« »

ข้างหลังภาพ

by nuch


คลิปเบื้องหลังละครเวทีข้างหลังภาพ
** มีทั้งหมด 4 clips ทำเป็น playlist ไว้ ถ้ามันไม่โหลดคลิปต่อไปให้ต่อ เอาเมาส์วางบน player แล้วจะมี list โผล่มาให้กดเองได้เลย **

“ข้างหลังภาพ” เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ของวิชาภาษาไทยในระดับมัธยม …  ตอนที่อ่านครั้งแรกก็ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรเท่าไร  ไม่เข้าใจในความงามของภาษา หรือเรื่องราวในนั้นเลย  อาจจะเพราะเวลานั้นเรายังเด็กไป แถมเป็นเด็กที่โลกแคบ…  วันๆ อยู่แต่กับหนังสือ.. (เหมือนหุ่นยนต์ที่กำลังโหลดข้อมูล)… การสอบหนังสืออ่านนอกเวลานั้น สำหรับเรามันก็คือการสอบความจำ เรามีแต่ท่องจำ ไม่ได้วิเคราะห์เนื้อหาอะไรเท่าไร…  แต่ก็มีวันหนึ่ง หลังพ้นการสอบเอนทรานส์ไปแล้ว.. ที่เราคุยเล่นๆ กับเพื่อนซี้บ้าหนังสืออย่างกลมส้มว่า เราไม่เข้าใจว่า หนังสือ “ข้างหลังภาพ” มันมีอะไรโดดเด่นถึงได้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาได้หรือ เราอ่านแล้วเรามองแค่ว่าเป็นเพียงนิยายรักที่ไม่สมหวัง…

กลมส้มอธิบายว่า เรื่องราวในหนังสือมันไม่ใช่แค่ความรัก แต่มันคือสิ่งที่บอกถึงสังคมในยุคนั้น  บอกเล่าถึงความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถแสดงออกไปได้เพราะกรอบของสังคม  อีกทั้งภาษาที่ใช้ เป็นภาษาที่สวย ไม่ได้ใช้คำยากอะไรเลย รูปประโยคง่ายๆ ทั่วไป แต่คำที่เอามาใช้ ทำให้อ่านแล้วบ่งความนัยอะไรหลายอย่าง …

หลังจากที่กลมส้มเล่าแล้ว ลองไปหาอ่านอีกที  กอปรกับได้ใช้ชีวิตนอกตำรา..   ถึงได้เข้าใจว่า ทำไม “ข้างหลังภาพ” ถึงเป็นบทประพันธ์ที่ทรงคุณค่า…

ที่จริง ก่อนหน้าที่จะอ่านข้างหลังภาพเป็นรอบที่สอง เราก็ได้ตามอ่านผลงานของศรีบูรพามาบ้าง แต่เป็นเรื่องสั้นมากกว่า  และโดนใจอยู่หลายเรื่องด้วย …  ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่เขียนกระทบกึ่งประชด สภาพสังคมในยุคนั้น..  พอมาอ่านข้างหลังภาพในรอบที่สอง โดยอิงพื้นจากสิ่งที่กลมส้มอธิบายด้วย  และมุมมองของศรีบูรพาที่เราสร้างขึ้นจากการอ่านเรื่องสั้นของเขาด้วย..  เราถึงเห็นเรื่องราวที่แฝงในข้างหลังภาพนั้นมากขึ้น … และมีหลายอย่างที่อ่านแล้วโดนใจ และถูกใจในความคมคายเสียเหลือเกิน…

ส่วนตัวแล้ว เราไม่เคยเห็นด้วยกับรักต่างวัย ในรูปแบบที่ผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชาย… เราก็มองเหมือนคนยุคเก่าว่า นั่นไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความพิสวาท ความใคร่ มากกว่า..  ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ดีในสังคมยุคเก่า..   การที่ผู้หญิงจะรักกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่า เป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้า…
แต่..
เดี๋ยวนี้เทรนกินเด็กเกิดขึ้นเยอะเหลือเกิน…  ไม่รู้ว่าเพราะอะไร…  กลายเป็นว่า ความคิดเรื่องรักต่างวัยเป็นรักต้องห้าม กลายเป็นเรื่องที่ล้าสมัย และไม่มีใครยึดติดกันเท่าไรแล้ว  ยิ่งทั้งหนัง ทั้งเพลง ต่างโหมประโคมว่า รักมีอำนาจเหนือสิ่งใด, รักไร้พรมแดน, รักไร้กฎเกณฑ์, ….  ทำให้หลายคนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กล้าที่จะแสดงออกว่ารักอย่างไม่อายอะไร…  ส่วนคนรุ่นเก่าที่ยังเหนียมอาย ยังยึดติดกับกฎเก่าๆ ก็กลายเป็นของแปลก เป็นเรื่องตลกไป….

ศรีบูรพา พูดถึงแรงบันดาลใจของการแต่งนวนิยายเรื่องข้างหลังภาพไว้ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๓ ในการประชุม ชมรมนักประพันธ์ ครั้งที่ ๔ โดยกล่าวไว้ว่า

ตามธรรมดาการที่เราสร้างบทประพันธ์เรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมานั้น พวกเราทุกคนย่อมทราบว่า ก่อนอื่นจะต้องมี material คือมนุษย์ และชีวิตที่ได้พบเห็นนี่แหละ เป็นเครื่องมือในการสร้างเรื่องนิยาย การสร้างเรื่อง ‘ข้างหลังภาพ’ ก็ได้ดำเนินไปตามหลักดังกล่าวแล้ว ข้าพเจ้าเกิดความคิดจากการพิเคราะห์ดูชีวิตมนุษย์ กล่าวคือ ได้วิเคราะห์ชีวิตสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่ได้รู้จักกัน เป็นคนสวย แต่งตัวเก่ง น่าทึ่ง มีความประณีตในการเลือกเสื้อผ้าอาภรณ์ แต่สุภาพสตรีผู้นี้ยังไม่ได้แต่งงาน ทั้ง ๆ ที่มีฐานะดีควรจะได้แต่ง ข้าพเจ้ารู้สึกเห็นใจ จึงนำชีวิตของเธอมาใคร่ครวญดู และนึกว่าผู้อ่านของเราก็คงอยากรู้ถึงชีวิตของสตรี ซึ่งอยู่ในฐานะที่จะได้แต่งงานแล้วไม่ได้แต่ง ว่าความรู้สึกจะเป็นอย่างไร จึงได้ประพันธ์ออกมาเป็นเรื่อง ‘ข้างหลังภาพ’ ในเรื่องนั้นได้มุ่งหมายให้สุภาพสตรีผู้นั้นแสดงทรรศนะอันจะเป็นประโยชน์ดี งามต่อชีวิตด้วย ส่วนคุณค่าทางศิลปะจะเป็นอย่างไร ย่อมแล้วแต่ประชาชนจะวินิจฉัย

อ้างอิงจาก : นิตยสาร สกุลไทย

สมัยก่อน ผู้หญิงที่อายุมากแล้วไม่ได้แต่งงาน คือผู้หญิงที่อาภัพ สังคมจะเหยียดหยามเธอ (สังเกตได้ว่าจะมีคำในเชิงลบเกี่ยวกับผู้หญิงที่ไม่ได้แต่งงานเยอะมากๆ) สิ่งที่ศรีบูรพาเขียนออกมา ให้คุณหญิงกีรติได้แต่งงาน ทั้งๆ ที่ไม่ได้รัก อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเท่าไร  หากแต่จะเป็นเรื่องดีที่ช่วยให้ฝันดีกับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยซ้ำ..  แต่การได้เจอนพพรเนี่ยสิ..  จะเรียกว่าเป็นฝันดีหรือฝันร้าย?  … มันเหมือนกับการที่มีใครสักคน เอาอาหารที่ดีที่สุดที่ใจเราต้องการ เอามาเพียงแค่ให้เราชิมแค่ปลายลิ้น แต่ไม่ให้เราได้ทานหรืออิ่มเอมกับอาหารทั้งหมดนั้น…  ถ้าใช้คำตามตำราจีบสาวก็คงต้องใช้คำว่า “หลอกให้อยากแล้วจากไป”

ถ้าเป็นสมัยนี้ สุภาพสตรีที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดข้างหลังภาพ อาจจะไม่ได้อยู่ในฐานะที่น่าเห็นใจอีกต่อไปแล้วก็ได้..  สังคมยุคนี้..  อะไรอะไรก็เป็นไปได้หมดด้วยเหตุผลว่า ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ ในการเป็น อยู่ แสดงออก ได้เท่าเทียมกันหมด… กรอบเกณฑ์ต่างๆ ที่เคยมีมากลายเป็นเรื่องเชย เรื่องล้าสมัย..  ก็พอเข้าใจนะว่าวัฒนธรรมบางอย่างก็ต้องมีสลาย หรือเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย  แต่ก็หวังว่า แม้กรอบวัฒนธรรมจะหายไป แต่กรอบศีลธรรมยังคงอยู่นะ…

นวนิยาย “ข้างหลังภาพ” ของศรีบูรพา ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ถึง 2 ครั้ง และกำลังเป็นละครเวทีที่จัดแสดงที่รัชดาลัยเธียร์เตอร์ในตอนนี้..
ตอนที่เป็นภาพยนตร์ เราไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก เพราะแต่ก่อนก็ไม่ได้ชอบดูหนังรักสักเท่าไร…  แต่เมื่อมาทำเป็นละครเวที.. เป็นอะไรที่น่าสนใจสำหรับเรามากๆ

ถ้าให้พูดจริงๆ เราชอบงานละครเวทีมากกว่างานภาพยนตร์เสียอีก..  สิ่งที่เราอยากทำคือ ฉาก และเอฟเฟคบนเวที… (ยังหนีไม่พ้นเอฟเฟค และยังชอบอยู่เบื้องหลังอยู่ดี :lol: ) เสน่ห์ของละครเวที จะคล้ายๆ กับเรื่องสั้น คือ.. สั้น คม ชัด กระชับ…  เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะต้องถูกเล่าในช่วงเวลาที่จำกัด แต่ต้องให้ความบันเทิง และสื่อประเด็นที่ต้องการนำเสนอได้ชัดเจน…

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับละครเวทีเรื่องนี้ นอกจากจะมีชื่อบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ รับประกันคุณภาพแล้ว  ก็คือเรื่องของนักแสดง…

ตอนแรกที่รู้ว่าจะมีการทำละครเวทีเรื่องข้างหลังภาพ  คนที่เรามองว่าจะเป็นคุณหญิงกีรติได้ มี 2 คนคือ พี่นก สินจัย เปล่งพานิช กับ แพท สุทธาสินี พุทธินันท์ ..  พอเห็นชื่อว่า คนรับบทคุณหญิงกีรติคือ แพท สุทธาสินี..​ ความอยากดูละครเวทีเรื่องนี้ก็พุ่งปรี๊ดเลย… ยิ่งพอได้รู้ว่า มีรัดเกล้า อมรดิษฐ์ เล่นในบทพี่เลี้ยงคุณหญิงกีรติด้วย..  โห..  อยากจะบินกลับไทยตอนนี้ให้ได้เลย….

สำหรับเรา เรียกว่า รวมสุดยอด diva ของ stage performance ของไทยเลย..

แพท สุทธาสินี ทำเราน้ำตาตก ตอนที่เธอร้องเพลง ฉันมันผิดเอง ในการแสดงละครเวทีเรื่องบัลลังก์เมฆ…  ส่วนรัดเกล้า อมรดิษฐ์ ทำเราขนลุกซู่ เมื่อตอนที่ได้ดูละครเวทีเรื่องนางพญางูขาว ที่จัดที่โรงละครกรุงเทพ…

โดยเฉพาะรัดเกล้าเนี่ย..  เราให้นิยามเธอว่า สวยด้วยความสามารถ..
เคยพูดถึงรัดเกล้าให้พ่อฟัง ตอนที่พ่อถามถึงคนที่รับบทเป็นพี่สาวของผู้ชายที่นางพญางูขาวรัก (รัดเกล้ารับบทเป็นพี่สาว)..ว่า รัดเกล้าน่ะ ไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยเลย (แต่ไม่ได้หมายความว่าหน้าตาน่าเกลียดนะ)  แต่เวลาที่เธอออกมาร้องเพลงนะ..  เธอดูสวย สง่ามากๆ  เสียงของเธอไพเราะมากๆ จนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ผู้หญิงคนที่ร้องเพลงอยู่นี้ คือผู้หญิงคนเดียวกับที่เราเห็นก่อนเธอเปล่งเสียงหรือ
(ถ้าเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ก็ต้องว่า เหมือนมีออร่า เปล่งรัศมี เมื่อเธอร้องเพลงออกมา ให้แสงสีทองสวย ดูอบอุ่น)

ส่วนบทนพพรเนี่ย..  แสดงโดย บี้ สุกฤษณ์..  (บี้ the star ที่ร้องเพลง I need somebody, โทรมาว่ารัก, จังหวะหัวใจ)
… คือ… ตอนแรกก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร บี้เหมาะในแง่อายุ กับหน้าตา  แต่.. หวั่นๆ อยู่ว่า เสียงร้องจะไปกันได้กับแพท สุทธาสินีหรือเปล่า..
… พอได้เห็นคลิปโปรโมทแล้ว เออ..​ ก็น่าจะไหวอยู่นะ ของแบบนี้ต้องให้มีประสบการณ์บนเวที ถึงจะพัฒนาได้เร็ว

ในส่วน production ของงานละครเวทีเรื่องนี้ คงไม่ต้องพูดถึงเลย  มั่นใจได้ด้วยชื่อของ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ กับทีมงานที่ฝากฝีมือมาสารพัดเรื่อง..

ยิ่งดูคลิปเบื้องหลังแล้ว ยิ่งอยากดูละครเวทีเรื่องนี้มากๆ  อยากให้เพิ่มรอบไปจนสิ้นปีเลย :lol: จะได้มีโอกาสได้ดู…  :p

แต่ว่านะ..  สิ่งที่หวั่นๆ อยู่หน่อยๆ หลังจากที่เห็นโปรโมสารพัด กับได้ฟังเพลงประกอบละครเวทีข้างหลังภาพมาบ้าง ก็คือเรื่องของความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเพลง…

จริงอยู่ว่า ละครร้อง (musical theatre) ไม่ได้มีต้นกำเนิดที่ไทย การจะให้เพลงมีเอกลักษณ์ไทยก็คงยาก  แต่.. ที่อยากให้มีคือ เอกลักษณ์เฉพาะเรื่องมากกว่า… เท่าที่ดูละครเวทีของบอย ถกลเกียรติมา หลายครั้งที่เราดูแล้ว รู้สึกถึงพวกหนังเพลง ละครเพลง อย่าง The sound of music, the phantom of the opera, the producer, Cats, Jesus Christ Superstar,….  พวกเพลงประกอบละครเวทีดังๆ สารพัดเรื่อง… แรกๆ เราก็เฉยๆ นะ เพราะถือว่า ยังเป็นมือใหม่… ยังต้องให้เวลาในการพัฒนา…  แต่พอมาถึงตอนที่เป็นทวิภพ… ความรู้สึกพวกนี้เปลี่ยนไป..  กลับรู้สึกว่า เพลงประกอบละครเวทีทวิภพมันมีเอกลักษณ์เฉพาะของมันนะ  เรียกว่า ฟังแล้วรู้สึกได้ทันทีว่า นี่แหละทวิภพ..​ (เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไปดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง   ดูแต่ภาพข่าว ภาพ mv สารพัดเอา แต่มี cd soundtrack ที่ชอบเปิดฟังประจำ)

แต่กับเพลงประกอบละครเวที กลับรู้สึกว่าเอกลักษณ์ตรงนี้มันด้อยลงนะ  ไม่รู้ว่า เพราะเขาตั้งใจทำเป็นเพลงป็อปให้ขายได้ง่ายๆ หรือเปล่า หรือเพราะเป็นเพลงรัก ที่ดูจะเกลื่อนล้นตลาด ก็เลยทำให้เราไม่รู้สึกถึงจุดเด่นของเพลงเท่าไร คงต้องลองฟัง soundtrack อัลบั้มเต็มอีกที
… แต่ก็ชอบเนื้อเพลงนะ  โดยเฉพาะเพลงที่นพพรร้องตอนที่ดูภาพวาด…

“…เมื่อคนหนึ่งได้หายไป  แต่อีกคนยังหายใจ….”

เป็นคำที่ทั้งลึก ทั้งไพเราะโดนใจมาก
สำหรับเรา เราว่าประโยคนี้แหละ คือ quote ที่เล่าความสัมพันธ์ของคุณหญิงกีรติ กับนพพร ตลอดทั้งเรื่องได้เป็นอย่างดีเลย…

Tags: , , , ,

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: