« »

CHANGE (2008)

by nuch

CHANGE ..  ละครญี่ปุ่นน้ำดีอีกเรื่องที่อยากแนะนำให้ชมกัน…

คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองญี่ปุ่น ที่แสนสนุก และตัวเรื่องไม่ได้ซีเรียสชนิดต้องมีความรู้เรื่องการเมืองจ๋าถึงจะดูได้..   ตรงกันข้าม..  เรื่องนี้กลับเดินเรื่องได้ดี ทำให้คนดูเข้าใจการเมืองมากขึ้น …

ตอนที่เพื่อนแนะนำเรื่องให้ดูเรื่อง CHANGE และมีการพูดเปรียบเทียบกับสถานการณ์การเมืองไทย ก็รู้สึกสนใจเรื่องนี้ทันที ..  ตอนแรกที่รู้ Plot ก็รู้สึกว่าจะเป็นเพียงแค่ละครขำขัน ที่มีทาคุยะปั้นหน้าเก๊กตลอดเวลา  แต่.. ไม่ใช่แฮะ..   เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เราชอบทาคุยะทันที  (หลังจากที่ดูละครหมอนี่หลายเรื่อง แล้วหงุดหงิดกับความขี้เก๊กของเขา  แต่ยอมให้เพราะบทที่เขาเล่นมันโดนใจ..)
เรื่องนี้ทำให้เราลืมภาพทาคุยะทั้งหมดที่เคยรู้จักมา และทาคุยะก็ทำให้เราเชื่อได้ว่า เขาคือครูสอนเด็กประถม ที่ถูกเด็กๆ แหย่เล่นบ่อยๆ และเป็นคนที่ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับการเมืองเลย….

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่อง CHANGE ที่ไม่สปอยด์ รบกวนไปอ่านที่กระทู้พันทิบที่เขียนแนะนำเรื่องนี้โดย คุณ kimurafreek

หากใครสนใจอยากดู online ดูได้ที่ http://aznv.tv/en/drama/p.iD-NTkw/ (ใช้โปรแกรม Winamp หรือ VLC player เปิดนะ)

ขอสงวนพื้นที่ ไว้คุยถึงความคิดเห็นหลังดู CHANGE

คำเตือน : หลัีงจากบรรทัดนี้ไป จะมีการสปอยด์ละครเรื่อง CHANGE และภาพยนตร์เรื่อง Dave (1993) ฉะนั้น หากยังไม่ได้ดูทั้ง 2 เรื่องนี้ และไม่ต้องการเสียอรรถรสในการรับชม กรุณาหยุดอ่าน ณ ตรงนี้…

CHANGE เป็นเรื่องราวของลูกชายนักการเมืองที่เกลียดการเมืองและไม่คิดจะเจริญรอยตามพ่อ แต่ทว่า มีเหตุการณ์บังคับให้เขาจำเป็นต้องเล่นการเมืองต่อจากพ่อ  และจับพลัดจับพลูอย่างไรมิทราบได้  ได้เป็นนายกรัฐมตรีของญี่ปุ่น …  จากคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเมืองเลย  มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี และทำด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำด้วยความรู้สึกที่ว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีควรทำตัวอย่างไร  คนที่เป็นตัวแทนของประชาชน ควรทำตัวอย่างไร…

ตั้งแต่ต้นจนจบ..  เรามีความรู้สึกว่า เรื่องนี้คล้ายเรื่อง Dave มากๆ

Dave เป็นเรื่องของคนหน้าเหมือนประธานาธิบดี ที่ถูกว่าจ้างให้มาทำหน้าที่เป็นประธานาธิบดีให้ประชาชนเห็นหน้าเห็นตา  ขณะที่ประธานาธิบดีตัวจริงต้องไปปฎิบัติภารกิจ “กาแฟร้อน” สไตล์ GTA ..  แน่นอนว่า Dave ที่หน้าเหมือนประธานาธิบดีนั้นไม่รู้หรอกว่า ท่านประธานาธิบดีที่ตนเคารพนั้นไปไหน รับรู้แค่ว่ามีภารกิจสำคัญ  Dave เป็นเพียงหุ่นเชิดที่เอามาตบตานักข่าว ให้เห็นว่าท่านประธานาธิบดียังทำงานอยู่ในทำเนียบขาว..

ท่านนายกอาซาคุระ เคย์โตะ (รับบทโดยทาคุยะ คิมุระ) กับ Dave (รับบทโดย Kevin Kline) มีจุดเหมือนกันตรงที่ เริ่มต้นจากเป็นคนธรรมดา ที่ไม่มีอำนาจในมืออะไรเลย แต่มีความคิด มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม  และเมื่อได้มาอยู่จุดที่ตัวเองมีอำนาจ ก็เลือกที่จะใช้อำนาจนั้นเพื่อสังคม…

แต่ทว่าในรายละเอียดแล้ว CHANGE กับ Dave ก็ต่างกันเยอะ ในแง่ของการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย  ..

ใน CHANGE นั้น ท่านนายกอาซากุระ พยายามเรียนรู้ อ่านเอกสารทั้งหมด โดยไม่หลับไม่นอน และตั้งใจทำงานโดยมีหลักว่า เขาคือตัวแทนของประชาชน เขาจะให้ความคิดเห็น ในแบบเดียวกับประชาชน… การทำงานของนายกอาชากุระ แรกๆ จะติดขัดอยู่บ้าง แต่ก็ได้ผู้ช่วยที่ดี และด้วยจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม และความกล้าที่จะพูดตรงไปตรง  ทำให้นักการเมืองหลายคนรอบตัวเขา ค่อยๆ ลดทิฐิ ลดสายตาอิฺจฉาริษยา และยอมรับในตัวนายกอาซากุระ และแสดงความเห็นโดนมองที่ผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลักอย่างแท้จริง  (ไม่ใช่สักแต่มองในแง่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแต่อย่างเดียว)
แต่ Dave นั้น เหมือนจะเป็นคนที่มีความรู้เรื่องการเมืองอยู่บ้านอยู่บ้าง  แต่ความที่ Dave มั่นใจในทีมของประธานิบดี ก็เลยยอมเป็นหุ่นเชิดให้จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อ First lady (รับบทโดย Sigourney Weaver) เข้ามาต่อว่าเขา ที่ตัดงบประมาณในส่วน Medical care ซึ่งเธอมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ  (ตอนนั้น First lady ยังไม่รู้ว่า Dave คือประธานาธิบดีตัวปลอม)  Dave เลยเอาเรื่องนี้ไปถามทีมของประธานาธิบดี ซึ่งแต่ละคนก็เมินเฉยไม่สนใจคำขอเท่าไร และที่สุดก็มีคนหนึ่ง พูดมาทำนองว่า เงินมันมีอยู่เท่านี้ แต่ละกระทรวงเขาก็ต้องการเงินก้อนนี้กัน ถ้าเขาคิดว่า เขาจัดสรรให้ได้ดีกว่าก็ลองทำแล้วกัน…  คืนนั้น Dave เลยแอบติดต่อกับเพื่อนที่เป็นนักบัญชี เพื่อมาช่วยจัดการเรื่องนี้…

ฉะนั้นใน CHANGE ทีมของอาซากุระ จะเสมือนแค่มีอาซากุระคนเดียวที่เป็นคนธรรมดา แต่มีทัศนคติที่ดีที่ทำให้เหล่าผู้คนในวงการเมือง ที่มีพื้นฐานที่ดีแต่โดนการเมืองทำให้เปลี่ยน กลับมาหวนคิดถึงจุดเริ่มต้นของตัวเอง และคิดถึงอุดมการณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยหลงลืมไป..
แต่..
Dave จะเป็นเสมือนคนธรรมดา ที่เผอิญมีอำนาจและใช้อำนาจนั้นเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเชิงนโยบาย..  แต่ Dave ไม่ได้เปลี่ยนบุคคลในวงการเมือง…

ตอนจบของทั้งสองเรื่องนี้จึงต่างกัน แม้ว่าเขาจะใช้มุขจบคล้ายๆ กัน…
ใน CHANGE หลังจากสิ้นสุดการบริหารงานของนายกอาซากุระ  สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ทัศนคติของประชาชนที่มี่ต่อนักการเมือง  และจิตสำนึก อุดมการณ์ของคนในวงการเมือง…
แต่..
ใน Dave หลังสิ้นสุดอำนาจบริหารของประธานาธิบดีอย่าง Dave ..  สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงแค่ First lady กับ SP ที่ตัดสินใจทิ้งทำเนียบขาว…  แต่ไม่ได้เปลี่ยนคนในวงการเมือง ไม่ได้เปลี่ยนทัศนคติของประชาชนทั่วไป..

ดังนั้นเราเลยชอบเรื่อง CHANGE มากกว่า  เพราะ CHANGE ทำให้เราเห็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นสังคม…

หลายคนที่ดู CHANGE บอกว่า อยากให้นักการเมืิองบ้านเราเป็นแบบท่านนายกอาซากุระ..
และ
จากผลสำรวจที่ญี่ปุ่น ที่ถามว่า อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีของถัดไปของญี่ปุ่น ..  ทาคุยะ คิมูระ ได้เป็นอันดับ 3 โดยที่ 2 อันดับแรกเป็นนักการเมือง …

เคยคิดนะว่า เมืองไทยเราไม่ิสิ้นไร้คนดี.. เรายังเชื่อว่าในบรรดาคนในวงการเมืองทั้งหลายเนี่ย เขาน่าจะเป็นคนที่มีจิตสำนึกดีแต่ต้น แต่โดยการเมืองทำให้เปลี่ยนไป…  แต่..  เราก็เชื่อที่เขาบอกว่า คนดีอยู่ในการเมืองไม่ได้  โดยเฉพาะการเมืองที่มีอิทธิพลมืดหนุนหลัง..

แต่กับเหตุการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา..  เราไม่มั่นใจว่า ต่อให้เราได้นักการเมืองแบบ อาซาคุระ เคย์โตะ มาสักคน การเมืองเราจะเปลี่ยนแปลงไปไหม?
อย่างที่บอกว่า ใน CHANGE ท่านนายกอาซาคุระ ทำให้ทุกคนนึกถึงอุดมการณ์ จุดเริ่มต้นที่หลงลืมไป…  ซึ่งคนในการเมืองรอบตัวท่านนายกอาซาคุระนั้นมีพื้นฐานจิตสำนึกที่ดี ยกเว้นอยู่คนเดียวที่ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน ตัวร้ายก็ยังเป็นตัวร้าย ที่ไม่วันสำนึกหรือเปลี่ยนความคิดไป..
ซึ่งตรงนี้ เราสงสัยในตัวคนในวงการเมืองไทยว่า..  เขามีจุดเริ่มต้น มีอุดมการณ์เริ่มต้นอย่างไร? พูดตรงๆ คือ เราไม่มั่นใจว่า คนในวงการเมืองไทยเนี่ย..  เขามีจิตสำนึกที่ดีเป็นพื้นฐานหรือเปล่า?

ใน CHANGE เราจะเห็นหลายครั้งที่คนในวงการเมือง หรือตัวท่านนายกอาซาคุระเอง ก้มหัวขอโทษประชาชน เมื่อผิดก็ยอมรับผิด  และแม้ว่าความผิดนั้นไม่ได้เกิดจากการกระทำของตัวเอง แต่เมื่อมันอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบที่ตัวเองข้องเกี่ยว ก็ยอมรับผิด และแสดงออกถึงความรับผิดชอบ…
ภาพแบบนี้… เราไม่มั่นใจว่าเราเคยเห็นในวงการเมืองไทยหรือเปล่า?

สิ่งเราเห็นในการเมืองไทย เมื่อผิด ก็ไม่ยอมรับผิด ขอพิสูจน์จนหยดสุดท้าย จะอุทธรณ์ จะฎีกา ยื่นหลักฐานประกันตัว แจกถุงขนม และเวลาให้สัมภาษณ์ก็อ้างว่า โดนใส่ความ เขาไม่ได้ทำอะไรผิด สารพัดเหตุผลที่จะอ้างมา..  และเมื่อไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ก็บินไปอยู่เมืองนอก…
เขาอาจจะไม่ได้กระทำผิดจริง  แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของเขาหรือเปล่า?

ในเรื่อง CHANGE นอกจากจะให้มุมมองในกลุ่มนักการเมืองแล้ว ยังมีมุมมองของประชาชน…

ตอนแรกๆ ของเรื่อง CHANGE เรารู้สึกว่า การเมืองในสายตาคนญี่ปุ่นนั้น มันคล้ายๆ กับสายตาคนไทยหน่อยๆ ที่เขายึดมั่นที่ตัวบุคคลมากกว่าตัวนโยบาย หรือตัวพรรรค
และเราก็สงสัยต่อว่า..  ประชาชนคนทั่วไป ทั้งที่ญี่ปุ่น และที่ไทย..  เขามีความรู้เกี่ยวกับระบอบการปกครองแค่ไหนกันนะ?

หรือ ส.ส., ส.ว. ที่เราเลือกๆ กันไปเนี่ย เขารู้ไหมว่าเราเลือกเขาเพราะอะไร?

ชอบตอนหนึ่งที่ท่านอาซาคุระบอกว่า เขาเป็น ส.ส. ที่ถูกเลือกเข้ามาโดยประชาชน เขาต้องรับฟังเสียงประชาชน แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในเขตของเขา  และเขาก็เป็นคนที่จะพูด จะคิดเห็น แบบเดียวกับประชาชน.. (หมายความว่าเขาจะใช้ภาษาเดียวกันกับประชาชน ไม่ใช่พูดด้วยภาษางบประมาณ ศัพท์อังกฤษหรูๆ ที่ประชาชนทั่วไปฟังไม่รู้เรื่อง)

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ครั้งหนึ่งที่มีนักการเมืองคนหนึ่ง ที่ชอบอ้างสิทธิในการคงอยู่ว่า ประชาชนนับล้านเลือกเขาเข้ามา เขาต้องอยู่ต่อ…  อยากรู้ว่า ท่านรู้ไหมว่าประชาชนนับล้านเลือกเขาเข้ามาตอนนั้นเพราะอะไร  และประชาชนนับล้านตอนนี้อยากบอกอะไรท่าน ท่านเคยสนใจ หรือรู้หรือไม่?

แต่ก็มีเหตุการณ์หนึ่งใน CHANGE ที่คล้ายๆ กับเหตุการณ์ที่ไทย และทำให้เราเข้าใจในการกระทำของท่านผู้นำของเรา…  แม้ว่าตอนนั้นสื่อและเสียงหลายเสียงจะโจมตีท่านหนัก…
เหตุการณ์ที่ว่านั้นก็คือ.. ไข้หวัดนกระบาด..   ซึ่งคล้ายๆ กับตอนหนึ่งใน CHANGE ที่เกษตรกรมาประท้วงหน้าทำเนียบ เพราะเขาเดือดร้อนจากขี้เถ้าภูเขาไฟ ที่ตกลงมาคลุมไร่คลุมสวนกระปล่ำ สวนผักกาดของเขา ทำให้เขาขายพืชผักไม่ได้ … ท่านนายกอาซาคุระสงสัยว่า พวกพืชผักที่ถูกคลุมด้วยขี้เถ้าภูเขาไฟเนี่ย ถ้าเอามาล้างแล้ว จะกินได้ไหม? จะเป็นอันตรายไหม  ก็เลยให้นักวิชาการไปตรวจสอบดู และพบว่ากินได้ ไม่มีอันตราย  ท่านนายกอาซาคุระก็เลยไปที่แปลงผักที่ว่า ล้างผักและกินโชว์ให้นักข่าว ให้ประชาชน และสื่อดูว่ากินได้ ไม่เป็นอันตราย..  ผลก็คือ พืชผักนั้นก็ขายได้…

ซึ่งคล้ายๆ กับเหตุการณ์ของไทย ช่วงที่ไข้หวัดนกระบาด ต้องฆ่าไก่ตายเป็นเบือ  และประชาชนก็ไม่กล้าซื้อไก่มากิน เพราะกลัวไข้หวัดนก ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเนื้อไก่เดือดร้อน..  แม้ว่าจะมีการให้ข่าวแล้วว่า เนื้อไก่แม้จะติดไข้หวัดนก หากทำให้สุก เชื้อก็จะหายไป กินได้ ไม่เป็นอันตราย ก็ยังไม่มีใครกล้าซื้อเนื้อไก่เท่าไร  และตอนนั้นท่านนายกเราก็ออกมากินไก่โชว์นักข่าว ถ่ายทอดออกไปทั่วประเทศ..  สื่อบางสื่อก็ต่อว่าท่าน แทนที่จะแก้ปัญหาไข้หวัดนกระบาด กลับไปกินไก่โชว์ มันจะช่วยอะไรได้…
.. มันช่วยไ ด้…   อย่างที่ในเรื่อง CHANGE บอก เมื่ีอศูนย์กลางเคลื่อน สิ่งแวดล้อมศูนย์กลางก็ต้องเคลื่อนตาม..
นายกเปรียบเสมือนศูนย์กลางของอำนาจบริหารบ้านเมือง และเป็นจุดสนใจของประชาชน ..  การที่ท่านกินไก่ กินผักโชว์ เป็นการสร้างความมั่นใจกับประชาชนได้ว่า มันไม่มีอันตรายจริง ท่านยังกินได้เลย..  ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย…   (แต่ถ้ากินแล้วรุ่งขึ้นท่านเข้าโรงพยาบาลนี่ก็อีกเรื่องนะ :lol: ) เรียกว่าเป็นการรับประกันด้วยเกียรติและชื่อเสียงของตัวท่านเอง…

หลายคนที่ได้ดูเรื่อง CHANGE จะบอกว่า ขัดใจตอนจบหน่อยๆ  และก็มีคนแ้ก้ตัวให้ว่า มันต้องเป็นอย่างนั้น เพราะนั่นคือวัฒนธรรมการเมืองของญี่ปุ่น..
ความเห็นเราแล้ว เราคิดว่า นั่นคือตอนจบที่ถูกต้องที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในวัฒนธรรมไหน..

จริงอยู่ว่า ท่านนายกอาซาคุระไม่ใช่เป็นคนเลือกเหล่ารัฐมนตรีด้วยตัวท่านเอง เพราะตอนนั้นท่านไม่รู้จักใครเลย เลยเชื่อคำแนะนำของคนที่ท่านคิดว่าไว้ใจได้ แต่ท่านก็เป็นผู้ลงนามรับรองรายชื่อเหล่านั้น และจริงๆ แล้วเรื่องนี้ก็อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของท่าน เมื่อมีข่าวที่มีหลักฐานชัดเจนว่า เหล่ารัฐมนตรีที่ท่านลงนามรับรองนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริต..  ท่านนายกอาซาคุระก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ..  เพราะการคัดเลือกบุคคลเหล่านั้นอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของท่าน…

ดูเรื่องนี้จบ เราเห็นด้วยกับความเห็นที่ว่า CHANGE ทำเรื่องการเมืองออกมาดูง่ายเกินไป…   การเมืองในโลกของความเป็นจริง ไม่ง่ายและไม่ตลกแบบนี้หรอก..  แต่ CHANGE ก็ทำให้คนดูที่ไม่เคยสนใจการเมือง หันมามองดูการเมืองในอีกภาพหนึุ่ง อีกมุมมองหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการอธิบายให้คนที่ไม่รู้เรื่องการเมืองเลย ได้เข้าใจว่า การบริหารบ้านเมืองของชาติเขาเป็นอย่างไร…  และหน้าที่สิทธิที่ประชาชนทั่วไปพีงปฎิบัติ เพื่อเป็นส่วนช่วยในการบริหารบ้านเมือง มีอะไรบ้าง…

CHANGE คงเป็นเสมือนจุดเปลี่ยนอย่างที่ tag line ของเรื่องนี้ว่าไว้ : The one, who CHANGE japan, is perhaps you.

อยากให้เรื่องนี้ได้ฉายที่ไทย  หรือไม่ก็ อยากได้ละครไทยแนวๆ นี้ ..  อย่างน้อยก็ให้ความรู้กับคนดูทั่วไปได้ว่า การบริหารปกครองบ้านเมืองของไทยเราเนี่ย ประชาชนทั่วไปมีหน้าที่ มีความสามารถที่จะกระทำอะไรได้บ้าง  แม้จะเป็นเพียงหนึ่งเสียงเล็กๆ  แต่ก็เป็นเสียงที่มีความสำคัญได้อย่างไร

ปิดท้ายด้วยเพลงประกอบละครเรื่อง CHANGE ชื่อเพลง Miles away ร้องโดย Madonna ..   ชอบเนื้อเพลงนี้นะ.. ความหมายดีและโดนใจเราอีกเพลง.. :wink:

Tags: , ,

One Response to “CHANGE (2008)”

  1. Noopook Says:

    กว่าจะได้มาดูกับเขาบ้าง ล้าหลังสุดๆ ซื้อ dvd มาก็ตอนที่เขาจะเอามาฉายที่ช่องธรรมดาในเมืองไทยซะแล้ว

    เห็นด้วยกับนุชในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องความเหมือนกันกับเรื่อง dave และจุดต่าง
    เรื่องตอนพระเอกกินกะหล่ำ เรื่องบทบาทและความรับผิดชอบ เรื่องการรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น

    ชอบ speech ทุกตอน เรียกว่าเป็นทีเด็ดของเรื่องเลยมั้ง ฟังแล้วต่อมน้ำตาตื้นขึ้นมาเยอะเลย (ยังไม่ยอมรับว่าแตก)

    จุดที่เรายังไม่มั่นใจคือเรื่องความร้ายของโคมบายาชิ ตัวร้ายในเรื่อง หลายๆอย่างที่ตัวละครนี้ทำ มันก็ร้ายจริงๆ แต่จุดประสงค์เบื้องลึก อืมม เหมือนยังฟันธงไม่ลงแฮะ

    อีกจุดที่ดูแล้ว มองย้อนกลับมา มันรู้สึกชีวิตจริงของเรามันเหงาๆไงไม่รู้แฮะ อาจจะขาดเพื่อน ขาดทีมงานที่ประสานการทำงานอย่างรู้ใจ อย่างสุดความสามารถอย่างในเรื่องล่ะมั้ง ไม่รู้ชีวิตนี้จะไปหามาจากไหนได้ล่ะเนี่ย เหะ เหะ ไม่รู้ใครดูแล้วจะรู้สึกแบบนี้บ้างรึเปล่านะ

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: