-‘

แค่วันแรกก็วิ่งสู้ฟัดซะแล้ว….

เอาล่ะมาถึงเรื่องของงานซิกกราฟบ้าง งานจะเริ่มพรุ่งนี้ ตั้งใจว่าจะเขียนเล่ารายวันเลย แต่..​ มันก็เหนื่อยนะ แถมพิมพ์ยาว ตามนิสัยเมาท์แตกของเราด้วย …

ให้เมาท์แตกเนี่ย เมาท์คนเดียวก็ไม่สนุกซะด้วยสิ… ไม่งั้นก็ต้องเล่นเกมกันหน่อย

ก็ไม่มีไรมากมาย แค่ตั้งพาสเวิร์ดให้ทายเล่นๆ เวลาจะเข้าไปอ่านหัวข้อซิกกราฟปี 2008 ในบล็อคเรา…

กติกามีอยู่ว่า..
หาให้ได้ว่าพาสเวิร์ดคืออะไร มีคำใบ้ให้แค่ว่าชื่อเล่น และพาสเวิร์ดเป็นภาษาอังกฤษ ใช้อักษรตัวเล็กทั้งหมด … ใครทายถูกเข้าไปอ่านได้ รบกวนช่วยคอมเมนต์ทักทายด้วย ใครทายไม่ถูกแต่อยากรู้ เมล์มาถามได้ งดถามบนเอมเอสเอน เนื่องจากอยู่เครื่องแมค มันรับ offline message ไม่ได้ และก็ข้อความเอมมักตกหล่นหายบ่อย… (ใครถามออฟไลน์เมสเสสบนเอมมา ต้องรอเรากลับบ้านไปใช้เครื่องพีซี ถึงจะได้คำตอบนะ)

ส่วนใครที่รู้พาสเวิร์ดแล้วบอกต่อก็ได้ เราคงไม่รู้หรอก แต่ถ้ามีการโพสบอกกันบนบอร์ด… เราเปลี่ยนพาสเวิร์ดนะ ถือว่าผิดกติกา… (อย่าคุยกันแต่หน้าเวปบอร์ดเลย..​สื่อสารทางอื่นกันบ้าง)

ใครหมั่นไส้ อยากแฮค ก็ขอบอกว่า เราไม่มี backup blog ณ ปัจจุบันนี้..​ ถ้าโดนแฮคบล็อคหาย เราไม่สามารถกู้คืนได้ และ
ก็คงไม่เขียนบล็อคแบบเปิด public อีกแล้ว…
ใครอยากเมล์ด่า ก็อย่าหาว่าเราโหดนะ ถ้าเราเอาข้อความเมล์ขึ้นบล็อคเราเลย..​ จะไม่เงียบอีกต่อไปแล้ว

ส่วนใครไม่อยากเล่นเกม แต่อยากอ่าน..​ กรุณารออย่างต่ำ 2 อาทิตย์ (ไม่รับปากเรื่องเวลานะ) แล้วจะมีให้อ่านแบบไม่ใส่พาสเวิร์ด
เหตุผลที่ต้องทำอย่างนี้ ก็เพราะว่า สิ่งที่พิมพ์ เป็นสิ่งที่มาโดยตรงจากที่เห็น ที่ได้ยิน ที่คาดการณ์ไว้ ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง หรือเช็คข้อมูลแน่ชัด ขอเวลาแก้ไขคำ ทั้งเรื่องตัวสะกด เรื่องข้อมูลด้วย ก่อนที่จะเปิดแบบไม่ต้องมีพาสเวิร์ด (ป้องกันตัวเองไม่ให้โดนชาวเกรียนด่าเวลาเราพลาด)

บอกไว้ก่อนว่า พิมพ์ยาวมากๆ และไม่ค่อยมีรูปด้วย อาจจะอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะลำดับจากความเข้าใจของเราเอง…

ป.ล. ถ้าสังเกต จะเห็นว่าเราพิมพ์ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะมาก..​ ก็เพราะว่า ยังไม่ชินกับปุ่มสลับภาษาบนเครื่องแมค ก็เลยเลี่ยงที่จะพิมพ์ภาษาอังกฤษ ..​ ไว้ตอนเกลาภาษาค่อนมาแก้ทีหลังล่ะกัน

ซิกกราฟ วันแรก (08/08/11)
ซิกกราฟ วันที่ 2 (08/08/12)
ซิกกราฟ วันที่ 3 (08/08/13)
ซิกกราฟ วันที่ 4 (08/08/14) (จบบันทึก)

Tags: ,

One Response to “วิ่ง สู้ ฟัด กับซิกกราฟ”

  1. Noopook Says:

    ตอนนี้คอมเมนต์รวมๆตรงนี้ก่อนละกันนะ

    มางานนี้แล้วจะให้ได้รับประโยชน์เต็มที่ คงต้องเข้าฟังบรรยายเยอะๆอย่างนี้นี่เอง

    อ่านแล้วชอบวันที่สามมากที่สุดนะ โดยเฉพาะเรื่องแรงบันดาลใจ กับการเปรียบเทียบกับฉากจบของ Terminator 2 เราก็เกิดเคยรู้สึกแบบนั้นเวลารถแล่นตอนกลางคืนเหมือนกัน

    พักซักหน่อยละกัน ท่าทางจะวิ่งสู้ฟัดตลอดทั้งงานเลย แล้วจะรออ่านอีกทีหลังเกลาแล้วนะ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: