« »

An Inconvenient Truth – ความจริงที่ไม่อยากพูดถึง

by nuch

An Inconvenient Truth 

http://www.stopglobalwarming.org

An Incovenient Truth ภาพยนตร์สารคดีที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขา Best Documentary ไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา…

แรกเริ่มเดิมที่ที่เรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ มีเพื่อนชวนไปดูหลายครั้ง ปกติก็ไม่ค่อยสนใจจะดูสารคดีกับเขาเท่าไร (ผิดกับฉายาที่เพื่อนบางคนเรียกเราว่า Discovery channel … ทั้งๆ ที่จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้ดูช่องนี้ด้วยซ้ำ)  แต่พอรู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร อีกทั้งชื่อเรื่องน่าสนใจ ก็อยากจะไปดูอยู่ แต่ติดที่ว่ามีโปรเจคต้องเคลียร์จนไม่สามารถปลีกตัวเองไปได้ ก็เลยพลาดเรื่องนี้ในโรงหนังไป..

An Inconvenient Truth เป็นสารคดีที่ทำขึ้นเพื่อให้ตระหนักถึงภาวะที่โลกร้อนขึ้น (Global warming) โดยนำเสนอผ่านอดีตประธานาธิบดี Al Gore ที่ได้เดินทางไปบรรยายเรื่องนี้ทั่วโลก และได้พบพูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์ และ เล่าถึงหลักฐานต่างๆ ที่แสดงให้เห็นอันตรายในอนาคต หากเราไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นอยู่ขณะนี้…

คำว่า “หนังสารคดี” ฟังดูอาจจะเหมือนเป็นหนังน่าเบื่อ เหมือนเข้าฟังบรรยายทางวิชาการที่ฟังไปก็หลับไป…  

แต่กับเรื่องนี้ สำหรับเรา กลับไม่รู้สึกอย่างนั้น  อาจจะเป็นเพราะเป็นหัวข้อที่เราให้ความสนใจอยู่แล้วด้วย และการนำเสนอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการดูหนังดูละครสักเรื่อง อีกการเทคนิคการ presentation ของ Al Gore ชวนให้น่าติดตาม … คงเป็นหนังอีกเรื่องที่อยากจะแนะนำให้ใครต่อใครอีกหลายคนดู…

……..

ดูหนังเรื่องนี้ ก็นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต.. สมัยมีเรื่อง GMOs เป็นเรื่องใหญ่ที่มีคนค้าน.. (แต่ตอนนี้ไม่รู้ค้านกันยังไง  เราถึงได้มีผลิตภัณฑ์ GMOs เต็มท้องตลาด)

ราวๆ 5-7  ปีก่อน.. มีการมาบรรยายถึงเรื่องเทคโนโลยี GMOs ที่ลาดกระบัง จำไม่ได้ว่าตอนนั้นใครเป็นวิทยากร รู้แต่ว่าเป็นคนต่างชาติ มากันเป็นทีม  ตอนนั้น อาจารย์ที่คณะก็พยายามให้นักศึกษาเข้าไปนั่งฟังหน่อย เพื่อไม่ให้ในห้องประชุมดูโหรงเหรงเท่าไร …  การบรรยายเป็นภาษาอังกฤษโดยมีล่ามแปลภาษาไทยให้ มีเด็กนักเรียนมัธยมเข้ามาฟังด้วย.. 

การบรรยายครั้งนั้น เนื้อหาจะเป็นการพูดถึงแต่ข้อดีของ GMOs การปรับแต่งพันธุกรรมพืช เพื่อเพิ่มผลผลิต  โดยมีตอนหนึ่งที่บอกว่า การเปลี่ยนแปลง gene ของพืชจะช่วยป้องกันแมลง ศัตรูพืชได้ เพราะได้ปรับแต่ง gene บางตัวที่แมลงต้องใช้ หรือพึงพาจากพืชชนิดนั้นออกไป และอาจจะเสริม gene บางตัวที่มีอันตรายต่อศัตรูพืชแต่ไม่มีอันตรายต่อมนุษย์…  จุดนี้แหละที่เรารู้สึกสะกิดใจหน่อยๆ  และพอจบการบรรยาย เข้าสู่ช่วงการถามตอบ… ปรากฎว่าในห้องเงียบ ไม่มีใครพูดหรือถามอะไร  ความที่เขากลัวคนไทยเสียหน้า กลัวฝรั่งโมโห พิธีกรคนไทยก็พยายามพูดเชิญชวนเป็นภาษาไทยให้มีคำถามเกิดขึ้น.. เราก็เลยถามสิ่งที่เราคาใจไปว่า

“มีช่วงหนึ่งที่บอกว่า การปรับแต่ง gene ของพืชมีข้อดีที่ลดจำนวนศัตรูพืช หรือแมลงไม่มากินเนี่ย.. ถามว่า มันจะไม่ส่งผลต่อระบบนิเวศน์โดยรวมหรือ?”

หลังจากรับทราบคำถาม ผู้บรรยายก็มีท่าทีเหมือนผงะไปช่วงหนึ่ง..  ก่อนที่เขาจะตอบว่า

“เขายอมรับว่ามันมีผลต่อระบบนิเวศน์  แต่ ณ เวลานี้ ปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหาร เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขด่วนที่สุด ความอยู่รอดของมนุษยชาติเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด”

ฟังคำตอบแล้วอึ้ง… ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวคือ.. …มนุษย์เรานี่เห็นแก่ตัวกันจัง…

หลังจบการถามตอบ… และปิดงานสัมมนา…  เราก็เดินออกจากห้องประชุมเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป  แต่… ผู้บรรยายที่เขาตอบคำถามเรานั้น เขามายืนอยู่หน้าประตู  เขามองเราเขม็งมาก  ชนิดที่ว่าเรารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยและรีบเดินออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด…

ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาถึงได้มองเราได้น่ากลัวขนาดนั้น  อาจจะเป็นเพราะเขาคิดว่าเราเป็นพวกต่อต้าน GMOs?  เราเป็นพวก Green peace?  หรือ เราได้ไปสะกิด An Inconvenient Truth ที่เขาพยายามเลี่ยงที่จะไม่พูดมาตลอด?

ป.ล.  ชอบโปสเตอร์หนังสารคดีเรื่องนี้นะ  มันสื่อความหมายได้ชัดมากเลย

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: