« »

ศึกผาแดง ภาคต้น

by nuch

เคยเขียนถึง Red Cliff สามก๊กตอนศึกผาแดง ฉบับ John Woo ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ออก Trailer 8 นาทีมาเรียกน้ำย่อย (ย่อยจนกัดกระเพาะเลย)

มาวันนี้อดใจไม่ไหว ยอมหาดูแบบไม่รอหนังเข้าที่อเมริกาจนได้..  (จริงๆ เวอร์ชั่นอเมริกันที่จะรวบสองภาคไว้เหลือภาคเดียวเนี่ย ไม่ค่อยอยากดูมากเท่าไร เพราะรู้สึกว่าจะกระชับเกินไป)

แต่ว่านะ..  ปัญหาแรกของการดูคือ…  original soundtrack with English subtitle ..
จริงๆ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ดูหนังดูละครจะจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ก็ดูแบบนี้จนชินแล้ว  แต่.. สำหรับสามก๊กนี้ แม้ว่าเราเคยอ่านมาบ้าง คุ้นเคยชื่อตัวละครมาบ้าง แต่… การดูพากย์จีนกลาง และมีซับภาษาอังกฤษเนี่ย เรียกว่าต้องเปิด http://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อบุคคลในยุคสามก๊ก เข้าช่วยเลย..  แหม ก็ที่อ่านที่เรียนมาเขาใช้ชื่อจีนฮกเกี้ยนนี่นา… บางชื่อก็เสียงคล้ายกัน แต่บางชื่อนี่ไปคนละเรื่องเลย..

สำหรับ entry นี้ คงไม่ต้องเขียนเตือนเรื่องสปอยล์กันล่ะ คิดว่าน่าจะรู้จักเรื่องราวของสามก๊กกันดีอยู่แล้ว คงไม่เหลือเนื้อเรื่องอะไรให้เราสปอยล์แล้วล่ะ…

อย่างที่เคยเขียนใน entry เรื่อง Red Cliff ก่อนหน้านี้ว่า เราตะหงิดใจกับบทขงเบ้งที่ให้ Takeshi Kaneshiro มารับบท ซึ่งดูออกจะกรุ้มกริ่มไปสักหน่อย ไม่ค่อยตรงกับภาพนักวางแผนแสนฉกาจในหัวเราเท่าไร…

แต่จากที่ดูหนังไป ก็เปิดเวปหาข้อมูลอ่านไปเรื่อย (เหตุเกิดจากจำชื่อตัวละครไม่ได้อีกน่ะแหละ..  ส่วนเรื่องจำหน้าตาตัวละครไม่ต้องพูดถึงเลย  แทบไม่เคยจำได้เลยถ้าไม่ใช่การ์ตูน) มีความรู้สึกว่า ขงเบ้งในแบบ Takeshi Kaneshiro ก็ยังเป็นขงเบ้งแห่งก๊กเล่าปี่ได้นะ..  เพียงแต่ชักเห็นด้วยกับความเห็นของบางคน ที่เราเข้าไปอ่านระหว่างหาข้อมูลตัวละคร ที่ว่า John Woo อาจจะรู้สึกหมั่นไส้ในตัวขงเบ้ง ก็เลยวางบุคลิกให้ดูเปิ่นๆ นิดๆ.. เรียกว่า เป็นตัวตลกของเรื่องก็ว่าได้

แต่ที่อึ้งทึ่ง ก็คือ จูล่ง..  อย่างเท่ห์เลย..   เปิดเรื่องมาก็เป็นเหตุการณ์ จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า..  ช่างเป็นนายทัพที่ดูองอาจยิ่งนัก..

อีกคนคือจิวยี่.. ที่ผ่านมา เวลาอ่านถึงจิวยี่ จะรู้สึกว่าจิวยี่เป็นคนขี้อิจฉา ชอบชิงดีชิงเด่น.. ยิ่งมีคำคมที่บอกว่า “ฟ้าส่งข้ามาเกิด ใยต้องส่งขงเบ้งมาเกิดด้วย”  ยิ่งทำให้รู้สึกว่า จิวยี่ไม่น่าจะเป็นคนเก่งฉกาจอะไร..

สามก๊กฉบับ John Woo ดูจะนิยมจิวยี่ จากที่ดู ยังไม่เห็นสักตอนที่รู้สึกว่าจิวยี่เป็นคนขี้อิจฉา  รู้สึกแค่ว่า จิวยี่เป็นคนที่รอบคอบ ระมัดระวังตัวตลอดเวลา และเป็นคนสังเกตคนรู้ทันคน.. ดูจะเป็นบุคลิกของขงเบ้งในความคิดเราในตอนแรก ก่อนที่จะมาอ่านเรื่องราวของขงเบ้งแบบเต็มๆ ซึ่งกลายเป็นว่า ขงเบ้งดูจะเป็นคนเจ้าเล่ห์ ลูกเล่นแพรวพราว และไม่ใช่คนดีเท่าไรนัก..​ (แต่ก็ไม่ได้ว่าขงเบ้งเป็นคนเลวนะ)

สำหรับตัวหนัง Red Cliff …  หลังดูจบ..  บอกได้ว่า นี่แหละ สามก๊ก..  นี่แหละมหากาพย์สงครามของจีนที่เป็นตำนาน…

ถึงใครจะว่ามันดูออกจะเวอร์ยังไง  แต่เราก็รู้สึกว่า Red Cliff ฉบับ John Woo น่าจะเป็นการเล่าเรื่องสามก๊กบนจอภาพยนตร์ที่ดีที่สุด..
ที่ผ่านมา ที่เคยดูสามก๊ก ไม่ว่าจะหนังหรือละคร ภาพที่เห็นของฉากสงคราม ดูจะไม่ต่างจากหนังสงครามของ Hollywood เท่าไรนัก ที่สักแต่เอากำลังเข้าห้ำหั่นกัน  หรือไม่ก็เน้นวาทะเด็ดในสงครามคารมกัน..
แต่ Red Cliff ของ John Woo …  ดูแล้วรู้สึกได้ว่า สงครามมิใช่จะชนะได้ที่กำลังอย่างเดียว คำว่ายุทธพิชัยสงคราม ถููกนำมาใช้ให้เห็นภาพชัดในเรื่องนี้  (กระทั่งละครซุนวู่ ตำนานพิชัยสงคราม ยังสื่อภาพตรงนี้ได้ไม่ชัดเท่า.. ) และยังรักษาเรื่องคำคมคารมไว้ได้ด้วย.

เอาแค่ภาคต้น ก็มีเล่ห์เหลี่ยมผุดมาแพรวพราว จนทำให้เชื่อได้ว่า ใครอ่านสามก๊กจบสามรอบคบไม่ได้เนี่ย ท่าจะจริง… (แต่เราว่า อ่านหนังสือโคตรโกงจบแค่รอบเดียว ยังอันตรายเสียกว่านะ :lol: )

การเล่าเรื่องสามก๊กของ John Woo แม้จะผิดเพี้ยนไปจากบทประพันธ์ของหลอกว้านจงบ้าง แต่ก็ยังรักษาความสนุก และอรรถรสที่ได้จากการอ่านสามก๊กไว้ได้ ต้องขอคารวะคนเขียนบทสักจอก ที่ทำให้การดูสามก๊กที่แม้เรื่องราวจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ยังทำให้เราสนุก และชวนให้ติดตามต่อ..

อยากดูภาคจบไวๆ..  และถ้าเป็นไปได้ อยากให้ทำศึกอื่นๆ ออกมาอีกเรื่อยๆ…

ป.ล. นึกกี่ทีก็ขำฉากขงเบ้งพัดนก..  กลมส้มบอกว่าต้องดูฉบับพากย์โดยพันธมิตร แล้วจะสนุกกว่านี้…  :lol:
ป.ล. 2  ของดพูดถึงงาน fx ของเรื่องนี้นะ… จนกว่าจะได้ดูภาคจบในโรงภาพยนตร์

Tags: , , ,

One Response to “ศึกผาแดง ภาคต้น”

  1. Noopook Says:

    พึ่งได้ซื้อดูเมื่อคืน แล้วก็ดูไปโดยที่ยังไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรเลย เลยพึ่งจะรู้ว่ามีสองภาคเนี่ย ง่า จะต้องทรมานรอภาคสองอีกนานไม๊เนี่ย

    ขงเบ้งเลยดูเป็นรองจิวยี่หมดเลย กลายเป็นไม่ค่อยมีความคิดเท่าที่ควร จังหวะถามจิวยี่ว่า “ท่านคิดยังไง” เนี่ย เหมือนกับคิดอะไรไม่ออก เลยต้องถาม ไม่ใช่เหมือนถามลองเชิง แล้วก็บทพูดก็ดูเปิ่นๆนิดๆให้พูดอะไรที่ออกตลกๆจริงๆด้วย

    ส่วนจิวยี่นี่ เท่ห์เกินไปแล้วเพ่ อ่านในสามก๊กรู้สึกไม่คิดว่าบทบาทจะออกมาเป็นแบบนี้นะ แต่ก็ดีนะ ชอบ 55555

    จูล่ง เห็นด้วยกับนุชอย่างถึงที่สุด

    เล่าปี่หูสั้นไปหน่อย (5555 จะไปหาใครหูยาวเหมือนในหนังสือบรรยายไว้ได้ล่ะเนี่ย) แล้วจริงๆ เล่าปี่ตอนหนุ่มๆก็เคยขี่ม้าออกศึกกับเขาด้วย น่าจะมีฝีมือพอสมควร พอมาดูตรงที่โดนองค์หญิงต่อยเส้นเลือดที่คอให้สลบเนี่ย เลยรู้สึกขัดๆยังไงไม่รู้

    กวนอูก็เท่ห์ดีเหมือนกัน ท่า “ขอยืมทวนหน่อย” (ตั้งชื่อให้เองเฉยเลย) ดูแล้วเจ๋งดี 5555 อยากเห็นฉากรบบนหลังม้าของกวนอูบ้างจัง

    ซุนกวนดูไม่เป็นเจ้าของแคว้นซักเท่าไหร่ โดนรัศมีของจิวยี่กลบซะเกลี้ยงเลย

    ส่วนที่เหลือที่เราติดก็คงเป็นเรื่องของ ความเป็นแม่ทัพ เรื่องนี้เหมือนให้กุนซือเป็นตัวกำหนดยุทธวิธี แล้วทหารทั้งหลายก็ทำได้เลย แต่จริงๆในสนามรบ ยุทธวิธีก็เป็นแค่วิธี แต่จะทำสำเร็จไม่สำเร็จ แม่ทัพมีผลในการนำมาก แต่เรื่องนี้ไม่ยักกะเป็นแบบนั้น แม่ทัพทั้งหลายก็เลยกลายเป็นแค่จอมยุทธ คือเก่งจัดในการต่อสู้ ทำอะไรก็ทำเองด้วยตัวคนเดียว แต่ไม่ได้มีบทบาทในการนำทัพให้ทำตามกลยุทธที่กุนซือกำหนดซักเท่าไหร่ล่ะมั้ง

    แต่โดยรวมแล้วก็ชอบนะ สนุกดี อยากดูภาคจบเร็วๆด้วยเหมือนกัน

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: