« »

FW : เมื่อเธอต้องการหย่า….

by nuch

“เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป…. เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป”

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม เธอเขินอายในอ้อมแขนผม ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก…
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี… ในวันถัดๆ มา ทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน… ผมทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว… เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น… ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน…

ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกัน แล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก… แต่แล้ว ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย….

เจนเข้ามาในชีวิตของผม ….

ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน… เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก…
ที่นี่… เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ… เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา…
คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม… ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ๆ เธอบอกว่า วันที่คุณประสบความสำเร็จ ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา…
ผมเริ่มรู้สึกลังเล… ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม… แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว…
ผมปลีกตัวออกจากเจน
“วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ”

… แน่นอน… เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน…
ในตอนนั้น… ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม ทั้งที่จริงๆ แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม….ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน
จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก… ทุกๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จ เราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน
หรือ… ถ้าผมจะเลือกเป็น… นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์… มองเรือนร่างอันงดงามของเจน… ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง

วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่า เธอจะทำยังไงถ้าเราหย่ากัน…
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน… และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร
เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก… ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่า หากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง เธอจะเป็นอย่างไร…

วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี…
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ เธอเหมือนจะรับรู้มันได้ แต่เธอก็ยิ้มน้อยๆ กับพนักงานทุกคน…. แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด… เจนก็บอกกบผมว่า หย่ากับเธอนะ แล้วเราอยู่ด้วยกัน..
ผมพยักหน้า….
ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ

..ผมมีอะไรจะบอกคุณ…

เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก
…แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป…
ผมต้องการหย่า…
เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย ผมย้ำกับเธออีกครั้ง เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย
…เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น… เธอร้องไห้อย่างหนัก… ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ? ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้ มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก…

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น ระบุว่า เธอเป็นเจ้าของบ้าน ทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด….
เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น แล้วฉีกมันทิ้ง มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้ เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด
…สำหรับผมแล้ว… การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง…

หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม ในที่สุดมันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียที

คืนนั้น ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย

…ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่า เธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม… แต่เธอต้องการให้ผม ให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้น ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกต ด้วยเหตุผลที่ว่า เธอต้องการให้ลูกจบการศึกษา ซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง…

“รัชต์.. คุณจำได้ไหม… วันที่เราแต่งงานกัน… คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอด ในวันที่เราเข้าเรือนหอ”

..ผมพยักหน้า..

“นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น… ชั้นมีเรื่องขอร้อง… ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอด จากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไป จนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน”

ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ…

ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น… และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง… เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงื่อนไข….

ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม… เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้…
คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง….

เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า… ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป…
พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก… มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก… ลูกชายเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า
“ว้าว… วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย”
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น…… เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา…
ผมพยักหน้า ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม…
ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ แล้วเลยไปออฟฟิศ…

วันถัดมา… ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป… เธอซบบนอกผม… เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ… ผมถึงได้ตระหนักว่า เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม… เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ ให้เดินระวังด้วย…
ในวันที่สี่… มันช่างเหมือนกับว่า เราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก… ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป…
วันที่ห้าและหก.. เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน.. ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร… และอื่นๆ อีกมากมาย… ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที… ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย…

ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวัน โดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย… หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น.. แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด… เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้.. นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้… ลูกของเราร้องขึ้นว่า
“พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ”
…สำหรับลูกแล้ว… การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด…. เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น… ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง…. ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด… เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก… เธอบอกกับผมว่า… ความจริงแล้ว… ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า… ผมกอดเธอแน่น… และผมก็ตระหนักว่า..
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน… ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่.. ผมลังเลเล็กน้อย.. แต่ในที่สุดแล้ว.. ผมก็มาพบเจนจนได้….
เธอเปิดประตูออก…
ผมบอกเธอว่า…
“เจน.. ผมขอโทษ… ผมจะไม่หย่า”

…เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม..
“คุณสบายดีหรือเปล่า”

“เจน… ผมขอโทษ… ผมขอโทษจริงๆ ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะ ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน เธอมีลูกให้ผม ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่…”

เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม….

ระหว่างทางกลับบ้าน ผมแวะร้านดอกไม้….
พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร…
ผมให้เธอเขียนว่า…

“ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่”

.


ได้ forward mail มา .. จริงๆ ตามหลัก fw mail แล้ว ได้มาควรจะส่งต่อ… แต่ความที่เราไม่ชอบพวกจดหมายลูกโซ่ และออกจะรำคาญในบางครั้ง ที่ mailbox เต็มเพราะเจอกองทัพ fw mail … ก็เลยว่า เอามาลงบน blog แล้วกัน.. เผื่อจะมีคนยังไม่ได้รับ และชอบอ่านเรื่องแนวๆ นี้

ในความเห็นส่วนตัวแล้ว.. คิดว่า เรื่องนี้ไม่น่าจบง่ายๆ อย่างนี้หรอก.. คุณผู้ชายทั้งหลายอย่าว่าเราเลยแล้วกันนะ ถ้าจะบอกว่า เราไม่คิดว่า ผู้ชายจะสำนึกในความดี หรือความรักของผู้หญิงได้… ยิ่งถ้าเป็นพวกผู้ชายที่คิดว่าตัวเองมีพร้อมทุกอย่างด้วย ยากนักที่เขาจะรู้สึกถึงคุณค่าของคนที่รักเขา

ใครบางคนเคยมาตอบใน entry ก่อนๆ ว่า
“ผู้ชายดีๆ มีแต่ในนิยาย”

จะว่าใช่ก็ไม่เชิงนะ.. ถ้ัาให้เราพูดตามประสาสาววาย ก็คงบอกว่า ผู้ชายดีๆ มีแต่เกย์เท่านั้นแหละ… :lol:

แต่จะว่าไป.. ผู้หญิงก็ใช่ว่าดี..

ตอนที่ขึ้นเขาปฎิบัติธรรม ก็ได้คุยกับคนอเมริกันที่เขาเคยหย่า แล้วมาแต่งงานใหม่กับสาวไทย เขาเล่าให้ฟังว่า อดีตภรรยาของเขาน่ะ เป็นเก่ง เรียนจบสูง ตอนคบกันใหม่ๆ เขาก็รู้สึกมีความสุขดี แต่หลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน เธอก็เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องขี้หึง ขี้นินทา อารมณ์ร้าย.. แล้วเขาก็บอกว่า เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้หญิงหลายคนเลยถึงชอบชิงดีชิงเด่นกัน ชอบแต่งตัวแข่งกัน ชอบซุบซิบนินทากัน…

ฟังแล้วก็ขำ.. แต่มันก็จริงนะ

ในฐานะที่เพศดั้งเดิมเราเป็นผู้หญิง.. ก็ตอบได้ว่า .. สิ่งเหล่านี้มันเหมือนอยู่ในสัญชาตญาณผู้หญิงเลยล่ะ

ไอ้คุณสมบัติที่ว่ามาเนี่ย เป็นนิสัยของผู้หญิงที่เราเกลียดมากๆ แต่ว่านะ.. มันมีช่วงหนึ่ง ที่เราก็รู้สึกได้ว่า เราก็เป็นแบบนั้น.. เราเป็นในสิ่งที่เราเกลียด.. บ้าหรือเปล่าเนี่ย?
ทั้งๆ ที่ไม่ชอบเลย แต่มันก็เป็นไป ในภาวะที่เราประมาทกับการใช้ชีวิต… แล้วพอวันหนึ่ง ได้หันไปมองย้อนดูพฤติกรรมตัวเองในเวลานั้น.. ทุเรศว่ะ… เกลียดตัวเองขึ้นมาทันที ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเป็นอย่างนั้นไปได้ …

แปลกนะ ที่คนเรา หรือกระทั่งเราเอง มักจะพูดว่า นิสัยแย่ๆ ของคนเรา มันเป็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์..

ถ้างั้นการที่เราพยายามฝืน พยายามล้างนิสัยแย่ๆ นั้น เป็นการฝืนธรรมชาติหรือเปล่านะ?

เฮ้อ.. จะเข้าประเด็น Joker อีกแล้ววุ้ย…

พอแค่นี้ดีกว่า…
ขืนพูดมากกว่านี้ ได้เหลือแต่เพื่อนเกย์แน่เลย… :p

Tags: ,

5 Responses to “FW : เมื่อเธอต้องการหย่า….”

  1. Noopook Says:

    เรื่องนี้เขียนเหมือนความผิดนี้มันจะเกิดขึ้นตอนหย่า และสุดท้ายเรื่องก็ลงเอยด้วยดี ที่สุดท้าย พระเอกของเราไม่ได้หย่า และอยู่ด้วยกันกับภรรยาเดิมอย่างมีความสุข

    ต้องบอกว่ายังดีที่ตัวภรรยามีความอดทนและการให้อภัยสูงมาก จริงๆมันผิดตั้งแต่นอกใจแล้ว แต่เธอคงคิดว่าหน้าที่แม่ที่มีต่อลูกสำคัญกว่า เลยยอมๆไป ให้ผู้ชายนอกใจก็ได้ ขอให้ทำหน้าที่พ่อที่ดี ความรักไว้ทีหลัง จนมาปี๊ดแตกตอนฝ่ายชายขอหย่าน่ะนะ และถึงขนาดนั้นแล้วเธอก็ยังคิดวิธีให้ฝ่ายชายกลับมาเข้าใจเรื่องความเอาใจใส่กันและกันได้อีก นับว่าโชคดีของตัวละครชายแล้วนะ

    ตลอดเรื่องบรรยายความรู้สึกตลอดว่าฝ่ายชายรู้สึกผิดอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ก็ยังทำลงไปได้ ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสำนึกผิดชอบเนี่ย สงสัยจะมีไม่เยอะพอนะ

    เรื่องนี้ไม่ได้บอกวัยของลูกไว้ และเราเองก็ไม่คิดว่าชีวิตครอบครัวของพ่อแม่ที่เหินห่าง จะทำให้ลูกๆสนใจเรื่องรักของพ่อแม่ขนาดนี้ อาจจะรักดีด้วยตัวเองงั้นเหรอ อืมม ก็ดีไป เรื่องความดีของภรรยานั้นยกให้ ดูออกจะเกินจริงหน่อย แต่อยู่ในขอบเขตที่เป็นไปได้ จุดที่ไม่จบน่าจะตรงเจน เธอเองก็ลงทุนไปมาก ถ้าคิดจะทำลายชีวิตครอบครัวนี้ จะตีบทเป็นนางเอกทำเป็นเสียสละกลับ ทำเป็นขอแค่ได้รักฝ่ายชาย ตัวละครชายจอมเหลาะแหละอาจจะเสียรู้รอบสองก็ได้

    อ่านแล้วหงุดหงิดบอกไม่ถูกแฮะ 5555 ใส่อารมณ์ซะ ช่วงนี้อาจจะอดนอนเยอะไปหน่อยแฮะ

  2. nuch Says:

    จุดที่ไม่จบน่าจะตรงเจน เธอเองก็ลงทุนไปมาก ถ้าคิดจะทำลายชีวิตครอบครัวนี้ จะตีบทเป็นนางเอกทำเป็นเสียสละกลับ ทำเป็นขอแค่ได้รักฝ่ายชาย ตัวละครชายจอมเหลาะแหละอาจจะเสียรู้รอบสองก็ได้

    :evil: อารมณ์นางอิจฉาในละครน้ำเน่าหลังข่าวมากๆ

    “เจนรักคุณค่ะ เจนยอมเสียสละ ขอให้เจนได้อยู่เคียงข้้างคุณเท่านั้น เจนสัญญาค่ะว่าเจนจะอดทน เจนจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ คุณอย่าทิ้งเจนไปไหนนะคะ..นะคะ(เสียงออดอ้อนขึ้น) เจนรักคุณนะคะ”

    กล้อง close up ไปที่หน้าผู้ชาย สีหน้าแสดงถึงความสับสน เจนวิ่งเข้าไปกอด ร้องไห้ซบอกผู้ชาย คุณผู้ชายใจอ่อน ยกมือขึ้นมากอดตอบ..

    … ภาพตัดมาที่ห้องนอน ปลายเตียงมีกองเสื้อผ้า.. พระเอกนอนหลับเป็นตาย.. (ไม่ก็ต้องเข้าห้องน้ำอยู่ – มีเสียงเอฟเฟคน้ำฝักบัวด้วย) เจนมองไปทีพระเอกแล้วยิ้มมุมปาก.. จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ แล้วเดินออกไปในที่ที่คิดว่าพระเอกจะไม่ได้ยินเสียงเธอ

    …ภาพตัดมาที่บ้านคุณภรรยา(หลวง) ซึ่งกำลังมีความสุข ไม่ก็วุ่นวายกับคุณลูกอยู่ (ย้ำว่าต้องอยู่กับลูก แสดงความเป็นครอบครัว) เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณภรรยารับสาย
    “สวัสดีค่ะคุณพี่ สบายดีหรือเปล่าคะ… อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากบอกคุณพี่ว่า ผัวคุณพี่นี่เป็นคนเก่ง และใจดีจริงๆ นะคะ เป็นคนอ่อนโยน ให้ความอบอุ่นกับเจนทั้งคืนเลยค่ะ.. “

    ….

    เหอ เหอ.. :evil:

  3. Rza Says:

    เค้าบอกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชอบผู้ชายเลวๆจิงหรือเปล่าคับ แล้วก็ชอบมาบ่นว่าผู้ชายดีๆหายไปไหนหมด ทั้งๆที่ผู้ชายดีๆมีเยอะแยะแต่ไม่เคยมอง แหะ แหะ อันนี้ฟังเค้ามานะ

  4. nuch Says:

    อืม.. เรื่องผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชอบผู้ชายเลวๆ จริงหรือเปล่าเนี่ย..​ ตอบฟันธงไม่ได้นะ

    คิดว่า ถ้าเป็นพวกสวยเลือกได้ อาจจะเป็นอยางนั้นก็ได้ เพราะผู้ชายเลวๆ มักจะมีลีลาเข้าหาผู้หญิงดีกว่าผู้ชายดีๆ

    แต่ว่านะ เราว่าผู้ชายส่วนใหญ่น่ะ ก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงดีๆ สักเท่าไร.. เห็นบ่นกันว่าแฟนตัวเองมีข้อเสียสารพัด หรือถ้าเป็นประเภทดีเลือกได้..​ มีสาวๆ มารุมชอบ ก็เห็นเลือกจากขนาดหน้าอก ไม่ก็หน้าตา ก่อนที่จะดูนิสัย (แม้ปากจะบอกว่า คบกันเพราะนิสัยเขาก็เถอะ)

    .. คนเลวคงมีอะไรให้น่าดึงดูดกว่าคนดีๆ ล่ะมั้ง.. ข่าวตามหน้าหนังสือพืมพ์ก็มักจะเอาเรื่องเลวๆ เรื่องแฉสารพัดขึ้นเพื่อขายข่าวให้ได้ก่อน ข่าวดีๆ น่ะ ไมค่อยเห็นเอามาขึ้นสักเท่าไร.. หรือบางที ก็พาดหัวข่าวซะให้เป็นวิรบุรุษ ไม่กี่วันก็ไปขุดคุ้ยหาเรื่องไม่ดีของเขาในอดีตมาพาดหัวข่าวขายอีก.. ถ้าขุดคุ้ยไม่ได้ ก็ไปหาหมอดูฟันธงว่า อนาคตหมอนี่ต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆ… เฮ้อ..

    สรุปเข้าประเด็นเดิม… เป็นคน(ดี)ต้องอดทน…

  5. Noopook Says:

    5555 เออ แต่งบทมันส์ดี เอามั่งเอามั่ง

    แล้วคุณภรรยาหลวงก็บอกว่า

    “ชั้นรู้ เจน และชั้นก็เห็นลีลาในค่ำคืนนี้เป็นอย่างดี ชั้นว่านั่นไม่ค่อยจะอบอุ่นซักเท่าไหร่หรอกนะ ดูออกจะเฉยชา เหมือนทำไปงั้นๆซะมากกว่า แล้วนี่ก็ยังไม่หมดคืนเลยด้วยซ้ำ เขาก็ไปอาบน้ำอาบท่า เลิกทำอะไรกับเธอซะแล้ว หึหึ ตอนนี้ เธอคงคิดอยู่ว่าชั้นเห็นได้ยังไงสินะ ก็ 1 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่สามีขอหย่า เธอคงคิดว่าอย่างชั้นคงก้มหน้าก้มตารับชะตากรรม ได้แต่ร้องไห้ แล้วก็ตั้งเงื่อนไขบ้าๆบอ แต่เธอคิดผิดซะแล้ว ชั้นเตรียมใจในเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่แต่งงานกับเขาใหม่ๆ ชั้นรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีผู้หญิงอย่างเธอวิ่งเข้าหาเขาหลังจากเขาประสบความสำเร็จ หลังจากชั้นรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีตัวตนจริงๆแล้ว 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่คุณรัตช์ส่งชั้นลงที่ป้ายรถเมล์ แทนที่ชั้นจะไปทำงาน ชั้นก็ออกตามสืบเรื่องทุกอย่างด้วยตัวชั้นเองทุกวัน จนตอนนี้เรื่องทุกอย่างของเธอน่ะ ประวัติ ที่ทำงาน ที่อยู่ ชั้นรู้หมดแล้ว ห้องนอนของเธอ ชั้นก็ติดตั้งกล้องไว้แล้ว (ทำได้ไงหว่า)เพราะชั้นรู้ว่า ในวันที่เขาจะมาเจอกับเธออีกที เธอต้องเล่นบทแม่พระ ทำเป็นเสียสละ แล้วสุดท้ายก็ต้องลงเอยแบบนี้แน่ เธอต่างหากที่ไม่รู้อะไร ไม่รู้ว่าชั้นตั้งอัดภาพเสียงทุกอย่างไว้หมดแล้ว แม้แต่บทสนทนาตีสองหน้าอย่างเมื่อกี้ ก็ถูกบันทึกไว้แล้วด้วย คราวนี้ถ้าขอหย่ากันจริงๆ เธอคงรู้นะว่าใครจะเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดไว้ ก็ในเมื่อฝ่ายชายเป็นฝ่ายนอกใจภรรยามามีชู้ หลักฐานชั้นก็มีหมดแล้ว ดูท่าแผนฮุบทรัพย์สมบัติที่เธอวางไว้ จะพลาดซะแล้วล่ะนะ ”

    _____________________________________________

    หลังจากนี้จะหย่าไม่หย่า ก็ไม่ใช่เรื่องแล้วล่ะมั้ง คู่ชู้นี้น่าจะโดนแบล็กเมล์กลับ ให้ทำอะไรๆตามที่คุณภรรยาหลวงต้องการมากกว่า ไม่งั้นภาพเสียงที่ทำไปจะกระจายไปทั่วจนไม่ต้องไปเข้าสังคมอีกเลย

    ส่วนเรื่องลูกนี่ อยากแต่งให้กลายเป็นจริงๆร่วมมือกับแม่ช่วยสืบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นเลยด้วยซ้ำ แล้วก็คิดวิธีให้พ่อหันกลับมาเอาใจใส่แม่ด้วยการอุ้มแม่ลงบันได พ่อแม่เหินห่างกันก็จริง แต่แม่ที่เลี้ยงลูก เอาใจใส่ที่บ้าน ลูกก็น่าจะสนิทกับแม่มากนะ 5555 สนุกไปกันใหญ่ละ

    อืมม ส่วนเรื่องผู้หญิงชอบคนเลวจริงหรือเปล่าเนี่ย เอ เป็นคำถามตอบยากนะ

    โลจิกที่ยกขึ้นมาตรงนี้ถ้าเอามาเรียบเรียงใหม่มันจะได้ว่า
    “ผู้หญิงมักจะมองว่าผู้ชายที่ตัวเองสนใจนั้นเลว ไม่ดีได้เท่ากับอุดมคติ”
    “ผู้ชายที่มีคู่แล้วส่วนมากจะเลวมาก่อน หรือตอนนี้ก็ยังเลวอยู่”
    “ผู้ชายด้วยกันมักมองว่าผู้ชายทีมีคู่ไปนั้นดีสู้ตัวเองไม่ได้ (มาจากตรงที่บอกว่าผู้ชายดีๆมีเยอะแต่ไม่เคยมองน่ะนะ)”

    ถ้าแจกแจงออกมาแบบนี้แล้วก็ ดูจะจริงอันแรกกับอันที่สามล่ะมั้ง ส่วนอันที่สองมันแปลกๆแฮะ หรือเราเลวไม่รู้ตัวหว่า

    ส่วนเรื่องหน้าตากับหน้าอก เถียงไม่ออกคร้าบ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: