« »

ปัญหาโลกแตก ..จริงหรือ?

by nuch

How to solve corruption?
ก่อนที่จะเร่ิมอ่านต่อ..  ขอให้เข้าไปอ่านบทความ (จริงๆ คือ บล็อค) ที่ link ข้างบนก่อน How to solve corruption?(เนื้อความเป็นภาษาไทย…  แต่เขาตั้งชื่อหัวเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ)….

….

จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเคยคุยกับเพื่อนคนหนึ่งเมื่อไม่นานมาก  (เพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อนทางการเมืองนะ ….)

ประเด็นในการคุยตอนนั้นก็คือ ทำไมคนบางกลุ่ม ถึงไม่รู้สึกว่า พฤติกรรมของนักการเมืองบางคนมันผิด  ทำไมคนบางกลุ่มถึงได้พูดออกมาได้ว่า เขาไม่สนว่าคนคนนั้นจะมีอดีตดีเลวอย่างไร.. เขาเชื่อว่า โลกนี้ไม่มีคนดีบริสุทธิ์ เลวบริสุทธิ์ สิ่งที่เขาใช้เป็นหลักในการตัดสินใจสนับสนุนนักการเมืองคนหนึ่ง ก็คือ เมื่อนักการเมืองคนนั้นมีอำนาจ เขาเห็นว่าสิ่งรอบตัวเขาดีขึ้น เขามีกินมีใช้ สะดวกในอะไรต่อหลายอย่าง แม้ว่าจะเป็นการเลี่ยงกฎหมายก็ตาม เขาอ้้างว่า การเลี่ยงกฎหมายไม่ได้ทำให้ใครเขาเดือดร้อนนี่…
-__-‘

ครั้งหนึ่ง เราเคยเขียนในบล็อคเราว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของพฤติกรรมมนุษย์คือ.. ความเคยชิน…

คนเรา เมื่ออยู่กับบางสิ่งนานๆ หรือทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ มันจะเกิดความชำนาญ ความคุ้นเคย หรือความเคยชิน..​ (แล้วแต่จะเรียก) แล้วจะคิดไปเองว่า นั่นคือสิ่งธรรมดาทั่วไป  นั่นคือค่าปกติ…  ถ้ามันเกิดกับเรื่องดี ก็ดีไป แต่ถ้าเกิดกับเรื่องร้ายๆ ล่ะ…  :-(

ในเรื่องของการแก้ปัญหาของการโกงก็เช่นกัน….  ในความเห็นของเรา ถ้าพื้นฐานมนุษย์เหมือนกันหมด..​ มีสำนึกผิดเหมือนกันหมด.. การที่จะมีคนโกงได้ ต้องเริ่มจากการทำสิ่งเล็กๆ น้อยจนชิน จนความรู้สึกผิดมันลดน้อยหลั่นลงไป
ในกรณีนี้..​ การแก้ปัญหาการโกง โดยอุดมคติก็คงทำได้ง่าย ก็แค่ระวังตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็จะกันเรื่องใหญ่ได้..
แต่… ในอีกกรณีหนึ่ง ที่พื้นฐานมนุษย์ไม่เท่ากัน…

ถ้า… ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ต่างกัน..​ พฤติกรรมที่ดูจะถูกต้องในสายตาของคนคนหนึ่ง อาจจะดูผิดในสายตาของอีกคนหนึ่งก็ได้…  ถึงตอนนี้ก็ต้องถามว่า แล้วอะไรคือความถูกต้องล่ะ?

ณ วันนั้นที่คุยกับเพื่อน เรายกตัวอย่างเรื่องของการข้ามถนน…

ตามกฎหมาย ถ้าจะข้ามถนน ต้องข้ามตรงทางม้าลาย และถ้ามีสัญญาณไฟเขียวไฟแดงให้ข้ามถนน ก็ต้องข้ามตอนที่ไฟสัญญาณคนข้ามถนนขึ้นเท่านั้น ถ้าหากไฟสัญญาณคนข้ามถนนยังไม่ขึ้น แต่ไม่มีรถแล่นผ่านมา ก็ข้ามไม่ได้ในทางกฎหมาย…
แต่… ในทางปฎิบัติ…
ถามจริงๆ ว่า มีสักกี่คนที่จะหยุดรอให้สัญญาณไฟคนข้ามถนนขึ้นก่อนแล้วค่อยข้าม… แม้ว่าจะไม่มีรถอยู่บนถนนเลยก็ตาม…

และ..​ สมมติว่ามีตำรวจมาเห็นคนข้ามถนนในจังหวะที่ไฟสัญญาณยังไม่ขึ้น และ ไม่มีรถอยู่บนถนนเลย…  ตำรวจจับและปรับคนข้ามถนนคนนั้น…  ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น คือ…

– ถ้าภาพพจน์ตำรวจไม่ดี…  ตำรวจจะโดนข้อหาว่าตำรวจรังแกประชาชน (ซึ่งจริงๆ ตำรวจแค่ทำหน้าที่ของเขาเท่านั้น)

– ตำรวจเคร่งครัดต่อกฎมากเกินไป ไม่มีความยืดหยุ่น…

– คนข้ามถนนอาจจะอ้างว่า เขาเดินเหยียบบนถนนก่อนที่ไฟสัญญาณคนข้ามจะหายไป… (ไม่มีหลักฐานนี่ว่า เหยียบตอนไหนกันแน่ มีแต่สายตาตำรวจที่เห็น)

– คนข้ามถนนอ้างว่า เขาผิดตรงไหน เขาไม่ได้ทำอะไรให้ใครเดือดร้อน…
…. ถ้าโดนว่าในเรื่องทำผิดกฎหมาย คนข้ามถนนที่อันธพาลหัวหมอหน่อย ก็อาจจะเถียงว่า กฎหมายมันห่วย กฎหมายงี่เง่า ออกโดยคนไม่กี่คน อีกหน่อยกฎหมายข้อนี้ต้องเอาไปแก้…
…. ไม่ก็  คุณรู้ว่าผมเป็นใคร พ่อผมเป็นใคร ..​คุณ(ตำรวจ)ชื่ออะไร ยศอะไร ผมน่ะถอดยศคุณออกได้ง่ายๆ คุณน่ะตกงานได้ง่ายๆ เลยนะ…

– คนข้ามถนนอ้างว่า เขามีเรื่องฉุกเฉิน จำเป็นต้องทำ และอาจจะยอมรับผิด หรือยอมเสียค่าปรับอย่างไม่เต็มใจ

– คนข้ามถนนยอมรับผิด ยอมรับโทษในความมักง่ายของตัวเอง..

สมมติต่อมา…

…ถ้าตำรวจไม่จับคนข้ามถนนผิดกฎหมายเลย ต่อไป.. ก็คงมีคนข้ามถนนโดยไม่สนใจสัญญาณไฟมากขึ้น และก็คงข้ามแม้จะมีรถวิ่งอยู่บนถนน (อาจจะอยู่ไกลในสายตาคนข้าม) และอาจจะมีสักครั้งที่จะเกิดอุบัติเหตุรถชน…  มาดูความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ในความคิดของคนขับรถที่เห็นคนวิ่งข้ามถนน โดยไม่สนใจสัญญาณไฟกัน :

– เออ เขาคงรีบนะ คงมีเรื่องฉุกเฉินต้องรีบไปทำกัน

– เฮ้อ คนเรา มักง่ายจัง รอสัญญาณไฟอีกหน่อยก็ได้ข้ามแล้ว

– ไร้ระเบียบวินัยเสียจริง  ไม่เคยรู้กฎหมายกันบ้างหรือไงฟะ

– คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของถนนหรือไงฟะ นึกอยากจะข้ามตรงไหนก็ข้าม

(เบรคเอี๊ยดดังลั่น!!) พระมารดาเอ้ย!!!..​ อยากตายหรือไงฟะ!!!

– ตำรวจ.. แ-่ง ไปทำอะไรที่ไหนฟะ  ทีงี้ล่ะไม่จับ จับแต่รถ ทั้งๆ ที่คนข้ามทำผิดชัดๆ.

ตอนเด็กๆ เวลาเราข้ามถนนตรงที่ไม่มีสัญญาณไฟ เรามักจะวิ่งข้ามถนน.. และพี่ชายก็จะคอยปรามเสมอ..  พี่ชายให้เหตุผลว่า การที่เราวิ่งข้ามถนน คนขับเขากะระยะไม่ถูกว่าเราจะวิ่งพ้นทางเขาได้เร็วแค่ไหน ยิ่งตอนที่วิ่งออกมา ยิ่งเป็นการทำให้คนขับรถตกใจ แม้ว่ารถเขาจะอยู่ไกลก็ตาม แต่ก็ทำให้เขาเสียสมาธิได้  และการวิ่งข้ามถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ทั้งจากตัวเราเองที่จะวิ่งแล้วหกล้ม หรือจากคนขับรถ ที่การวิ่งของเราทำให้เขาตกใจ …

หรือเวลาที่เราขับรถ ถ้าเจอไฟเหลือง..  หลายครั้งที่เราคิดว่า เราน่าจะเร่งผ่านทันก่อนไฟแดง..  แต่พี่ชายเราจะห้ามไว้ และบอกว่า .. เราไม่รู้ว่าไฟเหลืองนั้นมีช่วงเวลาสั้นแค่ไหน..  ถ้าเราเร่ง แล้วไปไม่ทัน เราก็ต้องเบรคแรง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้  เช่นว่า คันหลังเบรคไม่ทัน ก็ชนเรา  หรือเราเบรคไม่ทัน ก็ชนคันข้างหน้า ไม่ก็คนข้ามถนน…   พี่ชายบอกว่า ถ้าเจอไฟเหลือง ก็ให้ชะลอ และหยุดรอสัญญาณไฟดีกว่า  เราก็ไม่ได้รีบอะไรไม่ใช่หรือ?  หรือถ้าเรากำลังจะไปสายก็ต้องโทษทีตัวเรา ที่ตื่นสาย ออกจากบ้านสาย  ไม่ใช่โทษที่สัญญาณไฟว่า ทำไมวันนี้ขับมาเจอแต่ไฟเหลืองไฟแดง…

คนเรามักหาข้ออ้างในการทำผิดเสมอ.. เพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง  และใช้คำว่า ทำด้วยความจำเป็น เป็นการทำให้เรื่องที่ผิดให้ดูถูกต้อง…

คุยเรื่องข้ามถนนมาซะยาว  ถามว่าเกี่ยวอะไรกับการโกง…

การโกง ในความคิดเรา มันก็คือการทำผิดกฎหมาย การเลี่ยงกฎหมาย เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง…
คนที่โกง แล้วไม่รู้สึกผิด เขาก็อ้างว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย การเลี่ยงกฎหมายนั้นไม่ผิด เขาไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน…
เขาอาจจะไม่รู้จริงๆ ว่า เขาไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน..​ หรือ เขาอาจจะแกล้งไม่รู้…

แต่เมื่อไรที่เขารู้ว่า สิ่งที่เขาอ้างว่า “กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้” นั้น เป็นการทำให้คนอื่นเดือดร้อน…  จะมีสักกี่คน ที่จะออกมาขอโทษ และยอมชดใช้ในสิ่งที่เขาทำ..  แล้วจะมีสักกี่คน ที่จะพยายามหาเหตุผล ปัดความรับผิดชอบไปให้พ้นตัว และอ้างว่า “กฎหมายไม่ได้ระบุไว้”…

ที่บอกว่าการแก้ปัญหาการโกงนั้น ให้แก้ที่จิตสำนึก ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยๆ เราเห็นด้วยนะ  แต่ในทางปฎิบัติน่ะ เรายังไม่เห็นความเป็นไปได้ที่ชัดเจน…  ก็เหมือนนิทานพังเพยเรื่องเอากระพรวนไปแขวนคอแมว…

เรื่องของหนูกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกแมวทำร้ายทุกครั้งที่ออกไปหาอาหาร  แล้วก็มีหนูเจ้าไอเดียตัวหนึ่ง คิดได้ว่า..  จะต้องเอากระพรวนไปแขวนคอแมว..​ ทุกครั้งที่แมวมาใกล้ พวกหนูจะได้ยินเสียงกระพรวนเป็นการเตือน และจะได้วิ่งหนี วิ่งหลบแมวได้ทัน..​  หนูทุกตัวเห็นด้วยว่า เป็นความคิดที่ดี  แต่ปัญหาคือ..​ ใครจะกล้าเสี่ยง เข้าไปหาแมว เพื่อเอากระพรวนไปแขวนคอมันล่ะ…

นิทานเรื่องนี้ จบลงที่บทสรุปที่ว่า ความคิดดี ไอเดียบรรเจิด แต่เป็นไปไม่ได้ในเชิงปฎิบัติ…
ดูๆ ไปแล้ว เหมือนเรื่องแบบนี้จะเป็นปัญหาโลกแตก ที่หาคำตอบที่เป็นจริงไม่ได้สักที…

ถ้าให้เราแต่งต่อ เราก็เขียนให้หนูมันฉลาดพอที่จะสร้าง subliminal message ให้เจ้าของแมว คิดว่ากระพรวนห้อยคอแมวทำให้ดูน่ารัก และซื้อมาแขวนคอน้องแมว…
พวกหนูไม่ต้องลงมือเสี่ยงในการเข้าหาแมวด้วยตัวเอง…  แต่ก็ได้ผลลัพภ์ตามต้องการ..

ส่วนเรื่องของการข้ามถนนนั้น..  อยากจะให้มีสื่ออะไรสักอย่าง ที่สร้างความเข้าใจให้กับทุกคนที่ใช้ถนนว่า การทำผิดกฎหมายนั้น ให้ผลเสีย ให้ความเดือดร้อนต่อคนอื่นอย่างไร  และสิ่งที่ทำด้วยความเคยชิน  เมื่อมันไม่ได้เป็นอย่างที่เคยเป็น มันจะเป็นผลเสียอย่างไร…  ว่าไปก็เข้ากับธรรมะนะ.. เรื่องของความไม่ประมาท  อนิจจัง ความไม่เที่ยง…

แต่ก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่า วิธีนี้จะได้ผลมากน้อยสักเท่าไร  ขนาดบุหรี่มีพิมพ์รูปมะเร็งในปอด ภาพน่ากลัว คนสูบก็ยังสูบกันได้…  (แต่ไม่ยักกะมีการพิมพ์ว่า บุหรี่ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศนะ…  ว่ากันว่า ถ้าพิมพ์จริง ยอดซื้อบุหรี่จะลดฮวบฮาบ :lol: )…

สิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้การโกง การทำผิดลดน้อยลง..​ ก็คือ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี  ความเข้าใจในผลเสียที่จะเกิดขึ้น  และความไม่เห็นแก่ตัว  …​  แต่ว่า..  ปัญหาคือ..  ทำอย่างไร ถึงจะสร้างความรู้สึกสารพัดนี้ในจิตใจคนได้ล่ะ? …

ปิดท้ายด้วยเพลง ปัญหาโลกแตก ของติ๊นา ที่เนื้อเพลงไม่เกี่ยวกับเนื้อความในบล็อควันนี้เท่าไร :lol: แต่อยากเอามาลง เพราะชื่อเพลงกล้อมแกล้มไปได้ :wink:

Tags:

One Response to “ปัญหาโลกแตก ..จริงหรือ?”

  1. วันดี Says:

    ขอบคุณที่ส่งลิงค์ให้อ่านจ้ะ :kiss:

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: